• สัมภาษณ์คุณแชมป์ ฐกร วรรณวงษ์ แห่งแบรนด์ TAKARA WONG ว่าด้วยเรื่องของเสื้อผ้าและดนตรีที่แยกกันไม่ออก

    TAKARA WONG (ทะคาระ- หว่อง) น่าจะเป็นชื่อที่ชาวสตรีทแฟชั่นไทยเริ่มที่จะรู้จักกันมากขึ้น กับชื่อเสียงของแบรนด์ที่ก้าวกระโดดไปมัดใจกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ ทั้งที่ตัวแบรนด์เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน (ปี 2015) แต่ว่าสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไปก่อนที่จะไปเสพย์สมอารมณ์ยินดีกับความสำเร็จของแบรนด์ที่แสดงตนอย่างชัดเจนในเวทีโลกว่าเป็นแบรนด์ของ “คนไทย” แบรนด์นี้ควรจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังเสื้อผ้ารสนิยมดี ภายใต้ธีมแสงสีนีออนอย่าง “คุณแชมป์ ฐกร วรรณวงษ์” ผู้ผันตัวจากเชฟขนมหวานมาเป็นดีไซน์เนอร์ เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทาง Soul4street จะขอเชิญทุกท่านพบกับบทสัมภาษณ์นี้ได้เลย สวัสดีครับคุณแชมป์ ช่วยเล่าความเป็นมาของแบรนด์ Takara Wong หน่อยครับ ? ต้องใช้คำว่าเริ่มจากความชอบแบบไม่รู้ตัว คือตอนแรกผมเป็นเชฟเบเกอรี่ เแต่ภายหลังที่ผมได้ไปเรียนต่อที่ le cordon bleu ซิดนีย์ นั่นคือสถานที่ที่ปลดแอกพันธนาการในตัวผม ผมได้รับอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราได้เป็นตัวเอง เพราะตั้งแต่ที่เราใช้ชีวิตในมหาลัย (หรือในประเทศไทยก็แล้วแต่) ผมรู้สึกว่าเราได้รับแรงกดดันจากอะไรหลาย ๆ อย่าง และหลังจากกลับมาที่ไทย ในเริ่มแรกผมก็ยังเป็นเชฟเหมือนเดิม จนกระทั่งมีอยู่มาวันนึงเราได้รับโอกาสให้เป็น Stylist ในงานถ่ายโฆษณาลิปสติกงานหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นผมก็รู้ตัวอย่างชัดเจนแล้วว่า ผมชอบที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งที่เราไม่ได้จบด้านแฟชั่นหรืออะไรที่เกี่ยวกับศิลปะเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นก็ได้เริ่มงานเป็น creative director ให้กับ Whvck เป็นโปรโมเตอร์ปาร์ตี้ และเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง เราลองผิดลองถูกมาเยอะมากซึ่งนั่นก็คือแนวทางในการทำงานของแบรนด์ในทุกวันนี้นั่นก็คือ “Trial and error” (การลองผิดลองถูก) จนกระทั่งความคิดเรื่องการทำเสื้อผ้าเป็นของตัวเองได้ผุดเข้ามาในหัว เราก็เริ่มมันจากตรงนั้น ที่มาของชื่อแบรนด์ Takara Wong มาจากอะไรครับ ? ชื่อ Takara Wong ก็มาจากชื่อจริงและนามสกุลของเรา เราชื่อจริงว่า ฐกร แต่แค่อ่านมันอีกแบบนึงตามพยางค์พยัญชนะ (ทา - คา - ระ) ส่วนที่มาของ Wong (วงษ์) ผมก็แค่หยิบตัวสุดท้ายของชื่อนามสกุลมา (วรรณวงษ์) แล้วอ่านว่า "หว่อง" ส่วนนิยามผู้ชายของ Takara Wong กล้าที่จะเปิดเผยตัวเอง ไม่สนใจเทรนด์หรือแฟชั่นกระแสหลัก มีความเป็นตัวของตัวเองและไม่แบ่งแยกเพศหรือสีผิว นับถือเพศที่สาม และเชื่อมั่นในความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ดังนั้นเสื้อผ้าจึงออกมาในลักษณะที่ผู้หญิงใส่ได้ผู้ชายใส่ดี (Unisex) ก่อนหน้านี้ผมอาจจะเห็น Unisex ผู้หญิงใส่แต่เสื้อผ้าผู้ชาย แต่ด้วยความที่ผมกลับชอบ Silhouettes ของความเป็นผู้ชายอยู่ ผมจึงชอบที่ผู้หญิงจะแต่งตัวเป็นผู้ชายแทน แต่สำหรับตัวคอลเล็คชั่นล่าสุดนี้จะมีการนำเอาดีเทลของเสื้อผ้าผู้หญิงมาสอดแทรกอยู่บ้าง แรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าของคุณ ส่วนใหญ่มันมาจากอะไร ? ดนตรีและเสื้อผ้ามีความเกี่ยวโยงกันมาตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว กล่าวคือทั้งสองอย่างนี้ให้ Inspiration ซึ่งกันและกันมาแต่ไหนแต่ไร และด้วยความที่เราเป็นคนรักอิสระ เป็นคนชอบเที่ยว (หัวเราะ) เสื้อผ้าให้ดนตรี และดนตรีให้แฟชั่น นั่นจึงทำให้เสื้อผ้าของเรามีเรื่องของดนตรีเข้ามาเกี่ยวอยู่เยอะ ผมชอบฟังดนตรีแนว Future ,Hip-Hop Future , Jazz-Hop และก็ Soul-Hop แต่ถ้าสำหรับเสื้อผ้าของเรามันมีส่วนประกอบของดนตรีหลากหลายแนวเลย เช่นคอลเล็คชั่นแรกมันเป็น Hip-Hop แต่คอลเล็คชั่นที่สองนี้มันเป็น Dump and Bass มันก็จะมีความแตกต่างออกไปจากคอลเล็คชั่นแรกอยู่พอสมควร อยากให้คุณแชมป์ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการทำงานตั้งแต่เริ่มเลย ในตอนแรกผมเป็นคนที่ใช้เซนส์ของตัวเอกเป็นหลัก แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เวิร์คเท่าที่ควร (ช้าไป) เพราะผมไม่รู้และไม่เข้าใจในกระบวนการ และสุดท้ายมันก็กลายเป็นว่ามันไปชน (เหมือน) กับของต่างประเทศ แต่ภายหลังที่เราเริ่มเข้าใจในกระบวนการ ทุกอย่างก็ดีขึ้น อีกอย่างคือผมเป็นคนที่มี Storage อยู่ในหัว ผมจะพยายามนึกว่าเราสนใจอะไร เราชอบแบบไหน แล้วทุกอย่างก็ผสมผสานกันไปโดยอัตโนมัติ เช่นคอลเล็คชั่นแรกมันเริ่มจากคำถามเพียงประโยคเดียวที่ว่า “ทำไมคนดำถึงต้องเป็นทาสของคนขาว ?” เท่านั้นแหละทุกอย่างก็จะตามมาโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกันกับคอลเล็คชั่นล่าสุด SS17 นี้เราก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “เด็กแว๊นซ์ญี่ปุ่น” (Bosozoku) ซึ่งเกิดจากคำถามที่ว่า “ทำไมเด็กแว๊นซ์ญี่ปุ่นถึงเท่ห์ ? ” อะไรทำนองนั้น หลังจากนั้นผมก็จะดูว่าเทรนด์ตอนนั้นเป็นอย่างไร ? พยายามมองหาวัตถุดิบ Texture และ Material ต่าง ๆ ซึ่งก็พยายามจะหาในประเทศไทยอยู่ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการผลิต ซึ่งทุกอย่างจะถูกทำขึ้นที่ประเทศไทย ความโดดเด่นของแบรนด์ Takara Wong ? เป็นแบรนด์ที่เปิดโอกาสของ Sub-culture ต่าง ๆ ให้ก้าวเข้ามาสู่โลกของแฟชั่น เป็นแบรนด์ที่กล้าเดินออกมาจาก Comfort Zone กล้าที่จะนำเสนออะไรใหม่ ๆ โดยที่ไม่ได้สนใจว่า จะมีคนชอบไหม ? จะมีคนกล้าใส่หรือเปล่า ? ผมคิดว่าถ้าดีไซน์เนอร์กล้า คนใส่ก็กล้า ซึ่งการตัดสินใจทำอะไรเหล่านี้เราว่ามันทำให้วงการสตรีทไทยน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก ดูเหมือนว่าคุณจะหลงใหลใน “Sub Culture” เป็นพิเศษ อยากทราบว่าคำนี้มีผลต่อแนวคิดของคุณอย่างไร ? ผมเข้าใจคำนี้ก่อนที่จะรู้จักคำนี้ คนรอบตัวผมล้วนไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาอยู่ในวัฒนธรรมรอง มันเริ่มมาตั้งแต่เด็กเลยนะคือส่วนตัวผมเป็นคนชลบุรี (บางแสน) เวลาที่เราไปมิวสิคเฟสติวัลที่พัทยาเราก็จะแต่งตัวแปลก ๆ กัน ทรงผมหัวแหลมเปี๊ยบ อะไรทำนองนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือเรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของมันมาตั้งแต่เด็ก และมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้วโดยสิ้นเชิง จากคำตอบของคุณแชมป์ทั้งหมดที่กล่าวมา ดูเหมือนว่า Sydney กับบางแสน (ชลบุรี) ดูจะเป็นสถานที่ที่พิเศษของคุณ ? ที่มันพิเศษนะผมว่ามันเป็นเรื่องของคนรอบตัวผมที่อยู่ที่นั่นมากกว่า เล่าย้อนไปในวัยเด็ก ผมเป็นคนบางแสน จังหวัดชลบุรี ผมเรียนอยู่ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในจังหวัด ด้วยความที่คนรอบตัวผมเป็นคนแปลก ๆ ตั้งแต่เด็กจนโต เพื่อนผมบางคนเวลาที่เขาเรียนหนังสือกันเขาก็ไม่ยอมเรียนนะ (หัวเราะ) ยกตัวอย่างเช่น คนที่ไม่ยอมเรียนหนังสือแล้วสุดท้ายเขาก็ประสบความสำเร็จในการเป็นดีเจ คือทำตามสิ่งที่ตัวเองชอบมาตั้งแต่เด็ก พวกที่เสพย์หนังแปลก ๆ อ่านหนังสือเยอะ ๆ พวกที่ชอบเล่นกีฬา Extreme ไม่ว่าจะเป็นสเก็ตบอร์ดหรือจักรยาน BMX ซึ่งคนเหล่านี้แหละที่ให้พลังงานบางอย่างแก่เราได้อย่างเต็มเปี่ยม ส่วน Sydney ผมได้เห็นคน ได้เห็นความหลากหลาย ซึ่งที่นั่นเป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ที่นั่นคือหม้อใหญ่ทางวัฒนธรรมที่รวบรวมคนจากหลายสถานที่จนเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่ ซึ่งนั่นเป็นการเบิกเนตรทางความคิดของเรา บวกกับสภาพแวดล้อมที่นั่นได้หล่อหลอมเราให้เป็นเราจนทุกวันนี้ อยากทราบว่าเสื้อผ้าตัวแรกที่ทำคือ ... ? ชิ้นแรกที่ทำใส่เองคือผมติดหมุดกับเสื้อยีนส์ เอาฝาเบียร์มาทำขาดแล้วก็ทาสีนู่นนี่นั่นไปตามประสา ส่วนอีกตัวคือกางเกงยีนส์ลีวายริมแดง เราเอามาตัดขาข้างนึง แล้วทำให้มันรุ่ย ซึ่งมันก็คือขาข้างนึงยาว อีกข้างนึงสั้นนั่นเอง (หัวเราะ) ความรู้สึกแรกที่ขายเสื้อผ้าของตัวเองได้ ? ตอนที่ขายได้ไม่รู้สึกดีใจเท่าตอนที่มีคนมาสนใจทั้งที่เสื้อผ้าผมยังไม่วางขาย อารมณ์ประมาณว่าเขาติดต่อมา หรือติดตามมาจากในอินเทอร์เน็ต ตอนนั้นเรารู้สึกว่าผมตื่นเต้นที่สุด จากประสบการณ์ 29 ปีที่หล่อหลอมคุณมา คุณนำมาใช้ในงานออกแบบเสื้อผ้าอย่างไร ? มีประโยชน์มากจนทุกวันนี้ คือออกตัวก่อนเลยว่าผมเป็นคนที่เก็บกดมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างที่เราสั่งสมมาตั้งแต่การอยู่ในกฏระเบียบของโรงเรียนประจำ , มหาวิทยาลัย จนไปถึงการใช้ชีวิตในสังคมไทย ซึ่งเรื่องพวกนี้เราเก็บมาตั้งแต่รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น จากการถูกกล้อนผมเพราะผิดระเบียบโรงเรียน ทำไมต้องไว้ผมทรงนี้ ? หรือแม้กระทั่งการห้ามเพื่อนที่เป็นเพศที่สาม มีกฏระเบียบในโรงเรียนบังคับให้เขาไม่เป็น ... คือมันห้ามกันได้ด้วยเหรอ ? เราจึงเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ในงานของเรา หยุดพักด้วยคำถามเบา ๆ กันบ้าง ไลฟ์สไตล์ของคุณแชมป์เป็นอย่างไรครับ ? เราจะมี To-do list เป็นของตัวเองในแต่ละวัน เป็นคนเสพย์ติดช็อคโกแลต จะพกช็อคโกแลตตลอดเวลา คือเราเป็นคนไม่ทานกาแฟ ค่อนข้างชอบชีวิตกลางคืน แต่ก่อนนอนเรามักจะใช้เวลากับสมุด ขีดเขียนทุกอย่างที่เราคิด ไอเดียต่าง ๆ เพื่อขจัดมันออกไปจากหัวก่อนเข้านอน อยากทราบความคิดเห็นของคุณแชมป์ ที่มีแต่วงการแฟชั่นไทยในปัจจุบัน ? น่ากลัวนะเรื่องนี้ (หัวเราะ) โอเค ... ผมว่าวงการแฟชั่นไทยเป็นของเซเลปบริตี้ วงการแฟชั่นไทยจะไม่มีวันไปไหนได้ไกลกว่านี้ ถ้ายังไม่ขจัดคำนี้ออกจากวงการ คือทำไมเราต้องให้เซเลปบริตี้มาสวมใส่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว ความหมายของผมคือวงการแฟชั่นไทยผลักดันกันเองในหมู่พวกเซเลปบริตี้ ถ้าวงการแฟชั่นในประเทศไทยหลุดจากกรอบที่คุณจะต้องอยู่ในแวดวงนั้นถึงจะทำเสื้อผ้าได้ วงการแฟชั่นไทยจะไปได้ไกลขึ้น ดูอย่างประเทศเพื่อนบ้านเรา เกาหลี , อินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้านเราเหล่านี้มีการผลักดันดีไซน์เนอร์เลือดใหม่กันทุกปี คือประเทศเราไม่ต้องเอาอย่างเขาก็ได้ แค่ให้กำลังใจกันก็พอ อีกเรื่องที่น่าน้อยใจคือความประสบความสำเร็จของคนไทยมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ต่างประเทศยกย่อง สื่อทั้งหลายจะถาโถมเข้าหาคุณทันทีเมื่อคุณมีพื้นที่ในระดับนานาชาติ แต่สิ่งที่คนไทยควรทำคือทำไมต้องรอให้เขาไปถึงจุดนั้นก่อนละ ทั้งที่เขาไม่ได้อยู่ไหนไกลจากคุณเลย . จากการที่เราได้พูดคุยกับคุณแชมป์ในวันนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าเสียงสะท้อนของเขาคงดังก้องกังวาลใจ ผู้รักและหลงใหลในวงการสตรีทแฟชั่นไทยน้อยใหญ่อยู่ไม่น้อย ซึ่งก็คงมีผลต่อทัศนคติในเรื่องแบรนด์เสื้อผ้าไทยของผู้อ่านในระดับหนึ่ง และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทั้งนั้น ทาง Soul4street อยากให้ทุกท่านได้ติดตาม TAKARAWONG กับคอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดของเขาที่มีชื่อว่า “LOVE TO HATE ME” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแก๊งค์มอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นกันด้วย ขอบคุณสถานที่สุดชิค : Hello Strangers Photographer : Golf Supasin Duangkrajung

  • Soul4street Review : นาฟิกา G-Shock x Maharishi แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทสายเลือดผู้ดี

    G-Shock คือหนึ่งในแบรนด์ที่มีการ Collaboration ร่วมกับแบรนด์หรือดีไซเนอร์ต่างๆในแต่ละปีออกมาอย่างหลากหลาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่ทาง G-Shock ได้ร่วมงานด้วยนั้น ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวและความน่าสนใจ และแต่ล่ะคอลเลคชั่นนั้นได้รับความนิยมและจะผลิตออกมาในจำนวนจำกัด (Limited Edition) สำหรับคอนเทนต์ Soul4street Review ครั้งนี้ เราได้นาฬิกาจาก G-Shock ซึ่งมีความน่าสนใจ เพราะในคอลเลคชั่นที่เราจะนำมารีวิวในครั้งนี้ นั้นทาง G-Shock ได้ร่วม Collaboration กับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทชื่อดังจากฝั่งอังกฤษอย่าง MAHARISHI ที่มีเอกลักษณ์ในการออกแบบค่อนข้างสูง (สามารถติดตามประวัติของแบรนด์ได้ที่ คลิ๊ก) โดยการร่วมงานกันในครั้งนี้ ทาง Hardy Blechman ผู้ก่อตั้งรวมถึงเป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของแบรนด์  Maharishi  ได้เลือกนาฬิกา MUDMASTER รุ่น GWG -1000 มาใช้ในการออกแบบครั้งนี้  เพราะเขารู้สึกประทับใจคุณลักษณะพิเศษต่างๆ รวมถึงฟังก์ชั่นของนาฬิการุ่นนี้ อาทิเช่น -โครงสร้างที่ทนทานต่อโคลน -โครงสร้างที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน -อ่านค่าความกดอากาศ ความสูง ทิศ และอุณภูมิได้ -ไฟLED แบบคู่ มอบแสงสว่างบนพื้นหน้าปัดและหน้าจอแสดงผลดิจิตอลเพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนที่สุด -เม็ดมะยมแบบขันเกลียวล็อค -ปรับตำแหน่งของเข็มให้ถูกต้องแม่นยำโดยอัตโนมัติ แค่ครั้งแรกที่เราเห็นก็รู้สึกได้ถึงความพรีเมี่ยม  เพราะนาฬิกาถูกบรรจุมาในกล่องที่ทำพิเศษขึ้นเพื่อคอลเลคชั่นนี้โดยเฉพาะ  สำหรับนาฬิกาการออกแบบในครั้งนี้ตัวเรือนของนาฬิกาเขาได้เลือกใช้สีดำ และตัวหนังสือสีเขียวซึ่งมีกลิ่นอายของความเป็น Miritary มาใช้ในการออกแบบ และตรงส่วนของด้านในหน้าปัดนั้น เขาได้เลือกใช้สีส้มซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสีที่ Hardy  Blechman  มักจะนำมาใช้ในการออกแบบ  โดยเลือกใส่สีส้มลงไปตรงส่วนของเข็มและตัวเลขที่อยู่บนหน้าปัดทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเชน  ข้อดีอีกอย่างของนาฬิการุ่นนี้คือมีตัวเลขดิจิตอลบนหน้าปัดอีกด้วย  และปุ่มสำหรับกดไฟตรงกลางที่มีขนาดใหญ่  รวมถึงปุ่มด้านข้างที่ไว้ใช้กดฟังก์ชั่นการใช้งานก็ถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น  คราวนี้มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของนาฬิกาเรือนนี้ที่เรารู้สึกว่าชื่นชอบ และทำให้เรารู้สึกว่าตรงส่วนนี่แระที่แค่เห็นก็นึกถึงแบรนด์  Maharishi  เพราะเขาได้นำลายพรางอันเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์มาใช้ในการออกแบบ  ซึ่งครั้งนี้ได้เลือกใช้โทนสีแบบไม่ฉูดฉาดสามารถนำไป  Mix & Match  เข้ากับเสื้อผ้าได้อย่างง่ายดาย   สำหรับนาฬิกา G-Shock  x  Maharishi จะวางจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดเพียง 28  เรือนในประเทศไทย วันที่  20 มกราคมนี้ ที่ G factory สาขา Central World และ เซนทรัลแจ้งวัฒนะ ในราคา 29,900 บาท  (พิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ !! สำหรับทุกท่านที่ซื้อนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้  รับฟรีเสื้อลิมิเต็ดอิดิชั่น G-Shock  x  Maharishi  ไปใส่เท่ห์ๆกันเลย) Facebook : www.facebook.com/CASIO.THAILAND Photographer : Supasin Duangkrajung

  • ต้นตำรับแห่งลายทหาร "Maharishi" แบรนด์สตรีทสายเลือดผู้ดีที่ได้ชื่อว่าเป็นความคลาสสิคแห่งยุค 90s

    ถ้าจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของลวดลายคาโมบนงานแฟชั่นในปัจจุบัน แบรนด์ Maharishi ย่อมเป็นหมุดประวัติศาสตร์ของลวดลายดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะ Hardy Blechman ผู้กุมบังเหียนและเป็น Creative Director ของแบรนด์ Maharishi คือผู้เชี่ยวชาญเครื่องแต่งกายแนวทหารชนิดหาตัวจับยาก อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์การนำลวดลายคาโมมาใช้ในงานแฟชั่นได้อย่างเต็มตัวเป็นคนแรกของประวัติศาสตร์แฟชั่น Hardy Blechman ในวัยสามขวบเติบโตมากับครอบครัวนักขายของเก่าผู้สะสมไอเท็มวัตถุโบราณต่าง ๆ ไว้มากมาย ซึ่งได้มาจากการเหมาซื้อกระสอบโกดังขยะย้ายบ้านในประเทศอังกฤษ ทำให้สิ่งที่เขาต้องเห็นมาตั้งแต่เด็กล้วนเป็นของหายากในซากอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งอย่างอังกฤษไม่ว่าจะเป็น แสตมป์เก่า , เหรียญกษาปน์ , ภาชนะโบราณไปจนถึงเสื้อเกราะอัศวินยุคกลาง ทำให้เขาเป็นเสมือนนักประวัติศาสตร์ตัวน้อย ๆ ตั้งแต่อายุสามขวบเลยทีเดียว นั่นทำให้เขาค้นพบ "เครื่องแต่งกายแนวทหาร" และเป็นรากฐานของงานออกแบบในแบรนด์ Maharishi จนถึงทุกวันนี้ การฟัง Hardy Blechman บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายทหารนั้น ไม่ต่างจากการนั่งฟังอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในคาบประวัติศาสตร์ เพราะความรู้ความสนใจในประวัติศาสตร์ของเขานั้นเต็มเปี่ยมและคับแน่นไปด้วยคุณภาพ อีกทั้งสิ่งที่เขาบอกเล่าในทุก ๆ ครั้งที่คุยเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ยังสนุกและน่าฟังอีกด้วย ! ดังนั้นในปี 1994 แบรนด์ Maharishi จึงได้ถือกำเนิดขึ้น โดยได้รับความสนใจจากสนามแฟชั่นต่าง ๆ หลากหลายเมืองในโซนยุโรปไม่ว่าจะเป็นตัวลอนดอนเอง , ปารีส หรือมิลาน และในปี 1999 เขาก็ออกคอลเล็คชั่นครบเซ็ทเป็นครั้งแรก จนกระทั่งในปี 2000 เขาได้รับตำแหน่ง "Street Designer of the year" จาก British Fashion Council และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองเขาก็ได้ร่วมงาน Collaboration กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่มากมายตั้งแต่ Northface, Nike, Penfield, Quicksilver, the Andy Warhol Foundation ไปจนถึง G-Shock "Noble Streetwear" คือสิ่งที่เขาเรียกชื่อประเภทเสื้อผ้าของเขา แน่นอนว่าเสื้อผ้าของเขาไม่ได้เพียงแต่สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้เท่านั้น เสื้อผ้าของเขาสามารถที่จะสวมใส่อย่างเป็นทางการไปได้ในทุกที่ และเพิ่มความ "สง่างาม" ให้กับบุรุษเพศได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยสไตล์การแต่งกายในแบบทหาร ที่เขาพยายามเป็นอย่างมากที่จะนำเอกลักษณ์ของเครื่องแต่งกายแนวดังกล่าวให้ออกจากกรอบของเครื่องแต่งกายในยามศึกสงคราม ซึ่งเขาได้แนวคิดนี้มาจากคำว่า "Modern Warfare" (สงครามยุคโมเดิร์น) มนุษย์ในทุกวันนี้นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องรบราฆ่าฟันกันด้วยปืนและกระสุนอีกต่อไป และเขาไม่ต้องการให้เวลาที่คนนึกถึง "ลายคาโม" จะต้องนึกถึงชุดของทหารเพียงอย่างเดียว เขาเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนบทบาทของสิ่ง ๆ หนึ่งได้อย่างสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับเวลา โอกาส และสถานที่ เสื้อผ้าของเขาเป็นเสมือนงานชิ้นเอกของจิตรกรในทุก ๆ ชิ้น ถ้าคุณได้ลองสัมผัสเนื้อผ้า , ดีเทลรอยเย็บต่าง ๆ ของเสื้อผ้าจากแบรนด์ของเขา คุณจะสามารถรับรู้ได้ในเพียงไม่กี่สัมผัสเลยว่าเสื้อผ้าของเขานั้นเกิดจากความตั้งใจทำ ทุกความรู้สึก , การสวมใส่ที่เบาสบาย , การใช้งานที่หลสากหลาย มันเหมือนกับว่าเสื้อผ้าดังกล่าว เป็นการสั่งตัดช่างเสื้อฝีมือดีใจกลางกรุงลอนดอนมาเสิร์ฟคุณถึงที่ และลวดลายคาโมเอกลักษณ์ของแบรนด์ดังกล่าวนี้ คือเอกลักษณ์อันเป็นเรือธงแห่งยุค 90s ของแบรนด์ Maharishi สิ่งที่เขาทำสำเร็จได้อย่างงดงามและไร้ข้อสงสัยคือ ในทุกวันนี้ "ลายคาโม" ถูกนำมาใช้ในแฟชั่นกระแสหลักได้อย่างเหนียวแน่น แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้มนต์สเน่ห์ของ Maharishi หายไปในเวลาเดียวกัน เพราะทุกวันนี้ทุกท่านก็คงทราบกันดีว่า ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ เจ้าเล็กหรือเจ้าใหญ่ก็ล้วนมี "ลวดลายคาโม" วางจำหน่ายกันทั้งนั้น นั่นทำให้มนต์สเน่ห์ของ Maharishi ค่อย ๆ เลือนหายไปทีละน้อย เพราะ"ความเก่า" ที่เขานำมาใช้เป็นปรัชญาในการออกแบบก็มีอายุขัยในตัวมันเอง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ Maharishi ประสบความสำเร็จ สิ่งที่เขียนไว้บนผนังร้านของเขาใจกลางกรุงลอนดอน ที่ระบุเอาไว้อันมีเนื้อความว่า "MAHARISHI AIMS TO CONVEY A STRONG ANTI- WAR SENTIMENT THROUGH ITS USE OF CAMOUFLAGE – RECLAIMING ITS SYMBOLIC VALUE AWAY FROM WAR, BACK TO ITS ROOTS IN NATURE AND DEVELOPMENT BY ARTISTS AND TO HIGHLIGHT OBJECTIONS TO CONTINUED 21ST CENTURY WARFARE." (Maharishi มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมการต่อต้านสงครามทุกประเภทด้วยการใช้ลวดลายคาโมในงานออกแบบแฟชั่น อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้ลวดลายดังกล่าวในสงครามสมัยใหม่ เพราะมนุษย์ในทุกวันนี้นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องรบราฆ่าฟันกันด้วยปืนและกระสุนอีกต่อไป ) เพราะดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาต้องพบเจอในปัจจุบันนี้คือการต่อสู้ทางปัญญากับเหล่าแบรนดและผู้แข่งขันทางธุรกิจแฟชั่นโลกอย่างดุเดือด โดยที่ไม่ได้ใช้กระสุนปืนเลยสักนัดเดียว และคำขวัญบนกระจกของร้าน Maharishi ที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ ก็เป็นปรัชญาที่เป็นแนวทางในการดำเนินงานของแบรนด์สุดคลาสสิคสายทหารนี้ไว้ได้อย่างงดงามและชัดเจน ...

  • Soul4street Spaces : พาคุณไปบุกแฟลกชิพสโตร์ของแบรนด์เสื้อผ้าสายสตรีท Fuxury

    Soul4street Spaces ครั้งนี้เราขอพาคุณไปบุกแฟลกชิพสโตร์ของแบรนด์  Fuxury  ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์สตรีทสายเลือดไทยที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และการเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่มีคุณภาพ  และตอนนี้ทางแบรนด์ได้เปิดร้านอย่างเป็นทางการแล้วที่ย่านใจกลางเมือง โรงหนังลิโด้ สยามสแควร์ ซึ่งใครที่กำลังมองหาไอเทมชิ้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดกราฟฟิคเท่ห์ๆ เสื้อยีนส์ดีไซน์โดนๆ หมวก หรือเครื่องประดับ รับรองว่าคุณมาที่นี้จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน หากใครที่สนใจสามารถติดตามที่อยู่และรายละเอียดเพิ่มได้จากด้านล่างนี้เลย ที่อยู่ Lido 2nd Floor , Opposite Theater 3 , Siam Square Open 1.30 - 21.00pm www.fu-xu-ry.com

  • Soul4street Celebrity Sneakers : Lil Yachty แรปเปอร์รุ่นใหม่ไฟแรงด้วยวัยเพียง 19 ปี ผู้มีคอลเล็คชั่นรองเท้าสนีกเกอร์น่าสนใจ !

    ชื่อจริง Miles Parks McCollum ชื่อในวงการ Lil Boat เกิดวันที่ Aug 23, 1997 - Age 19 บ้านเกิด Atlanta, Georgia Label Quality Control   ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งศิลปินฮิปฮอปที่สร้างสีสันในวงการได้อย่างฉูดฉาด ด้วยทรงผมเดรดล็อคสุดเท่ห์สีแดง และสไตล์การแร็ปในแบบผสมผสานระหว่างที่ถูกขนานนามไว้ว่าเป็นสไตล์แบบ Lil B’s California และ Yung Lean’s Scandinavia ได้อย่างลงตัวจนเกิดเป็นสไตล์เฉพาะของเขาเอง Best Wears in 2016 : Air Jordan 4 “Lightning,” Air Jordan 12 “Flint Grey,” Air Jordan 12 “Rising Sun,” CDG x Nike Dunk High, adidas Tubular Shadow debut, Pink Dolphin x PUMA Suede debut, Supreme x Air Jordan 5, adidas Yeezy Boost 350 V2 Beluga/Solar Red debut, Air Jordan 5 “Laser” Lil Yachty in the Commes des Garcons x Nike Dunk High Lil Yachty in the Chanel sneakers Lil Yachty in the adidas Tubular Shadow Lil Yachty in the Supreme x Air Jordan 5 and The Good Perry in the Air Jordan 4 White/Cement Lil Yachty in the Air Jordan 4 “Lightning” Lil Yachty in the Nike Air Force 1 Low White/Red Lil Yachty in the Air Jordan 12 “Flint Grey” Lil Yachty in the Air Jordan 12 “Rising Sun” Lil Yachty in the Nike Air Max 96 II Lil Yachty in the Air Jordan 5 “Laser” Lil Yachty in the Air Jordan 1 “Chicago” Lil Yachty in Christian Louboutin sneakers Lil Yachty in the Vans Slip-On “Checkerboard” Lil Yachty in Saint Laurent sneakers Lil Yachty in the Air Jordan 11Lab4 “Red” Lil Yachty in the Pink Dolphin x PUMA Suede Lil Yachty in the Air Jordan 4 White/Cement Lil Yachty in the adidas Yeezy Boost 350 V2 Beluga/Solar Red

  • ทำไมของเลียนแบบถึงได้รับความนิยม ?

    เมื่อพูดถึงวัฏจักรของแฟชั่น "ความเท่ห์" ในทางแฟชั่นนั้นสามารถอธิบายด้วยคำพูดเชิงตื้นสุดแสนเรียบง่ายที่ประกอบไปด้วยประธาน + กิริยา + กรรม ว่า "ความเท่ห์คือการมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี" นี่คือวัฏจักรของแฟชั่นในโลกความเป็นจริงอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนวงการแฟชั่นโลกในทุกวันนี้ได้อย่างไหลลื่น และขึ้นชื่อว่าแฟชั่น ยอมไม่เคยมีคำว่า "เท่ากัน" อยู่แล้ว คำศัพท์นี้คือคำศัพท์ที่มีการแบ่งแยกชนชั้นและจำพวกอยู่ในตัวเสมอมาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่ยุคโรมันเรืองรองการแต่งตัวของข้าทาสบริวารก็ย่อมแตกต่างกับชนชั้นปกครอง และแน่นอนว่าความโลภและความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่มักจะอยากได้อยากมี ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "ของก็อป" ขึ้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และอยู่คู่กับมนุษย์ตั้งแต่ยุคสมัยไหนในโลกใบนี้ ทุกวันนี้เราสามารถมองเห็นคนใส่ OFFWHITE ของก็อปในแบบที่ไม่มีวางจำหน่ายมาก่อน หรือไม่ก็พวกที่ใส่ Vetements จัดเต็มประดุจว่าหลุดออกมาจากเวทีแฟชั่นโชว์ของ Demna Gvasalia โดยที่เราอาจจะแยกไม่ออกว่า ... "ไอ้คนนี้มันใส่ของแท้หรือของก็อป (วะ) !?" เป็นเรื่องตลกดีที่ในทุกวันนี้สื่อแฟชั่นหลายสำนักต่างก็ยกย่องความ "แพง" ให้กับเหล่าสตรีทแวร์ในปัจจุบัน แบรนด์ไฮเอนด์หลายสำนักก็ลงมาคลุกฟุ่นกับผู้รักและหลงใหลในสตรีทแฟชั่นและพยายามทำตัวเองให้ดูโทรมติดดินที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่สินค้าแต่ละคอลเล็คชั่นที่นำมาวางจำหน่ายท่านสามารถนำไปซื้อรถ ซื้อบ้าน หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ขนาดย่อมได้เลยทีเดียว คนที่เจ็บปวดกับเรื่องนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากกลุ่มคนที่คลั่งไคล้ใน "สตรีทแฟชั่น" มาตั้งแต่ก่อนที่เม็ดเงินจะเข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียกับความเท่ห์ในทุกวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้นสตรีทแฟชั่นในทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของ "ความตุงในกระป๋าสตางค์" เพราะไอเท็มบางชิ้นนั้นมีเงินก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถครอบครองมันได้อย่างง่ายดาย ความขยันในการตื่นมาเฝ้าหน้าเว็บเพื่อที่จะกดสั่งซื้อก็ใช้ไม่ได้อีกแล้วในทุกวันนี้เพราะมีเรื่องของ "บอท" หรือ "โปรแกรมช่วยซื้อ" เข้ามาข้องเกี่ยวจนทำให้ตลาดแฟชั่นสตรีทปั่นป่วนกันพัลวัน แต่กลับเป็นความรุ่งเรืองของตลาดรีเซลที่พ่อค้าหลายคนนั้นตั้งตัวได้จากการกดสั่งซื้อสินค้าเหล่านี้บนเว็บไซต์ด้วยโปรแกรมช่วยซื้อ นี่แหละจึงทำให้เกิด "Counterfeit streetwear lovers" หรือที่เรียกกันในชื่อภาษาไทยสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า "พวกนิยมของก็อป" นั่นเอง แน่นอนว่าสำหรับพวกเขานั้น มันคือเรื่องใหญ่ที่จะต้องเสียเงินเป็นหมื่นในการซื้อเสื้อ Hoodies ที่มี Box logo ของ Supreme ในขณะที่ถ้าพวกเขาซื้อของก็อปคุณภาพงาน 1:1 (สโลแกนติดปากของงานก็อปเกรดพรีเมียม) ซึ่งเมื่อมองอย่างผิวเผินแล้วมันก็เหมือนกับการสวมใส่งานแท้ในแบบที่แยกไม่ออกถ้าคุณไม่ไปยืนจ้องตะเข็บเสื้อของผู้สวมใส่เพื่อจับผิดว่า " เอ๊ะ ... นี่ของแท้หรือเปล่า ? " แน่นอนว่ากลุ่มคนพวกนี้ถูกเหยียดหยามจากผู้คนที่สวามิภักดิ์ต่อ "งานแท้ลิขสิทธิ์" อย่างรุนแรง แต่ถ้าถามว่าใครกันคือคนที่ทำให้เกิดกลุ่ม "พวกนิยมของก็อป" ขึ้นมา ก็คือตัวผู้สวามิภักดิ์ต่อ "งานแท้ลิขสิทธิ์" เองนั่นแหละ ที่ทำให้เกิดของก็อปขึ้นมาเกลื่อนตลาดนัดกันทุกวันนี้ . "เวลาที่อยากได้ไอเท็มชิ้นไหนทุกวันนี้ มันก็ Sold Out ไปหมดแล้วทั้งนั้นแหละ " จากปากคำของหนึ่งใน "พวกนิยมของก็อป" ที่สิงอยู่ในบอร์ด FashionReps: หนึ่งในเว็บบอร์ดสำหรับผู้ที่นิยมงานก็อปปี้อย่างเป็นทางการซึ่งมีสมาชิกหลายหมื่นคนจากทั่วทุกมุมโลกสิงสถิตย์อยู่ในบอร์ดนี้ "ทุกวันนี้ผมเลิกสนใจไปนานแล้วว่าผมกำลังใส่ Supreme แท้หรือก็อป ผมคิดเพียงแค่ว่ามันจะออกมาดูดีหรือเปล่าก็เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมใส่ของก็อปหมดเลยนะ ผมก็ยังสนับสนุน Supreme อยู่ทุกวันนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดรีเซลนั้นผมรับไม่ได้จริง ๆ " เขากล่าวด้วยสำนวนติดตลกร้าย และอีกหนึ่งในสมาชิกบอร์ดอย่าง Matt (นามสมมติ) ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า "บอทและโปรแกรมช่วยซื้อคือตัวร้ายของวงการสตรีทแวร์ในปัจจุบัน" และสาเหตุที่เขาเลือกซื้อของปลอมก็เพราะว่าเขารับไม่ได้กับราคารีเซลที่แพงโอเวอร์ในปัจจุบัน และเขายังเสริมอีกว่า "ทุกวันนี้การแข่งขันซื้อของพวกนี้ไม่ใช่การต่อคิวแบบสมัยก่อนอีกแล้ว เป็นการแข่งขันว่าเซิฟเวอร์และอินเทอร์เน็ตใครดีกว่ากันต่างหาก ! " อีกทั้งเขายังเถียงคอเป็นเอ็นว่า "ใครบอกว่าของปลอมนั้นคุณภาพต่ำ คุณคิดผิดถนัดเลยหล่ะ !?" เมื่อเขายืนยันกับทาง Highsnobiety ว่า ของปลอมบางชิ้นที่เขาเคยสัมผัสนั้น "มีคุณภาพสูงกว่าของแท้เองด้วยซ้ำ" ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ากลัว เมื่อข้ามมาทางฟากของรองเท้าสนีกเกอร์กันบ้าง แน่นอนว่าในยุคนี้เป็นยุคของแบรนด์สามแถบอย่าง adidas และในขณะที่รองเท้าไลน์ยอดฮิตอย่าง YEEZY กลายเป็นเทพเจ้าของความเท่ห์ ของก็อปคุณภาพทั้งดีและแย่ก็ตามกันออกมาเกลื่อนตลาดเช่นกัน ถ้าถามว่าทำไมถึงมีของก็อปเกิดขึ้นมา นอกจากการจำกัดจำนวนการผลิตที่มีอยู่น้อยนิดแล้วนั้น ราคาที่สูงลิบลิ่วก็คืออีกหนึ่งปัญหาหลัก แต่ถามว่าราคาที่สูงลิบลิ่วนั้นเข้ากระเป๋าของทาง adidas ทั้งหมดหรือไม่ ? ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ ... เพราะจำนวนเงินที่ adidas ได้รับก็คือตามราคาป้ายเท่านั้นแหละ และสิ่งที่พวกเขาพยายามทำหรือต่อสู้มาตลอดก็คือการพยายามทำให้กระบวนการ การซื้อสินค้ากับพวกเขานั้นมีความ "ยุติธรรม" ต่อผู้บริโภคที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการต่อคิว หรือระบบแอพพลิเคชั่น adidas Confirmed app แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาทำไม่ได้ไปไหนไกลจากการแก้ปัญหาเหล่านี้เลย แต่ถ้าถามว่า "งั้นก็ผลิตเยอะ ๆ ไปเลยไหมละ ทุกคนจะได้มีใส่กันทั่วโลก" เชื่อเลยว่าหลายคนจะต้องตอบว่า "ไม่" อย่างแน่นอนเพราะว่าถ้าเป็นอย่างนั้น "ความเท่ห์" ที่ทุกคนใฝ่ฝันและอยากจะเอื้อมถึง ก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย รองเท้า YEEZY ก็จะกลายเป็นเพียงรองเท้าผ้าใบใส่เล่นธรรมดา ๆ เท่านั้น ไม่ใช่ไอเท็มที่พิเศษอีกต่อไป และเมื่อย้อนกลับไปข้างต้นที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้เป็นสมการทางคณิตศาสตร์ว่า ...   ความเท่ห์ = การมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี   เชื่อว่าที่กล่าวไปข้างต้นนี้ก็คงตอบทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ... Source : Highsnobiety

  • สไตล์การแต่งตัวแบบอเมริกันที่ประธานาธิบดี JFK ได้มอบให้แก่อเมริกา

    การแต่งตัวแบบชิวๆแต่ดูดีมีสกุลแบบที่รู้จักกันโดยทั่วว่าสไตล์ ไอวี่ลีค กำลังมาอย่างร้อนแรง แต่ก็อย่างว่าความคลาสสิคไม่เคยเสื่อมอยู่แล้ว จอห์น ฟิทเชอรัลด์ เคนเนดี้ นั้นคงมีพื้นที่อยู่ในตำนานของสหรัฐอเมริกามากพอๆกับที่ของเขาในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของอเมริกาที่หน้าสดใส ทายาทสืบทอดตระกูลที่อยู่ใกล้ความเป็นราชวงศ์ของอเมริกาที่สุดแล้ว ทุกวันนี้ยังคงเป็นตัวแทนแห่งการมองโลกในแง่ดีของมันในแบบฉบับอเมริกัน แม้จะผ่านเหตุการ์ณลอบยิงสังหารเขาที่เต็มไปด้วยปมปริศนามากที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกามานานแล้วก็ตาม จอห์นเป็นประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการเลือกตั้ง ด้วยผมสีทรายกระเซิงๆ รอยยิ้มยิงฟัน ความหล่อแบบสมบุกสมบัน สเน่ห์เรียบๆ และภาพลักษณ์ที่ดูสงบ เขาคือตัวตนในอุดมคติของสไตล์อเมริกันคลาสสิค   เซนส์การแต่งตัวที่ง่ายๆสบายๆแบบฉบับลำลองของเคนเนดี้ ไม่ได้มีผลต่อเพียงการแต่งกายชายของอเมริกา แต่มันมีผลต่อตำแหน่งประธานาธิบดีเลยทีเดียว ด้วยการลดความเป็นทางการในการพรีเซนท์ตัวเอง จอห์นทำให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ทำให้คนทั่วๆไปรู้สึกไม่อึดอัดกับเขาในฐานะมนุษย์คนนึงและในฐานะผู้นำโลกด้วย ทุกวันนี้เราก็ยังเห็นภาพลักษณ์แบบนี้อยู่ ในทุกครั้งที่ประธานาธิบดีโอบาม่าปล่อยเพลย์ลิสต์หรือภาพเขากำลังสนุกสนานอยู่ในเกลียวคลืนริมหาด ในชวงปลายฤดูร้อน สไตล์ Casual แบบของเคนเนดี้ ถือว่าเพอร์เฟคสำหรับการผ่านพ้นช่วงกลางวันที่ยังร้อนอยู่เข้าสู่ยามเย็นที่อากาศเย็นลง ลองนึก(ไม่ก็หาในเนท)สไตล์ classic New England Prep หรือถ้าให้เจาะจงขึ้นก็นึกถึงสไตล์ที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นของแนว Ivy League แต่ในแบบที่สีจางลงจากแดดและด้วยร่องรอยขอบที่ถูกขัดเกลาจากทราย สะดวกสบาย ง่ายๆ แต่มีระดับอยู่ที่แก่น และจงจำไว้ว่า การที่คุณเป็นคนสบายๆง่ายๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนยอมรับอะไรก็ได้ แว่นดำ JFK แทบไม่เคยถูกเห็นอยู่ในแดดโดยไม่มีแว่นกันแดด แล้วเขาก็รู้วิธีใส่มันอย่างพอดีโดยที่ไม่ทำให้ดูตามอารมณ์เกินไป Ray Ban รุ่น Wayfarer Tortoise เหมาะกับสไตล์ประมาณนี้ แต่ถ้าจะเอาแบบJFKเป๊ะๆก็ต้องหันไปพึ่งพวกร้าน vintage กันนะครับ เสื้อเชิ้ตแบบอ๊อกฟอร์ด ด้วยชื่อที่มาจากลักษณะการเย็บทอที่เห็นด้ายชัด เสื้อเชิ้ตอ๊อกฟอร์ดถือเป็นเพื่อนแท้ของสุภาพบุรุษที่มีสไตล์ จากจุดแรกเริ่มในสนามกีฬารักบี เสื้อจากผ้าลายนี้ได้ไต่เต้าเข้ามาเป็นชิ้นหลักของสไตล์ไอวี่ลีค ด้วยความนุ่มนวลพอที่จะใส่สบายๆที่ไหนก็ได้ มันเป็นหนึ่งเครื่องแต่งกายไม่กี่อย่างที่จะสวยขึ้นตามกาลเวลาและการซัก ที่เจ๋งกว่านี้คือมันเข้ากับทุกอย่าง ไม่ว่า กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ กางเกงKhakis ใส่ใต้เสื้อ blazer หรือเอามาห่มให้เพื่อนสาว คือมันครอบจักรวาลเลยละ Ralph Lauren มีเสื้อแบบอ๊อกฟอร์ดที่ออกแนวโมเดิร์นคลาสสิค และส่วน Crosby Oxford ของ Saturdays NYC นี่ต้องถือว่าโดนมากจนต้องมีไว้เป็นชิ้นหลัก กางเกง Khakis อย่าไปนึกแบบที่หลวมโคร่งใหญ่ๆ ที่เห็นลุงแก่ๆที่เป็นช่างยนต์ใส่เอวห้อยต่ำเกินที่สายตาทั่วไปจะรับได้แบบในหนังฝรั่งใส่นะครับ ต้องทรง straight หรือที่บ้านเราเรียกขากระบอก กับทรง slim cut ขาลีบ ผ้ายืดได้นิดๆพอ อีกอย่างคือจีบ อย่าใส่แบบมีเย็บจีบ นอกจากจะอยากใส่มันคู่กับเสื้อโค้ทนอกผ้า tweed เพื่อให้ได้ลุคแบบอาจารย์สอนวรรณกรรมอังกฤษ ลองเอาชายเสื้อเข้ากางเกงดู แล้วคงความชิวด้วยเข็มขัดแบบถัก ควรตัดชายขาให้พอดี อย่าตรึงขอบชายขาเข้าให้เล็กลง Bills Khakis ทำออกมาสวยมาก Made in USA ด้วย อีกทางเลือกคือ Banana Republic กฏอีกอย่างที่ควรจำคือ เลือกสี tan อ่อนๆสำหรับฤดูร้อน แล้วก็เข้มขึ้นตามการเปลี่ยนของฤดู แล้วก็อย่าเขินที่ใส่แบบมีกลีบจากการรีด เสื้อ Blazer สีน้ำเงิน ไม่ว่าจะสำหรับปาร์ตี้บนเรือยอร์ท ชิวๆข้างเตาผิงที่บ้านริมหาด หรือแวะเข้าประชุมก่อนออกเที่ยวพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ เสื้อ blazer สีน้ำเงินใส่คู่กับกางเกง khakis จะให้ลุคที่ดูกระฉับกระเฉงโดยไม่หลุดจากกาลเทศะ มันเป็นลุคที่ Vineyard Vines ได้ใช้อ้างอิงการออกแบบเป็นชุดๆแนวนึงเลย และเป็นลุคที่ Brooks Brothers เชี่ยวชาญ ในช่วงที่มันร้อนเกินไปก็เอาพาดไหล่ให้ลุคแบบขึ้นปก GQ ได้เลย  เสื้อยืดสีขาว ถ้าต้องแต่งตัวแบบติดดิน ก็ต้องด้วยเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ คือจะเบสิคก็อย่าเบสิคเกินไป ต้องคอตตอนล้วน ผ้าด้ายปั่นแบบวงแหวน(ring spun) จะมีกระเป๋าอกก็ได้แล้วแต่ แต่อย่าเอาอะไรใส่เลย ของๆ Calvin Klein ก็เอาอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเล่นแบบเหนือขั้นขึ้นอีกก็ต้อง Boston tee 8 oz ของ Welcome Stranger ตัวนี้ควรใส่ตลอดเวลาเลยแหละ ใส่ใต้เชิ้ตอ๊อกฟอร์ดตัวเก่ง ชุดสูทลายทาง สั่งตัด ต่างจากนักการเมืองส่วนใหญ่ที่ใส่สูทผ้าโปลีเอสเตอร์ทรงกล่องๆบวมๆ เจเอฟเครู้ถึงความสำคัญของการแต่งตัวเพื่อสร้างความประทับใจ พอเวลาต้องเอาจริง เขาก็ถอดสไตล์ลำลองริมหาดออกเพื่อสวมสูทที่สั่งตัดมาอย่างดี ส่วนใหญ่จะในสีเข้มแบบไม่มีลาย แต่เป็นในบางโอกาสก็มีลายทางแบบบางๆ Indochina เป็นยี่ห้อที่มีตัวเลือกในแบบผ้า wool ที่ไม่แพง ตัวเจเอฟเคเองก็เป็นแฟนของ Brooks Brothers แต่ถ้าจะเอาจริง แบบสักครั้งในหนึ่งชีวิตลูกผู้ชาย ต้องไปวัดขนาดตัวสั่งตัดกับ  Armani ชึ่งแนว Trader Line Suit ของพวกเขาคงทำให้แม้แต่ท่านภริยาของประธานาธิบดีอย่าง Jackie O ต้องเปลงยิ้มรับรองความเนียบ ข้อควรจำ ความพอดีของสัดส่วนเข้าทรงคือสิ่งสำคัญสุด ห้ามมีส่วนหลวม ห้ามมีส่วนงอแถวไหล่ ชุดสูทลายทาง ถ้าใส่อย่างถูกต้องจะเท่ห์อย่าง gangster แบบมาเฟียเลย แต่ใส่ผิดจะดูเหมือนอาชญากรกิ๊กก๊อก แล้วก็อย่าลืมผ้าเช็ดหน้าแนบกระเป๋าอกด้วย เนคไททรง skinny เนคไทที่ดูแย่ในโลกนี้คงมีจำนวนเกือบๆเท่าจำนวนของเนคไททั้งหมดบนโลก ทำไมมันยากแสนสาหัสนักที่จะหาเนคไทดีๆได้หรอ? ใครจะไปรู้ละ แต่เคนเนดี้รู้ว่าการมีเนคไทที่เพอร์เฟคใส่กับสูทอันน่าประทับใจอยู่แล้วสามารถช่วยทำให้เขาสั่งการความสนใจของคนทั้งห้องได้โดยไม่ต้องปริปากพูดอะไรสักคำ อย่าเอาแบบที่บานตรงปลายเยอะ แล้วก็เอาลายแบบเรียบง่ายก็น่าจะดีแล้ว ตัว Italian silk repp ของ J Crew เป็นทางเลือกที่เยี่ยม หรือไม่ก็ตัว BB#4 slim ของ Brooks Brothers แต่ถ้าคุณรู้สึกมั่นใจเป็นพิเศษก็เล่นโบว์ไทเลย ใส่แบบเบี้ยวนิดๆ แล้วก็ห้ามใส่แบบ clip-on สำเร็จรูป โตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆกันแล้วนะ เสื้อ Sweater อากาศยามตะวันอัสดงแถวๆ New England เย็นยะเยือกพอสมควร และเคนเนดี้ก็รู้ดีว่าการจะคงสไตล์โดยไม่ต้องหนาวจำต้องมีเสื้อสเวตเตอร์ถักจากขนแกะ Black Sheep fisherman’s sweater จาก Orvis จะทำให้คุณอุ่นสบายแม้ในยามเย็นที่สุดเย็นยะเยือก แต่ถ้าคุณคันง่ายแล้วอยากได้อะไรที่นุ่มขึ้นแต่ทน ก็ Cable knit cashmere ของ Ralph Lauren’s เลย นาฬิกาข้อมือ นอกเสียจากว่าคุณเป็นนักร้องนำวงร๊อค คุณไม่จำเป็นต้องมี accessory อะไรมากมายหรอก แต่อย่างนึงที่ทุกชายชาติบุรุษพึงมีคือนาฬิกาข้อมือดีๆสักเรือน ไม่เวอร์ ทน แล้วก็ไม่ใช่แบบดิจิตอลคือกฏพื้นฐานที่ดีในการเลือกนาฬิกาประจำกาย เจเอฟเคใส่ Omega ทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าเรือนบางๆเป็นหลักในช่วงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา หากคุณไม่อยากเสียค่าแรงหลายๆอาทิตย์ หรือหลายเดือนไปกับนาฬิกาข้อมือ เราเข้าใจคุณ แต่นี่คือของอย่างนึงที่ลูกผู้ชายควรปรนเปรอให้ตนเองได้ คือใช้ Timex ที่ซื้อได้ตามห้างทั่วไปแล้วมันจะดูเวลาเที่ยงตรงพอๆกับงานSwissที่ต้องเก็บออมซื้อไหม? ก็ใช่ ตรงประมาณพอกันแหละ แต่มันจะเพิ่มความมั่นใจที่เห็นได้ในการเดินของคุณเลยไหม? ก็คงไม่ ถ้าจะเซฟเงินหน่อย ลองไปดูคอลเลคชั่น Rolex vintage ที่เวี่ยนเปลี่ยนของ Huckberry’s ดูสิ แต่ถ้าอยากรำลึกถึงท่านประธานาธิบดีก็ต้องไปร้าน vintage ของ Omega เลย รองเท้าผ้าใบ คุณคงจะใส่แต่รองเท้าแต่งหรูหรือรองเท้าสำหรับเรือใบตลอดไม่ได้หรอก คนเราต้องมีอารมณ์สปอร์ทกันบ้าง ถึงจะใส่คู่กับเสื้อ blazer ก็เหอะ ใช่ จอห์นเองก็ใส่ sneaker กับชุดสูทเป็นครั้งคราว ไม่ผิดหรอก แต่ต้องเน้นทรงคลาสสิคอย่าง Converse Chuck Taylor All Star หรือไม่ก็ Tretorn รุ่น Nylites ที่จอห์นเองก็ชอบ หมวก จริงๆคือ ไม่มีหมวก ความไม่พึงใส่หมวกของเคนเนดี้ถึงขั้นถูกให้เครดิตว่าฆ่าเทรนใส่หมวกในหมู่ชายอเมริกาในเวลานั้นเลยทีเดียว ตอนช่วงเวลาที่เคนเนดี้พึ่งขึ้นสาบานตนนั้น คุณจะแทบมองหาหัวเพียวๆของผู้ชายสักคนบนถนนในเมืองที่แน่นไปด้วยผู้คนไม่ได้เลย แต่พอเคนเนดี้เริ่มออกโทรทัศน์ออกหน้าหนังสือพิมพ์โดยไม่สวมหมวกประจำๆทุกวันเข้า เหล่าชายฉกรรจ์อเมริกันก็คล้อยตามการนำของเขา ความบังเอิญ? เวบปราบตำนานปากต่อปาก Snopes ตัดสินเรื่องการสังหารเทรนใส่หมวกโดยเจเอฟเคว่าเป็นเรื่องไม่จริง แต่ก็มีคนค้นคว้ามามากมายพอที่จะถกเถียงได้ไม่แพ้กัน แต่ไม่ว่าจะยังไง ครั้งสุดท้ายที่คุณเห็นคนใส่หมวก fedora หรือ top hat เข้าออฟฟิศคือเมื่อไหร่ละ Source : thedailybeast Translate By : ponpawn  

NEWS & ACTIVITIES

6 แบรนด์ไทยที่น่าจับตามองประจำปี 2016 โดย Soul4street

1. SSAP SSAP ได้เปิดตัวขึ้นครั้งแรกที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยดีไซน์เนอร์ชาวไทยอย่างคุณแม้ว "วราลี แสงสมทรัพย์" อันได้รับแรงบันดาลใจจากหม้อหลอมรวมวัฒนธรรมขนาดยักษ์ในเมืองใหญ่ อันมีเป้าหมายเพื่อการตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษคุณภาพดีมีคุณภาพระดับโลก ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2014 ที่มี Project จากทางแบรนด์ชื่อว่า "สกลโปรเจ็คท์" ซึ่งเกิดจากความต้องการอนุรักษ์การมัดย้อมผ้าอินดิโก้พื้นเมืองตามชื่อจังหวัดสกลนคร…

สัมภาษณ์คุณแชมป์ ฐกร วรรณวงษ์ แห่งแบรนด์ TAKARA WONG ว่าด้วยเรื่องของเสื้อผ้าและดนตรีที่แยกกันไม่ออก

TAKARA WONG (ทะคาระ- หว่อง) น่าจะเป็นชื่อที่ชาวสตรีทแฟชั่นไทยเริ่มที่จะรู้จักกันมากขึ้น กับชื่อเสียงของแบรนด์ที่ก้าวกระโดดไปมัดใจกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ ทั้งที่ตัวแบรนด์เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน (ปี 2015) แต่ว่าสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไปก่อนที่จะไปเสพย์สมอารมณ์ยินดีกับความสำเร็จของแบรนด์ที่แสดงตนอย่างชัดเจนในเวทีโลกว่าเป็นแบรนด์ของ “คนไทย”…

Nike Sock Dart "Ghost Green/ Hot Punch" สีเจ็บจี๊ดสุดจ๊าบโดนใจต้อนรับฤดูกาล 2017 Spring/Summer

ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาของเหล่าสนีกเกอร์ลุคมินิมอลลิสท์โทนสีล้วนที่ครองตลาดกระแสหลักได้อย่างมั่นคงแข็งแรง แต่ว่ามาในครั้งนี้ Nike ก็ได้ฉีกกระแสหลักอย่างกระจุยกระจายด้วยการออกสีใหม่ของโมเดลสุดล้ำสมัยที่มีชื่อว่า Nike Sock Dart "Ghost Green/ Hot Punch" ด้วยการจับคู่ของสามสีหลักโดนใจด้วยสไตล์สุดเจ็บแสบ ระหว่าง Cage สีบานเย็นสดใสและพื้นบุในสีนีออนเขียว บุด้วยผ้า…

มาดูกันให้ชัด ๆ กับไอเท็มทุกชิ้นในคอลเล็คชั่น NEIGHBORHOOD x BAPE ด้วยคาโมลายแปลกตา และเสื้อผ้าเล่นลายกราฟฟิคสุดโดนใจ

ถือว่าเป็นเวลาที่เนิ่นนานพอสมควรนับจากครั้งแรกที่ NEIGHBORHOOD ร่วมมือกับแบรนด์รุ่นลูกของ BAPE อย่าง "AAPE" สำหรับคอลเล็คชั่นฤดูร้อนเมื่อหลายปีก่อน และหลังจากที่ฟูมฟักบารมีของตนมาได้ระดับนึงก็ดูเหมือนว่าแบรนด์สตรีทสายดิบเถื่อนจากแดนอาทิตย์อุทัยแบรนด์นี้พร้อมจะซบอกรุ่นใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยการเริ่มต้นคอลเล็คชั่นขนาดเล็กพอหอมปากหอมคอในครั้งนี้…

fragment design x Air Jordan 1s กับการรีสต็อคครั้งใหญ่สุดเซอร์ไพรซ์ ให้ทุกคนได้จับสลากเสี่ยงโชค !

นับเป็นข่าวดีที่ทุกคนใฝ่ฝันและมันก็ได้เกิดขึ้นจริงเป็นที่เรียบร้อย กับการรีสต็อค fragment design x Air Jordan 1s ด้วยราคารีเซลที่พุ่งสูงเฉียดเพดานไปถึง 1,700$ USD (50,000 บาท) นั่นจึงทำให้รองเท้าคู่นี้เป็นหนึ่งในสนีกเกอร์ในตำนานของเหล่าสาวก Air Jordan ที่ทุกคนอยากจะได้มาไว้ในครอบครอง โดยที่ END Clothing ได้เปิดให้ลงทะเบียนจับฉลากออนไลน์กันแล้วในวันนี้ ที่นี่ สำหรับผู้ที่คิดว่าตัวเองมีโชคและมีแต้มบุญสะสมเพียงพอก็สามารถไปลงทะเบียนเสี่ยงโชคกันได้แล้ววันนี้…

Pogba x adidas Football กับคอลเล็คชั่นสุดจ๊าบ ด้วยไอเท็มซิกเนเจอร์ของนักเตะเจ้าของฉายา "ทรงผม 80 ล้าน"

ด้วยวัยเพียง 23 ปี เจ้านักเตะตัวแสบมาดแบดบอยทีมชาติฝรั่งเศสผู้นี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยการเซ็นสัญญามูลค่า 80 ล้านปอนด์กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งสัญญาดังกล่าวเขาไม่ได้มาเพราะทรงผมสุดจ๊าบของเขาอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะความคิดสร้างสรรค์และฝีเท้าในเกมฟุตบอลของเขาที่ร้ายกาจหาตัวจับยากนั่นเอง และสัญญาอีกหนึ่งฉบับที่เขาได้รับในวันนี้ ไม่ใช่กับสโมสรใด…

adidas x Stella McCartney Spring/Summer 2017 Collection เสื้อผ้ากีฬาสำหรับสตรีผู้รักในสปอร์ต

หลังจากที่เพิ่งเปิดตัวไลน์เสื้อผ้าผู้ชายไปเมื่อไม่นานมานี้ Stella McCartney ก็ได้เปิดตัวงานของหล่อนในคอลเล็คชั่น Spring/Summer 2017 ซึ่งเป็นการร่วมงานกับแบรนด์สามแถบ มิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนาน ด้วยเสื้อผ้ากีฬาที่มีสไตล์และตอบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานของผู้หญิงที่ชอบเล่นกีฬาทุกประเภท "คอลเล็คชั่นนี้คือการปลุกความท้าทายในตัวเองของเหล่าผู้หญิงให้กล้าที่จะออกมาเล่นกีฬา…

Stone Island x NikeLab กลับสร้างความหรูหราร่วมกันอีกครั้ง ผ่านรองเท้าสนีกเกอร์โมเดล Nike Sock Dart

หลังจากที่ก่อนหน้านี้งาน Collaboration ระหว่าง Stone Island x NikeLab เป็นเสื้อแจ็คเก็ต Windrunner ท้าลมหนาวที่เบาสบายแต่เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน ล่าสุดสองแบรนด์นี้ก็ตัดสินใจที่จะโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่สี่ในการร่วมงานกันของสองแบรนด์นี้ ด้วยการ Collab รองเท้า Nike Sock Dart รองเท้าสนีกเกอร์โมเดลล้ำสมัยที่เป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมของทางแบรนด์ Swoosh Nike Sock Dart อีดิชั่นนี้จะวางจำหน่ายทั้งหมดสามสีสามสไตล์ด้วยกัน…

Soul4street Review : นาฟิกา G-Shock x Maharishi แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทสายเลือดผู้ดี

G-Shock คือหนึ่งในแบรนด์ที่มีการ Collaboration ร่วมกับแบรนด์หรือดีไซเนอร์ต่างๆในแต่ละปีออกมาอย่างหลากหลาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่ทาง G-Shock ได้ร่วมงานด้วยนั้น ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวและความน่าสนใจ และแต่ล่ะคอลเลคชั่นนั้นได้รับความนิยมและจะผลิตออกมาในจำนวนจำกัด (Limited Edition) สำหรับคอนเทนต์ Soul4street Review ครั้งนี้ เราได้นาฬิกาจาก G-Shock ซึ่งมีความน่าสนใจ เพราะในคอลเลคชั่นที่เราจะนำมารีวิวในครั้งนี้…

PALANQUIN "Oversized" Tee งานดีมีคุณภาพจากแบรนด์น้องใหม่สายเลือดไทย ด้วยงานระดับพรีเมียมคุณภาพคับราคา

จากความหลงใหลในเสื้อผ้า รองเท้าสนีกเกอร์และการแต่งกายแนวสตรีทของ "คุณเกี้ยว" พีรพัฒน์ อินทรธนี ผู้กำกับฟรีแลนซ์ผู้มีผลงานการกำกับเอ็มวีให้กับศิลปินฮิปฮอปรุ่นใหม่ในปัจจุบัน อย่าง URBOYTJ และ Pok Mindset   ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานที่เปิดโลกทัศน์ทางแฟชั่นให้เขาดังกล่าว ทำให้เขาตัดสินใจที่จะผลิตเสื้อผ้าในแบบของตัวเอง โดยเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ อย่างการอยากสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกใจก่อน…

Nike Special Field Air Force 1 "String" สีใหม่ล่าสุดของรองเท้าสุดฮอทแห่งปี 2016 ที่หลายคนคาดไม่ถึง !?

Nike Special Field Air Force 1 คือหนึ่งในรองเท้าสนีกเกอร์ที่ฮอทที่สุดในช่วงปีที่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยราคารีเซลแตะหลัก 20,000 บาทไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย และล่าสุดเจ้าโมเดลตัวนี้ก็ได้ออกคู่สีใหม่ Nike Special Field Air Force 1 "String" ซึ่งนับเป็นสีที่สีแล้วของโมเดลข้อสูงยอดฮิตตัวนี้ โดดเด่นด้วยโทนสีเบจและวัสดุระดับพรีเมียม ต้อนรับฤดูหนาวของต่างประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมวางจำหน่ายในวันที่…

Givenchy 2017 Spring/Summer "Rottweiler" ลายยอดนิยมแห่งปี 2011 ที่งดงามตามลายเซ็นต์ของ Tisci

หากพวกเราลองมองย้อนไปในยุคปี 2011 ที่อัลบั้มปรากฏการณ์ทางดนตรีของสองแรปเปอร์สุดยิ่งใหญ่แห่งยุคอย่าง Jay-Z และ Kanye West ได้ร่วมออกอัลบั้มคู่กันที่มีชื่อว่า " Watch The Throne " ซึ่งอัลบั้มนั้นก็ยังคงเป็นตำนานในวงการฮิปฮอปสมัยใหม่ในทุกวันนี้ ทำให้ในยุคนั้นเสื้อยืดลาย Rottweiler สุนัขพันธุ์ดุซึ่งออกแบบโดย Riccardo Tisci ก็ฮิตติดลมบนจนเราเห็นทุกคนสวมใส่กันให้ควัก และในปี 2017 นี้ทาง Givenchy…

adidas YEEZY BOOST 350 V2 Custom "Beluga Koi" จากตะวันตกสู่ตะวันออกด้วยลวดลายปลาคาร์ฟ

ในยุคนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของงาน Custom รองเท้าสนีกเกอร์ เพราะนอกจากจะเกิดศิลปินมากหน้าลายตาที่กระโดดมาร่วมงานกันอย่างคับคั่งแล้วนั้น กลุ่มลูกค้าสายรองเท้าสนีกเกอร์ในแบบออกแบบเองดังกล่าวก็มีมากขึ้นอย่างมากมาย และล่าสุด adidas YEEZY BOOST 350 V2 "Beluga" คู่นี้ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่จากศิลปินสาวมากฝีมืออย่าง Paulina Cieślewska ด้วยการวาดปลาคาร์ฟกำลังแหวกว่ายอยู่บนพื้นอัปเปอร์ของรองเท้ารุ่นดังกล่าวไว้อย่างสวยงาม…

NEIGHBORHOOD x BAPE กับโปรเจ็คท์มินิแคปซูลคอลเลคชั่นแบบพอหอมปากหอมคอ จัดเต็มกับคาโมลายแปลกตา

ถือว่าเป็นเวลาที่เนิ่นนานพอสมควรนับจากครั้งแรกที่ NEIGHBORHOOD ร่วมมือกับแบรนด์รุ่นลูกของ BAPE อย่าง "AAPE" สำหรับคอลเล็คชั่นฤดูร้อนเมื่อหลายปีก่อน และหลังจากที่ฟูมฟักบารมีของตนมาได้ระดับนึงก็ดูเหมือนว่าแบรนด์สตรีทสายดิบเถื่อนจากแดนอาทิตย์อุทัยแบรนด์นี้พร้อมจะซบอกรุ่นใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยการเริ่มต้นคอลเล็คชั่นขนาดเล็กพอหอมปากหอมคอในครั้งนี้ ซึ่งในคอลเล็คชั่นดังกล่าวนี้นั้นประกอบไปด้วย…

ต้นตำรับแห่งลายทหาร "Maharishi" แบรนด์สตรีทสายเลือดผู้ดีที่ได้ชื่อว่าเป็นความคลาสสิคแห่งยุค 90s

ถ้าจะกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของลวดลายคาโมบนงานแฟชั่นในปัจจุบัน แบรนด์ Maharishi ย่อมเป็นหมุดประวัติศาสตร์ของลวดลายดังกล่าวนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะ Hardy Blechman ผู้กุมบังเหียนและเป็น Creative Director ของแบรนด์ Maharishi คือผู้เชี่ยวชาญเครื่องแต่งกายแนวทหารชนิดหาตัวจับยาก อีกทั้งยังสร้างปรากฏการณ์การนำลวดลายคาโมมาใช้ในงานแฟชั่นได้อย่างเต็มตัวเป็นคนแรกของประวัติศาสตร์แฟชั่น…

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph