• บอกเล่าเรื่องราวและประวัติของ Mitchell & Ness อีกหนึ่งแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานมากว่าร้อยปี

    ในคอนเทนต์นี้เราอยากนำเสนอถึงประวัติของแบรนด์ Mitchell & Ness เพราะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าสนใจ  และได้รับการยอมรับจากหลากหลายวงการ  ทั้งวงการแฟชั่นรวมถึงวงการกีฬาที่ต่างคุ้นเคยกับชื่อนี้กันเป็นอย่างดี  และเชื่อได้เลยว่าหลายๆคนที่กำลังอ่านอยู่นี้ ต่างต้องเคยได้ยินชื่อแบรนด์นี้หรือผ่านตากันมาไม่มากก็น้อย  แต่อาจจะยังไม่ค่อยรู้ประวัติและที่มาของแบรนด์นี้กัน  เราจึงขอรวบรวมประวัติของแบรนด์ Mitchell & Ness มาให้ทุกคนได้อ่านกัน Mitchell & Ness ได้ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นในปี 1904 โดยนักกีฬาสองคนคือ FRANK P. MITCHELL (นักเทนนิส และแชมป์มวยปล้ำ) และ CHARLES M. NESS (นักกอล์ฟชาวสก๊อตแลนด์)  ที่เมืองฟิลลาเดเฟียประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยเริ่มต้นด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาเช่น ไม้เทนนิส  และไม้กอล์ฟ  หลังจากนั้นก็ได้เริ่มทำเสื้อผ้า uniform ให้กับทีมกีฬาต่างๆของโรงเรียนมัธยมหลายแห่งในเมืองฟิลลาเดเฟีย  จนได้มาเป็นผู้ผลิต uniform อย่างเป็นทางการให้กับทีม Eagles อยู่เป็นเวลาถึง 30 ปี ต่อมา Mitchell & Ness ได้ขยายธุรกิจและเป็นผู้ผลิตไม้ Hockey ให้กับทีม NHL รวมถึงผลิตและขายเสื้อ Baseball Jerseys แบบวินเทจ  จนมาในปี 1987 Sports Illustrated (แมกกาซีนชื่อดังเกี่ยวกับวงการกีฬา) ได้เขียนถึง Mitchell & Ness Baseball Jerseys จึงทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและโด่งดังขึ้นมา  และได้สิทธิการเป็นผู้ผลิตเสื้อ Vintage Jerseys ให้กับทีมดังๆ อย่าง NBA, NFL และ NHL  จนทำให้แบรนด์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งในหมู่ดารา และนักกีฬาที่มีชื่อเสียง  และในปี 2006 Mitchell & Ness ก็ได้สิทธิเป็นผู้ผลิตเสื้อ NBA jerseys ของ Michael Jordan อีกด้วย! ในปี 2007 ทางMitchell & Ness ได้เปิด Flagship Store แห่งใหม่ขึ้นที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  เพื่อที่จะขยายตลาดมายังทวีปเอเชีย และในปี 2016  นี้ทาง Mitchell & Ness ได้เข้ามาวางจำหน่ายในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ โดยสินค้าหลักที่จะนำเข้ามาวางจำหน่ายคือหมวก (Headwear) HEADWEAR: หมวกของ Mitchell & Ness นั้นทำมาเพื่อทั้งแฟนกีฬา  และผู้ที่ชื่นชอบสปอร์ตแฟชั่น หมวกทรง Snapback นั้นจะเป็นเอกลักษณ์ตรงส่วนปีกจะแบนและตรง  ทรงหมวกจะค่อนข้างพอดีรับกับผู้ใส่  ด้านหน้าหมวกจะปักลวดลายด้วยเครื่องจักรคุณภาพสูง  ดังนั้นข้อความตัวหนังสือหรือรูปภาพจะคมชัดอย่างแน่นอน  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้และยังสามารถทำให้ลุคในการแต่งตัวนั้นดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย  หากใครที่สนใจสามารถไปลองใส่กันได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Bratpack Thailand Bratpack Zen, Central World, 5th floor Bratpack Paragon, 2nd floor Bratpack Shop Megabangna, 2nd floor Bratpack Shop Central Pinklao, 2nd floor Bratpack Shop Central EastVille, 1st floor Bratpack Shop Central WestGate, 1st floor Bratpack Shop Terminal21, 2nd floor (London) Bratpack Shop Zpell, 4th floor  Facebook : www.facebook.com/BratpackThailand Photographer : Supasin Daungkrajan  

  • The Weekly Pick : เครื่องแต่งกายที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ( 10 July 2016 )

    1.Gitman Vintage T-shirt เสื้อยืดที่ผลิตมาจำนวนจำกัดจากแบรนด์คุณภาพจากอเมริกา เรื่องคุณภาพกับคัตติ้งไม่ต้องพูดถึง แบรนด์นี้การันตรีคุณภาพ มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน UnCENSORED 2.Stone Island Lambswool Beanie หมวกทรงคลาสสิคอย่าง Beanie ที่สามารถแต่งเข้าได้กับทุกการแต่งตัว ด้วยสีและการออกแบบที่ดูเรียบง่าย การเลือกใช้วัสดุพรีเมี่ยมที่ทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความนุ่ม วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 3.Vans Old Skool Zip Antique Ivy Green ไม่ธรรมดาจริงๆกับ Vans ตัวนี้ เพราะทั้งการเลือกใช้วัสดุหนังทั้งหมด และใส่ลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างซิบเข้าไป ยิ่งทำให้รองเท้าคู่นี้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้นไปอีก วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 4.Universal Works Bakers Jacket เสื้อแจ็คเก็ตที่มีกลิ่นอายของความวินเทจ และสีที่ออกไปในสไตล์ military แต่เราสามารถนำแจ็คเก็ตตัวนี้มามิกซ์เข้ากับการแต่งตัวแนวสตรีทก็ดูไม่ซ้ำใครและน่าสนใจไม่น้อย วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 5.A.P.C. Marc Bracelet Silver แบรนด์สุดมินิมอลตกยกให้เขาเลย กำไรข้อมือเส้นนี้ทำจากทองเหลืองชุบเงิน เป็นเครื่องประดับอีกชิ้นนึงที่ช่วยเสริมลุคของคุณให้ดูดี   วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก    

  • KAWS's Interview: บทสัมภาษณ์ KAWS พร้อมพูดถึงงานนิทรรศการ

    Brian Donnelly หรือที่เรารู้จักกันในนาม KAWS  ศิลปินชื่อดังระดับโลกจาก New York ที่สร้างผลงานศิลปะไว้มากมายทั้งที่เป็นภาพวาด ของเล่น ของสะสม รวมถึงเสื้อผ้าอีกด้วย  ครั้งนี้ KAWS ได้บินลัดฟ้ามาจัดนิทรรศการแสดงผลงานส่วนตัว "KAWS: BFF" ที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง Central Embassy  อีกทั้งยังมี Companion ตัวใหญ่ยักษ์ขนาดสูงถึง 8 เมตรยืนเด่นอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า  ส่วนการจัดแสดงผลงานนั้นอยู่บริเวณชั้น G และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นการเปิดงานนิทรรศการ  พร้อมกับวางจำหน่ายสินค้าคอลเลคชั่น "KAWS: BFF" โดยมีผู้ที่ชื่นชอบมาต่อแถวรอซื้อสินค้ากันอย่างคับคลั่ง  และทาง Soul4Street ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมรับฟังการสัมภาษณ์ส่วนตัวกับ Brian Donnelly (KAWS)  และได้นำการสัมภาษณ์ของเขามาแบ่งปันในบทความนี้กัน อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณเริ่มต้นในอาชีพศิลปิน? ผมไม่ได้มีแรงบันดาลใจจากศิลปินคนไหนเป็นพิเศษ  อาจเป็นเพราะผมไม่ได้มีความสนใจในวิชาอื่นนอกจากศิลปะ  มันจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจผมมากที่สุด  และผมก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอาชีพของผมนะ  แต่พอทำมันไปเรื่อยๆ  ผมก็ได้รับโอกาสที่จะแสดงผลงานมากขึ้นอยู่เสมอ  สุดท้ายมันก็ทำให้ผมได้มาอยู่จุดนี้ อยากถามถึงสไตล์ของผลงาน และอะไรคือแรงบันดาลให้คุณสร้างผลงานศิลปะขึ้นมา? ศิลปะเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบตั้งแต่เด็กแล้ว  และการทำผลงานสตรีทอาร์ทมันก็เป็นอะไรที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด  ผมจึงเริ่มจากจุดนั้น  พอถึงจุดที่ผลงานของผมเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น  มีผู้คนพูดถึงและชื่นชอบผลงานของผม  มันจึงกลายเป็นคาแรคเตอร์ของผมโดยปริยาย  เพราะมันทำให้ทุกคนรู้จักผมจากผลงานที่ผมสร้างขึ้น ผลงานของคุณสามารถสร้างความเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่เสพผลงานของคุณได้อย่างไร? ถึงแม้ว่าผมจะเริ่มต้นจากสตรีทอาร์ท  แต่ตอนนี้ผลงานของผมถูกนำมาแขวนไว้อยู่บนแกลเลอรี่  แต่ถ้าวันนึงผลงานของผมไปอยู่ตามท้องถนน  มันก็จะถูกเรียกว่าสตรีทอาร์ทเช่นเคย  ซึ่งมันขึ้นอยู่กับว่าแพลทฟอร์มของผลงานผมจะออกมาเป็นแบบไหน  ผมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำให้ผู้ที่เสพผลงานของผมรู้สึกอย่างไร  ดังนั้นมันจะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนั้นมากกว่าว่าจะรู้สึกอย่างไรกับผลงานของผม  การที่ผมเลือกใช้คาแรคเตอร์เด่นๆอย่างเช่น Companian  ก็เพราะว่าผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย  แต่สำหรับตัวผมที่เป็นศิลปิน  ผมจะได้แรงบันดาลใจมาจากอุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวผมมากกว่า อะไรคือกุญแจสู่ความสำเร็จของคุณ? ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน  มันก็คงเหมือนกับศิลปินคนอื่นทั่วไปที่ไม่ได้ตั้งใจสร้างผลงานของตัวเองออกมาเพื่อความสำเร็จหรือโด่งดัง  เราแค่สร้างผลงานออกมาตามความชอบและความรู้สึกของตัวเอง ทำไมคุณถึงเลือกที่จะมาจัดแสดงผลงานที่ประเทศไทย และคุณสนใจอะไรในประเทศไทย? ผมสนใจในประเทศไทยมานานแล้ว  และผมก็ทราบว่ามีกลุ่มคนมากมายที่ชื่นชอบผลงานของผม  ในฐานะที่ผมเป็นศิลปิน  การที่คุณได้เข้าไปชมผลงานของผมตามอินเตอร์เน็ตนั้นมันเทียบไม่ได้กับการชมผลงานจริงที่นำมาจัดแสดงในประเทศไทย คุณเริ่มต้นโปรเจคท์ “BFF” ได้อย่างไร? เนื่องจากคุณเต้ Managing Director ของ Central Embassy ได้ติดต่อผมมา  และเราได้พูดคุยกันเกี่ยวกับข้อมูลและรายละเอียดต่างๆของโปรเจคท์ที่กำลังจะเกิดขึ้น  และเมื่อผมได้เห็นสถานที่จัดแสดงผลงานก็ทำให้ผมรู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้น  จึงอยากจะนำผลงานของผมมาจัดแสดง  รวมถึงการนำ Companian ตัวใหญ่ที่ถูกออกแบบเพื่อโปรเจ็ค “BFF” โดยเฉพาะมาให้คนไทยได้ดูอีกด้วย เพราะอะไรคุณถึงตั้งชื่องานนี้ว่า “BFF” และมันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร? มันก็แค่ชื่อที่เรียกง่าย ฟังแล้วติดหู  สำหรับผมมันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันมาก  เพราะการทำงานของผมนั้นไม่ได้คิดหรือวางแผนสำหรับชื่องานมาก่อน  อาจเป็นเหมือนคาแรคเตอร์ของ Companion หรือ Accomplice ก็ได้ คุณเริ่มโปรเจคท์นี้กับ SK Lam มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมคุณถึงเลือกทำงานกับเขา? สำหรับการร่วมงานกับ SK นั้นเราร่วมงานกันมานานมากแล้ว  ทุกครั้งที่ทำงานด้วยกันก็จะเป็นการเริ่มคิดค้นไอเดียใหม่ๆออกมา  และผมก็ชอบที่จะทำงานร่วมกับคนที่สามารถร่วมงานกันได้ไปนานๆ  เพราะทุกครั้งเมื่อเราทำผลงานออกมา  เราจะทำการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกันอยู่เสมอ  เพื่อที่การทำงานครั้งต่อไปมันจะทำให้เราสร้างผลงานที่ดีขึ้นได้อีก อยากทราบว่าโปรเจคท์นี้จะสามารถสร้างความแตกต่าง  หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับภาพลักษณ์ของศิลปะในประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง? สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดเกี่ยวกับศิลปะคือการที่ผู้คนทั่วไปสามารถเห็นหรือสัมผัสมันได้  การที่ผมเดินทางไปสร้างผลงานในแต่งละประเทศ  ผมจะได้รับแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันออกไป  แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมอยากสร้างสรรค์ผลงานออกมาก็คือ  ก็ที่มีพื้นที่จัดแสดงแบบสาธารณะ  เพราะมันทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อยากทราบถึงไอเดียการออกแบบ Companian ที่ออกมาเป็นตัวสีน้ำเงินขนฟู ทำไมคุณเลือกดีไซน์นี้? มันไม่ได้มีเหตุผลหรือไอเดียไหนเป็นพิเศษ  ผมแค่ต้องการจะลองทำในสิ่งใหม่ๆดูบ้าง  ในส่วนของสีน้ำเงินผมก็แค่อยากทำมันออกมาเป็นสีนี้  มันไม่ได้แสดงถึงอะไรเป็นพิเศษ  และขนฟูๆของมันก็คงเพราะอยากจะให้ตัว Companion นั้นดูแตกต่างไปจากรูปแบบเดิม คุณมีวิธีการเลือกคาแรคเตอร์หรือแบรนด์อย่างไร  เพื่อที่จะนำมาใช้ในการออกแบบผลงานของคุณ? ผมไม่ได้เลือกที่จะนำอะไรมาใช้ในผลงานของผมเป็นพิเศษ  ผมแค่หยิบสิ่งที่ผมได้เห็นในชีวิตประจำวัน  หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวผมมาใช้ในการออกแบบ  เพราะเมื่อผมได้เห็นสิ่งเหล่านั้น  มันก็จะอยู่ในสมองของผม  ทำให้ทุกครั้งที่ต้องการออกแบบผลงาน  สิ่งเหล่านี้ก็จะแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ คุณรู้สึกถึงขีดจำกัดในการทำงานของคุณหรือไม่  และคุณปลดล็อคขีดจำกัดของคุณอย่างไร? โดยปกติแล้วผมก็รู้สึกถึงขีดจำกัดอยู่เสมอ  เพราะในแต่ละผลงานที่ผมออกแบบมันก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป สำหรับงานที่ผมรู้สึกว่ามันมีขีดจำกัดอยู่มาก  ผมจะพักงานชิ้นนี้ลงก่อน  เพราะบางทีมันอาจยังไม่ใช่เวลาที่เราจะฝืนทำมันก็ได้ จนถึงเวลาที่ผมค้นพบแนวทางที่จะมาทำงานชิ้นนี้ต่อ  ทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น  สำหรับตัวผมเองแล้วจะไม่ชอบฝืนทำในสิ่งที่มันไม่ใช่  ผมจึงไม่ห่วงในเรื่องขอบเขตการทำงานของผมเท่าไร สำหรับคุณแล้วโปรเจคท์ไหนคือโปรเจคท์ที่ท้าทายมากที่สุด? สำหรับผมแล้วทุกโปรเจคท์มีความท้าทายเหมือนกันหมด  เพราะแต่ละโปรเจคท์มีอะไรที่แตกต่างกันออกไป  อย่างเช่นผลงานศิลปะภาพวาดก็มีทั้งสีน้ำ สีน้ำมัน  รวมถึงผลงานประติมากรรมที่มีทั้งปูนปั้น เหล็ก ทองแดง และไม้  ทั้งหมดนี้มีเรื่องของวิศวกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด  เพื่อทำให้ผลงานออกมาตรงตามที่เราต้องการ  ดังนั้นไม่ว่าจะโปรเจคท์ไหนก็มีความท้าทายอยู่ในตัว คุณมีโปรเจคท์ในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะเกิดขึ้นอีกไหม  และคุณจะจัดแสดงผลงานของคุณที่ไหนอย่างไร? จะมีงานจัดแสดงผลงานครั้งใหญ่ของผมที่ Texas ในเดือนตุลาคมนี้  มันจะเป็นการรวบรวมผลงานของผมตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบัน  และจะมีงานจัดแสดงอีกครั้งที่ Shanghai ในปี 2017 สุดท้ายนี้คุณอยากจะพูดอะไรถึงแฟนคลับของคุณ  รวมถึงอยากคำแนะนำต่อคนที่ต้องการเป็นศิลปิน ขอบคุณที่ชื่นชอบงานของผม  แต่ผมก็แนะนำอะไรมากไม่ได้  เพราะศิลปินแต่ละคนมีแนวทางแตกต่างกัน  และผมก็ไม่อยากนำความคิดของผมไปสอดแทรกความคิดของคนอื่น  ผมแค่อยากให้ทุกคนทำในสิ่งที่ชอบก็พอ สุดท้ายนี้หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบผลงานศิลปะของ Brian Donnelly หรือ KAWS นั้นสามารถเข้าไปรับชมและถ่ายรูปได้ที่งานนิทรรศการ "KAWS: BFF" ณ ลานบริเวณชั้น G ห้างสรรพสินค้า Central Embassy และยังสามารถไปถ่ายรูปคู่กับ Companion สีน้ำเงินขนฟูตัวใหญ่ยักษ์ขนาด 8 เมตร บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้า ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ได้เลย    

  • แร็ปสู่ร็อค: วิวัฒนาการข้ามสายของ Streetwear สู่แบรนด์หน้าใหม่สไตล์ Rock 'n' Roll ที่น่าจับตามอง

    กระแสของ Streetwear ได้เปลี่ยนไปมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ  นับตั้งแต่แฟชั่นแนวนี้ได้เกิดขึ้นมา  ในยุค 90 โลกของ Streetwear นั้นเต็มไปด้วยเสื้อตัวโคร่ง  ยีนส์ขาใหญ่  และหมวกเบสบอล  พอมาช่วงปี 2005-2006 เราก็มาเจอกับกระแสเสื้อปรินท์ลายเต็มตัวละลานตา  ซึ่งก็วิวัฒนาการอย่างคาดไม่ถึงกลายมาเป็นลุค workwear สุดวินเทจที่ผสมเสื้อโค้ททรงโบราณ  ยีนส์ผ้าดิบ  และบูท Red Wing ที่แสนจะบึกบึน  ทั้งหมดนี้ก็เปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อแรปเปอร์เบอร์ใหญ่อย่าง Kanye West หันมาใส่ sweatpants หนังแท้, A$AP Rocky เรื่มพูดถึง Rick Owens,  และคำว่า "Street Goth" กลายมาเป็นคำสามัญประจำบ้าน (อย่างน้อยก็ในวงการแฟชั่น) แทบจะทันที  เหล่าบริษัท fast-fashion และมวลชนกระเป๋าหนักไร้รสนิยมก็ฆ่าความขลังของลุคนี้ไป  และผลักให้เราหันไปหาลุคคนเมืองผสมกีฬากับสไตล์ Athleisure แทน (ที่ถึงกับได้มี Wikipedia page ของตัวเอง) ตอนนี้เราก็ใกล้จุดเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง  หลายๆ คนเริ่มเห็นกลิ่นอายของร็อคแอนด์โรลในจักรวาลสตรีทสุดรักของพวกเรา  แรปเปอร์หลายคนหันมาใส่เสื้อยืดจากวงเมทัล (ที่เจ้าตัวอาจะเคยหรือไม่เคยฟังก็ได้)  ยีนส์เริ่มมีรอยขาดหลุดรุ่ยกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่นั้น แบรนด์ใหม่ๆ  ในตลาดก็เริ่มปล่อยเสื้อกราฟฟิคจากโลกดนตรีร็อคในอุดมคติออกมา การตัดสินใจของแบรนด์และดีไซน์เนอร์เหล่านี้กำลังผลัก Streetwear ออกจากแก่นดั้งเดิมของมันอย่างเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬา แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความรู้สึกดิบ ๆ การตลาดที่ถึงเนื้อถึงตัว  และทัศนคติที่มองว่าตัวเองเป็นผู้นำกระแส  มันคล้าย ๆ อารมณ์ที่ผสมความเป็น Supreme กับวงมหาลัยยังไงยังงั้น Streetwear ตอนนี้เหมือนจะไม่เลือกที่รักมักที่ชังกับแหล่งแรงบันดาลใจใหม่นี้เท่าไหร่นัก  มันดึงสไตล์และอารมณ์มาจากทั้ง punk, grunge, indie ฯลฯ  เป็นความรู้สึกใหม่ที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อแบรนด์หันเข้าหาศิลปินที่ใช้กีตาร์เป็น  ไม่ใช่เป็นแต่แรปอย่างเดียว เพื่อความสะดวกต่อการพูดถึงสไตล์นี้  และเนื่องจากมันยังไม่มีชื่อติดหูที่ทุกคนใช้ร่วมกัน  บทความนี้ก็จะขอเรียกลุคนี้ว่า grungewave (grunge - แนวดนตรีร็อคประเภทนึง, wave - กระแส) Fear of God ในขณะที่มหานครนิวยอร์คนั้นเป็นบ้านเกิดทางจิตวิญญาณของ Streetwear มาอย่างช้านาน  คลื่นร็อคแอนด์โรลของ grungewave กลับมีศูนย์กลางอยู่ที่แคลิฟอร์เนี่ย  ตัวอย่างนึงที่เห็นได้ชัดคือยี่ห้อ Fear of God ของเจอร์รี่ ลอเรนโซ่ (Jerry Lorenzo)  ที่นำไอเทมชาวเมทัลยุค 80 อย่างกางเกงยีนส์ขาดๆ เสื้อลายสก็อต  และแจ็คเก๊ตยีนส์มาเติมสัดส่วนทรงที่เกินขนาด ผ้าเนื้อดี  และรายละเอียดเล็กน้อยที่ทันสมัย  มันคืออะไรที่วง Metallica คงจะใส่จริง ๆ สมัย คลิฟ เบอร์ตัน (มือเบสของวงผู้ล่วงลับไปเมื่อปี 1986)  ยังมีชีวิตอยู่  แต่มันก็ให้ความรู้สึกของความเป็นปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด  ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณเซนส์ของลอเรนโซ่ที่สามารถผสมความเป็น Hi-end กับ Lo-end รวมกันได้อย่างลงตัวไม่มีที่ติ Fear of God  สามารถขึ้นไปประดับอยู่บนศิลปินท็อปคลาสผู้ชี้ทางกระแสหลายๆคน  ไม่ว่าจะเป็น Kanye, Justin Bieber, และเหล่าคนตระกูล Kardashian  พูดได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่าแบรนด์ของเขาคือผู้ฟื้นคืนชีพกระแส Rock 'n' Roll ในแฟชั่นตอนนี้ ตัว Jerry Lorenzo เองก็เป็นผู้คลั่งไคล้ของสะสมรุ่นวินเทจของวงการร็อค  คงจะไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าเขาเป็นต้นเหตุให้บรรดาดาราฮอลลีวู้ดนึกแปลกใส่เสื้อวงร็อคย้อนยุค  ซึ่งเอาจริง ๆ มันก็คือแฟชั่นชวนเบ๊ปากประจำปี 2016 ซึ่งมาแทนเทรนด์เครื่องประดับอินเดียแดงตามงาน Coachella เมื่อไม่กี่ปีก่อน  สไตล์การดีไซน์ของเหล่าวงร็อคยุค 90  นั้นมีความทรงพลังในตัวของมันเองอย่างไม่ต้องสงสัย  แต่สิ่งที่ชวนฉงนคือการได้เห็นเหล่าผู้มีอันจะกินในวงการบันเทิง  และแฟชั่นยืมเอาสัญลักษณ์ของความเป็น 'กบฏ' พวกนี้มาจากเหล่า Metalhead  และมันก็ดูเป็นการยืมที่ไม่จริงใจแม้แต่นิดเดียว  เพราะเหล่า Metalhead ก็น่าจะเคยถูกแฟชั่นนิสต้าเหล่านี้ล้อเลียนเรื่องการแต่งตัวมาไม่มากก็น้อย (เราให้อภัยคุณได้ถ้าคุณรู้ท่อนเปิดของ Master of Puppets) MIDNIGHT STUDIOS ถ้าหาก Fear of God คือเรื่องของความ Thrash เวอร์ชั่น Bay Area (เขตอ่าวซานฟรานซิสโก)  สำหรับชนชาว Instagram เชน กอนซาเลส (Shane Gonzales)  ของ MIDNIGHT STUDIOS  ก็เลือกที่จะโฟกัสไปยังอีกยุคสมัยนึงโดยหันความสนใจไปที่ลอนดอนยุค 70 แทน Gonzales (ซึ่งเป็นชาว LA เช่นเดียวกับ Lorenzo)  เลือก Sid Vicious (มือเบสวง Sex Pistols) เป็นแรงบันดาลใจของแบรนด์เขา  ใน collection Fall/Winter ของปี 2015 เขาได้ร่วมงานกับตากล้องแนวพังค์ Steve Emberton เพื่อถ่ายภาพเสื้อผ้าลายมือเบสผู้นี้ (ตามภาพด้านบน)  ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด  เสื้อฮูดดี้ เสื้อเชิ้ต หรือแม้กระทั่ง biker jacket คอลเลคชั่น Spring Summer ปี 2015 ของ Gonzales เองก็มีเสื้อยืดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวง PiL ซึ่งเป็นวงของ Johnny Rotten  หลังเขาออกจากวง Sex Pistol (ที่เขาเคยเป็นนักร้องนำให้)  นอกจากนี้ PROJECT MIDNIGHT ยังมีเสื้อ parka jacket หางยาวที่ทำร่วมกับแบรนด์ 424 และ monkey time  อยู่รุ่นนึงมันมีลายสไตล์ตัดแปะหยาบๆ  ที่ให้กลิ่นอายของความเป็น punk ผสม DIY อยู่ (เป็นส่วนผสมที่น่าจะไม่เคยมีอยู่จริง)  แบรนด์ของ Gonzales นั้นเป็นชื่ออีกชื่อนึงที่กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ  ในวงการแฟชั่น West Coast (เขตชายฝั่งตะวันตกอย่าง L.A. และ San Francisco) PROJECT MIDNIGHT  สามารถนำเสนอสไตล์ดิบๆ ได้อย่างน่าสนใจด้วยอารมณ์ที่คล้าย UNDERCOVER โดย Jun Takahashi ยุคแรกอยู่ไม่น้อย (Gonzales เป็นนักสะสม UNDERCOVER ตัวยงด้วย) HOMME BOY ในขณะเดียวกัน แบรนด์ HOMME BOY ซึ่งมาจาก LA เหมือนกันเองก็กำลังสร้างแนวทางของตัวเองอยู่  ด้วยการอ้าแขนรับความเละเทะสไตล์ grungewave แบบสุดตัว HOMME BOY มีเสื้อยืดที่ดูจะขาดมีขาดแหล่  พร้อมชายเสื้อแหว่งเหวอแหวะ  และลายกราฟฟิคที่จินตนาการ Sid Vicious จาก Sex Pistol อยู่บนเวทีเดียวกับ Kurt Cobain แห่งวง Nirvana ไม่ใช่แค่นั้น คอลเลคชั่นที่ 2 ของ HOMME BOY ยังถูกตั้งชื่อว่า Blew ตามชื่อเพลงแรกของ Bleach อัลบั้มเปิดตัววง Nirvana ด้วย Pleasures Pleasures นั้นเลือกที่จะประดับสินค้าของตัวเองด้วยเนื้อความจากจดหมายลาตายของ Kurt Cobain  (ก็ไม่เคยมีใครบอกว่า grungewave เป็นอะไรที่มีคลาสล่ะนะ)  นอกจากเสื้อยืดหลายวง อย่าง New Order  ไปจนถึง Rage Aginst the Machine แบรนด์Pleasures  ก็มีสินค้าอย่างหมวกแขวะนาย Morissey ด้วย (ศิลปินวงอินดี้ the Smiths ผู้เคยไปอยู่บนเสื้อของ Supreme) Babylon LA สำหรับคนอยากได้สไตล์ที่ตรงสายจริง ๆ Babylon LA นั้นเป็นผลงานของ Lee Spielman  ผู้เป็นนักดนตรีร็อคให้กับวง Trash Talk มามากกว่า 10 ปี  แบรนด์ของเขามีกราฟฟิคของ Discharge วงพังค์ชื่อดัง  นอกจากนี้มันยังผสมแนวคิดต่อต้านตำรวจ (ที่เห็นได้ตลอดในวัฒนธรรม Rock n Roll) เข้าไปด้วย Nervous Juvenile ทีมผู้ก่อตั้ง Nervous Juvenile (ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Nicholas Wojciechowski เจ้าของร้าน streetwear สุดฮอท CNCPTS)  เองก็มีประสบการณ์ในวงการ punk มาเหมือนกัน  ทีมนี้ได้เจอกันผ่านงานอีเวนท์เพลง  วงของ Nick เองก็มีสัญญากับค่าย Deathwish Records อีกด้วย  (มันเป็นค่ายเพลงซึ่งรวมเพลงที่มีเอกลักษณ์พอสมควร  คล้ายๆกับการได้เป็นแบรนด์ขึ้น Dover Street Market ของชาวเพลงฮาร์ดคอร์)  เช่นเดียวกับแบรนด์สายเดียวกัน Nervous Juvenile เองก็มีเสื้อผ้าที่อ้างอิงถึง Sex Pistols, Morissey, และ Discharge (คงเป็น lineup ที่เจ๋งน่าดู) ก่อนที่จะไปกันต่อ  เราก็ควรจะคำนึงไว้เสมอว่ากระแสรื้อฟื้นวัฒนธรรมร็อคนี่ไม่ใช่อะไรที่ใหม่เลย  มันเกิดขึ้นมานานก่อนที่ Kanye West จะหันมาใส่เสื้อ Metallica เสียอีก   Hedi Slimane  2 ดีไซน์เนอร์คนสำคัญของยุคนี้ Hedi Slimane (Dior Homme, Saint Laurent Paris)  และ Raf Simons (Raf Simons, Jil Sander, Christian Dior) ต่างเป็นผู้ที่ผสมสไตล์ชาวร็อคเข้ากับการแต่งตัวของตัวเองมาอย่างช้านาน Slimane มักจะใส่เสื้อแจ็คเก๊ตหนัง ยีนส์ที่ขาเล็กมาก ๆ  และบูท Chelsea จะให้เรียกมันเป็นจดหมายรักต่อวัฒนธรรม Rock ในรูปเสื้อผ้าก็คงไม่เกินเลยอะไร  นอกจากนี้เขายังชอบใช้ศิลปินที่เขาชื่นชมเป็นนายแบบ lookbook  และ runway ให้กับ Saint Laurent ด้วย สำหรับ Raf Simons ดนตรีเองก็เป็นเหมือนแหล่งแรงบันดาลใจไร้ก้นบึ้งให้กับเขา  เขาเคยใช้เพลงจากวงร็อคหลาย ๆ วงมาเป็น soundtrack  ให้กับ collection เสื้อผ้าของเขาหลายครั้ง  ไม่ว่าจะเป็น Smashing Pumpkins (Fall Winter ปี 1997)  และ Pink Floyd (Spring Summer ปี 1999) ใน collection Fall Winter 2001  เขาก็มี Richey Edwards (มือกีตาร์ผู้สาบสูญของวง Manic Street Preachers)  เป็นแรงบันดาลใจให้ collection ด้วย ไม่ใช่แค่นั้น  งานดีไซน์ที่โด่งดังที่สุดของเขาก็เป็นลายฝีมือ Peter Saville กราฟฟิคดีไซน์เนอร์ชื่อดัง  ที่ดึงส่วนผสมมาจากงาน artwork ของวง New Order (Fall Winter 2003) และ Joy Division (Fall Winter 2004) Parkas ของ Raf Simons ฝีมือ Peter Savile ถ่ายโดย Nicholas Maggio / Grailed.com กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแฟชั่นโลกตะวันตกเท่านั้น  แบรนด์ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงมานานแล้วกับการนำเทรนด์นอกกระแสของอีกซีกโลกมาตีความใหม่  เลยไม่ใช่อะไรแปลกที่จะเห็นแบรนด์โตเกียวจำนวนมากนำความเป็นกบฏชาวร็อคมาละเลงใส่เสื้อผ้าของตัวเอง UNDERCOVER, Number (N)ine, AFFA, Lad Musician, LUKER by NEIGHBORHOOD  และ Blackmeans ล้วนแต่เคยดึงแรงบันดาลใจมาจากโลก punk ยุค 70  แม้แต่ในชีวิตส่วนตัวของพวกเขาก็ไม่เว้น Jun Takahashi ดีไซน์เนอร์ของ UNDERCOVER  นั้นเคยเล่นให้วง FYI ซึ่งเป็นวงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Sex Pistols ด้วย ท้ายที่สุดแล้ว กางเกงยีนส์ขาด ๆ สไตล์เซอร์ ๆ และกราฟฟิคย้อนยุคนั้นไม่ใช่อะไรใหม่เลย  พวกมันเป็นแค่หลักฐานบ่งชี้การวิวัฒนาการของ streetwear ออกจากขอบเขตเดิม ๆ อย่างดนตรี hip hop และรองเท้า sneakers มาคิดดูแล้ว  คงไม่มีอะไรที่สะท้อนทัศนคติเบี้ยล่างของ Streetwear ได้ดีเท่าดนตรีสาย Rock อีกแล้ว ทั้งสองวัฒนธรรมล้วนแต่มีความดิบในตัวเอง  ปรัชญาขวางโลก  และกลุ่มแฟนพันธ์แท้ที่พร้อมจะตั้งคำถามความจริงใจของศิลปินทุกครั้งที่มีโอกาส ภาพ Kurt Cobain จากปี 1993 ซึ่งก็ดู 2016 อยู่ไม่น้อย /Jesse Frohman ในขณะเดียวกัน  เราควรจะทำความเข้าใจกระแสรื้อฟื้นวัฒนธรรมของ Grungewave ด้วย  วัฒนธรรมวัยรุ่นยุคออนไลน์นั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาและไม่คงที่  ซึ่งมันต่างกับเมื่อสมัยที่ไอค่อนชาว Rock เหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่มาก ทั้ง Sid Vicious, Kurt Cobain และ James Hetfield  ในช่วงที่พวกเขากำลังสร้างตัวเองขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางดนตรี  คุณต้องทุ่มเทสุดตัวให้โลกใบย่อยที่คุณอยากเข้าหา  ถ้าคุณไม่ได้เข้าถึงมันไปเลย  คุณก็ไม่เกตมันเลยแม้แต่นิดเดียว  ไม่มีช่องว่างระหว่างกลาง  ซึ่งมันต่างกับยุคสมัยนี้มาก social media, smarphones และอินเตอร์เนตล้วนมีส่วนช่วยให้เราเข้าหาและผละตัวออกจากดนตรี แฟชั่น และศิลปะหลายอย่างได้พร้อม ๆ  กันอย่างรวดเร็วโดยแทบจะไม่มีขีดจำกัดทางพรมแดนหรือภาษาเลย  วัฒนธรรมนอกกระแสในยุคอินเตอร์เน็ต  ไม่ว่าจะเป็น normcore หรือ health goth ล้วนแต่ตื้นเขินและมาเร็วไปเร็ว  มันถูกสร้างขึ้นโดยวัยรุ่นที่มีไฟแรงแต่สมาธิสั้น  เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เคยชินกับการเข้าถึงอะไรทุกอย่างอย่างรวดเร็วและง่ายดาย  มันต่างจากเหล่ากลุ่มก้อนชาว punk, goth หรือ metal สมัยก่อนอย่างมาก  เมื่อผู้สนใจไม่ต้องทุ่มทั้งกายและใจให้มันอย่างเต็มตัวเหมือนสมัยก่อน  ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นได้แค่ภาพเหมือนลาง ๆ ของสิ่งที่คนกลุ่มนึงเคยอยู่และตายเพื่อมัน  โลก Streetwear ตอนนี้อาจจะสนใจกีตาร์ แต่มันคงเป็นได้แค่ของเล่นของประดับชั่วคราวก่อนโลกใบนี้จะหันไปหาอย่างอื่นที่ใหม่กว่าสดกว่า   Credit : Highsnobiety Author : Poompat Tim Kongboonma        

  • Soul4street ขอแนะนำไอเทมที่น่าสนใจแบรนด์ Gitman Bros. Vintage จากร้าน UnCENSORED

    เราไปทำความรู้จักความเป็นมาของแบรนด์นี้กันก่อน  ต้องย้อนไปเมื่อปี 1932, Max Gitman เขาได้ย้ายออกจากเมืองนิวยอร์กพร้อมกับลูกชายทั้ง 2 คน Alfred และ Sheldon ได้ไปเปิดร้านขายเสื้อผ้าและชุดนอนที่เมืองเล็กๆในเพนซิลวาเนีย  จนกระทั่งในปี 1978 โรงงานของ Gitman Bros. จึงได้กำเนิดขึ้นและถือเป็นปีก่อตั้งอย่างแท้จริง จนกระทั่งวันนี้ Gitman Bros. คือหนึ่งในแบรนด์เสื้อผ้าที่ยังคงเลือกฐานการผลิตอยู่ในอเมริกา  ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของการผลิตที่เน้นคุณภาพ  รวมถึงความใส่ใจในทุกๆขั้นตอน  ที่ไม่ใช่แค่การทำเสื้อผ้าในเสร็จๆไป  แต่ในเสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่ผลิตออกมานั้นได้ใส่เรื่องราว  รวมถึงทักษะเฉพาะที่ช่างแต่ละคนนั้นฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ จนทุกวันนี้เรื่องราวที่กล่าวมากลายเป็นเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ไปแล้ว Gitman Vintage คือหนึ่งในไลน์ของ Gitman Bros. ที่จะมีความเป็นตัวเองสูงทั้งเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  การดีไซน์รวมถึงวัสดุที่ใช้ในแต่ละซีซั่นที่แตกต่างและมีจุดเด่นต่างกันออกไป   สำหรับไอเทมที่เรามาแนะนำกันคือเสื้อเชิ๊ตที่มีลวดลายที่แตกต่างกัน  แต่ละดีไซน์จะมีความเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์  การเลือกใช้วัสดุผ้าที่มีคุณภาพสูงและคัตติ้งที่เนี๊ยบมากตามแบบฉบับของความเป็นอเมริกัน ซึ่งถ้าคุณกำลังมองหาเสื้อเชิ๊ตที่สมเหตสมผลกับราคาแล้วละก็  เราขอแนะนำแบรนด์นี้ให้อยู่ในลิสต์ที่คุณห้ามพลาดเลยทีเดียว สามารถติดตามเพิ่มเติมสำหรับแบรนด์  Gitman Vintage  และแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังมากมายจากฝั่งยุโรปได้ที่ร้าน UnCENSORED  The Helix Quartier, 1st Floor  Emquartier Shopping Complex Bangkok, Thailand Tel : 02-003-6094  Website : www.uncensoredspace.com/ Facebook : www.facebook.com/uncensoredstyle สามารถติดตามเพิ่มเติมสำหรับแบรนด์ AMI และแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังมากมายจากฝั่งยุโรปได้ที่ร้าน UnCENSORED  The Helix Quartier, 1st Floor  Emquartier Shopping Complex Bangkok, Thailand Tel : 02-003-6094  Website : www.uncensoredspace.com/ Facebook : www.facebook.com/uncensoredstyle - See more at: http://www.soul4street.com/news/1466165658%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-AMI-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C-UnCENSORED-#sthash.pdbBmvsC.dpuf

  • Classic Materials: เสื้อยืดวินเทจ "Rap Tees" สุดหายาก พร้อมเรื่องราวที่น่าสนใจของนักสะสมตัวจริง

    สุดท้ายแล้วยุคสมัยของศิลปะอเมริกันที่แท้จริงนั้นเริ่มเก่าแก่ลงไปเรื่อยๆ  ทางเดียวที่จะรักษาประวัติศาสตร์ของวงการฮิปฮอปที่ผ่านมาได้ก็คือการเก็บสะสมเสื้อยืดของนักร้องแร็พเปอร์ในอดีต  เสื้อยืดพวกนี้ถูกผลิตออกมาเพื่อทำการโปรโมทศิลปินเท่านั้น  ถ้าคุณต้องการเสื้อของแท้  แต่คุณไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตของพวกเขาหรือทำงานในวงการดนตรี  คุณคือคนที่โชคร้ายมาก  เพราะในสมัยนี้มีการผลิตเสื้อยืดลายเก่าๆออกมาขายบน eBay จำนวนมากในราคาที่ถูก  แต่มันก็ไม่ใช่ของแท้แบบที่คุณหาได้จากในอดีต  รวมถึงเสื้อยืดที่นำมาออกแบบใหม่และจำหน่ายบน CokeMagic.com และ Urban Outfitters  ซึ่งมันเทียบไม่ได้กับของดั้งเดิมแม้แต่น้อย  เราจะพาคุณย้อนอดีตเสื้อยืดแร็พเปอร์ไปกับ DJ Ross One และนักสะสมคนอื่นๆจากบทความนี้กัน DJ Ross One DJ, Author, New York Favourite Shirt ผมไม่มีเสื้อที่ชอบที่สุด  แต่เป็นกลุ่มที่ผมโตขึ้นมาด้วยอย่าง  A Tribe Called Quest, Public Enermy  ผมเติบโตขึ้นที่ Cincinnati  ในฐานะคนที่บ้าคลั่งในดนตรี Hip-Hop  การได้ซื้อเสื้อยืดของพวกเขานั้นยากมาก  ผมฝันมาตลอดว่าจะได้สะสมเสื้อของพวกเขา  แต่ผมก็ไม่สามารถหามันมาได้จากวงที่ผมชอบ  ผมซื้อเสื้อ Public Enemy ปี 92 จากการสั่งซื้อ CD เพลงผ่าน email The Big Dig ผมเคยเรียนมหาวิทยาลัยที่ Rochester  มีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อว่า “House of Guitars”  ที่แห่งนี้มีเสื้อวงวินเทจแขวนอยู่บนผนังเต็มไปหมด  และเขายังมีห้องใหญ่อีกห้องที่มีเสื้อยืดกองเป็นเนินสูงอยู่ตรงกลาง  คือผมมักจะไปคุดคุยหาแผ่นเสียงก่อน  หลังจากนั้นผมจะเข้าไปที่ห้องนี้  และผมก็ได้เสื้อ Kurtis Blow ปี 85 มาจากกองเสื้อกองนี้ Holy Grail สำหรับเสื้อที่หายากที่สุดของผมก็คือ Showbiz & A.G. “Soul Clap” ที่พวกเขาสวมใส่ในมิวสิควีดีโอเพลงด้วย  ความจริงแล้วพวกเราต้องไปที่ Showbiz’s Studio เพื่อไปตามหาเสื้อตัวนี้  ผมเห็นอยู่ตัวหนึ่ง  แต่มันเป็นเสื้อแขนยาว  ผมขอร้องให้เขาคนนั้นขายให้กับผม  แต่มันก็ไม่ได้ผล Eli Escobar DJ, New York Favorite Shirt เสื้อตัวโปรดของผมคือ “De La Soul Is Dead”  ผมจำได้ว่าซื้อมันมาจาก St.Marks  มันคือที่ที่ผมไปหาซื้อเสื้อยืดอยู่บ่อยๆ  ผมแทบจะใส่มันอยู่ตลอดเวลา  และผมก็ไม่เคยเห็นใครใส่เสื้อตัวนี้เหมือนผมอีกด้วย  เมื่ออัลบั้มของพวกเขาถูกปล่อยออกมา  มันคุ้มค่ามากสำหรับเสื้อตัวนี้ Lost & Found เสื้อ Tribe Called Quest ที่ DJ Ross One มี  ผมคิดว่ามันออกมาพร้อมกับอัลบั้ม “The Low End Theory” หรือ “Midnight Marauders” นี่แหละ  ผมจำได้สมัยผมเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ  มันต้องอยู่ในช่วงสองอัลบั้มนี้แน่นอน  หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเสื้อตัวนี้  เพราะมันไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกเลย Holy Grail ผมอาศัยอยู่ที่เดียวกับ Kurious Jorge และ Bobbito  เสื้อ Zev Love X (ตอนนี้คือ MF Doom) เคยอยู่ที่แห่งนี้มาก่อน  เพราะผมเห็น Jorge ใส่ Pete Nice อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้าม  ผมจำได้ว่าผมเห็นเขาใส่เสื้อ KMD  จากวันนั้นจนถึงวันนี้  ผมก็พยายามตามหาเสื้อ Stretch and Bobbito มาโดยตลอด  ยิ่งมันมีรูปของ Stretch อยู่บนเสื้อ  ยิ่งทำให้ผมหวังว่าผมจะหามันได้ Kirk Tilton Owner of For All To Envy, Los Angeles Favorite Shirt น่าจะเป็นเสื้อ Beastie Boys “Get off My Dick”  ผมชอบความเรียบง่ายของโลโก้และชื่อวง  รวมถึงลายสกรีนด้านหลังของตัวเสื้อด้วย  ผมยังเด็กมากเมื่อตอนที่มันออกมาในปี 86  แต่ผมก็มีโอกาสได้ซื้อของแท้ในช่วงกลางยุค 90 มันเป็นเสื้ออีกหนึ่งตัวที่ผมใส่มากที่สุด  ถึงแม้ว่ามันจะดูเก่าลง Rest in Peace ผมขายเสื้อ Eric B. & Rakim Paid in Full ปี 1988 ให้ DJ AM ไป  หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์  เขาอีเมลมาหาผมว่า  “Nas ใส่เสื้อตัวนี้ที่นายขายให้ฉันด้วย มันดูดีมากเลยเพื่อน!”   หลังจากที่เครื่องบินของเขาประสบอุบัติเหตุ  เขาอีเมลหาผมเพราะคิดว่าเสื้อตัวนั้นมันอยู่บนเครื่องบิน  แต่เขาก็หามันเจอในอพาร์ทเมนท์ของเขาใน New York  และดูเหมือนว่าเสื้อตัวนี้จะเป็นเสื้อตัวโปรดของเขามากเช่นกัน Lost & Found ในปี 1993 อัลบั้ม Doggystyle ได้ถูกปล่อยออกมา  ผมได้ไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านที่มีชื่อว่า Belly Up และได้ซื้อเสื้อ “Beware of the Dogg” ที่มีหน้าของ Snoop สกรีนอยู่บนเสื้ออีกด้วย  ซึ่งผมใส่มันแทบจะทุกวัน  แต่วันนึงมันก็จากไป  ผมได้เสื้อตัวใหม่มาแทน  แต่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนตัวแรกที่ผมได้มา  ผมก็ยังคงจำไม่ได้นะว่าเสื้อตัวนี้มันหายไปได้อย่างไร Stretch Armstrong DJ, New York Stretch & Bob Unlimited เสื้อ Stretch and Bobbito Eckō เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากสำหรับ Marc  ในปีแรกของ Eckō เป็นที่รู้จักมากขึ้น  และพวกเราก็รู้อะไรมากกว่าที่แบรนด์เป็น  ซึ่งมันสร้างผลงานให้กับเขามากมาย  พวกเราเคยทำเสื้อกับแบรนด์ PNB มาก่อน  แต่ Eckō มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก เป็นที่นิยมมากกว่า Parental Advisory ผมได้ร่วมงานกับ Bob ที่ Def Jam โดยการอัดแผ่นเสียงและโปรโมทอุปกรณ์ DJs  สำหรับ No Face เป็นอะไรที่ดูคล้ายกับ Queens’ ตอนพวกเขาตอบโต้กับ 2 Live Crew มาก  พวกเขาทำเสื้อที่สกรีนว่า “Wake Your Daughter Up, We Wants to Fuck” อยู่บนด้านหลังของเสื้อ  พวกเราเลยบอกว่า “ระวังตอนที่คุณจะส่งเสื้อตัวนี้ออกไปหน่อยนะ เพราะพวกเราไม่อยากรุกรานใคร” เราจึงส่งมันไปหาทุกคน Lost & Found เสื้อ KMD Black Bastards ตัวที่เป็นงานดั้งเดิมลาย Hangman และหน้า Sambo  เป็นเสื้อที่พวกเขาไม่มีอัลบั้มปล่อยออกมาพร้อมกับเสื้อตัวนี้  เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่อัลบั้ม “Cop Killer” ของ Ice-T ถูกปล่อยออกมาและเป็นที่โด่งดัง  ผมแจกเสื้อตัวนี้ให้คนอื่นไป  ผมชอบแจกเสื้อผ้าของผมให้คนอื่นอยู่เสมอ Brian Procell Owner of Procell, New York Bootleg Chic เมื่อตอนที่ผมยังหนุ่มกว่าตอนนี้  มีร้านเสื้อยืดร้านหนึ่งบน Elizabeth Ave ในเมือง Elizabeth, N.J. เป็นเมืองที่ผมโตขึ้นมา  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมย้อนกลับไปในวันนั้นก็คือการซื้อเสื้อของปลอมมา 4 ตัวในราคา $12 มันมีความหมายต่อผมมาก  เพราะมันทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นเด็กที่ยอมควักเงินค่าขนมไปจ่ายค่าเสื้อได้  แต่ในเวลาเดียวกัน  มีผู้คนมากมายที่ชื่นชอบกับสิ่งเหล่านี้ Model Consumer เมื่อตอนที่ผมเปิดร้าน  ผมตั้งราคาเสื้อผ้าแบบไร้สาระมาก  Cara Delevingne มาที่ร้านและเหมาเสื้อ Notorious B.I.G. ที่เขาทำไว้ก่อนตายของผมไปหมดเลย  ผมตั้งราคาไว้สูงมาก  และหลังจากที่เธอเข้ามาที่ร้านมันก็ทำให้ผมลืมทุกสิ่งทุกอย่าง  และขายเสื้อตัวโปรดของผมให้เธอหมดเลย Favorite Shirt มันคือเสื้อ Iceberg และ Freedom of Speech ของ Ice-T  มันเป็นอะไรที่ถูกใจผมมากในครั้งแรกที่ผมเห็นมัน  ลายสกรีนรูปผู้ชายที่โดนปืนลูกซองกรอกปากพร้อมกับมีปืนสั้นจ่ออยู่ที่ขมับมันเป็นอะไรที่บ้ามาก  แม่ของผมไม่ยอมให้ผมซื้อเสื้อตัวนี้  แต่ผมก็ซื้อมันมาด้วยเงินของตัวเอง  แทนที่ผมจะซื้อเสื้อนินจาเต่าตามที่แม่ผมบอก Donte Ross A&R, Producer, New York Favorite Shirt DJ Muggs เป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของผม  เขาอยู่ที่ New York เพื่อถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลง “How I Could Just Kill a Man” โดย Astor Place  และผู้จัดการของเขาพยายามจะให้เสื้อตัวที่ไม่มีสกรีนด้านหลังกับผม  แต่ Muggs บอกว่า “โย่ เอาตัวที่ดีๆให้กับเขาซิ!”  มันเป็นเสื้อที่ผมใส่มาตลอดเกือบ 20 ปี Stackin’ Yen ผมไปญี่ปุ่นพร้อมกับกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเสื้อยืดของ  Mobb Deep, Brand Nubian, Xzibit, Alkaholiks, และเสื้อตัวอื่นๆมากมาย  ผมขนไปเยอะเพราะว่าตอนนั้นผมอยู่กับ Sadat X ตอนที่เขาเซ็นสัญญาที่ญี่ปุ่น  ผมขายเสื้อที่ผมขนไปจนหมดทุกตัว  ผมได้เงินมาประมาณ $5,000 และสิ่งที่แย่ที่สุดคือผมใช้เงินทั้งหมดไปกับแผ่นเสียงก่อนผมเดินทางกลับ  เงินที่ผมได้มาก็หมดไปในพริบตา Holy Grails ผมได้เจอกับชายคนหนึ่งที่ร้าน Starter และผมสั่งทำหมวก KMD Starter ที่มีสัญลักษณ์ของ KMD อยู่บนหมวกที่เขียนว่า “Kausing Much Damage”  และยังมีหมวก Pete Rock ที่มีรูปหน้าเขาอยู่บนหมวกสีขาวที่ทำจากผ้าขนสัตว์พร้อมกับปีหมวกสีน้ำเงิน  ใส่คู่กับเสื้อ Ol’ Dirty Bastard ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นผมใส่มันไปได้ยังไงเหมือนกัน   Credit: BY ANGEL DIAZ Staff Writer/#PatersonTwitter/@ADiaz456 PHOTOGRAPHY BY JULIAN BERMAN

  • The Weekly Pick : เครื่องแต่งกายที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ( 26 June 2016 )

    1.AMI Embroidered Fruits Shirt  เสื้อจากแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสกับดีไซน์สุดเนี๊ยบ ตัวเสื้อเป็นลวดลายแบบทั้งตัว ได้อารมณ์ของความเป็นสตรีทและแคทชวลได้เป็นอย่างดี วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน UnCENSORED 2.Dries Van Noten Leather Belt อีกหนึ่งเข็มขัดที่เราขอแนะนำ ตัวเข็มขัดทำจากหนังแท้ 100% ซึ่งถ้าคุณใส่ไปนานๆแล้วสีมันจะเฟดลง ทำให้เข็มขัดของคุนนั้นดูเป้นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญ Made in Italy วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 3.Common Project chelsea boots สุดยอดแบรนด์ที่โด่งดังเรื่องความเรียบง่าย แต่ดีเทลและคุณภาพนั้นแน่นสุดๆ สำหรับรองเท้ารุ่นนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก วางจำหน่ายแล้วที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก 4.AMBUSH KUGI DENIM JACKET แบรนด์ดังจากแดนปลาดิบของ VERBAL & YOON  ซึ่งเป็นสามีภรรยาที่มีอิทธิพลต่อวงการแฟนชั่นของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก สำหรับเสื้อตัวนี้ทรงสวยและผ่านการฟอกมาให้ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาแล้ว วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 5.Silas Logo Cap อีกหนึ่งแบรนด์ตำนานของสตรีทแฟชั่น หมวกทำจากผ้าเดนิมพรีเมี่ยม แต่ทำให้นุ่มขึ้นด้วยการฟอก ด้านหน้าหมวกมีโลโก้ของทางแบรนด์ วางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก  

NEWS & ACTIVITIES

Kansai Yamamoto จับมือกับ Isetan Mitsukoshi จัดงานภายใต้ชื่อ [GENKI FESTIVAL] โดยใช้ธีมงานร่วมกันคือ

Kansai Yamamoto จับมือกับ Isetan Mitsukoshi จัดงานภายใต้ชื่อ [GENKI FESTIVAL] โดยใช้ธีมงานร่วมกันคือ "ทำญี่ปุ่นให้ครึกครื้น และทำญี่ปุ่นให้มีชีวิตชีวา" ใช้งานนี้ส่งพลังที่ญี่ปุ่นมีออกไปทั้งในและต่างประเทศ (ประวัติดีไซเนอร์) Kansai Yamamoto (อายุ 72 ปี เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1944) เขาเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์และผู้ผลิตงานอีเว้นท์ของประเทญี่ปุ่น ในปี1971 เป็นที่รู้จักในฐานะคนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ไปจัดงานแฟชั่นโชว์ที่กรุงลอนดอน…

END. ร้านรีเทลชื่อดังจากอังกฤษออก Lookbook คอลเลคชั่นใหม่ OFF-WHITE 2016 fall/winter

END. ร้านรีเทลชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ได้ถ่าย Lookbook  คอลเลคชั่นใหม่ 2016 fall/winter ของแบรนด์สตรีทไฮเอนด์ที่กำลังมาแรงสุดอยู่ในขณะนี้ OFF-WHITE c/o Virgil Abloh ในคอลเลคชั่นนี้นั้นมีชื่อว่า “You Cut Me Off” โดยเสื้อผ้ายังคงลวดลายเอกลักษณ์อย่างลาย Strip ซึ่งใครที่เห็นต้องรู้แน่นอน และลายภาพโฟโต้ปริ๊นที่นำมามาใช้เป็นฝีมือการออกแบบของ Caravaggio และ Lucio Fontana การออกแบบที่ดูเรียบง่ายกว่าเดิมแต่เน้นเรื่องของคุณภาพมากขึ้น …

adidas Originals x White Mountaineering กับ Lookbook ล่าสุดที่เห็นแล้วอยากโดนทุกชิ้นในคอลเลคชั่น

หลังจากก่อนหน้านี้มีภาพจากตามงานแฟชั่นโชว์ต่างๆของคอลเลคชั่น adidas Originals ที่ร่วมกับแบรนด์เสื้อชื่อดังจากญี่ปุ่น White Mountaineering และตอนนี้ทั้งสองแบรนด์เองก็ได้ออก Lookbook ออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งคอลเลคชั่นเสื้อผ้าจะวางจำหน่ายในซีซั่น 2016 Fall/Winter โดยเสื้อผ้าจะออกไปในแนวเทคนิคัลสปอร์ตแวร์ และผสมผสานความเป็นสตรีทแฟชั่นลงไปด้วย สำหรับการออกแบบนั้นถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจเลยทีเดียว…

Converse Japan x Ultraman ตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน atmos Japan

คอลเลคชั่น Converse Japan ร่วมฉลอง 50 ปีของอุลตร้าแมน ตอนนี้ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วที่ร้าน atmos Japan ซึ่งในคอลเลคชั่นนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ โดยการดึงเอาสีของอุลตร้าแมนมาใช้ในการออกแบบ และตัวคาแรคเตอร์ฝ่ายอธรรม โดยคาดว่าคอลเลคชั่นนี้ต้องได้รับความสนใจจากแฟนๆอุลตร้าแมนทั่วโลกอย่างแน่นอน ราคาจะวางจำหน่ายตั้งแต่ ¥9,500 JPY - ¥10,260 JPY 

อีกหนึ่งข่าวสะเทือนวงการ !! Alexander Wang เตรียมเปิดไลน์การผลิตของตัวเองร่วมกับทาง adidas

WWD ได้ประกาศในวันนี้ว่าดีไซเนอร์ชื่อดัง Alexander Wang กำลังจะมีไลน์การผลิตเป็นของตัวเองร่วมกับทาง adidas ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงก็จะเป็นดีไซนเนอร์คนล่าสุดต่อจาก Yohji Yamamoto, Kanye West, Raf Simons, Stella McCartney และ Rick Owens ต้องบอกว่าทาง adidas จัดเต็มอย่างต่อเนื่องเลยจริงๆ ยังไงต้องติดตามกันให้ดีสำหรับการ Collabs นี้เพราะบอกได้เลยว่าสะเทือนวงการ

NIKE AIR MAX 90 GS กับรองเท้าในสไตล์โทนสีนีออนสำหรับสาวๆเท้าเล็ก

Nike เอาใจคนเท้าเล็กกับรองเท้ารุ่น Air Max 90 GS โดยครั้งนี้ออกแบบออกมาในโทนสีแบบนีออน (Neon) อย่างสีชมพู สีน้ำเงินอ่อน สีเขียว และด้านข้างรองเท้ายังเป็นลายกราฟฟิคอีกด้วย ซึ่งดูแล้วรองเท้าคอลเลคชั่นนี้ น่าจะถูกอกถูกใจสาวๆเท้าเล็กกันไม่น้อยเลยทีเดียว ใครสนใจดูเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก

แฟนๆของ adidas Tubular Doom Primeknit เตรียมเฮกับสองสีใหม่ที่กำลังจะวางจำหน่าย

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจากทาง adidas Originals ที่ออกมายังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่แต่ดูแล้วยังสามารถไปได้อีกไกล กับรองเท้ารุ่น Tubular Doom Primeknit ที่ครั้งนี้พร้อมใจออกมาทีเดียวถึง 2 สี รองเท้าคู่นี้ถูกออกบบมาให้คล้ายการสวมใส่ถุงเท้า ซึ่งเราจะสังเกตได้จากตรง Collar ที่ผลิตมาคล้ายถุงเท้า และยังใช้เทคโนโลยีอย่าง Primeknit อีกด้วย จะวางจำหน่าย 29 กรกฏาคมนี้

COMME des GARÇONS กับดีไซน์ใหม่รูปหัวใจใหญ่กว่าเดิมมีให้เลือกหลายแบบ

COMME des GARÇONS แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ โดยครั้งนี้เพิ่มดีไซน์ตรงหัวใจให้ใหญ่กว่าคอลเลคชั่นก่อนหน้านี้ มีเสื้อยืดให้เลือกด้วยกันถึง 3 แบบบ และยังออกคอลเลคชั่นเสื้อ Sweater มาให้แฟนได้เลือกซื้อกันอีกด้วย ซึ่งคอลเลคชั่นนี้จะวางจำหน่ายที่ร้าน Dover Street Market และทางออนไลน์

Converse "Star and Bars" กลับมาวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

ปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ทาง Converse นำรองเท้าพวกรุ่นเรโทรต่างๆออกมาวางจำหน่ายกัน รวมถึงรุ่นล่าสุด One Star “Star and Bars” ที่จะนำกลับมาวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ซึ่งรายละเอียดของรองเท้ายังคงไว้เหมือนเดิมได้อย่างดีเยี่ยม รองเท้าจะออกมาให้เลือกด้วยกัน 3 สีเขียว ส้ม และน้ำเงิน ซึ่งจะทำจากวัสดุอย่างหนังกลับอีกด้วย จะวางจำหน่ายในราคา ¥14,000 ($130 USD)

Staple Pigeon แบรนด์สตรีทชื่อดังจากอเมริกามีวางจำหน่ายแล้วที่ BratpackThailand

Staple Pigeon Spring 2016 ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก sneaker design และ sneaker culture รวมไปถึง กีฬา บาสเกตบอล, เทนนิส, และ บรรยากาศเมืองชายทะเลของ Miami โดยลายและสีที่เลือกใช้ในคอลเลคชันนี้ จะเน้นดีไซน์และเฉดสีที่ดูสะดุดตาแต่ง่ายที่จะหยิบมาใส่ในทุกๆวัน พร้อมทั้งยังมีรายละเอียดเล็กๆแอบซ่อนไว้ในเสื้อผ้าแต่ละชิ้น และที่ขาดไม่ได้ก็คือ สัญลักษณ์ “นกพิราบ” ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็น Staple Pigeon บนเสื้อผ้าทุกๆชิ้น…

Nike Air Force 1 Flyknit เตรียมวางจำหน่ายสีใหม่ล่าสุด Navy สีสวยลงตัวเลยทีเดียว

ใครทีติดตามรองเท้า Nike Air Force 1 Flyknit น่าจะถูกใจกับข่าวนี้ไม่น้อย เพราะล่าสุดทาง Bike ได้ปล่อยสีใหม่ล่าสุดออกมาเพิ่มแล้ว โดยครั้งนี้ถักทอ Flyknit เป็นสีกรมท่า “Navy” ตัดเข้ากับพื้น Sole สีขาวได้เป็นอย่างดี และตรง Swoosh ก็ยังใช้สีขาวเช่นเดียวกัน วางจำหน่ายเร็วๆนี้

Barneys New York x Justin Bieber Purpose Tour Merch เปิดให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้

Barneys New York ร้านรีเทลเลอร์ชื่อดังระดับโลก ได้ร่วมกับ Justin Bieber ให้พรีออเดอร์คอลเลคชั่นพิเศษ Purpose Tour Merch ซึ่งจะแตกต่างจากเสื้อผ้าคอลเลคชั่นแรกๆที่ออกมาก่อนหน้านี้ เรียกว่าขนไอเทมมาเพียบทั้ง leather moto jacket, black bomber, brushed flannel shirt และ chambray pants หากใครสนใจสามารถพรีออเดอร์ได้แล้วที่ คลิ๊ก

ไปชมรองเท้าสวยๆจากงานเทรดโชว์ระดับโลก New York Market Week 2106

ไปชมรองเท้าสวยๆจากงานเทรดโชว์ระดับโลก New York Market Week 2106   Cr.highsnobiety

A Bathing Ape ออก shark hoodies คอลเลคชั่นใหม่น่าสนใจเหมือนเดิม

A Bathing Ape ออก shark hoodies คอลเลคชั่นใหม่ ครั้งนี้ยังคงออกแบบโดยใช้ลวดลายคาโม่อย่างสีเขียว ม่วง แดง และน้ำเงิน สำหรับการดีไซน์นั้นได้นำเอาลาย shark มาปักไว้ตรงด้านหน้าของหน้าอกแทนตรงส่วนของฮูด ซึ่งก็ดูน่าสนใจไม่แพ้จากดีไซน์เดิมเลยทีเดียว 

BAIT x DreamWorks x Diadora โดยดึงคารแรคเตอร์จากการ์ตูนดัง Felix the Cat มาใช้ในการออกแบบ

BAIT ร้านออนไลน์ชื่อดังได้จับมือกับ Diadora และ DreamWorks ร่วมกันออกแคปซูลคอลเลคชั่น โดยดึงคารแรคเตอร์จากการ์ตูนดัง Felix the Cat มาใช้ในการออกแบบ ซึ่งในแคปซุลคอลเลคชั่นมีรองเท้ารุ่น N9000 ซึ่งออกแบบมาได้อย่างลงตัว การเลือกใช้โทนสีดาว/ดำและการใช้วัสดุที่หลากหลายอย่างเช่นหนังกลับ หนังนูบัค และหนังแท้จากอิตาลี  รวมถึงยังมีไอเทมอย่างเสื้อยืด เข็มกลัด และตุ๊กตาฟิกเกอร์…

Louis Vuitton แบรนด์ไฮเอนด์ชื่อดังได้ส่งรองเท้าทรงสุดล้ำ Fuel Power ออกมาในซีซั่น FW16

Louis Vuitton แบรนด์ไฮเอนด์ชื่อดังได้ส่งรองเท้าทรงสุดล้ำ Fuel Power ออกมาในซีซั่น FW16 รองเท้าถูกออกแบบมาให้ไม่มีเชือกแต่ใช้การปรับความแน่นโดยการหมุนตรงสีดำที่อยู่ตรงกลางแทน ซึ่งจะว่าไปคล้ายกับรองเท้ารุ่น Puma Disc Blaze และตัวรองเท้ายังถูกออกแบบให้คล้ายกับ ”sock-like” ซึ่งจะให้ความรู็สึกเหมือนคุณใส่ถุงเท้า รองเท้าทำจากวัสดุที่หลากหลาย มีวางจำหน่ายแล้วที่ช็อป Louis Vuitton …

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph