• ในวันที่ Nike เลิกทำตลาดรองเท้าบาสเก็ตบอลในไทย ใครได้ ใครเสีย? [Soul4Street]

    ในปี 2016 ที่ใกล้จะผ่านพ้นไปทุกขณะแล้วนั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในตลาดรองเท้าผ้าใบของประเทศไทย มีไม่น้อยที่เป็นแง่มุมดีๆ แต่ก็อีกมากเช่นกันที่เป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เชื่อแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบที่มากสุดโดยส่งผลไปยังทุกส่วนของวงการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านรองเท้า นักสะสมรองเท้า นักกีฬาหรือผู้ที่ซื้อรองเท้าไปเพื่อการสวมใส่เล่นกีฬา รีเซลเลอร์ หรือแม้แต่ตัวแบรนด์เองนั้น ย่อมไม่พ้นการที่ทาง Nike ตัดสินใจปรับเปลี่ยนการทำตลาดรองเท้าบาสเก็ตบอลในประเทศไทย โดยรองเท้า Air Jordan โมเดล Retro รุ่นสุดท้ายที่จะเข้ามาขายในไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายโดยตรงจาก Nike นั้นได้ถูกวางขายไปเรียบร้อยแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานั่นคือรองเท้า Air Jordan 1 Retro High OG “Banned”   Air Jordan 1 Retro High OG “Banned”   หากใครที่อยู่ในวงการรองเท้ามานานเกิน 7-8 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีร้านรองเท้าใหญ่ซึ่งทำธุรกิจแบบครบวงจร 4-5 ร้านในประเทศแบบตอนนี้ คงจะรู้ดีว่าประเทศไทยนั้นถูกจัดให้อยู่ลำดับท้ายๆรายชื่อของกลุ่มประเทศที่จะได้รองเท้ารุ่นพิเศษๆ หรือโมเดลแปลกๆเข้ามาขาย ส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากที่ช่วงเวลาประมาณเกือบ 10 ปีก่อน Nike ได้ทำตลาดรองเท้าผ้าใบในไทยมาเรื่อยๆ โมเดลแปลกๆก็มีเข้ามาขายแต่ผลตอบรับก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จซึ่งช่วงเวลานั้นก็ต้องยอมรับกันว่าวงการรองเท้าผ้าใบของไทยยังแคบมากๆ กลุ่มคนที่ชื่นชอบยังรวมตัวกันอยู่ตามเว็บบอร์ดไม่กี่ที่ ไม่ได้มี Social Network ที่เชื่อมทุกคนได้เร็วเหมือนตอนนี้ รองเท้าที่ขายได้จึงมักจะเป็นรองเท้ารุ่นหลักของทางแบรนด์เสียเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับศูนย์ใหญ่ของ Nike ของภูมิภาคนี้ก็ไม่ได้ตั้งอยู่ที่ไทย หากแต่อยู่ที่สิงคโปร์ดังนั้นนโยบายหรือการตัดสินใจต่างๆก็มาจากทางนั้นแทบทั้งหมดและทางสิงคโปร์ก็ขึ้นตรงกับ Nike Global อีกทอดนึงซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้มีความเข้าใจในความเป็นไปและเอกลักษณ์เฉพาะของตลาดรองเท้าผ้าใบในแต่ละประเทศอย่างชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่ถูกยกขึ้นมาประกอบการประเมินเพื่อการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจนั้นจึงไม่พ้นเรื่องของ “ตัวเลข” แต่เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขของจำนวนรองเท้าที่ขายได้ หรือเม็ดเงินที่ได้กลับมาจากการทำตลาดในประเทศนั้นๆ   ต่อให้คนที่เพิ่งเข้ามาศึกษาเรื่องราวของรองเท้าผ้าใบในช่วง 2-3 ปีนี้ก็ยังน่าจะแปลกใจกับการตัดสินใจของ Nike กับการที่บ่อยครั้งประเทศไทยไม่ได้มีรองเท้ารุ่นที่”ควรจะมี”เข้ามาขายทั้งๆที่ตามระดับแล้วมันเป็นรองเท้ารุ่นธรรมดามากที่ประเทศไหนๆก็มีวางขายอย่าง Nike Sock Dart(เร็วๆนี้เดี๋ยวก็มีรุ่นนี้เข้ามาขาย เพียงแต่มันช้าไปเกือบปีจนตอนนี้เทรนด์มันก็เริ่มเฟดออกไปบ้างแล้ว) หรือแม้แต่รองเท้าบางรุ่นซึ่งออกมาเป็น Pack พิเศษเช่น Olympic Pack ก็นำเข้ามาขายเกือบทุกรุ่นแต่ก็เลือกที่จะตัดบางรุ่นอย่าง Air More Uptempo ออกไปให้ pack มันดูแหว่งๆไปเสียอย่างนั้น ตรงส่วนนี้ต่างจากแบรนด์คู่แข่งโดยตรงอย่าง adidas ที่มีการแบ่งไลน์สินค้าค่อนข้างชัดเจน เรียกได้ว่ายกเว้นรองเท้าในไลน์ Consortium แล้วรุ่นอื่นๆจะถูกนำเข้ามาขายหมดแบบไม่ต้องลุ้น   ทีนี้เมื่อกลับมาว่ากันที่เรื่องปรับเปลี่ยนการทำตลาดรองเท้าบาสเก็ตบอลในไทยของ Nike ซึ่งความหมายนั้นไม่ได้เป็นเพียงการยกเลิกการขายแค่ไลน์ Air Jordan แต่รวมถึงรองเท้าบาสเก็ตบอลทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นไลน์ Kobe ,Lebron หรือ KD ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะเกิดคำถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาก็ยังเห็นภาพการต่อคิวซื้อ หรือจับฉลากทุกครั้งเมื่อมีรองเท้า Air Jordan โมเดล Retro หลายรุ่นเข้ามาขาย บรรยากาศการร่วมลุ้นจับฉลากเพื่อซื้อรองเท้า Air Jordan 1 Retro High OG “Banned” ในประเทศไทย   ความคิดแบบนี้มาจากมองผ่านในมุมของลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่วิธีการทำธุรกิจของ Nike หรือแม้แต่แบรนด์อื่นๆทั่วโลกนั้นไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการขายแต่รองเท้ารุ่นเรือธงแบบนี้ สิ่งที่หลายๆคนโดยเฉพาะคนนอกวงการที่ติดตามแต่รองเท้ากระแสแรงๆไม่รู้คือนอกจาก Air Jordan รุ่นเหล่านี้แล้วรองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นอื่นนั้นก็ไม่ได้มียอดขายอยู่ในระดับที่รับได้ของทาง Nike ยิ่งเมื่อ Nike ทำการเปรียบเทียบในเชิงตัวเลขแล้วก็คงจะพบว่าตัวเลขการขายรองเท้าบาสเก็ตบอลในภูมิภาคนี้ของไทยยังเป็นรองประเทศฟิลิปปินส์ และน่าจะรวมถึง อินโดนีเซียด้วยซ้ำ นั่นเพราะกีฬาบาสเก็ตบอลในประเทศไทยไม่ได้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆ เหมือนดังประเทศที่กล่าวมา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พึ่งเริ่มเกิดขึ้น หากแต่มันเป็นอย่างนี้มานานแล้วและเชื่อว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายอดขายในไทยของรองเท้ากลุ่มนี้ยิ่งลดลงไปอีกเสียด้วยซ้ำ ด้วยสาเหตุอะไรบ้างนั้นผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆคนที่ติดตามเรื่องของวงการรองเท้าคงน่าจะเข้าใจอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงนำมาซึ่งนโยบายการเลือกตัดประเทศไทยออกจากสารบบการขายรองเท้าบาสเก็ตบอล เพราะในเมื่อยอดขายมันห่างจากเป้าหมายมากก็สู้นำสินค้าทั้งหมดไปลงขายเฉพาะกลุ่มประเทศที่สามารถทำยอดขายได้ใกล้เคียงเป้ามากกว่านี้จะดีกว่า เพราะสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นลำดับต้นๆในการทำธุรกิจก็คือเรื่องของการบริหารจัดการสต๊อคสินค้า ยิ่งเป็นธุรกิจแฟชั่นเครื่องแต่งกายด้วยแล้ว มันมีเรื่องของเทรนด์ และซีซั่นของการออกสินค้าอยู่ด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายก็คือ สินค้าที่ส่งเข้ามาขายในไทยนั้นเมื่อผ่านไป 3 เดือน อาจจะขายได้ 30-50% จากทั้งหมด แต่ก็กำลังจะมีสินค้ารุ่นใหม่เข้ามาวางขายแล้ว ทีนี้ทาง Nike จะทำอย่างไรกับสินค้าที่เหลือกว่า 50% จะโยกสินค้าข้ามไปขายประเทศอื่นที่เค้าขายได้ก็มีเรื่องการขนส่งที่เพิ่มเข้ามา และที่สำคัญเลยรองเท้าผ้าใบนั้นเป็นสินค้าแฟชั่นมันมีเรื่องของการตกรุ่นอยู่ดังนั้นถึงโยกสินค้าไปก็อาจจะไม่ได้ขายได้เหมือนตอนสินค้าพึ่งออกวางขาย ดังนั้นหนทางที่ง่ายที่สุดในการบริหารสต๊อคก็คือการเลือกวางขายสินค้าเฉพาะที่ๆขายได้ไปเลยตั้งแต่ต้น   หากพิจารณาในเรื่องเชิงธุรกิจแล้วอาจจะฟังดูพอเข้าใจเหตุผลของทาง Nike ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วปัญหาการขายสินค้าไม่ได้ตามเป้าหมายนั้นมันเป็นปัญหาจากทางฝั่งผู้บริโภคอย่างเดียวจริงหรือไม่ หรือว่าจริงๆแล้วมันมาจากออกตัวสินค้าที่ไม่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ากันแน่ๆ รองเท้าไลน์บาสเก็ตบอลของ Nike นั้นถ้าคนมองผิวเผินอาจจะเข้าใจว่ามีแต่โมเดลที่คุ้นตาของ Air Jordan ,Kobe ,Lebron แต่ในความเป็นจริงบรรดารองเท้าพวกนี้ถูกแตกออกเป็นรุ่นต่างๆแบบยิบย่อยมากๆ บ้างเปลี่ยนวัสดุ บ้างนำรุ่นต่างๆมา Fusion กันกลายเป็นรองเท้า Hybrid ซึ่งสิ่งที่ว่ามานั้นมันไม่ได้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าแต่อย่างใด วิธีการทำธุรกิจของ Nike เมื่อหลายสิบปีก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างเดิม ใช้วิธีการขยายแบรนด์ และเพิ่มยอดขายโดยเน้นแตกรุ่นรองเท้าให้หลากหลาย เน้นเพิ่มปริมาณแต่ไม่ได้เน้นใส่ใจในเรื่องคุณภาพรองเท้า และงานดีไซน์   ที่ผ่านมาในแต่ละเดือน Nike จะออกรองเท้าบาสเก็ตบอลรุ่นเรือธงมา 1-2 รุ่นควบคู่ไปกับกองทัพรองเท้าอะไรก็ไม่รู้อีกเป็นสิบๆรุ่นโดยหวังใช้รองเท้ารุ่นเรือธงนั้นในการสร้างชื่อให้แบรนด์ จนคนทั่วไป หรือคนที่เพิ่งเริ่มสนใจรองเท้าเข้าใจผิดว่ารองเท้าทุกรุ่นที่เป็นไลน์ Air Jordan นั้นถ้าเป็นคู่สีหลักแล้วคือใส่แล้วดี และมีมูลค่าในตัวมันเองจนบางคนเดินเข้าไป Outlet แล้วกลับออกมาพร้อมกับรองเท้า Air Jordan Force IV “Laser” ที่เจ้าตัวนึกว่ามันคือรุ่นเดียวกับ Air Jordan IV “Laser” หรือการซื้อ Air Jordan CP3 III “Black Cement” โดยเข้าใจว่าตัวเองเพิ่งโชคดีซื้อ Air Jordan III “Black Cement” มาได้ในราคาถูก Air Jordan Force IV “Laser”    Air Jordan CP3 III “Black Cement” การทำธุรกิจรองเท้าในรูปแบบนี้อาจจะใช้ได้ผลดีกับเมื่อ 10 – 20 ปีก่อน ที่สังคมคนเล่นรองเท้าผ้าใบยังไม่กว้าง และถูกเชื่อมถึงกันจนสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ง่ายเหมือนในสมัยนี้ ซึ่งเชื่อว่าโมเดลรองเท้าตามที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นคนจะหลงไปซื้อเพราะความเข้าใจผิดก็น้อยลงมาก หรือถึงจะหลงเข้าไปแต่หลังจากที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเค้าก็ไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก  แม้รองเท้า Hybrid พวกนี้ในแง่วัสดุจะไม่ได้ด้อยกว่ารุ่น Retro และถือว่าดีกว่าโมเดลใหม่ๆที่บางทีผลิตออกมาแบบสะเปะสะปะ แต่ในแง่มูลค่าของตัวมันเองนั้นในสายตาคนที่ชื่นชอบรองเท้าแล้ว มันไม่ได้ต่างกันเลย ผลที่ตามมาจากการตัดสินใจของ Nike ในครั้งนี้มีมากมาย แน่นอนเลยว่าฝ่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือร้านรองเท้าต่างๆที่ขายรองเท้าไลน์บาสเก็ตบอลซึ่งร้านไหนที่มีขายรองเท้าของแบรนด์อื่นๆอยู่ด้วย หรือขายไลน์อื่นๆนอกจากรองเท้าบาสเก็ตบอลก็อาจจะพอปรับตัวรับมือได้บ้าง แต่กับบางร้านที่ปรกติขายแต่รองเท้าบาสเก็ตบอลและอาจจะเน้นไปที่แบรนด์ Nike ด้วยแล้วนี่น่าจะลำบากมากเลยทีเดียว เพราะนโยบายนี้ทางร้านค้าเองก็พึ่งทราบกันเมื่อช่วงต้นปี ส่วนผู้บริโภคที่ซื้อไปใส่เพื่อการเล่นกีฬานั้นอาจจะไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรเนื่องจากรองเท้าบาสเก็ตบอลจาก adidas และ Under Armor ก็ได้รับความนิยม และมีประสิทธิภาพที่ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่ซื้อรองเท้าเพราะสะสม หรือชื่นชอบการสวมใส่รองเท้าโดยเฉพาะไลน์ Air Jordan โมเดล Retro นั้นได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะทางเลือกในการซื้อก็คือการสั่งจากต่างประเทศหรือไม่ก็ซื้อจากบรรดา Reseller เท่านั้น ซึ่งราคาจะสูงกว่า Retail พอสมควร ส่วนในมุมของ Reseller (เฉพาะ Reseller ที่หาสินค้าจากต่างประเทศ ไม่ใช่ Reseller ที่เน้นไปต่อคิวซื้อในไทยมาขายต่อ) นั้นได้รับประโยชน์เต็มๆแน่นอน เพราะตลาดตรงนี้จะเปิดมากขึ้น ส่วนตัวแบรนด์ Nike เองดูเผินๆเหมือนจะได้ควบคุมสิ่งต่างๆง่ายขึ้น แต่เชื่อเลยว่าในสายตาของคนใส่รองเท้าผ้าใบในไทยแล้ว แบรนด์ Nike ซึ่ง 1-2 ปีที่ผ่านมาดูด้อยลงไปเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง adidas อยู่แล้วกลับยิ่งดูเล็กลงไปอีกเมื่อตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะในมุมของคนทั่วไปเค้าไม่มารู้ด้วยหรอกว่าทำไมทาง Nike ถึงทำแบบนี้เค้ากลับมองแค่ว่าแบรนด์ดูด้อยลงไปก็เท่านั้น    ทั้งนี้ทาง Nike คงจะมีมุมมองของตัวเอง แต่ในมุมมองของเราซึ่งเป็นสื่อมองว่าจริงแล้วมีหนทางอื่นๆที่ Nike ควรจะนำมาใช้จัดการกับรองเท้าไลน์บาสเก็ตบอล และไม่ใช่แค่เคสนี้แต่น่าจะปรับใหม่ทั้งหมดตั้งนานแล้ว นั่นคือ การแบ่งไลน์สินค้ารองเท้าบาสเก็ตบอล ออกเป็นไลน์ Performance และ Sportswear ให้ชัดเจนเหมือนรองเท้ากีฬาชนิดอื่นๆของ Nike  หรืออย่างที่ adidas ได้แบ่งไลน์รองเท้าของตัวเองอย่างชัดเจนกว่านั้นอีกด้วยการแยก shop ออกเป็น Original และ Performance เพื่อจะได้แยกการทำตลาดให้ชัดเจนไปเลยโดยหากมองว่าตลาดรองเท้าบาสเก็ตบอลสาย Performance ในไทยมันเล็กมากก็อาจจะถอนออกไปแค่ไลน์นี้ และคงไลน์ Sportswear( Air Jordan โมเดล Retro และรุ่นอื่นๆที่ออกไปทางลำลอง) ไว้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็อาจจะยังเห็น Nike ถอนไลน์บาสเก็ตบอลออกไปเฉพาะรองเท้ารุ่น Performance ไม่ใช่ถอนออกไปทั้งหมดแบบตอนนี้ เพราะว่ายุคนี้เป็นยุคที่เทรนด์การใส่รองเท้าผ้าใบของผู้คนค่อนข้างกว้าง และแพร่หลาย กลุ่มลูกค้าของรองเท้าไลน์บาสเก็ตบอลเองก็เช่นกัน มีทั้งคนที่ซื้อไปใส่กับเสื้อผ้าลำลอง คนซื้อไปเก็บสะสม และคนที่ซื้อเพื่อใส่เล่นกีฬาจริงๆ ซึ่งน่าจะมีสัดส่วนที่ชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว   เมื่อมาถึงตอนนี้แล้วพวกเราก็คงทำได้แค่รอดูและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์กันต่อไป ซึ่งก็ยังไม่มีใครตอบได้ว่าทาง Nike จะถอนไลน์บาสเก็ตบอลออกไปอย่างถาวร หรือวันหนึ่งจะนำกลับเข้ามาขายอีกครั้ง แต่ที่ยืนยันได้คืออย่างน้อยช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นปีหน้า ร้านรองเท้าต่างๆที่พวกเราคุ้นเคยกับการซื้อรองเท้าในไลน์ Air Jordan นั้นจะไม่มีรองเท้ารุ่นใหม่ๆเข้ามาขายแล้ว ถึงอย่างนั้นทางเราเชื่อว่าสุดท้ายอย่างไรวันนึงรองเท้าเหล่านี้ก็ต้องกลับมาเพราะเรื่องกลยุทธ์ในการทำธุรกิจนั้นมันมีหลากหลายและขึ้นกับหลายปัจจัยทาง Nike เองก็เป็นบริษัทใหญ่ที่มีความชำนาญในการทำธุรกิจอยู่แล้ว หากเราคาดเดาไม่ผิดใน 2-3 ปีข้างหน้าก็น่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง     

  • Soul4street Interview : Jeff Staple นักออกแบบชื่อดังผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า Staple Pigeon

    ในโลกของสตรีทแฟชั่นและรองเท้าสนีกเกอร์ หากจะกล่าวถึงใครสักคนที่เป็นผู้บุกเบิกและผลักดันวงการ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อ Jeff  Staple อย่างแน่นอน เขาเป็นหนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อวงการสตรีทแฟชั่นอย่างแท้จริง เห็นได้จากผลงานมากมายที่เขาดีไซน์รวมถึงแบรนด์เสื้อผ้าของเขาเอง Jeff  Staple ได้รับการยอมรับทั้งในวงการแฟชั่นและวงการออกแบบ เขามีผลงาน Collaboration กับแบรนด์ดัง ๆ มาแล้วหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น PUMA, Burton, Converse, Clarks, Levi's, New Balance และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดคือการร่วมงานกับทาง Nike ที่ร่วมกันออกแบบรองเท้า Nike Dunk SB “Pigeon” สร้างปรากฏการณ์คนมาต่อคิวซื้อล่วงหน้าเป็นอาทิตย์  ซึ่งในช่วงสิบกว่าปีก่อนถือเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ และที่สำคัญคือเหตุการณ์จราจลที่เกิดขึ้นเมื่อถึงวันวางจำหน่ายรองเท้าในอเมริกา เพราะรองเท้ามีจำหน่ายไม่พอต่อความต้องการ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ในวันต่อมาเหตุการณ์จราจลครั้งนี้ก็ได้ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เรียกได้ว่าเป็นการปลุกกระแสวงการสนีกเกอร์ให้เป็นที่สนใจและร้อนแรงขึ้นไปอีก แน่นอนว่าชื่อของ Jeff  Staple ก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้นไปอีก Jeff ได้มีโอกาสเดินทางไปยังหลายประเทศ เพื่อโปรโมทแบรนด์เสื้อผ้าของเขาที่มีชื่อว่า Staple Pigeon ซึ่งสามารถถ่ายทอดความเป็นสตรีทและความเป็นนิวยอร์คเกอร์ได้อย่างชัดเจน ด้วยโลโก้นกพิราบที่แค่เห็นก็ต้องนึกถึงกลิ่นอายของนิวยอร์กแล้ว ล่าสุด Jeff ได้เดินทางมาเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์  โดยในงานครั้งนี้ทาง Soul4Street ได้มีโอกาสสัมภาษณ์  Jeff  Staple ด้วย  ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะพูดคุยถึงคอลเลคชั่นใหม่ของเขา รวมถึงกระแสสตรีทแฟชั่นในมุมมองของเขา เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าไปติดตามอ่านบทสัมภาษณ์กันได้เลย  คำถามแรกเลยที่ผมอยากจะถาม ซึ่งอาจจะเป็นคำถามที่คุณตอบมาจนเบื่อแล้ว แต่ว่าผมและแฟน ๆ ของคุณยังคงสนใจและอยากที่จะรู้! อะไรคือแรงบันดาลใจในการออกแบบของคุณ? ผู้คน !! ผมเจอคนจากทั่วโลก และนั่นเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม  เวลาผมได้เจอผู้คนที่หลากหลายจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มันส่งผลกับการออกแบบของผม  เพราะเวลาคุณออกแบบให้กับคนที่อยู่ประเทศไทย หรือคนที่อยู่เมืองบอสตันในอเมริกา มันก็จะแตกต่างกัน หรือโตเกียวกับเมืองเซาเปาโลใน ประเทศบราซิล ก็เช่นกัน การที่ผมสามารถออกแบบอะไรสักอย่างที่ทำให้คนทั้งหมดนี้ชื่นชอบหรือยอมรับ  มันเป็นเรื่องที่ท้าทายและเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผม สำหรับคอลเลคชั่นใหม่นี้คุณต้องการนำเสนอและสื่อถึงเรื่องราวอะไรบ้าง? ความรักในงานศิลปะของผม คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดของแอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) แต่ในการนำเสนองานของผม ผมจะอธิบายว่าทำไมเวลาดูคอลเลคชั่นผม คุณจะไม่คิดถึง หรือเห็นอะไรที่เกี่ยวกับแอนดี้ วอร์ฮอล แต่ต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจนั้นมาจากแอนดี้ วอร์ฮอล ผมจะอธิบายว่าผมเริ่มจากภาพวาดแอนดี้ วอร์ฮอล จนกลายออกมาเป็นคอลเลคชั่นนี้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสำหรับคอลเลคชั่นใหม่นี้ ผลงานของแอนดี้ วอร์ฮอล เป็นแรงบันดาลใจของผม อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้กระแสของสตรีทแฟชั่นนั้นกลับมาเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เหมือนกระแสจะหายลงไปบ้าง คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้างกับเรื่องนี้? กระแสสตรีทแฟชั่นในแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันออกไป ผมคิดว่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงเอเชียในส่วนอื่น มันยังเป็นอะไรที่ร้อนแรง ยังใหม่ และกำลังมาอยู่ แต่ที่อเมริกากระแสสตรีทแฟชั่นมันมีมานานแล้ว มันเติบโตเต็มที่จนเป็นแบบนี้แล้ว  มันไม่ไปไหนเท่าไหร่ มันต้องมีอะไรใหม่ ๆ มากระตุ้นวัฒนธรรมสตรีทที่อเมริกา แต่สำหรับผม ในเอเชีย วัฒนธรรมสตรีทยังเติบโตอยู่เรื่อย ๆ คุณคิดว่าสตรีทแฟชั่นในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากเมื่อก่อนยังไงบ้างในมุมมองของคุณ? ทุกครั้งที่ผมกลับมาที่ฟิลิปปินส์มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆเลย ผมเคยมาที่นี่ 5 ครั้งแล้ว และทุกครั้งที่ผมมา ก็จะมีคนที่สนใจในการแต่งตัวมากขึ้น ร้านมากขึ้น แบรนด์เพิ่มขึ้น และ คอนเน็คชั่นที่มากกว่าเดิม มันเป็นอะไรที่เยี่ยมมากเลย เทรนด์ของสตรีทแฟชั่นในอนาคตคุณคิดว่ามันจะออกมาในรูปแบบหรือในสไตล์ไหน? ผมว่ามันจะเติบโตมากขึ้น ที่จริงมันก็พัฒนามาไกลแล้ว แต่แบรนด์สตรีทหลาย ๆ แบรนด์ก็ยังมีแต่เสื้อยืด ที่มีสีเดียวด้วยซ้ำ เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มให้ความสนใจกับดูเรื่องการตัดเย็บ หรือ การออกแบบตัวเสื้อผ้า ถ้าแบรนด์สตรีทต่าง ๆ เริ่มเข้ามาดูในจุดนี้มากขึ้น มันจะช่วยผลักดันทุกคนให้ทำเสื้อผ้าที่ดีขึ้น มีแฟชั่นที่น่าสนใจมากขึ้น คุณคิดว่าตลาดทางฝั่งอเมริกากับเอเชียนั้นมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด? ที่อเมริกาคนจะนิยมของเป็นชิ้น ๆ มากกว่า  เช่นกางเกงยีนส์แบบนี้  เสื้อยืดแบบนี้ ผมรู้สึกว่าที่เอเชีย คนจะให้ความสำคัญกับตัวผู้ออกแบบมากกว่า  คนเอเชียมักจะตามดีไซเนอร์ เช่น ถ้าคุณรัก โยจิ ยามาโมโตะ(Yohji Yamamoto) ไม่ว่าโยจิทำอะไรออกมาคุณก็จะชอบ แต่ที่อเมริกามันไม่ได้เป็นแบบนั้น  ถ้าโยจิทำอะไรออกมาอย่างหนึ่ง แล้วพวกเขารู้สึกไม่ชอบ เขาก็จะไม่ชอบโยจิแล้ว ผมว่าที่เอเชียคนจะมีความเคารพต่อดีไซเนอร์มากกว่า ซึ่งดีสำหรับผม เพราะผมก็เป็นดีไซเนอร์ คุณกำลังจะมีโปรเจคท์ หรือการ Collaboration กับแบรนด์ไหนบ้างในอนาคต? มีหลายแบรนด์มาก ๆ ที่เราจะร่วม Collaboration ด้วย เพราะปีหน้า Staple Pigeon จะครบรอบ 20 ปี สำหรับงานครบรอบ 20 ปี เราจะทำงานร่วมกับคนเจ๋ง ๆ เพียบเลย มันต้องสุดยอดแน่ๆ อยากให้ติดตามกันดี ๆ เราจะได้เห็นปรากฎการณ์แบบ Nike Dunk SB Pigeon หรือ New Balance Pigeon อีกครั้งไหม? อาจจะ! ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมบอกไม่ได้ มันเป็นความลับ (ฮ่าๆ) ก่อนจะจบบทสัมภาษณ์ มีอะไรฝากถึงคนที่ติดตามคุณอยู่ในประเทศไทยบ้าง? ผมหวังว่าทุกคนจะช่วยสนับสนุนผมต่อไป สามารถติดตามผมในอินสตาแกรมได้ที่ @jeffstaple ผมคิดว่าสังคมออนไลน์มันเป็นอะไรที่ดีมาก เพราะผมสามารถคุยและสื่อสารกับทุกคนได้โดยตรง ผมหวังว่าผมจะได้เจอพวกคุณที่ประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ สำหรับใครที่สนใจเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่จากแบรนด์ Staple Pigeon และสินค้า Collaboration สามารถติดตามได้ที่ร้าน Bratpack และ SEEK ได้แล้ววันนี้ และ คอยติดตามกันให้ดี เพราะในปีหน้านี้ ครบรอบ 20 ปีของทาง แบรนด์ Staple Pigeon รับรองสินค้าเด็ดๆแบบลิมิเต็ดมาเพียบแน่นอน   พบกับสินค้า Staple Pigeon ได้แล้ววันนี้ที่ Bratpack Central Plaza Pinklao 2nd Floor Tel. 02-884-9972 Bratpack Central Festival EastVille 1st Floor         Tel. 02-115-7600 Bratpack Central Plaza Westgate 1st Floor             Tel. 02-046-0929 Bratpack MegaBangna 2nd Floor                            Tel. 02-105-1823 Bratpack Zpell 3rd Floor                                           Tel. 02-150-9154 Bratpack Terminal21, LONDON 2nd Floor            Tel. 02-015-9394   Facebook : www.facebook.com/BratpackThailand IG: instagram.com/BratpackThailand   SEEK MegaBangna 1st Floor                                   Tel.  02-105-1835 SEEK Central Embassy 3rd Floor                           Tel.  02-160-5689 Facebook : www.facebook.com/seekofficialTH IG: instagram.com/seekofficialTH #FlockWithUs #StaplePigeonThailand #BratpackThailand #SeekThailand #SeekOfficialTH #SeekAndYouShallFind    

  • Soul4street Ontour : 17 GALLERY ร้านรีเซลที่ครบเครื่องที่สุดในกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลซีย

    Soul4street Ontour ในครั้งนี้เราได้ตะลุยไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลซีย เพื่อนบ้านเราใกล้ๆนี้เอง ซึ่งร้านที่เราจะพาไปครั้งนี้มีชื่อว่า 17 GALLERY ต้องขอบอกเลย ถ้าคุณเป็นสนีกเกอร์เฮดและชื่นชอบสตรีทแฟชั่นห้ามพลาด เพราะร้านนี้ได้รวบรองเท้ารีเซลไว้มากกว่า 100 คู่ รุ่นไหนที่ว่าเด็ดหรือตัวลิมิเต็ดทั้งมือหนึ่งและมือสอง ร้านนี้ก็ได้รวบรวมไว้ที่นี้ทั้ง NMD, Yeezy, Jordan, Sock Dart, Flyknit และอื่นๆอีกมากมาย หรือใครกำลังมองหาแบรนด์รุ่นใหญ่อย่าง Supreme, Bape, Palace, Huf, Black Scale, SSUR, Trasher หรือเสื้อทัวร์ I Feel like Plabo ที่นี้เขาก็จัดให้ได้ หรือใครมองหานาฬิกา G-Shock รุ่นลิมิเตดที่นี่ก็มีให้เลือกหลายรุ่นเช่นกัน  หากใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ประเทศมาเลยเซียอย่าลืมแวะไปร้านนี้กัน ติดตามที่อยู่ของร้านได้จากด้านล่างนี้เลย แล้วครั้งหน้าเราจะพาไป Ontour ที่ร้านไหนกันอีกห้ามพลาด ที่อยู่ 17 GALLERY No. 21-G Jalan SS15/8B , Subang Jaya, 47500 Petaling Jaya, Malaysia Facebook : www.facebook.com/17gallery/

  • Soul4street Review : สองซีรี่ย์นาฬิกา Crazy Color และ Mini Bright Vivid สีสันสุดจี๊ดจาก G-Shock

    สาวก G-Shock ห้ามพลาดกับซีรี่ย์ Crazy Color และ Mini Bright Vivid นาฬิกาสีสันสดใส ที่เห็นแล้วบอกเลยว่าโดนใจทุกคนแน่นอน และที่สำคัญเรานำนาฬิกาซีรี่ย์นี้มารีวิวให้เพื่อนๆได้ชมกันแบบเจาะทุกมุมด้วย สำหรับ นาฬิกาซีรี่ย์แรกที่เราขอแนะนำมีชื่อว่า Crazy Color โดยทาง G-Shock ได้เลือกโมเดลนาฬิการุ่น GA-110MC ที่ได้รับความนิยมมาใช้ในครั้งนี้ จุดเด่นเลยคือความคัลเลอร์ฟูลของนาฬิกา โดยในซีรี่ย์นี้มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 สีได้แก่ ขาว, ดำ, น้ำเงิน และชมพู ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีในซีรี่ย์นี้ตรงหน้าปัดนาฬิกาจะใช้แบบทั้งเข็มและตัวเลข แบบดิจิตอล ซึ่งตรงหน้าปัดจะใช้สีสันแบบคัลเลอร์ฟูล ซึ่งเวลามันอยู่บนข้อมือเราเนี่ย คงโดดเด่นและดึงดูดสายตาเลยไม่น้อยทีเดียว และหากสังเกตให้ดีตรงปุ่มกดต่างๆด้านข้างก็ยังใช้โทนสีแบบคัลเลอร์ฟูล สมกับชื่อของนาฬิกา Crazy Color จริงๆ มา ถึงอีกซีรี่ย์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันกับ G-Shock Mini Bright Vivid อันนี้น่าจะถูกใจสาวๆอย่างแน่นอน แต่ถ้าหนุ่มๆคนไหนสนใจกันใส่ได้ เพราะในรุ่นนี้จะเลือกใช้โมเดลรุ่น GMA-S110VC ซึ่งจะมีขนาดแบบมินิสมชื่อคือจะเล็กกว่าไซส์ปกติ จะมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 สีส้มอมชมพู, ฟ้า และเขียว ทุกเรือนจะมาในสไตล์สีแบบโมโนโครม ทั้งตัวนาฬิกา หน้าปัด รวมถึงตรงสายจะถูกออกแบบมาให้เป็นสีเดียวกันหมด ใครที่ชอบสไตล์เท่ๆแบบสีโดนๆขอบอกเลยห้ามพลาด หาก ใครที่สนใจตอนนี้มีวางจำหน่ายแล้ว นาฬิกา G-Shock ซีรี่ย์ Crazy Color ราคา 5,100 บาท ส่วนนาฬิกา G-Shock Mini Bright Vivid ราคา 5,900 บาท มีวางจำหน่ายแล้วที่ G-Factory และ Watch Station ทุกสาขา และเคาเตอร์นาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป Facebook : www.facebook.com/CasioWatchesThailand

  • The Weekly Pick : เครื่องแต่งกายที่น่าสนใจประจำสัปดาห์ ( 25 September 2016 )

    1.Rick Owens DRKSHDW Leather Sleeves Flight Zip Sweat เริ่มที่ตัวแรกกับแบรนด์โหดจากดีไซน์เนอร์ Rick Owens มาในโทนแบบดุเข้ม ทีเด็ดอยู่ตรงแขนเสื้อที่ทำจากหนังทั้งหมด มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก  2.NUBIAN BASIC TEE  เสื้อในสไตล์แจนสามส่วนแบบโอเวอร์ไซส์ และชายเสื้อสั้นไว้สำหรับการแต่งตัวที่เน้นการเล่นเลเยอร์ เรียบง่ายคลาสสิคร่วมสมัยสำหรับเสื้อตัวนี้ มีวางจำหน่ายแล้วที่ คลิ๊ก  3.ACRONYM x Nike Air Presto "Olive" ผลงานล่าสุดจากทาง Nike และแบรนด์เสื้อผ้าสุดเท่ ACRONYM รองเท้ามาในโทนสีเขียว พร้อมด้วยซิกเนเจอร์คือซิปที่ติดลงไปบนรองเท้า ต้องตามหาจากร้านรีเซลและ Ebay 4.RETROSUPERFUTURE  SP 202  Classic  Francis  Black  Gold  แว่นตาทรงคลาสสิคจากแบรนด์แว่นสัญชาติอิตาลี คุณภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะแว่นทุกอัน Hand made 100% แว่นตาใช้เลนส์คุณภาพสูงจาก ZEISS หากใครที่สนใจสามารถติดตามเพิ่มได้ที่ Retrosuperfuturethailand  5.CARNIVAL BIKER CARGO SWEATPANTS BLACK กางเกงทรง Biker ที่ได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยและเพิ่มเติมความน่าสนใจด้วยในสไตล์ CARGO SWEATPANTS กางเกงพร้อมลายดาวสามดวงซึ่งเป็นซิกเจเนอร์ของทางแบรนด์ วางจำหน่ายแล้วที่ Carnival 

  • บทสัมภาษณ์ Benzilla ถึงแรงบันดาลใจและคอนเซ็ปต์กับผลงานล่าสุด “THE WALKING 3BALLS”

    หากเอ่ยถึงชื่อศิลปินสตรีทอาร์ตระดับแถวหน้าของเมืองไทย  หนึ่งในชื่อที่ต้องกล่าวถึงเลยคือ Benzilla กับผลงานที่ได้รับการยอมรับจากทั้งในประเทศรวมถึงต่างประเทศ ด้วยคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงผลงานที่ไม่หยุดนิ่งสร้างสรรค์ผลงานที่น่าสนใจออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกับผลงานหุ่นร่างยักษ์ที่มีชื่อว่า “THE WALKING 3BALLS” ที่เรียกได้ว่าน่าสนใจและดึงดูด จนเราอยากไปสัมภาษณ์ถึงที่มาและแนวคิดของการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า “I Will” ทำไมถึงชื่อว่า “THE WALKING 3BALLS” มันมาจาก #IWILLKEEPWALKING เป็นคอนเซ็ปต์ที่ผมคิดว่าท้าทายดี ผมเลยเริ่มต้นที่ตัวเอง หันมามองตัวเอง ว่าในฐานะที่ผมก็เป็นคนที่ชอบงานศิลปะคนหนึ่ง เลยคิดไอเดียออกมาว่าการที่เราตั้งใจจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง มันต้องเริ่มทำจากตัวเองก่อน อะไรที่เราทำแล้วออกมาดี อะไรที่เราถนัด เราถ่ายทอดออกมาในทางที่ดีให้คนอื่นได้เห็น ผมเลยเริ่มลงมือทำตัว sculpture แล้วตั้งชื่อว่า “THE WALKING 3BALLS” ขึ้นมา ในท่ากำลังก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อเป็นการบอกว่า เราจะไม่หยุดอยู่กับที่ การก้าวเดินมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่กล้าจะเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะก้าวออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและมีความเชื่อที่จะลงมือทำครับ คิดว่าผลงานชิ้นนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างไรบ้าง ผมหวังไว้ว่าผลงานที่ผมตั้งใจทำออกมา จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆรุ่นใหม่ที่เขามีความสามารถ มีความคิดเป็นของตัวเอง อยากให้ผลงานชิ้นนี้เป็นตัวจุดประกายให้น้องๆ มีแรงบันดาลใจที่จะเริ่มก้าวไปข้างหน้า อย่างน้อยก็กล้าที่จะทำในสิ่งที่น้องๆ แต่ละคนถนัด ร่วมก้าวไปสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคมด้วยกัน ถ้าหลายคนลุกขึ้นมาช่วยกัน มีความตั้งใจ และกระหายที่จะสร้างงาน แน่นอนว่ามันต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นต่อสังคมเราแน่นอน สิ่งที่คุณชอบที่สุดในงานนี้คืออะไร จริงๆ ผมชอบทุกอย่างที่ทำออกมาในงานชิ้นนี้นะครับ แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ชอบที่สุด สำหรับผมก็คงจะเป็นตอนหา Inspiration ครับ ด้วยความที่ชิ้นงานนี้สื่อถึงการก้าวไปข้างหน้า ทำให้ผมได้กลับมาคิดและถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรที่จะสื่อถึงแรงบันดาลใจในการก้าวไปข้างหน้า เลยคิดออกมาว่าจะสื่อผ่านตัว sculpture ออกไปให้คนอื่นๆได้เห็นแล้วรู้สึกได้แรงบันดาลใจดีๆ และตอบกลับมาด้วยการทำอะไรสักอยางให้สังคมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ที่ฐานของน้อง “THE WALKING 3BALLS” มีสลักคำพูด “IWILLKEEPWALKING” อยู่ ความหมายคืออะไร มันคือนิยามในการสร้างผลงานของผมครับ สำหรับผม การกล้าที่จะลองก้าวออกไปลองทำสิ่งใหม่ๆ การหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตทำให้ผมตื่นเต้นและอยากจะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆออกมาอยู่เรื่อยๆ ผมชอบที่จะออกไปเที่ยว เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆในการทำงาน มันทำให้ผมได้เห็นอะไรมากขึ้น เห็นมุมมองที่ต่างจากเดิม ยิ่งตอนเวลาที่คิดงานไม่ออก ก็มักจะได้มุมมองใหม่ๆจากการออกไปเที่ยวนี่แหละครับ ในชีวิตจริงอะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคน “I will” ผมคิดว่าคนเรามีโอกาสและความสามารถไม่เหมือนกัน แต่ที่มีเหมือนกันคือความคิดและความตั้งใจ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร ก็เหมือนเราทิ้งโอกาสตัวเอง ด้วยความคิดนี้เลยทำให้ผมอยากจะลงมือทำอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองครับ อย่างผมเองก็เป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่ชอบวาดรูป ตัว Character ที่วาดออกมาก็เพราะผมชอบ ผมรู้สึกสนุกเวลาได้วาดมันออกมาในแบบต่างๆ และก็โชคดีที่มีคนสนใจทำให้ผมได้มีโอกาสสร้าง Character ตัว 3BALLS นี้ออกมา ก็เป็นเหมือนตัวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมและตอนนี้อยากจะสร้างเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆด้วย โดยผ่านเจ้าตัว Character “THE WALKING 3BALLS” นี้ เราต้องขอขอบคุณ Benzilla ที่มาถ่ายทอดแรงบันดาลใจที่ดี หากใครที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เราเชื่อว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจหรือข้อคิดดีๆ เป็นแรงพลักดันให้ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆและสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมา เพราะถ้าเราหยุดนิ่งและไม่คิดที่จะก้าวเดินไปข้าง ฝันของเราอาจจะเป็นได้แค่เพียงฝันที่อยู่ในจินตนาการ แต่ถ้าเราลงมือและไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ในวันนึงศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าคนต่อไปอาจจะเป็นคุณก็ได้ ยังมีศิลปินคนอื่นๆอีกหลายคนที่ออกมาสร้างสรรค์ผลงานภายใต้คอนเซ็ปต์  “I Will” นี้ ยังไงแฟนๆสตรีทอาร์ตทั้งหลายรอติดตามผลงาน Limited Edition ของ Benzilla และศิลปินคนอื่น ได้เร็วๆนี้

  • ภาพบรรยากาศงานรองเท้า Sneaker Park จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

    เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้จัดงาน Sneaker Park ซึ่งเรียกว่างานนี้เป็นแหล่งรวมของสนีกเกอร์เฮด และคนที่ชื่นชอบสตรีทแฟชั่น เพราะในงานมีร้านรองเท้ารีเซลมากมาย โดยมีรองเท้ารุ่นดังจาก Nike, adidas, Reebok  และอีกมากมาย รวมถึงยังรวบรวมรองเท้ารุ่นดังและหายากมาจัดดิสเพล ไว้ให้สำหรับใครที่สนใจได้รับชม รวมทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมแจกของรางวัล เรียกว่าในงานนี้จัดเต็ม ซึ่งทาง Soul4street ได้มีโอกาสไปร่วมงานและไม่พลาดที่จะนำภาพบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน

NEWS & ACTIVITIES

ภาพบรรยากาศงานรองเท้า Sneaker Park จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้จัดงาน Sneaker Park ซึ่งเรียกว่างานนี้เป็นแหล่งรวมของสนีกเกอร์เฮด และคนที่ชื่นชอบสตรีทแฟชั่น เพราะในงานมีร้านรองเท้ารีเซลมากมาย โดยมีรองเท้ารุ่นดังจาก Nike, adidas, Reebok  และอีกมากมาย รวมถึงยังรวบรวมรองเท้ารุ่นดังและหายากมาจัดดิสเพล ไว้ให้สำหรับใครที่สนใจได้รับชม รวมทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมแจกของรางวัล…

Palace New Lookbook 2016 Fall/Winter คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์สเก็ตสุดจ๊าบ

ได้รับความคาดหวังจากสาวกสตรีทแฟชั่นอยู่แล้ว ภายใต้การนำทีมของ Lev Tanju ในคอลเล็คชั่นฤดูหนาวปี 2016 นี้ แน่นอนว่าความคาดหวังจากการที่เป็นสตรีทแวร์แนวหน้าจากเกาะอังกฤษย่อมทำให้คอลเล็คชั่นนี้ถูกคิดและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีชุดนี้ อิทธิพลที่ได้รับผ่านงานดีไซน์ยุค 90s พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้รับชมกัน  

ASICS GEL-Lyte V "Borealis" โมเดลที่ได้รับแรงบันดาลใจผ่านปรากฏการณ์แสงธรรมชาติ

ASICS GEL-Lyte V "Borealis" การจับคู่สีออโรร่าของแสง ที่อ้างอิงจากปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดงดงามอย่างปรากฏการณ์ "Borealis" ซึ่งทางสนีคเกอร์แดนปลาดิบอย่าง ASICS ได้นำมาจับคู่สีผ่านแรงบันดาลใจชุดนี้อย่างสนุกสนาน ตัวพื้นรองเท้าถูกเพนท์จุดขาวแสดงออกถึงหมู่ดาวท่ามกลางฟากฟ้า ให้ราวกับว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติหาชมยากชนิดนี้กำลังอุบัติขึ้นอยู่บริเวณเท้าสองข้างของคุณ ดึงดูดทุกสายตาที่คุณย่างก้าวผ่านไม่ว่าในที่ใดใด…

Kid Cudi กับซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดที่ได้ศิลปินรุ่นเก๋าอย่าง Pharrell Williams มาร่วมแจม

ถึงแม้ว่าจะล่าช้ากันไปบ้าง กับการปล่อยอัลบั้มชุดที่สี่ของ Kid Cudi แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มิได้ทำให้แฟนคลับผิดหวังแต่อย่างใด สืบเนื่องจากคำกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการของ Kid Cudi เองที่จำเป็นต้องปล่อยอัลบั้มล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากปัญหาขัดข้องทางเทคนิคบางประการ ทว่าเมื่อใครก็ตามทีได้ฟังซิงเกิ้ลใหม่ "Surfin" ซิงเกิลนี้ที่ได้ Pharrell Williams มาร่วมแจม ผู้เขียนเชื่อว่าก็จะหายโกรธเคืองเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว…

adidas Ultra Boost Uncaged "Blue-Black out" ที่จะมาสานต่อปรากฏการณ์ความสำเร็จ

cบรนด์สามแถบยังคงต่อยอดปรากฏการณ์ความสำเร็จของตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการออกผลิตภัณฑ์รองเท้าสนีกเกอร์สีใหม่ๆ ออกมาให้เหล่าสาวกได้ติดตามกันอย่างไม่หยุดหย่อน กับล่าสุด adidas Ultra Boost Uncaged "Blue-Black out" เมื่อส่วนของผ้า Primeknit ชิ้นเดียวบริเวณ Uppersole ถูกย้อมด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับพื้นโฟม Boost สีดำ สัมผัสใหม่อีกทางเลือกทางรสนิยมของเหล่าสาวกแบรนด์สามแถบ  

Nike Air Jordan 3 "Cyber Monday" กับสีดำเรียบง่าย แมทช์ได้ทุกสถาณการณ์

กระแสดีไซน์จับคู่สีแบบมินิมอลลิสต์กำลังมาแรง ณ ขณะนี้ ทางแบรนด์สนีกเกอร์ยักษ์ใหญ่อย่างจั๊มพ์แมนก็มินิ่งดูดาย ออกวางจำหน่ายคู่สีขาวดำเรียบง่ายภายใต้ไลน์ Nike Air Jordan 3 ด้วยรูปทรงที่ไม่หวือหวา ทว่าดูดีและมีสไตล์ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคม ศกนี้

Zlatan Ibrahimović กับการเปิดตัวแบรนด์เครื่องกีฬาของเขา "A-Z" ภายใต้คอนเซ็ปท์ "อุปกรณ์ของนักสู้ทุกคน"

Zlatan Ibrahimović ศูนย์หน้าสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับการเปิดตัวแบรนด์เครื่องกีฬาของเขา "A-Z" ภายใต้คอนเซ็ปท์ "อุปกรณ์ของนักสู้ทุกคน" ด้วยเครื่องแต่งกายหลากหลายชนิดกว่า 75 รูปแบบให้ทุกคนเลือกสรร Zlatan Ibrahimović กล่าวว่า เขาต้องการที่จะให้ชาวโลกได้รับรู้ว่ากีฬาคือเครื่องหมายของการต่อสู้สมัยใหม่ ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าผลลัพธ์ของการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร…

UNDEFEATED x adidas EQT Support ADV "Consortium edition" ไม่มีใครไม่หลงใหลแบรนด์สามแถบ !?

กลับมาอีกครั้งกับการ Collaboration สุดเร้าใจระหว่าง UNDEFEATED และ adidas ซึ่งในคราวนี้นั้นก็มาถึงคิวของ adidas EQT Support ADV ที่จะมาโลดแล่นภายใต้ธีม "Consortium Edition" ครั้งนี้ โดดเด่นเป็นสง่าด้วยลายคาดสามแถบสีขาวลากผ่าน Upper Sole สีดำ วัสดุพรีเมี่ยมทุกชิ้นส่วนที่ถูกนำมาประกอบกันเป็นรองเท้าสนีกเกอร์สุดล้ำค่าคู่นี้ คิดดีแล้วหรือถ้าจะปล่อยให้โอกาสครอบครองของคุณหลุดลอยไป !

โลโก้ใหม่ของ Lacoste ซึ่งออกแบบโดย Jean-Paul Goude ด้วยรูปลักษณ์ที่ดู "Artsy" กว่าเดิม

ความท้าทายแห่งยุคสมัย ในวันที่แบรนด์อมตะอย่าง Lacoste ต้องเดินหน้าต่อควบคู่ไปกับกาลเวลา ด้วยการตัดสินใจ Makeover โลโก้ใหม่ผ่านฝีไม้ลายมือกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศสอย่าง Jean-Paul Goude ด้วยรูปลักษณ์แปลกประหลาดสีสันฉูดฉาด ซึ่งจะปราฏฏอยู่ในคอลเล็คชั่นเสื้อยืดฤดูใบไม้ร่วงนี้ แน่นอนว่าหลายๆคนก็คงสนใจกับการ Makeover ครั้งนี้ไม่มากก็น้อย

ในวันที่ Nike เลิกทำตลาดรองเท้าบาสเก็ตบอลในไทย ใครได้ ใครเสีย? [Soul4Street]

ในปี 2016 ที่ใกล้จะผ่านพ้นไปทุกขณะแล้วนั้นได้มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในตลาดรองเท้าผ้าใบของประเทศไทย มีไม่น้อยที่เป็นแง่มุมดีๆ แต่ก็อีกมากเช่นกันที่เป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เชื่อแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบที่มากสุดโดยส่งผลไปยังทุกส่วนของวงการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านรองเท้า นักสะสมรองเท้า นักกีฬาหรือผู้ที่ซื้อรองเท้าไปเพื่อการสวมใส่เล่นกีฬา…

เรามาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร !? เมื่อวันหนึ่ง iPhone รุ่นแรกราคาพุ่งสูงกว่า iPhone 7 เสียแล้ว

ใครที่ไหนเล่าจะเชื่อว่า เราได้เดินทางมาถึงยุคที่ iPhone รุ่นแรกเป็นของหายากและราคาเฉียดหลักหลายหมื่นบาทไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเราค้นหาข้อมูลการซื้อขายใน eBay ณ ตอนนี้เราจะพบว่า ราคาขายของ iPhone 1st generation พุ่งไปแตะอยู่ที่ 2000$ USD (หกหมื่นบาทไทยโดยประมาณ) แล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง ณ ตอนนี้ถ้านับเวลากันดีดี นี่เป็นปีที่ 10 พอดีของการผลิตไอโฟนออกมานับจากการผลิตครั้งแรก…

Vans x Disney "Toy Story" สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอนิเมชั่นสุดคลาสสิค

หลังจากที่ข้ามผ่านกระแสข่าวลือหนาหูว่าแบรนด์นักสเก็ตขวัญใจชาวโลกอย่าง Vans จะมาร่วม Collaboration กับค่ายการ์ตูนสุดคลาสสิคอย่าง Disney แน่นอนว่าข่าวลือที่กล่าวมาจะไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป เพราะล่าสุดได้มีภาพหลุดของไลน์รองเท้าสนีกเกอร์ชิ้นดังกล่าวหลุดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไลน์รองเท้าสนีกเกอร์ยอดฮิตรุ่นต่างๆไม่ว่าจะเป็น Old Skool , Era และ SK8-Hi ได้ถูกปรุงแต่งด้วยภาพของตัวละครจากอนิเมชั่นยอดฮิตจากทางฝั่ง…

เรียบร้อยโรงเรียนเสือดำไปอีกคน "The Weeknd" เซ็นสัญญากับ Puma แล้วเป็นที่เรียบร้อย

หลังจากที่เพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลล่าสุดที่เรียกกระแสตอบรับจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี The Weeknd เจ้าของซิงเกิ้ล "Starboy" ก็ได้ประกาศว่าเขาได้เข้าร่วมกับ Puma ในฐานะ Ambassador และ Creative Collaborator เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบรนด์ยักษ์ใหญ่ฝั่งเยอรมันอย่างเสือดำ Puma ภายใต้การบริหารงานโดย Abel Tesfaye เพิ่งเซ็นสัญญากับ Kylie Jenner และ Cara Delavignne ไปหมาดๆ ได้วางแผนที่จะนำป็อปไอค่อนเหล่านี้มาผสมผสานกับงานผลิตภัณฑ์ของตนเอง…

adidas Ultra Boost ATR Street การจับคู่ผสมผสาน ที่ค่อยค่อยพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง

เห็นได้ว่าทางแบรนด์สามแถบมิเคยหยุดยั้งที่จะพัฒนาไลน์สินค้าของตัวเอง ซึ่งมักจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายและไม่ก้าวกระโดด ล่าสุดเมื่อเราได้เห็นรูปโฉมของ adidas Ultraboost ตัวนี้เราจะเห็นได้ว่าการจับคู่ผสมผสานของผ้า Primeknit และรูปทรงของ adidas Ultraboost รวมไปถึงการที่บริเวณข้อเท้ามีการหุ้มข้อในระดับ mid-top แต่ยังคงไว้ซึ่งเค้าโครงเดิมอยู่ และไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น…

OVO x Nike Air Jordan "Lookbook" สำหรับคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าตัวล่าสุดที่กำลังจะวางจำหน่ายในเร็ววันนี้

หลังจากที่เรียกเสียงฮือฮามาได้พักใหญ่ สำหรับการ Collaboration ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของวงการสตรีทแฟชั่น ที่มีไอดอลป็อปคัลเจอร์อย่าง "Drake" เป็นเรือธงในคอนเซ็ปท์ของงาน OVO x Nike Air Jordan ในครั้งนี้มีเครื่องแต่งกายหลากชนิดให้คุณได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น Hoodie ตัวเก่ง หรือ Jogger pants รูปทรงเรียบง่ายแต่ดูดี ทั้งนี้ทั้งนั้นเสื้อผ้าทุกชิ้นในคอลเล็คชั่นนี้ประทับด้วยโลโก้ของทั้งสองแบรนด์นี้ด้วยลายแพทเทิร์นสีดำหรือขาวดูสวยงาม…

atmos x PUMA Disc Blaze "Night Jungle" สีเขียวชอุ่มชุ่มชื้นภายใต้การร่วมมือร่วมใจของสองแบรนด์ดัง

Retailer สนีกเกอร์เจ้าใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Atmos ได้เปิดเผยเกี่ยวกับโปรเจ็คท์ Collaboration ล่าสุดกับ Puma เพื่อนซี้ที่ยังคงสนิทกันมาอย่างยาวนาน กับการร่วมมือร่วมใจออกวางจำหน่ายสนีกเกอร์ลิมิเต็ดอิดิชั่นอย่าง atmos x PUMA Disc Blaze "Night Jungle" สีเขียวชอุ่มมู้ดแอนด์โทนแบบป่าเบญจพรรณยามค่ำคืน คาดด้วยลายคาโม่บริเวณ Upper Sole ส่วนหน้า ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคม ศกนี้

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph