• Dress Like Daddy Style : แต่งตัวตามรอยพ่อพระบาทสมเด็จพระปรมิน ฯ

    ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ทำให้เราชาวไทยรวมทั้งชาวโลกได้ประจักษ์กันอย่างมากมายทั้งโครงการพระราชดำริ ทางด้านกีฬาแล้วนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่นอกเหนือจากการทรงงานและด้านอื่นๆนั้นคงจะเป็นการแต่งกายในสไตล์ที่เรียกว่า Preppy เป็นสไตล์การแต่งตัวที่พระองค์ชอบฉลองพระองค์อยู่เสมอครั้งยังทรงงานหรือประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ  สำหรับการแต่งตัวในสไตล์ Preppy  เริ่มต้นในช่วงปี 1912 และเป็นการแต่งตัวที่ได้รับการยอมรับรวมทั้งเป็นการแต่งตัวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปี 1950 สืบเนื่องมาจากเป็นการแต่งตัวของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงซึ่งจัดอยู่ใน IVY League ประกอบไปด้วย Brown University, Columbia University, Cornell University, Dartmouth College, Harvard University, University Of Pennsylvania, Princeton University, Yale University ซึ่งมหาวิทยาเก่าแก่เหล่านี้จะมีประเพณีของตัวเอง รวมทั้งการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าดังๆ นำรูปแบบเหล่านี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์  J. Press และ Brooks Brothers ที่เคยผลิตเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายให้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยดังๆมาก่อน  ซึ่งนอกจากเสื้อเชิ้ตและสูทเท่ๆแล้วนั้น การแต่งกายในสไตล์นี้ยังรวมไปถึงเสื้อผ้าออกกำลังกายด้วยเช่น เทนนิส เรือใบ กอล์ฟ โดยหลังจากปี 1950 เป็นต้นมานั้นการแต่งกายแบบ Preppy เป็นการแต่งกายที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่ชนชั้นสูง และได้มีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมีแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาตามยุคสมัยเช่นในปัจจุบัน  เราจะเห็นว่าการแต่งตัวแบบนี้พระบาทสมเด็จพระปรมิน ฯ ทรงฉลองพระองค์ Preppy Style มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ซึ่งเป็นการแต่งกายที่สุภาพและสามารถใส่เข้ากับการดำรงชีวิตประจำวันได้ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปเช่นไร การแต่งกายสไตล์นี้ก็ยังอยู่ยั้งยืนยง ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดสูทกระดุมสามเม็ด Single breasted 3 button Blazer แบบพอดีตัว เชิตขาว เนคไทดำ รองเท้าหนังดำ เหน็บผ้าเช็ดหน้าแบบ Peaked พร้อมฉลองพระเรตรกันแดด ฉลองพระองค์แบบสบายๆกับเชิตแขนสั้น กาเกงขาสั้น และรองเท้าหนังทรง Loafer   ฉลองพระองค์ด้วยสูทกระดุม 3 เม็ด Single breasted 3 button Blazer สีดำพร้อมพระมาลาทรง Fedora  เมื่อครั้งพระองค์ทรงศึกษษอยุ่ในมหาวิทยาลัย ณ เมืองโลซาน ฉลองพระองค์ด้วยชุดสูทและ Cardigan  ฉลองพระองค์ด้วยสูทกระดุมสองแถว Double breasted Blazer พร้อมทั้งฉลองพระเนตรกันแดด ทรงฉลองพระองค์ในสูทสีเทาทั้งชุดกับเนคไทสีเลือดหมูและเชิตขาวพร้อมด้วยพระองค์เจ้าสิริกิติ์ ทรงเสด็จทอดพระเนตรการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง G.I. Blue โดยมี Elvis เข้าเฝ้า ฉลองพระองค์สูทสีดำ เหน็บผ้าเช็ดหน้าแบบ Peakes ฉลองพระเนตรกันแดด  ฉลองพระองค์แบบสปอร์ตแวร์กันหนาวขณะทรงกีฬาสกี ฉลองพระองค์แบบสปอร์ตแวร์กันหนาวขณะทรงกีฬาสกี ฉลองพระองค์แบบสปอร์ตแวร์กันหนาวขณะทรงกีฬาสกี ฉลองพระองค์เชิตฮาวายแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นขณะทรงกีฬาเรือใบ    ข้าพพระพุทธเจ้าขอพระราชทานอนุญาติไม่ใช้คำราชาศัพท์ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม  Love & Loyalty  Majesty The King Rama 9    

  • Soul4Street Review : Gola คุณค่าของรองเท้าผ้าใบที่มาพร้อมประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี

    “คุณค่าที่มาพร้อมประวัติศาสตร์” หากเราจะเลือกแบรนด์ผลิตภัณฑ์กีฬาขึ้นมาสักหนึ่งแบรนด์ที่คู่ควรกับคำนิยามนี้ ก็คงจะมีไม่กี่แบรนด์ในโลกโดยหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมีชื่อของ ‘Gola’ แบรนด์รองเท้าผ้าใบสัญชาติอังกฤษที่มีอายุกว่า 100 ปี นั้นถือกำเนิดที่เมือง Leicester ในปี 1905 โดยเริ่มต้นมาจากการทำรองเท้าสำหรับกีฬาฟุตบอล ซึ่งชื่อแบรนด์ Gola นั้นก็เป็นการแผลงมาจากคำว่า Goal ที่แปลว่าการทำประตูนั่นเอง จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น Gola ได้ขยับขยายเรื่อยๆจนถึงช่วงปี 1960 จึงได้เริ่มกลายเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ด้านกีฬาด้านต่างๆ เช่น มวยสากล รักบี้ เทนนิส ในยุคนั้นมีนักกีฬาชื่อดังหลายคนได้สวมใส่ผลิตภัณฑ์ของ Gola ลงทำการแข่งขันไม่ว่าจะเป็น Bill Shankly ตำนานนักฟุตบอล หรือ ตำนานนักกรีฑาอย่าง Geoff Capes   Bill Shankly   จากชื่อเสียงของแบรนด์ในด้านกีฬาแล้ว Gola ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าภูมิใจนอกเหนือไปจากนั้นอีก คือ การได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตรองเท้าให้กับกองทัพของสหราชอาณาจักรเพื่อใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในทศวรรษที่ 60 ถึง 70 นั้น Gola ถือได้ว่าก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กีฬาอันดับ 1 ของเกาะอังกฤษเลยทีเดียว มีการโฆษณาโดยใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวการ์ตูนฟุตบอลชื่อดังของอังกฤษ อย่าง Roy จากเรื่อง Roy of the Rovers อีกด้วยซึ่งเป็นการตลาดที่นำสมัยมากในช่วงเวลานั้น  Roy จากเรื่อง Roy of the Rovers สวมใส่ผลิตภัณฑ์ของ Gola   ในตอนนี้แบรนด์ Gola ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้ว โดยจะเน้นไปที่ไลน์ Gola Classics ซึ่งเต็มไปด้วยรองเท้าโมเดลคลาสสิคต่างๆของแบรนด์ และในวันนี้เรามีรองเท้าหลายรุ่นมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันครับ ขอเริ่มต้นที่รองเท้า Gola Classic Tennis 79 ซึ่งเป็นรองเท้าสำหรับกีฬาแรคเก็ตทั้งหลาย เช่น เทนนิส หรือ สควอช โดยถูกผลิตออกมาครั้งแรกตั้งแต่ปี 1979 ตัวรองเท้าทำจากวัสดุหนังพรีเมี่ยมสีดำ ตัดกับหนังสีขาวบริเวณส้นเท้า ด้านข้างฉลุด้วยลาย Wingflash ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ Gola Gola Classic Tennis 79   ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความคลาสสิคทำให้รองเท้าคู่นี้สามารถใส่เข้าได้กับสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นแนว Street Fashion ตามสมัยนิยม หรือใส่กับเสื้อผ้าแนวลำลองที่ดูเรียบง่ายก็ทำได้ทั้งนั้น   โมเดลต่อมาเป็นรองเท้าสำหรับสาวๆบ้าง โดยความพิเศษของรองเท้าคู่นี้คือเป็นการร่วมงานกันระหว่าง Gola กับ Liberty London ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านของผ้าพิมพ์ลาย โดยเป็นการนำรองเท้า Gola Classics รุ่น Trainer ของผู้หญิงมาผสานเข้ากับลายแพทเทิร์นดอกไม้ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Liberty London จนออกมาเป็นรองเท้าโมเดลคลาสสิคที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ด้วยความที่รองเท้าคู่นี้มีลวดลายและสีสันที่จัดจ้านโดดเด่นในตัวเองอยู่แล้ว แค่เพียงนำไปผสมผสานกับการแต่งตัวสบายๆก็ทำให้ได้ลุคที่มีความเฉพาะตัวแล้ว และด้วยความที่รองเท้าคู่นี้เต็มไปด้วยสีที่หลากหลายดังนั้นจึงจับคู่แมทซ์กับเสื้อผ้าได้หลายสีมากๆ คู่ที่สามนี้เป็นรองเท้าของผู้ชายอีกรุ่นนึงที่คราวนี้มาพร้อมกับวัสดุที่เป็นหนังสีขาวสะอาดตา รองเท้าคู่นี้ คือ Gola Classics Vantage Trainer ที่พร้อมจะแมทซ์เข้าได้กับทุกการแต่งตัว เรียกได้ว่าสามารถเป็น Everyday Shoes หรือรองเท้าคู่เก่งที่สามารถสวมใส่ในๆทุกวันของคุณได้เลย Gola Classics Vantage Trainer   ปิดท้ายกันด้วยรองเท้าของสาวๆกันกับ Gola Classics Coaster Metallic High ซึ่งมาในทรงหุ้มข้อที่ดูย้อนยุค แต่ทันสมัยด้วยการใช้คู่สีเมทัลลิค เงิน/ทอง สำหรับรองเท้าคู่นี้น่าจะเหมาะกับผู้หญิงที่มองหารองเท้าซึ่งมีเอกลัษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำหรับเพื่อนๆที่สนใจรองเท้า Gola ที่เรานำมาแนะนำกันนี้ สามารถแวะไปสัมผัสตัวจริงกันได้ที่ร้าน Supersports ครับ รายละเอียดเพิ่มตามสามารถเข้าไปติดตามได้ที่ http://www.supersports.co.th/which-gola-are-you/            

  • The Weekly Pick : เครื่องแต่งกายที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ( 30 November 2016 )

    1.F.C. REAL BRISTOL X COCA-COLA WARM UP JACKET F.C. REAL BRISTOL คือหนึ่งไลน์การผลิตจากแบรนด์เสื้อผ้าสุดพรีเมี่ยมอย่าง SOPHNET.และคอลเลคชั่นนี้ได้ร่วมกับ COCA-COLA ซึ่งไอเทมที่เราเลือกมามีความน่าสนใจมาก ทั้งดีไซน์ที่มีกลิ่นของความสปอร์ตด้านหลังมีสกรีนโลโก้ของ COCA-COLA มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 2.Pizza Skateboards Emoji Delivery Boy Hat  หมวกทรงเบสบอลในปีนี้ยังคงได้รับความนิยมอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับหมวกใบนี้ได้หยิบเอาภาพอิโมจิรูปพิซซ่า ซึ่งเข้ากับชื่อแบรนด์ได้เป้นอย่างดี มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 3.Vans Sk8-Hi  x Dover Street Market  แน่นอนว่าความโดดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้คือเอกลักษณ์ที่ผสมผสานระหว่างสองไลน์รองเท้ายอดฮิตจาก Vans อย่าง Vans Sk8-Hi และสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ของการ Collab ครั้งนี้คือลวดลายแพทเทิร์นสุดคลาสสิค "ลายหมากรุก" ที่เลือกที่จะเป็นพระรองด้วยการถูกนำมาตกแต่งบริเวณ Upper แต่พอดีบริเวณข้างเท้าเท่านั้น  จะวางจำหน่ายที่ Dover Street Market  4.Staple Pigeon x Ghica Popa เสื้อยืดลายนกพิราบ signature ของ Staple ใน collection นี้ได้ศิลปินรับเชิญอย่าง Ghica Popa ที่มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบ graphic ที่เกี่ยวข้องกับรองเท้า sneakers มาออกแบบลวดลายให้ โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อตัวนี้ก็มาจาก Nike Dunk SB 'Pigeon' ที่ออกมาสร้างกระแสสนั่นวงการ sneakerhead ในปี 2005 นั่นเอง นอกจากนกพิราบแล้วก็ยังมีดีเทลเล็ก ๆ อย่าง box logo อยู่ที่แขนเสื้อด้านซ้าย และ ที่ด้านหลังของหัวไหล่ฝั่งขวาก็มีลาย 'Pigeon Poop' ที่สามารถเห็นได้จากหลาย ๆงานของ Staple Pigeon  มีวางจำหน่ายแล้วที่  Bratpack Thailand  5.A BATHING APE 1ST CAMO SHARK DAY PACK กระเป๋าที่นำลายเอกลักษณ์ของทางแบรนด์อย่างลายพราง 1ST CAMO  และรูปปากฉลาม มาดีไซน์ลงบนกระเป๋า ซึ่งถือว่าลงตัวเลยทีเดียว ได้กลิ่นอายของสตรีทแวร์และลุคแบบสปอร์ตๆ มีวางจำหน่ายแล้วที่ ฺBape Store  

  • มาดูกันว่าอะไรคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้แบรนด์ระดับ Luxury ถึงมีราคาโคตรแพง !!

    แบรนด์หรูต่างๆอาจจะอ้างว่า สาเหตุมาจากวัตถุดิบ แต่ด้วยราคาขายที่สูงลิบลิ่วบนป้ายราคา ทำให้พวกเราพยายามจำแนกรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของการซื้อสินค้ามียี่ห้อสักชิ้น ตั้งแต่การตลาดไปจนถึงราคาขายที่เพิ่มขึ้น เมื่อว่าด้วยเรื่องของเสื้อผ้าแบรนด์เนม และราคาขายบนป้ายราคา สิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ คือต้นทุนของการผลิตสินค้านั้นๆ Virgil Abloh ได้บอกกี่ยวกับคำถามที่ว่าทำไมสินค้าแบรนด์ Off-White ของเขา มีราคาขายที่สูงพอๆกับ ค่าเช่าห้องพักต่อเดือน (flatshare) ในLondon โซน 2 Abloh ได้ชี้ให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อเสื้อยืดโลโก้ Off-White ว่า มันคืองานศิลปะที่สร้างบนเสื้อผ้า โดยวัตถุ สิ่งของหรืออะไรก็แล้วแต่ อย่างเช่น การนำภาพของ Caravaggio มาอยู่บน T-shirt แล้วขายด้วยราคาถึง 180 ปอนด์ (ตีเป็นเงินไทยคร่าวๆประมาณ 9,000 บาท) อีกทั้ง Guram Gvasalia ซึ่งเป็น CEO ของ Vetements ยังเน้นย้ำถึงต้นทุนที่สูงกว่าปกติสำหรับเนื้อผ้าที่เขาเลือกใช้ในการผลิตสินค้า เมื่อเขาถูกตั้งคำถามโดย Sarah Mower ว่า ทำไมเสื้อฮู๊ดของ Vetements มีราคาสูงเกือบจะ 500 ปอนด์? (เงินไทยประมาณ 25,000 บาท) Guram ได้อธิบายว่า เสื้อฮู๊ดของเขาผลิตมาจาก cotton ที่มีน้ำหนักถึง 480 กรัม ซึ่งจะหนักกว่าcotton ที่ใช้ทำเสื้อฮู๊ดทั่วๆไปอยู่สองเท่า “ส่งผลให้ราคาการผลิต สูงขึ้นกว่าปกติถึงสองเท่าเช่นกัน” “Off-White founder Virgil Abloh” ความคิดและความเชื่ออย่างแพร่หลายเกี่ยวกับ high fashion หรืออย่างน้อยการตลาดของแบรนด์ high-end เหล่านี้คือ ยิ่งคุณจ่ายเงินแพงมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งได้สินค้าที่ดีมากขึ้นเท่านั้น โดยคร่าวๆคุณสามารถคาดหวังได้ว่า เสื้อสเวตเชิ้ตของ Off-White จะทนทานกว่าเสื้อสเวตเชิ้ตที่ซื้อจาก Primark (ห้างที่ขายสินค้าราคาถูก) แน่นอน เมื่อพิจารณาสินค้าที่ผลิตในประเทศอิตาลีหรือโปรตุเกส โดยทั่วไปจะมีคุณภาพที่ดีกว่า สินค้าที่ผลิตในบังคลาเทศ นั่นหมายถึงราคาขายที่สูงกว่าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม Sunspel แบรนด์ของประเทศอังกฤษ เป็นที่รู้จักดีว่าได้ผลิตเสื้อยืดที่มีการตัดเย็บที่เนี๊ยบและใช้วัตถุดิบที่ดี มีราคาขายเพียงหนึ่งในสามของแบรนด์ดังข้างต้น และยังสามารถทำกำไรได้ นี่จึงทำให้เกิดจุดที่น่าคิดว่า บางทีราคาขายที่สูงลิบลิ่วของแบรนด์ดังเหล่านั้น อาจจะไม่ได้เป็นเพราะวัตถุดิบซะทั้งหมดทีเดียว ความจริงแล้วมันมีกระบวนการมากมายหลายสเต็ป เริ่มตั้งแต่การออกแบบของดีไซเนอร์ กว่าจะได้มาเป็นสินค้าแต่ละชิ้นที่พวกเราได้มาสวมใส่ สิ่งเหล่านี้นั่นเองที่ได้สะท้อนให้เห็นจากราคาขายของมัน จึงขอหยิบยก must-have ไอเท็มของปีนี้มาเป็นตัวอย่าง นั่นก็คือ T-shirt สีเหลืองของ Vetements ที่มีโลโก้ของ DHL เห็นเด่นชัดอยู่บนเสื้อ ซึ่งขายในราคาถึง 185 ปอนด์ (เงินไทยประมาณ 9,250 บาท) และมันได้ถูกขายหมดเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ได้วางจำหน่าย เรามาเริ่มจากสเต็ปแรกกันเลยดีกว่า เริ่มต้นจะเป็นช่วงเวลาของดีไซเนอร์ที่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการตัดสินใจเลือกว่า จะใช้อะไรเป็นสัญลักษณ์ที่จะสื่อสารได้ดีและมีประสิทธิภาพสูง ในที่สุด DHL ได้ถูกเลือกมาเป็นโลโก้ จากนั้นจะมีค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตเพื่อใช้โลโก้ของ DHL ขั้นตอนถัดไปจะเป็นเรื่องของการเลือกวัตถุดิบ ซึ่งเคสนี้ Vetements ได้เลือกใช้ high-end cotton เมื่อได้วัตถุดิบแล้วต่อไปจะเป็นเรื่องของการผลิตสินค้า Vetements ได้เลือกบริษัท SICI93 ในโปรตุเกส บริษัทนี้ได้ผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ดังต่างๆ เช่น AMI, Burberry และ Margaret Howell เมื่อสินค้าผลิตเสร็จเรียบร้อย จึงพร้อมส่งจำหน่ายทั่วโลกทันที สิ่งสำคัญถัดไปคือสถานที่ ที่จะวางขายสินค้าของพวกเขา “That Vetements DHL T-Shirt” อย่างไรก็ดีทั้ง Vetements และ Off-White ไม่ได้มีช็อปหรือหน้าร้านเป็นของตัวเอง และแม้ว่า Off-White จะมีเว็ปไซต์ของตัวเอง แต่แบรนด์ทั้งสองนี้ส่วนใหญ่จะขายให้กับร้านค้าปลีกต่างๆ (retailers) ซึ่งราคาที่ขายให้กับ retailers อย่างต่ำๆก็คงไม่ต่ำกว่าสองเท่า เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนและบวกกำไรเข้าไปแล้ว ร้านค้าปลีกเองก็เช่นกัน เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนและบวกกำไรเข้าไป จึงตั้งราคาอย่างต่ำสองเท่าของราคาที่ซื้อมา นั่นหมายความว่า พวกเราซึ่งเป็นลูกค้าจะต้องจ่ายเงินในการซื้อสินค้าถึง 4 เท่าของราคาต้นทุนการผลิต จึงไม่แปลกใจเลยว่า เมื่อราคาการผลิตมีต้นทุนที่สูงขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ราคาขายอยู่ที่ตัวเลข 3 หลัก “Harrods menswear department” ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่ออ้างอิงจาก Business of Fashion ที่ได้กล่าวไว้ว่า ผู้ถือหุ้นทั้งหลายคาดหวังส่วนต่างของต้นทุน อยู่ที่ 65% มากกว่าการตั้งราคาเป็นสองเท่า ต้นทุนการผลิตนั้นแท้จริงแล้วเป็นแค่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด กว่าที่จะนำสินค้าที่เริ่มตั้งแต่การสเก็ตภาพจากดีไซเนอร์จนกระทั่งวางขาย ค่าใช้จ่ายอื่นๆได้แก่ เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า การขนส่งสินค้า แต่ค่าใช้จ่ายหลักจริงๆจะอยู่ที่การตลาด เริ่มตั้งแต่แฟชั่นโชว์ในแต่ละงานมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 10,000 ปอนด์ต่อนาที ค่าตัวของเซเล็ปในการจ้างให้สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองแล้วโฆษณาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ เช่น Instragram อยู่ที่ 6 หลักและหลักล้าน เพื่อที่จะได้อยู่บนแมกกาซีนชั้นนำต่างๆ การตลาดเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อกระตุ้นความต้องการของลูกค้าอย่างพวกเราเพื่อที่จะหาซื้อมาครอบครอง นั่นจึงหมายความว่า แท้จริงแล้วที่พวกเรายอมใช้เงินมากมายในการเป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนม หลักๆเลยนั้นเราจ่ายเงินให้กับการตลาดที่ปลูกฝังความคิดและจิตใจของพวกเรา ให้อยากได้สินค้านั้นๆมาครอบครอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นราคาที่สูงลิบลิ่วของสินค้าแบรนด์เนมเหล่านี้ เป็นเพียงจุดหนึ่งที่ทำให้สินค้ามีความพิเศษ เป็นที่ดึงดูด เพราะว่าคนเรามักต้องการสิ่งที่เราไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ หรือยากที่จะเป็นเจ้าของ ยกตัวอย่าง แบรนด์ hi-end อย่าง Burberry ซึ่งในช่วงปี 2000s เริ่มที่จะกลายเป็นแบรนด์ทั่วๆไป เพราะเราได้เห็นว่ามีคนสวมใส่สินค้าแบรนด์นี้อยู่ไปทั่ว ตั้งแต่คนระดับล่างจนถึงระดับสูง และสิ่งนี้นั่นเอง “การมีอยู่ทั่วๆไป พบได้ในทุกหนทุกแห่ง” เป็นจุดที่ทำให้ความหรูหราของแบรนด์ลดลง แล้วอะไรล่ะที่จะคือทางแก้ปัญหาของแบรนด์ คำตอบคือ การเพิ่มราคาสินค้าให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่จะกันไม่ให้กลุ่มคนระดับล่างมาครอบครองได้ และสิ่งนี้นั้นจะทำให้คนมีฐานะมีความต้องการครอบครองแบรนด์นี้อีกครั้ง จะเห็นว่าการทำแบบนี้ไม่มีอะไรผิด เพราะเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้แบรนด์ระดับ high-end มีราคาโครตจะแพง เพราะนั่นทำให้คนมีความปรารถนาที่จะได้มาครอบครอง และยอมที่จะจ่ายให้กับราคาไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ตาม เพราะในวัฒนธรรมความคิดของคนนั้น ราคาย่อมมาพร้อมกับคุณภาพ จากผลการศึกษาของ CalTech เมื่อปี 2008 พบว่า “เมื่อทดสอบด้วยไวน์ชนิดเดียวกัน แต่ได้บอกกับคนที่ดื่มว่า แก้วนึงมีราคาสูงกว่าอีกแก้วนึง สิ่งที่พบคือ คนจะมีความสุขมากกว่าเมื่อได้ดื่มไวน์แก้วที่แพงกว่า” ในวงการแฟชั่นก็เช่นเดียวกัน เราย่อมคิดว่าเสื้อ T-shirt ราคา 185 ปอนด์ ย่อมดีกว่าพวกราคาตัวละ 40 ปอนด์แน่นอน แม้ว่าแท้จริงแล้วคุณภาพอาจจะไม่ต่างกันเลยก็ตาม “Burberry SS16” แต่สิ่งที่แบรนด์ดังต่างๆได้อ้างเสมอๆนั้นว่า คุณจ่ายสูงเพราะต้นทุนการผลิตที่สูง นั่นดูเหมือนจะไม่จริงซะทีเดียว มีแบรนด์อื่นๆมากมายที่ได้ผลิตเสื้อยืดแบบมีคุณภาพ อย่าง Sunspel และ Tom Cridland ซึ่งมีราคาเพียง 35 ปอนด์และมาพร้อมกับการการันตี 30 ปี แต่ไม่ได้เข้าหา Marip Testino เพื่อถ่ายภาพลงนิตยสาร หรือไปเปิดร้านใน Bond Street สิ่งที่เราได้พบเห็นคือ ผู้คนก็ไม่ได้ต่อคิวข้ามคืนเพื่อที่จะหาซื้อสินค้านั้นมาครอบครอง และถ้าพวกคุณคือคนนึงที่ซื้อสินค้าแบรนด์เนม จาก hype อย่างน้อยคุณควรที่จะรู้ว่า แท้จริงแล้วเงินที่คุณจ่ายไป คุณได้จ่ายให้กับอะไร คุณได้ซื้อความพิเศษ ซื้อชื่อเสียงของแบรนด์ หรือการที่คุณยอมจ่ายมากกว่าเพื่อที่จะเป็นเจ้าของในสิ่งที่คนอื่นๆไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินไปกับสิ่งที่มีคุณภาพย่อมดีกว่าจ่ายเงินเพียงน้อยนิดกับสิ่งที่ใช้เพียงครั้งสองครั้งแล้วทิ้ง ซึ่ง Guram Gvasalia กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า “มันเป็นการดีกว่าที่คนจะเก็บเงินเพื่อซื้อสินค้าราคาแพงสักชิ้น เพราะพวกเขาจะรักและใส่ใจ ชื่นชม สินค้านั้นเป็นเวลายาวนาน ซึ่งต่างกับการใช้เงินซื้อเสื้อผ้าราคาไม่สูงนักทุกสัปดาห์แล้วก็ทิ้งขว้างสินค้าเหล่านั้นอย่างไม่ใส่ใจ” ส่งผลให้ความคิดหลักๆของเขาคือ การจำกัดจำนวนสินค้าที่ผลิตออกมา เพื่อให้คนที่ได้ครอบครองสินค้าของเขานั้น รัก ชื่นชม และใส่ใจสินค้าชิ้นนั้นอย่างยาวนาน สุดท้ายด้วยไอเดียที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้แฟชั่นในทุกวันนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงจาก “fast fashion” สู่ “slow fashion” และอีกครั้ง คุณควรตระหนักเสมอว่าเมื่อคุณจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงสักชิ้น แท้จริงแล้วคุณจ่ายเงินเพื่อซื้ออะไร Source by : fashionbeans Translate by : APPLIQUEz

  • The Weekly Pick : เครื่องแต่งกายที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ( 27 November 2016 )

    1.Kenzo Script Tee แบรนด์ไฮเอนด์ดีไซน์สุดชิคที่ในยุคนี้ไม่มีไคไม่รู้จัก สำหรับเสื้อตัวนี้มีความคลาสสิคด้วยดีไซน์ลวดลายกราฟฟิค กับโทนสีที่ใส่ได้แบบไม่มีตกยุค มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 2.Off-White Construction Cap ในชั่วโมงนี้คงไม่มีไครไม่รู้จักแบรนด์ไฮเอนด์สตรีทสุดล้ำ การออกแบบด้วยการนำทรงหมวกในสไตล์เบสบอลที่กำลังมาแรง ใส่ลายออกแบบคลาสสิคโมเดิร์นตรงด้านหน้า มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 3.Herschel Supply "Alexander" Studio Collection  กระเป๋าทรง Tote Bag นี้เราแอบชอบเป็นพิเศษ เพราะมันช่างเข้ากันได้ดีกับลุคแบบสตรีท หรือจะมาในลุคแบบหนุ่มนักธุรกิจที่ดูคูลๆก็ลงตัว กระเป๋าใช้วัสดุ Tarpaulin สีดำ ด้านหน้ากระเป๋ามีดีเทลเล็กๆอย่างช่องซิปที่เราแอบชอบมากๆ ทางแบรนด์ได้ดีไซน์ออกมาให้ช่องซิปนี้เป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นของกระเป๋า แต่เรามองว่าตรงจุดนี้แหละมันคือเสน่ห์ของใบนี้ มาถึงช่องตรงกลางที่สามารถจุของได้เยอะเลยทีเดียว ด้านในมีช่องซิปเอาไว้ใส่กระเป๋าเงินหรือของสำคัญๆด้วย  ติดตามได้ที่ Herschel Supply Store สาขา Megabangna ร้าน Bratpack สาขา CentralFestival EastVille, CentralPlaza Pinklao, CentralPlaza Westgate และ Terminal 21 ร้าน Seek สาขา Central Embassy และ Megabangna ร้าน Kanvas สาขา Megabangna  4.GANRYU Wool Tweed Jacket แบรนด์สุดพรีเมี่ยมจากแดนปลาดิบ เสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้ทำจากผ้า Wool พรีเมี่ยมทั้งตัว มีกระเป๋าด้านหน้าสองข้าง และติดด้วยแป๊กกระดุมด้าหน้า ดูเรียบง่ายคลาสสิค  มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก 5.adidas NMD x Bape  หนึ่งในรองเท้ามาแรงประจำสัปดาห์นี้ เมื่อแบรนด์สปอร์ตชื่อดังอย่าง adidas มาร่วมกับแบรนด์สตรีทสัญชาติญี่ปุ่น Bape และเป้นการนำเอาทรงรองเท้าที่กำลังได้รับความนิยมที่สุดอย่าง NMD มาใส่ลายคาโม่อันโด่งดัง ตอนนี้หาได้จากตลาดรีเซลอย่างเดียว

  • Soul4Street Review : Nike Special Field Air Force 1 กับการออกแบบจากรองเท้าคอมแบททหาร

    Nike Air Force 1 รองเท้าในรุ่นนี้คงเป็นที่รู้จักราวกับเพื่อนสนิทสำหรับเหล่านักสะสมรองเท้าตั้งแต่ยุคปลาย 90’s ถึง 2000’s ด้วยในยุคสมัยนั้นได้รับอิทธิพลจากดนตรีแนวฮิปฮอปที่มีอิทธิพลอย่างสูงในการแต่งกายในยุคนั้นเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการเวลาที่พัดผ่านทำให้รองเท้าในรุ่นนี้ค่อยๆห่างหายไปตามยุค ซึ่งสำหรับในยุคนั้นแล้วรองเท้าในรุ่นนี้ออกรุ่นพิเศษเจ็บๆออกมาเพียบไม่น้อยหน้ารองเท้าที่กำลังคึกโคมกันอยุ่ในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย นี่จึงถือได้ว่ารองเท้า Nike Air Force 1 เป็นรองเท้าคลาสสิครุ่นหนึ่งของ Nike ไปแล้วเรียบร้อย และแล้วเวลาก็วนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ Nike ได้นำเอารองเท้าในรุ่น Air Force 1 กลับมาปัดฝุ่นใหม่ด้วยการออกแบบรองเท้าที่นำเอาความพิเศษด้วยรูปทรงและความเป็นมานำมาใส่ลงบนตัวรองเท้ารุ่นพิเศษนี้กับรองเท้าในรุ่น Nike Special Field Air Force 1 การออกแบบรองเท้าและวัสดุ  การออกแบบรองเท้าในรุ่นนี้นั้นเป็นการนำเอารองเท้าในรุ่น Air Force 1 มาออกแบบใหม่ด้วยแรงบันดาลใจจากรองเท้าบูททหารหรือที่บ้านเราเรียกว่ารองเท้าคอมแบท กับทรงรองเท้าที่สูงเช่นเดียวกับรองเท้าทหารทุกประการรวมถึงรูร้อยเชือก และสายรัดรองเท้าที่ปักป้ายแท็คเอาไว้ โดยนำแบบอย่างมาจากรองเท้าทหารสมัยก่อนทุกอย่าง วัสดุที่ใช้ของตัวรองเท้าในส่วนของ Upper นั้น ทำจากหนัง Nubuck ในส่วนของด้านหน้าของตัวรองเท้าและผ้าใบ Canvas ในส่วนของด้านท้ายของรองเท้า ในส่วนของพื้นรองเท้านั้นจะใช้เป็นสีน้ำตาลกับวัสดุพื้นยางให้อารมวินเทจแบบสุดๆ ความรู้สึกเมื่อสวมใส่ ถ้ามองจากภาพคุณคงคิดว่ามันจะต้องหนักแน่ๆ เช่นเดียวกับผมที่คิดว่ามันต้องหนักแน่นอนเวลาสวมใส่ แต่เมื่อถึงเวลาใส่จริงๆแล้วมันเบามาก พื้นรองเท้าก็นุ่มมากเช่นกัน ไม่มีอาการบาดเท้าเลย ถ้าใครที่ชื่นชอบการออกแบบรองเท้าที่ไม่เหมือนใคร มีกลิ่นของสไตล์วินเท็จเข้ามาผสมผสานด้วยแล้วล่ะก็ รองเท้าคู่พิเศษคู่นี้เหมาะสุดๆ สำหรับรองเท้าในรุ่น Nike Special Field Air Force 1 มีด้วยกันทั้งหมดสี่สีคือ เขียว ดำ ขาว และน้ำตาล ราคาอาจจะสูงสักหน่อยแต่รับรองเท้ามันจะใส่ได้อีกยาวๆ Photographer : Chang Songaksorn

  • Soul4street Review : Mercury Liteknit ‘Cloud Equipment’ กับเทคโนโลยีที่สุดของความเบาจากแบรนด์ Native Shoes

    ในช่วงใกล้ปีใหม่นี้เรามักจะได้เห็นแบรนด์รองเท้าแต่ละแบรนด์งัดไม้เด็ด ส่งคอลเลคชั่นรองเท้ากันออกมาชนิดที่เรียกว่าไม่เกรงใจเงินในกระเป๋ากันเลย ซึ่ง Native Shoes ก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ส่งไม้เด็ดออกมา ให้เหล่าสาวกคนรักรองเท้าได้ติดตามกัน โดยรองเท้าที่ทางแบรนด์ได้ออกมาวางจำหน่ายมีชื่อรุ่นว่า AP MERCURY LITEKNIT คอลเลคชั่น Cloud Equipment ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ที่น่าสนใจจนเราอยากนำมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน ต้องขอบอกก่อนว่า Native Shoes เป็นแบรนด์รองเท้าที่เราชื่นชอบ ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูเรียบง่ายโมเดิร์น และที่สำคัญเลยคือ “ความเบา” ซึ่งเป็นจุดขายของแบรนด์นี้เลย บางครั้งเราก็คิดว่าถ้ารองเท้ามันจะเบาขนาดนี้ ตอนเดินแล้วจะเราลอยขึ้นฟ้าหรือเปล่า (ฮ่าๆ) กลับมาว่ากันต่อถึงเจ้ารองเท้าที่เรานำมารีวิวกันในครั้งนี้ AP MERCURY LITEKNIT นั้นคือรองเท้าตัวล่าสุดที่ทางแบรนด์ได้พัฒนาต่อยอดออกมา คำว่า AP ด้านหน้าเป็นตัวย่อมาจาก APOLLO PLATFROM ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าโครงสร้างของรองเท้านั้น จะมีรูปทรงคล้ายกับรุ่น APOLLO MOC ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นยอดนิยมที่ขายดีมาก และนำมาพัฒนาใส่เทคโนโลยีล่าสุดของทางแบรนด์ลงไปตรงส่วนของ Upper ที่เป็นวัสดุอย่างผ้าถัก ELASTICIZED 3D KNIT (LITEKNIT) ข้อดีของเทคโนโลยีนี้อย่างแรกคือเลยมีน้ำหนักเบา ขอย้ำอีกทีว่าเบามากกก.. เวลาใส่จะรู้สึกเหมือนกับสวมใส่ถุงเท้า กระชับเข้ากับรูปเท้าของเรา มีความยืดหยุ่นสูงเลยทีเดียว และใครที่เวลาใส่รองเท้าแล้วมักจะมีกลิ่นเท้าไม่พึงประสงค์ เจ้าเทคโนโลยี่นี้ก็สามารถช่วยคุณได้เพราะมันค่อนข้างระบายอากาศลดความอับชื้นได้ดี และตรงส่วนของส้นรองเท้าจะมี Heel Tab ที่ไว้ดึงใส่รองเท้าได้ง่ายขึ้น อีกหนึ่งจุดที่จะต่างจากรุ่นทั่วไปคือตรงส่วนเชือกรองเท้า โดยในรุ่นนี้จะใช้เชือกแบบกลมสีดำปลายเชือกสีขาวมีคำว่า Native ตรงเชือกมีลาย Texture ซึ่งมันดูเข้ากันได้ดีกับลายถักตรงส่วนของ upper คราวนี้มาดูกันตรงส่วนของพื้น INSOLE (แผ่นรองเท้าด้านใน) กันบ้าง ตรงส่วนนี้เป็นอีกส่วนที่ทางแบรนด์ได้พัฒนาออกมาล่าสุด เป็นการนำเอา SUPERFOAM PERFORATED INSOLE ที่มีความนุ่มสบาย ยิ่งบวกรวมเข้ากับพื้นยาง EVA ที่มีคุณสมบัติช่วยรองรับแรงกระแทกเวลาเดินหรือวิ่ง ยิ่งทำให้รองเท้าคู่นี้ทั้งเบาและนุ่มเบาสบายมากเลยทีเดียว ซึ่งข้อดีของรองเท้ารุ่นนี้ค่อนข้างตอบโจทย์ให้กับคนที่ชื่นชอบการใส่รองเท้าผ้าใบได้เป็นอย่าง ยิ่งรวมกับการดีไซน์ที่ทันสมัยรองเท้าทรงกำลังสวยไม่ใหญ่เทอะทะ และโทนสีแบบดำดุทั้งคู่ ยิ่งทำให้เราอยากบอกว่า “ห้ามพลาดกับรองเท้าคู่นี้ พลาดแล้วจะเสียดาย” หากใครสนใจสามารถติดตามได้ที่ (รองเท้าจะวางจำหน่ายวันที่ 2 ธันวาคม 2559) * UPPERGROUND เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 (ใกล้ทางเข้า Isetan) โทร. 02-252-7372 * SEEK SHOP CENTRAL EMBASSY ชั้น 3 โทร. 02-160-5689 * SEEK SHOP MEGABANGNA ชั้น 1 โทร. 02-105-1835  * BRATPACK SHOP TERMINAL 21 ชั้น 2 LONDON โทร. 02-015-9394 Facebook : www.facebook.com/NativeThailand   Photographer : Supasin Daungkrajung

NEWS & ACTIVITIES

Soul4street นำเสนอ Lookbook ไอเทมเด็ดคอลเลคชั่นใหม่ร้าน Vanquish Thailand Store

ตอนนี้ทาง Vanquish Thailand Store ได้นำสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ที่น่าสนใจจากแบรนด์ Vanquish, FR2 และ Demiy by Vanquish & Fragment มาวางจำหน่าย ซึ่งมีทั้งกางเกงยีนส์ เสื้อยืด เสื้อเชิ๊ต เสื้อแจ็คเก็ต หมวกทรงเบสบอล และหมวกไหมพรม แต่ละชิ้นเราขอบอกเลยว่าเด็ดๆทั้งนั้น ทั้งการดีไซน์รวมถึงคุณภาพในของแต่ละชิ้น  และทาง Soul4street ได้คัดไอเทมเด็ดมาถ่าย Lookbook  รวมถึงได้มิกซ์แอนด์แมตซ์เสื้อผ้าของทางร้าน Vanquish Thailand…

Guardians of the Galaxy Vol. 2 กับภาคต่อจากปฐมบทของขบวนการกอบกู้จักรวาล !

พบกับเหล่า Guardians กันได้อีกครั้งกับภาคใหม่ของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สุดป่วนจากค่าย MARVEL " Guardians of the Galaxy" ร่วมวงด้วยเหล่าฮีโร่อย่าง Star-Lord (Chris Pratt), Drax (Dave Bautista), Gamora (Zoe Saldana), Rocket (Bradley Cooper) และ Groot (Vin Diesel) กับการต่อสู้ครั้งใหม่ที่พวกเขาจะต้องปกป้องกาแล็คซี่จากเหล่าวายร้ายอีกครั้ง ซึ่งในตัวอย่างภาพยนตร์ม้วนนี้ก็มีฉากสนุก ๆ บู๊สุดมันส์แทรกด้วยมุกตลกอย่าง GROOT ฮีโร่รากไม้พูดน้อยจอมถึกที่โผล่มาในรูปของทารกตัวน้อยสุดน่ารักอีกด้วย…

9 ของขวัญที่ท่านควรจะเลือกซื้อให้คุณพ่อ เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาตินี้

การให้ของขวัญกับคุณพ่ออาจเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของมนุษย์ลูกที่ต้องคอยคาดเดาความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์พ่อ ผู้ที่แทบจะไม่ปริปากบ่นความกดดันทั้งหลายทั้งมวลในครอบครัวที่เขาต้องแบกรับอยู่ในทุกวันนี้ และเนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติซึ่งตรงกับวันที่บทความนี้ได้ถูกเขียนขึ้น ทางเรามีข้อเสนอที่น่าสนใจในการเลือกซื้อของขวัญวันพ่อให้กับคุณพ่อผู้น่ารักของเรามาฝากทุกคนกันในวันนี้…

นี่คือเหตุผลที่ Justin Bieber ประกาศกร้าว เลิกเล่น Instagram อย่างถาวร !?

ในระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต "Purpose Tour" ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือนที่แล้ว Justin Bieber ได้เดินออกจากเวทีเนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าเขาไม่สามารถทนฟัง "เสียงกรี๊ด" ของแฟน ๆ ที่พยายามแทรกการพูดจาในทำนองจริงจังของเขาในระหว่างพักเบรค ซึ่งส่งผลให้แฟน ๆ ช็อคไปตาม ๆ กัน เขาหัวเสียและเกรี้ยวกราดจนต้องโพสต์ Twitter สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนั้น (ซึ่งเขาลบออกแล้วเป็นที่เรียบร้อย)…

HYPEFEET : มวยถูกคู่เมื่อ Nike และ adidas มาดวลกันตัวต่อตัว กับการต่อสู้ของ "Triple Black" จากทั้งสองค่าย !

ฝ่ายแดง รองเท้าสนีกเกอร์สไตล์ futuristic ที่ได้รับแรงบันดาลใจหลัก ๆ มาจากถุงเท้าหุ้มข้อของนินจาญี่ปุ่นโบราณ ทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าในแถบประเทศโลกตะวันตกสวมใส่ออกงานกันอย่างหนาตา และเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับทางฝั่งแบรนด์ Swoosh รุ่นนี้ กับคู่สีใหม่ด้วยโทนสีดำสนิทอย่าง Nike "Triple Black" Flyknit Racer ในส่วนของวัสดุหลักสามส่วนถูกย้อมเป็นสีดำเนื้อสีแตกต่างกัน…

Anti Social Social Club x mastermind JAPAN มาดูกันให้ชัด ๆ กับสุดยอดแห่งคอลเล็คชั่นพิเศษส่งท้ายปีเก่า

ไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายความน่าตื่นตาตื่นใจของข่าวใหญ่ข่าวนี้ด้วยข้อความว่าอย่างไรถึงจะอธิบายความรู้สึกของผู้เขียนที่มีอยู่ในใจเมื่อได้เห็นข่าวนี้บนโลกอินเตอร์เน็ตได้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากสองฝากฝั่งซีกโลกอย่าง Anti Social Social Club แบรนด์สตรีทจาก Los Angeles ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ขอแบรนด์สายพังค์ญี่ปุ่นสุดคลาสสิคในตำนาน เจ้าของตราสัญลักษณ์กระโหลกไขว้อย่าง…

Gucci Mane x Stance กับคอลเล็คชั่นถุงเท้าลายเก๋ไก๋สุดเอ็กซ์คลูซีฟ !

ไม่ได้มีเพียงแต่แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Supreme เท่านั้นที่สนใจในตัวของ "GUWOP" เพราะว่าในวันนี้ แบรนด์ชื่อดังอย่าง Stance ก็ได้บรรจงถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Gucci mane ลงบนคอลเล็คชั่นถุงเท้าสุดพิเศษสองสีสองสไตล์ให้พวกเราได้เลือกสรรค์กันแล้ววันนี้ ซึ่งถุงเท้าทั้งหมดก็จะมีอยู่สองลายให้เลือกใส่ด้วยกัน อันได้แก่ ถุงเท้าที่สกรีนลายใบหน้าของ Gucci mane ด้วยสีเขียว แดง , ดำ สุดเท่ห์…

Dress Like Daddy Style : แต่งตัวตามรอยพ่อพระบาทสมเด็จพระปรมิน ฯ

ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ทำให้เราชาวไทยรวมทั้งชาวโลกได้ประจักษ์กันอย่างมากมายทั้งโครงการพระราชดำริ ทางด้านกีฬาแล้วนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่นอกเหนือจากการทรงงานและด้านอื่นๆนั้นคงจะเป็นการแต่งกายในสไตล์ที่เรียกว่า Preppy เป็นสไตล์การแต่งตัวที่พระองค์ชอบฉลองพระองค์อยู่เสมอครั้งยังทรงงานหรือประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ  สำหรับการแต่งตัวในสไตล์…

แกะกล่อง Nike HyperAdapt 1.0 ด้วยดีไซน์สุดล้ำนำสมัยของรองเท้าสนีกเกอร์แห่งโลกอนาคต

ดูเหมือนว่าทาง Nike จะประกาศรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรองเท้าสนีกเกอร์พร้อมระบบผูกเชือกอัตโนมัติ (auto-lacing) ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าจะวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ซึ่งประกาศฉบับนี้อาจทำให้สาวก Swoosh ทั่วโลกผิดหวังกันไปบ้างกับราคาที่สูงขนาดนี้ ($720 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณสองหมื่นสามพันบาทโดยประมาณ) เพราะเงินในจำนวนขนาดนี้สำหรับรองเท้าหนึ่งคู่อาจจะไม่ใช่ราคาที่ยอมรับได้กับใครหลาย…

รวบรวมสไตล์การแต่งตัวของผู้ที่ไปต่อคิว Vetements x Reebok กับการวางจำหน่ายที่ Dover Street Market London

จากการวางจำหน่ายสนีกเกอร์สุดไฮป์ตัวล่าสุดจากแบรนด์รองเท้าดังฝั่งเกาะอังกฤษที่หันไปรวมมือกับแบรนด์ฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง Vetements ส่งผลให้มีผู้อยากครอบครองรองเท้าสนีกเกอร์สุดงดงามนี้เป็นอย่างมาก ทำให้เกิดการต่อคิวเข้าซื้อรองเท้ากันตั้งแต่กลางดึกของวันก่อนการวางจำหน่ายรองเท้าสนีกเกอร์คู่นี้ที่ Dover Street Market ใจกลางกรุงลอนดอน ถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็คชั่น…

Air Jordan กับการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์อย่าง ‘Space Jam’ ด้วยอีเวนท์สุดพิเศษใน Los Angeles

แบรนด์จั๊มพ์แมนในตำนานของผู้รักในกีฬาบาสเก็ตบอลอย่าง Air Jordan ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษที่มีชื่อว่า "Space Jam" ซึ่งประกอบไปด้วยรองเท้าสนีกเกอร์ 5 แบบ 5 สไตล์ เสื้อผ้า และ เครื่องประดับต่าง ๆ ภายใต้คอนเซ็ปท์จากภาพยนตร์อนิเมชั่นชื่อดังที่ Michael Jordan ร่วมเล่นบาสเก็ตบอลกับเหล่าตัวการ์ตูนจากค่าย Looney Tunes ต่อสู้กับเอเลี่ยนนักบาสจากต่างดาว "Space Jam"…

adidas NMD_XR1 "PK Pack" กับการอัพเกรดครั้งใหญ่ด้วยเทคโนโลยีผ้า Primeknit เบาสบาย

ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่องสำหรับซีรี่ย์ adidas NMD ที่ปล่อยรุ่นใหม่ๆ ออกมาวางจำหน่ายตลอดเวลา เรียกได้ว่าอัพเดทกันรายวันกันเลยทีเดียว กับล่าสุด adidas NMD XR1 “PK Pack” ในรูปแบบสีดำสีน้ำตาลแทนล้วนวัสดุที่เป็นผ้า Primeknit เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อน ๆ ที่ใช้ผ้า Mesh ถักเป็นลายตามขวางสไตล์ Glitch ห่อหุ้มด้วย TPU Cage พร้อมรูร้อยเชือกรองเท้าในตัว ปลั๊กตัวเล็กที่เดิมจะสลักคำว่า adidas…

BAPE STORE กับโลเคชั่นแห่งใหม่ใจกลางกรุงโซล เนรมิตความเท่ห์ของแบรนด์สตรีทแดนปลาดิบในถิ่นกิมจิแล้ววันนี้ !

มองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1993 ที่ NIGO และแบรนด์ของเขาได้ต่อยอดความสำเร็จอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยเสื้อผ้าที่มีสไตล์โดดเด่นเฉพาะทาง และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างชัดเจน และกับการได้พบกับโลเคชั่นแห่งใหม่ที่จะเนรมิตสเน่ห์ของเจ้าลิงดุให้ชาวกังนัมได้เลือกสรรค์กันในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสำหรับคนไทยการไปเที่ยวในประเทศเกาหลีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คนไทยหลาย…

adidas UltraBOOST NYC-Exclusive "Statue of Liberty" รองเท้าสนีกเกอร์แห่งยุคกับคู่สีของเทพีเสรีภาพ

กลับมาอีกครั้งกับรองเท้าสนีกเกอร์สไตล์แห่งยุคสมัยจากแบรนด์สามแถบ ที่ในคราวนี้ก็ได้ถือโอกาสออกคู่สีใหม่ในโปรเจ็คท์สุดพิเศษ ที่มีชื่อสีว่า "Statue of Liberty" (เทพีเสรีภาพ) นั่นเอง ซึ่งการออกรองเท้าสนีกเกอร์นี้เกิดขึ้นเนื่องในโอกาสพิเศษที่ทาง adidas ได้เปิด flagship store แห่งใหม่ใจกลางมหานครที่มีฉายาว่า "BIG APPLE" อย่างนิวยอร์ค โดยสีของรองเท้าคู่นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก…

Soul4Street Review : Gola คุณค่าของรองเท้าผ้าใบที่มาพร้อมประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี

“คุณค่าที่มาพร้อมประวัติศาสตร์” หากเราจะเลือกแบรนด์ผลิตภัณฑ์กีฬาขึ้นมาสักหนึ่งแบรนด์ที่คู่ควรกับคำนิยามนี้ ก็คงจะมีไม่กี่แบรนด์ในโลกโดยหนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมีชื่อของ ‘Gola’ แบรนด์รองเท้าผ้าใบสัญชาติอังกฤษที่มีอายุกว่า 100 ปี นั้นถือกำเนิดที่เมือง Leicester ในปี 1905 โดยเริ่มต้นมาจากการทำรองเท้าสำหรับกีฬาฟุตบอล ซึ่งชื่อแบรนด์ Gola นั้นก็เป็นการแผลงมาจากคำว่า…

20 รองเท้าสนีกเกอร์ที่แพงที่สุดจากงาน Solemart Munich 2016 !!

เนื่องด้วยงานมหกรรมคนรักรองเท้าที่ประเทศเยอรมัน " Solemart Munich 2016 " ซึ่งจัดขึ้นเพื่อการชุมนุมรวบรวมกลุ่มคนรักรองเท้าสนีกเกอร์ และทำการซื้อขายกันอย่างสนุกสนานด้วยมิตรภาพและรอยยิ้ม และในวันนี้ เราจะมาจัดอันดับ 20 รองเท้าสนีกเกอร์ที่แพงที่สุดในงานนี้กัน 1. Nike Air Yeezy II “Black/Solar Red” €4500 (ประมาณ 200,000 บาท) 2. Kanye West x adidas Originals YEEZY Boost 750 “Grey” €3500 (approx. ประมาณ 120,000 บาท) 3. Kanye West x Louis Vuitton “Don” Red €3000…

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph