• Soul4street Ontour : พาตะลุย Flagship Store แห่งแรกในประเทศไทยของ Herschel Supply Co.

    ขอมือแฟนๆของ Herschel Supply Co. หน่อยเร็ว !! ตอนนี้เราได้ข่าวมาว่าทางแบรนด์ได้เปิด Flagship Store แห่งแรกอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สำคัญยังเปิดตรงใจกลางเมืองอย่างห้าง Siam Center (เป็นไงถูกใจป่ะ) และเหมือนอย่างเช่นเคยแบรนด์ดังมาเปิดทั้งทีเราจะพลาดได้ยังไง ต้องพาไปชมร้านใหม่กันเสียหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว!! ก็ไปติดตามกันเลยดีกว่ากับ Soul4street Ontour หลังจากเราลงจาก BTS สถานีสยาม เราก็ตรงดิ่งไปที่ Flagship Store เลย เดินหาไม่ยากตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ Siam Center ทันทีที่เดินถึงก็รู้ทันทีว่าวันนี้เราต้องเสียเงินอย่างแน่นอน เพราะภายในร้านนั้นอัดแน่นด้วยของที่หน้าตื่นตาตื่นใจ อย่างแรกที่เราสำรวจก่อนเลยคือตรงส่วนของกระเป๋า เพราะใครที่เป็นแฟนของ Herschel นั้นต่างรู้ดีว่าแบรนด์นี้เค้าโด่งดังเรื่องกระเป๋าขนาดไหน แค่ใช้เวลาไม่กี่ปีแบรนด์กระเป๋าจากแคนาดาแบรนด์นี้ ก็กลายเป็นแบรนด์กระเป๋าชั้นนำของโลกไปแล้ว ในร้านนี้ได้รวบรวมกระเป๋าแบบต่างๆทั้งกระเป๋าคาดอก กระเป๋าสะพายหลัง กระเป๋าคาดเอว และกระเป๋าสตางค์ จากคอลเลคชั่นต่างๆทั้ง Surplus Collection, Studio Collection, Aspect Collection, Offset Collection, Major League Baseball® Collection, Athletic Collection หรือแม้แต่คอลเลคชั่นสุดฮอตอย่าง BHW Collection นอกจากกระเป๋าแล้วที่นี้ยังรวบรวมแอคเซสซอรี่ไว้ให้เลือกสรรกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมวกทรงต่างๆหรืออุปกรณ์เครื่องเขียนเท่ห์ๆ ทาง Herschel เขาก็จัดเต็มให้ทุกท่านได้เลือกกัน และในอนาคตที่ร้านนี้จะเป็นที่แรกในการวางจำหน่ายคอลเลคชั่นใหม่ๆของทาง Herschel Supply เพราะฉะนั้นอย่าช้า “ซื้อก่อน..เท่ห์ก่อน..” **พิเศษกว่าใครรีบบอกต่อได้ไม่ว่ากัน !! เพื่อเป็นการฉลองให้กับ Flagship Store สาขาแรกอย่างเป็นทางการของ Herschel Supply Thailand ทางร้านกำลังจะจัดโปรโมชั่นในเดือนเมษายน ลด 10-20 % ในช่วงวันที่ 3-17 เมษายน 2560 ** สามารถติดตามและอัพเดทข่าวสารใหม่ๆได้ทาง Facebook: HerschelSupplyThailand ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 ห้าง Siam Center เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 22:00 น.  

  • Soul4street Review : เจาะลึกทุกมุม Nike “Referee Pack” คอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    ตอนนี้กระแสความร้อนแรงของ Nike เรียกได้เลยว่ามาแบบฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว หลังจากช่วงปีก่อนกระแสอาจจะดรอปลงไปบ้าง แต่ในปี 2017 นี้แค่เพียงไม่กี่เดือนกระแสต่างๆเกี่ยวกับ Nike กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เริ่มที่หมัดเด็ดจัดหนักชุดใหญ่กับแคมเปญอย่าง Air Max Day ที่ปล่อยมาตั้งแต่ต้นปีก็เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าสนีกเกอร์เฮดทั่วโลก และยังไม่หมดเพียงเท่านั้นทาง Nike ก็ได้ส่งอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่ขอบอกเลยว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ มาให้แฟนๆได้ติดตามกัน ซึ่งในคอลเลคชั่นนี้ทาง Soul4street ได้มีโอกาสนำมารีวิวให้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้นด้วย แต่จะเป็นคอลเลคชั่นไหน แล้วมันเจ๋งมันพิเศษยังไง ต้องไปติดตามอ่านกันได้จากบทความด้านล่างนี้ เปิดประเด็นความเจ๋งกันก่อนเลย ว่าคอลเลคชั่นนี้ความเอ็กซ์คลูซีฟมันอยู่ที่ SEEK South-East Asia ได้ร่วมกับ Nike Sport Wear ออกคอลเลคชั่นรองเท้าที่มีชื่อว่า “Referee Pack” โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากกฎการแต่งตัวของกรรมการ NBA ที่ต้องใส่สีดำทั้งตัว และสามารถใส่ได้แค่รองเท้าสีดำ สำหรับรองเท้าใน Pack นี้มีด้วยกันถึง 4 รุ่นได้แก่ Air Max 90, Air Max Plus, Air Presto Essential และ Roshe Two โดยโทนสีที่นำมาใช้ในการออกแบบต้องถูกใจใครหลายๆคนอย่างแน่นอน เพราะเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกดุดันแข็งแรงอย่างสีดำ (Tonal Black) และสีแดง (Gym Red) ซึ่งเป็นคู่สีที่ลงตัวมากๆ Nike Air Max 90 ให้ตรงกับกระแสช่วงนี้ก็คงต้องเริ่มด้วยรุ่น Air Max 90 อีกหนึ่งรุ่นสุดคลาสสิคที่ไม่เคยตกยุค การออกแบบตรงส่วนของ Upper นั้นเลือกใช้สีดำทั้งหมดรวมถึงเชือก Tag ป้าย และ Swoosh ด้านข้าง การเลือกใช้วัสดุอย่างผ้าในส่วนของ Toe Box ด้านหน้าและตรงส่วนของรอบส้นเท้า การเลือกใช้หนังและหนังแก้วตรงส่วนของ Panel ด้านข้าง และตรง Mid Sole เลือกใช้โทนสีขาว ส่วนตรงรอบ Air เลือกใช้สีแดงเพิ่มความโดดเด่นของรองเท้า Nike Air Max Plus แม้ว่ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1998 แต่ยังดูล้ำสมัยเข้ากับยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้า Air Max Plus นี้ทั้งรูปทรงและการออกแบบจะให้อารมณ์ของความเป็นสปอร์ตสุดๆ ตรง Upper มีลวดลายซึ่งเลือกใช้สีดำและสีแดง ในส่วนของพื้นรองเท้าเป็นแบบ Tn Air (Tuned Air) ที่รองรับแรงกระแทกในทุกส่วนได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งจุดที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้คือป้ายด้านหลังสีเหลืองที่มีคำว่า Tn Air Nike Air Presto Essential อีกหนึ่งรองเท้าที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เป็นรองเท้าที่มีน้ำหนักเบามีความยืดหยุ่นสูง และสามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี การออกแบบของ Upper เป็นสีดำยกเว้นตรงส่วน TPU Cage และ Heel Tab ที่เป็นสีแดง และโลโก้ Swoosh เล็กๆสีขาวตรง Toe Box และตรงส่วนบริเวณของพื้น Sole เลือกใช้สีขาว ดำ และแดง Nike Roshe Two หนึ่งในทรงรองเท้าที่มีน้ำหนักเบามาก และดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายไม่เยอะจนเกินไป เป็นโมเดลที่ในช่วงหลังมานี้ขายดีแบบสุดๆ การเลือกใช้วัสดุตรงส่วนของ Upper ที่มีความยืดหยุ่นน้ำหนักเบา โดดเด่นตรง Swoosh และป้าย Heel Tab สีแดง ตรงส่วนของพื้น Sole เป็นแบบสีทูโทนขาว/แดง รองเท้า Nike “Referee Pack” มีวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ร้าน SEEK Thailand หากใครที่ไม่อยากพลาด อ่านจบแล้วรีบไปได้เลยตามสาขาด้านล่างนี้ ช้าอดหมดไม่รู้นะ !!! - SEEK MegaBangna ชั้น 1 โทร 02-105-1835 - SEEK Central Embassy ชั้น 3 โทร 02-160-5689 - SEEK CentralPlaza Lardprao ชั้น 3 Facebook : www.facebook.com/seekofficialTH IG: instagram.com/seekofficialth

  • สัมภาษณ์วง Thaitanium ว่าด้วยประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกันอย่างงดงามผ่านโมเดล Nike Air Max 1

    สำหรับคนที่อยู่ในวงการเพลงมาเป็น 20 ปี คิดอย่างไรกับวิวัฒนาการของดนตรีฮิปฮอป และคิดว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของ Street Fashion อย่างไร ? "ตามไทม์ไลน์ในอดีตดนตรีฮิปฮอปและสตรีทแฟชั่นเกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน แต่สำหรับในประเทศไทย ดนตรีฮิปฮอปมันมาพร้อมกับ "การเต้นเบรคแดนซ์" ซึ่งมันควบคู่กันมาเป็นแพ็คเกจกับการแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป เราจะเห็นได้ว่า บนเวทีประกวดแฟชั่นก็มีการนำเพลงฮิปฮอปมาช่วยขับอารมณ์เสริมบรรยากาศ และในขณะเดียวกันบนเวทีฮิปฮอปก็มีเรื่องของสตรีทแฟชั่นเข้ามาเพิ่มสีสันด้วยเช่นกัน ดังนั้นสตรีทแฟชั่นและดนตรีฮิปฮอปมันคือของคู่กันอยู่แล้ว " ส่วนตัวแล้ว วง Thaitanium มีสไตล์การแต่งตัวเป็นอย่างไร ? โดยปกติแล้วพวกเราแต่งตัวกันหลากหลายแนว แล้วแต่อารมณ์ในแต่ละวัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องช่วงอายุตอนเด็กเราก็จะแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะตามกระแสกันไป (หัวเราะ) พอตอนโตตัวเลือกเรามีมากขึ้น บวกกับประสบการณ์ที่ถูกหล่อหลอมมา มันทำให้เราเลือกสไตล์ที่เป็นของตัวเอง อย่างพวกผม 3 คนก็แต่งตัวกันคนละแนวนะ อย่างผม (ขัน) ก็จะชอบแนวเรียบง่าย ไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป ไลฟ์สไตล์ผมก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ชอบใส่อะไรที่อยู่ได้นาน ๆ ไม่เอาท์แฟชั่น ซื้อแล้วใส่ได้เรื่อยๆ รู้สึกอย่างไรกับที่สุดของรองเท้าแอร์แม็กซ์ อย่างรุ่น Air Max 1 Master นี้ และคิดว่ามันเข้ากับวัฒนธรรมหรือดนตรีสไตล์ฮิปฮอปอย่างไร ? เท่มากครับ ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามันดูโดดเด่นก้าวกระโดดออกมาจากรุ่นอื่น ๆ เลย แต่ก็ยังมีความพอดีในตัวของมัน เพราะความท้าทายคือสีของรองเท้าคู่นี้มันเยอะมาก แต่สามารถเอามาประกอบกันด้วยความพอดี ไม่ใช่ว่าสีเต็มไปหมดทั้งคู่ จนไม่รู้จะเลือกใส่กับอะไรดี ด้วยความที่สีหลักของมันคือสีดำ แล้วมีสีอื่นมาช่วยประกอบ ทำให้เราสามารถใส่เสื้อผ้าให้เข้ากับสีต่าง ๆ เหล่านั้นได้ แต่งตัวได้ง่าย เป็นการผสมผสานได้ดีและเป็นรองเท้าที่สวยมากครับ  โดยส่วนตัวคุณชอบรองเท้าแอร์แม็กซ์รุ่นไหนมากที่สุด ? ผมชอบ ไนกี้แอร์แม็กซ์ วัน ที่สุด เห็นรุ่นนี้มาตั้งแต่เด็กตอนที่มันออกมาตอนแรกเลย ตอนนั้นผมก็สงสัยว่าอะไรคือแอร์ อะไรคือยางที่มีลมอยู่ข้างใน พอเรารู้เราก็มีความรู้สึกว่ามันวิเศษมาก มันเป็นเหมือนการปฏิวัติรองเท้าผ้าใบเลย หลังจากนั้นมันก็ติดตาเรามาตลอด จดจำมาตลอดว่านี่คือรองเท้าที่เราอยากได้ ไม่ว่าคู่อื่นจะสวยแค่ไหน แต่คู่แรกสำหรับผมคือ คู่ที่สวยที่สุดครับ ในสมัยนั้นตอนที่มันออกมาแรก ๆ คือมันยังไม่มีรองเท้าไหนที่เด่นสวยออกมาเท่าคู่นี้เลยนะ คิดอย่างไรกับการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยในวงการฮิปฮอปในปัจจุบัน และพัฒนาการของวงการแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มแฟนเพลงฮิปฮอปในปัจจุบันนี้ว่าแตกต่างจากอดีตอย่างไร ผมคิดว่าในช่วง 15 – 20 ปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยไปไกลมาก จากเมื่อก่อนที่แต่งตัวดูเป็นทางการมาก ใส่กางเกงสแล๊ค ใส่เสื้อเชิ๊ต หมดทั้งประเทศ ถ้าผมเป๋ก็เป๋ทั้งประเทศ ตอนนี้คือแต่ละคนมีสไตล์แต่งตัวที่เป็นตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาจะซื้อเสื้อผ้าก็ซื้อได้จำกัด ใครเอาอะไรมาขายก็ซื้อได้แค่นั้นเท่าที่เห็น แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีการซื้อของออนไลน์เกิดขึ้น อินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลมากในตอนนี้ มีการรับของมาขายบ้าง เป็นตัวแทนจำหนายบ้าง มันก็เป็นความสนุกที่เห็นคนแต่งตัวตามแฟชั่นที่หลากหลายมากขึ้น หาอะไรแปลกๆมาใส่กัน บ้านเมืองมีสีสันมากขึ้น เรียกว่าตอนนี้อะไรที่ต่างประเทศมี เมืองไทยก็มีเกือบหมดแล้วครับ น้อยมากที่จะไม่มี ต่างจากเมื่อก่อนที่เวลาอยากได้อะไรแปลก ๆ ก็ต้องไปที่ต่างประเทศเท่านั้นถึงจะมี เห็นว่าทางวงไทยเทเนี่ยมกำลังมีแผนเปิดซิงเกิ้ลใหม่ ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหน พอจะเล่าให้เราฟังได้ไหมว่ามีอะไรพิเศษสำหรับการเปิดซิงเกิ้ลเพลงนี้ และทางวงมีแรงบันดาลใจอย่างไร ก็ไม่ถึงกับนำเพลงยุค 70s หรือ 80s มาทำเลยซะทีเดียว เราได้เลือกเพลง “สบายดีหรือเปล่า” ของ XYZ มาทำใหม่ โดยเปลี่ยนคอนเซ็ปท์ของเพลง พูดถึงเรื่องราวของเพื่อนที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วหรือคนที่เรารัก น่าจะเป็นเพลงที่ฟังง่าย โดนใจใครหลาย ๆ คนครับ อย่างที่ทราบกันดีว่ารองเท้า Nike Air Max 1 ‘Master’ ที่กำลังจะวางขายวันเสาร์นี้คือการนำเอาจุดเด่นของแอร์แม็กซ์รุ่นก่อนหน้ามาผสมผสานกัน ซึ่งไอเดียนี้มีส่วนคล้ายหรือเหมือนการทำเพลงฮิปฮอปอย่างไรบ้าง ก่อนอื่น ถ้าพูดถึงดนตรีฮิปฮอปทั่วโลก ผมคิดว่าถ้ายิ่งมีการผสมผสานยิ่งน่าสนใจครับ มันก็เหมือนแอร์แม็กซ์คู่นี้ที่เป็นการทำฟิวชั่น คือ เอาสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละยุคแต่ละดีไซน์มารวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นมาสเตอร์ วัน (Master 1) นี่หละครับ อย่างสมัยนี้มูฮัมเหม็ด (Isa Muhammad) ก็ไปทำเพลงกับฮิปฮอป หรือเพลงฮิปฮอปไปทำเพลงกับจอห์น เมเยอร์ (John Mayer) ยิ่งมันข้ามสายกันมากเท่าไหร่มันยิ่งน่าสนใจ เพราะว่าคนทั่วโลกตอนนี้ก็ใช้อินเตอร์เน็ทกันทั่วโลก มันกลายเป็นวันเวิลด์ (one world) ไปแล้ว มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนแยกจากกัน ตอนนี้มันหลอมรวมกันหมด (Globalization) ผมคิดว่ายิ่งมีการผสมผสาน มันก็ยิ่งน่าสนใจ หากพูดถึงเพลงฮิปฮอปที่ดีที่สุดหลายคนจะพูดถึงช่วง Golden Era หรือยุค 90s เช่นเดียวกับรองเท้าแอร์แม็กซ์หลายรุ่นที่เกิดขึ้นในยุคนั้น อยากให้ลองพูดถึงความประทับใจเกี่ยวกับดนตรีหรือแฟชั่นในยุคนั้น? ในช่วงนั้นเพลงฮิปฮอปกำลังดังขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่ดังเท่ายุคนี้  ไม่ได้อยุ่แนวหน้าขนาดนี้ ยังไม่ถึงรางวัลออสการ์ รางวัลแกรมมี่ขนาดนั้น มันเป็นช่วงที่กำลังรอที่จะโตอยู่ ซึ่งก็คือช่วงต้น 90s แต่พอมาช่วงหลังปี 95s – 2000s เป็นช่วงที่ฮิปฮอปโตเร็วมาก เพราฉะนั้นช่วงก่อนปี 95s เนี่ยะเป็นช่วงที่ฮิปฮอปมันบริสุทธิ์ (pure) มากๆ เป็นช่วงของนักร้องฮิปฮอปที่ต้องแสดงฝีมือกันจริงๆ ถ้ามีการเลียนแบบกันนี่เรียกได้ว่าโดนด่าเลย คนจะไม่เอาเลย แต่สมัยนี้ถ้าลองฟังดูมันอาจจะฟังดูเหมือนๆกัน ซึ่งมันก็ไม่ผิดแล้ว แต่สมัยก่อนถ้าร้องใกล้เคียงกันมาก ก็จะเกิดการโดนด่ากันเลย ข้อจำกัดพวกนี้ทำให้การที่จะเกิดเป็นฮิปฮอปตัวจริงในสมัยนั้นเป็นเรื่องยากมากๆกว่าสมัยนี้มาก อันนี้ก็เป็นส่วนของการทำเพลง ถ้าเรื่องแฟชั่นก็คล้ายๆกันครับ ความเป็นดั้งเดิม (original) สมัยก่อนสำคัญมาก เพราะเวลาคนเห็นนักร้องออกมาร้องเพลงแต่งตัวยังไง ผู้คนก็จะจำภาพลักษณ์แบบนั้นไปตลอด พอเขาเห็นเราแต่งตัวก็จะบอกได้ว่าแต่งตัวเหมือนคนนั้นเลย ซึ่งสมัยนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ทำให้สมัยก่อนต้องคอยสร้างภาพใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้ดูโดดเด่น ให้ถูกใจคนดู ให้แตกต่างจากคนอื่น เหมือนแต่งตัวเพื่อให้คนจำเราได้ เป็นยุคที่มีต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ ครับ ทำให้เราเรียกยุคนั้นว่า Golden Era ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลงหรือแฟชั่น มันต้องคิดเยอะ อย่างสมัยนี้บางทีเรายังพูดกันเลยว่า กลับไปทำแบบยุค 70s กลับไปยุค 80s หรือกลับไปยุค 90s มันมีส่วนอ้างอิง (references) ถึงเยอะ ยุคนั้นมันยังใกล้เคียงกัน ไม่เก่าพอที่จะย้อนกลับไป ยุคนั้นเขาจะสร้างอะไรเพื่อให้เดินไปข้างหน้า มากกว่าที่จะมองย้อนกลับไปหานะ

  • Soul4Street Review : ASICS Tiger เปิดตัวรองเท้าที่มาพร้อมเท็คโนโลยีล้ำสมัยตัวใหม่ล่าสุดกับ GEL-KAYANO TRAINER KNIT

    ในอดีตคุณอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์รองเท้าเก่าแก่และชื่อเสียงโด่งดังจากญี่ปุ่นอย่าง  Onitsuka Tiger และ asics กันอย่างคุ้นหู ซึ่งในปัจจุบันทางแบรนด์ได้รวมชื่อของทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันเป็น ASICS Tiger  ซึ่งภายใต้ชื่อใหม่นี้จะเป็นการนำเอาความคลาสสิคแบบดั้งเดิมมาผสมผสานเข้ากับเท็คโนโลยีที่และออกแบบรูปทรงรองเท้าให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ โดยการเปิดตัวรองเท้าในรุ่นล่าสุดนี้ประเดิมรุ่นแรกของปี 2017 กับคอลเลคชั่น Spring/Summer ประวัติความเป็นมา รองเท้ารุ่น GEL-KAYANO TRAINER เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1993 รองเท้ารุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นรองเท้ารุ่นท็อปของแบรนด์ ASICS Tiger โดยสามารถสวมใส่ได้ทั้งในการวิ่งและการออกกำลังกายทั่วไป GEL-KAYANO TRAINER ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในวงการผู้สะสมรองเท้า Sneaker ในช่วงยุค 1980s และ 1990s  ลักษณะเด่นของ GEL-KAYANO TRAINER KNIT  คือลิ้นรองเท้าและส่วนด้านบนรองเท้าที่ที่เป็นการทอเส้นด้ายเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมดจึงให้ความรู้สึกเหมือนสวมถุงเท้า พร้อมทั้งเพิ่มรายละเอียดความสวยงามด้วยลายเส้นสัญลักษณ์ ASICS stripe ที่ด้านข้าง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการออกแบบที่มีความแตกต่างดูเป็นเอกลักษณ์ กว่า 20 ปีมาแล้วจากวันนั้นถึงวันนี้ และ GEL-KAYANO TRAINER KNIT ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับแบรนด์ ASICS Tiger ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด การออกแบบตัวรองเท้า รองเท้าGEL-KAYANO TRAINER KNIT ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรองเท้าของ ASICS Tiger รุ่น GEL-KAYANO TRAINER โดยรองเท้ารุ่น GEL-KAYANO TRAINER นี้ นำเสนอรองเท้าผลิตจากวัสดุผ้า Knit และลวดลาย ASICS stripe ในสไตล์ที่เรียบหรูมากขึ้น อีกทั้งยังเสริมด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการพัฒนาจากสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬา ของ ASICS โดยเฉพาะ ซึ่งผลลัพธ์ของความใส่ใจในทุกรายละเอียดนั้นนำไปสู่รองเท้าที่มีความกระชับ และสวมใส่สบายด้วยสัมผัสนุ่มของผ้า Knit โดยรองเท้า GEL-KAYANO TRAINER KNIT ออกแบบมาด้วยสีสันที่หลากหลาย สวยเก๋ ตั้งแต่สไตล์เรียบหรูด้วยเฉดสี Monotone เช่น สีขาว และ ดำ หรือจะเป็นเฉดสี Earth-tone เช่น สี Birch, Agave Green และเฉดสี Spring ให้ความสดใส เช่นสี Peach, Bay โดยรองเท้ารุ่น GEL-KAYANO TRAINER ยังคงรักษาคุณสมบัติความเบาสบายและเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ของ GEL ที่รองรับแรงกระแทกได้ดี รวมทั้งใช้วัสดุการถักทอผ้าแบบ Knit  ที่สวยงาม ทำให้รองเท้ารุ่นใหม่ GEL-KAYANO TRAINER KNIT คู่นี้ดูมีความทันสมัยเข้ามาบนตัวรองเท้าด้วยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ASICS Tiger Facebook : https://www.facebook.com/ASICSTiger/ ASICS Tiger Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCVXKFV0mN845bcUU9JgaSYw ASICS Tiger Thailand IG: asics_tiger_thailand Official Home Page www.asicstiger.com Facebook : ASICSTiger   วันที่เริ่มวางขาย 22 มีนาคม 2557 GEL-KAYANO TRAINER KNIT สีขาว F:Lab Co//ect /ชั้น G Terminal Tel. 02-0414898 , Onitsuka Tiger สาขา Central Plaza ลาดพร้าว Tel. 02-937- 0878 Upperground / เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โทร. 02-252-7372 24Kilates /รามคำแหง 24 แยก 20 ซอย 13 089-3332424 GEL-KAYANO TRAINER KNIT MT ขาว,ดำ  Upperground /เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โทร. 02-252-7372 24Kilates /รามคำแหง 24 แยก 20 ซอย 13 089-3332424

  • ทำไมถึงกลับมาตอนนี้ ? Nike Air Max 1 “atmos Elephant” ว่าด้วยเรื่องของรองเท้าที่เคยปัง และยังกลับมาอย่างงดงาม

    ก็ผ่านพ้นกันไปแล้ว สำหรับการวางจำหน่าย Nike Air Max 1 "atmos Elephant" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งจากรูปภาพบรรยากาศงานที่เราได้โพสท์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็แสดงให้ทุกคนได้ประจักษ์เห็นเป็นแน่นอนแล้วว่า ตำนานก็คือตำนาน การกลับมาในครั้งนี้หลังจากห่างหายไปกว่าสิบปีของ Nike Air Max 1 "atmos Elephant" ก็ไม่ได้ทำให้โมเดลที่ว่ากันว่า "สวยที่สุด"ตัวหนึ่งของซีรี่ย์นี้จางหายไปแต่อย่างใด ยังคงได้รับความนิยมอยู่จวบจนถึงปัจจุบัน แต่คำถามคือ "ทำไมมันถึงยังได้รับความนิยมอยู่ ? " นี่ต่างหากเป็นสิ่งที่น่าจะทำให้กระจ่างเป็นที่สุด ณ เวลาที่ความร้อนแรงของ Nike Air Max 1 กำลังพุ่งทะลุจุดเดือดปรอทอยู่ในตอนนี้ ! เพราะฉะนั้น วันนี้ ทาง Soul4street จะมาแถลงไขข้อดังกล่าวให้ทุกท่านได้แจ่มแจ้งกันในบทความนี้ครับ ในยุคที่งาน Collaboration เกิดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นในลักษณะที่ว่า "แก...นี่ไงรองเท้าออกใหม่ แบรนด์ !@#$!# x กะไนกี้อะ" หรือไม่ก็ "แก เห็น BAPE x กะอะไรก็ไม่รู้รึยัง ... สวยดีเนอะ !" หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมแบรนด์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหล่านี้ ถึงได้ร่วมคอลแลปส์กับแบรนด์นู่นนี่เต็มไปหมด ซึ่งจุดเริ่มต้นมันก็เริ่มมาจาก เมื่อปี ค.ศ. 2000 แบรนด์สายเซิร์ฟบอร์ดแดนแคลิฟอร์เนียอย่าง Stussy ได้มาร่วมงาน Collaboration เป็นครั้งแรกกับทาง Nike ซึ่งภายในงานคอลแลปส์ครั้งนั้น ผลลัพธ์คือการวางจำหน่ายรองเท้าสนีกเกอร์โมเดล Nike Air Huarache ออกมาในแบบเวอร์ชั่นลิมิเต็ดที่มีชื่อว่า Stussy x Nike Air Huarache LE ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก ... แต่ถ้าถามว่า ... อ้าว หัวข้อเกริ่นมาถึงเจ้าช้างฟ้า แล้วไอ้คนเขียนนี่จะมาเกริ่นเรื่อง Stussy x Nike ทำไม ก็ต้องขอออกตัวบอกก่อนเลยว่า โปรเจ็คท์ที่กล่าวถึงขึ้นมาในบรรทัดที่ผ่านมานี่แหละ คือหมุดหมายที่สำคัญในประวัติศาสตร์การ Collaboration รองเท้าเลยทีเดียวนะเว้ยเฮ้ย ! Stussy x Nike Air Huarache LE (2000) : Desert Oak/Reed Light Straw 609020-221 ซึ่งหลังจากการคอลแลปส์สะท้านโลกในครั้งนั้น ก็มีแบรนด์น้อยใหญ่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมงาน Collaboration กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike , adidas ,Reebok และอื่น ๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน การคอลแลปส์ในครั้งนั้นคือ "การปฏิวัติงาน Collaboration ของโลก" Atmos x Nike Air Max 1 ‘Safari’ (2002) : Flax/Tennessee Orange-Chestnut-Light Graphite 302740-281 ในปี 2002 ก็เป็นโอกาสของแบรนด์รีเทลเลอร์เจ้าใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง atmos ซึ่งเปิดตัวอย่างงดงามด้วยการนำลวดลาย Safari ลวดลายที่ค่อนข้างจะ "แหวกแนว" ในสมัยนั้น มาใส่ไว้บนโมเดล Nike Air Max 1 ของ Tinker Hatfield ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวความยิ่งใหญ่ของ atmos ได้อย่างสง่างาม ... และเป็นอีกหนึ่งงานคอลแลปส์ที่ดีที่สุดโมเดลหนึ่งของรุ่น Air Max 1 Atmos x Air Max 1 B ‘Viotech’ : khaki/viotech-dark mocha-metallic gold 302740 251 ในปี 2003 โปรเจ็คท์ atmos x Nike กลับมาอีกครั้งด้วยโมเดล atmos x Nike “Viotech” ซึ่งเป้นการจับคู่ที่โคตรจะลงตัวระหว่างสีน้ำตาลและสีม่วง ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ถูกยกไว้ให้เป็นที่สุดตลอดกาล (อีกทั้งมีส่วนอยู่ในโมเดลรวมมิตรตัวล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายอย่าง Nike Air Max 1 "Master" ด้วยเช่นกัน) atmos x Nike Air Max 1 “Elephant” และในปี 2007 หลังจากที่นาย นายฮิโระฟูมิ โคจิมะ ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟของแอทมอส ร้านรีเทลเลอร์เจ้าใหญ่แห่งแดนปลาดิบ ได้ร่วมกันทำงาน Collaboration กับ Nike Japan อีกครั้ง ก็ได้เกิดปิ๊งไอเดียมาจากเจ้าโมเดลในตำนานของทางฝั่งแอร์จอร์แดนอย่าง Nike Air Jordan 3 ซึ่งคุณโคจิมะก็หลงใหลในลวดลาย "หนังช้าง" ของรองเท้าคู่ดังกล่าวชนิดที่ถอนตัวไม่ขึ้น สีฟ้าอมเขียวสดใส (Jade) ของโลโก้ไนกี้บนลายหนังช้างขาวดำ เป็นการจับคู่ที่ลงตัวอย่างกลมกล่อม ด้วยความคลาสสิคที่ตัดกับสีฟ้าอมเขียวโทนแจ๋นสดใสประกายตา เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ยากที่จะหาใครมาสร้างสรรค์ให้มันเป็นไปได้อย่างตำนานของรองเท้าคู่นี้ ซึ่งรองเท้าคู่นี้ก็ถูกยกให้เป็นไอเท็มที่โคตร "HYPE" ในยุคนั้น ชนิดที่ว่าใส่แล้วหล่อสัส ! Hirofumi Kojima ผู้ออกแบบ Nike Air Max 1 "atmos Elephant" จากความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของงาน Collaboration ครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านอกจากจะเป็นเรื่องของความสวยงามเรื่องดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้ มันเริ่มมาจากการยึดแนวคิด "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" ในยุคนั้น atmos ไม่ใช่แบรนด์ที่ยิ่งใหญ่อะไรเลยถ้าเทียบกับ Nike แต่สิ่งที่ atmos ได้รับคือ "โอกาส" เพราะแบรนด์ใหญ่ต่อให้มีบุคลากรเป็นร้อยเป็นพันขนาดไหน พวกเขาก็ต้องชะโงกหน้าไปสูดอากาศนอกกะลาบ้าง และพวกเขาก็มาถูกทางจริง ๆ ! แต่แน่นอนว่า atmos x Nike Air Max 1 “Elephant” ก็เคยหายไปจากไทม์ไลน์ความนิยมของชาวสนีกเกอร์อยู่เหมือนกัน ... และใน 10 ปีต่อมา หลังจากที่ Nike เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วม Vote Back รองเท้า Air Max 1 โมเดลพิเศษต่างๆ ที่เคยผลิตออกมาวางจำหน่ายแล้ว และจะนำรองเท้ารุ่นที่ชนะในการโหวตกลับมาทำใหม่อีกครั้ง ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาอย่างชัดเจน ว่าเจ้ารุ่น atmos x Nike Air Max 1 Safari "Elephant" เป็นโมเดลที่มีคนโหวตมากที่สุด ทำให้ Nike นำโมเดลนี้ออกมาจำหน่ายอีกครั้งในวัน Air Max Day 2017 เหล่าผู้เข้าร่วมจับฉลากในงานวางจำหน่าย Nike Air Max 1 "atmos Elephant" เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคมผ่านมา และจากบรรยากาศงานจับฉลากที่ลานพาร์ค พารากอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทุกคนก็สามารถพิสูจน์ข้อสงสัยดังกล่าวได้อย่างชัดเจน เพราะรองเท้าคู่นี้มันมีเรื่องราวมากกว่าความสวยงามที่มันปรากฏอยู่เท่านั้น การ Collaboration ระหว่าง Nike และ atmos ถือเป็นการจับมือระหว่างค่ายใหญ่ค่ายเล็กครั้งแรก ๆ ที่ประวัติศาสตร์ต้องจดจำไว้เป็นตำนานในความสำเร็จของมัน และ โมเดลตัวนี้มันขึ้นหิ้งความคลาสสิคของมันอยู่แล้ว และที่สำคัญ มันถูกโหวตให้กลับมาด้วยเสียงที่เป็นมติตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ วัฐจักรแฟชั่นมันหมุนของมันไปเรื่อย ๆ ใหม่มาเก่าก็หายไป เมื่อของใหม่กลายเป็นของเก่า ของเก่าก็จะกลับมาเป็นของใหม่ให้เราเห็นกันอยู่เรื่อยไปไม่รู้จบ มันคือการ "Bring Back" ของเก่าที่เคยเฉิดฉายในอดีต และกลับมาอย่างถูกที่ถูกเวลาก็แค่นั้นเอง ... (ก็คนเขาต้องการนี่ ... ถูกไหม !)

  • ภาพบรรยากาศจากงาน Nike Air Max Day : Week 3 การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของเจ้าช้างพ่นน้ำ

    สิ้นสุดกันไปแล้วสำหรับงานเปิดตัวรองเท้าไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น (Nike Air Max 1 atmos Elephant) ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ Air Max X Carnival Pop Up ณ ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งการเปิดตัวในสัปดาห์นี้ ก็เป็นทีของเจ้า "ช้างพ่นน้ำ" ในตำนาน อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่ ฮิโระฟูมิ โคจิมะ เห็นช้างเล่นพ่นน้ำกันในสวนสัตว์ ประกอบกับแรงผลักดันจากยุคโมเดิร์นสตรีทแวร์ที่เฟื่องฟูในปี 2007 ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ เจ้าโมเดล ไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น ก็กลับมาในรูปแบบของสีและวัสดุที่เหมือนตัวต้นฉบับปี 2007 ดั้งเดิมทุกประการเลยนั่นเอง สำหรับประวัติฉบับย่อพอสังเขปของรองเท้ารุ่นนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาก นายฮิโระฟูมิ โคจิมะ ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟของแอทมอส ร้านรีเทลเลอร์เจ้าใหญ่แห่งแดนปลาดิบ ได้ร่วมกันทำงาน Collaboration กับ Nike Japan และปิ๊งไอเดียมาจากเจ้าโมเดลในตำนานของทางฝั่งแอร์จอร์แดนอย่าง Nike Air Jordan 3 ซึ่งคุณโคจิมะก็หลงใหลในลวดลาย "หนังช้าง" ของรองเท้าคู่ดังกล่าวชนิดที่ถอนตัวไม่ขึ้น สีฟ้าอมเขียวสดใส (Jade) ของโลโก้ไนกี้บนลายหนังช้างขาวดำ เป็นการจับคู่ที่ลงตัวอย่างกลมกล่อม ด้วยความคลาสสิคที่ตัดกับสีฟ้าอมเขียวโทนแจ๋นสดใสประกายตา เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ยากที่จะหาใครมาสร้างสรรค์ให้มันเป็นไปได้อย่างตำนานของรองเท้าคู่นี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวสุดตระการตาของเจ้าโมเดลในตำนาน "ช้างพ่นน้ำ" ตัวนี้แล้วนั้น ยังมี Pop-Up Van ซึ่งตกแต่งภายในด้วยฝีไม้ลายมือ และฝีแปรง(เมาส์ปากกา)ที่เฉียบคมของศิลปินสตรีทอาร์ทติสระดับอาจารย์ของเมืองไทย อย่าง รักกิจ ควรหาเวช และยังมีสุดยอดดีไซน์เนอร์คนไทย ที่โด่งดังไปถึงระดับโลกอย่างคุณ ‘โอ๋’ จรรยาพร ทองไทย เจ้าของแบรนด์ O Thongthai Jewellery ที่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความประทับใจส่วนตัวที่มีต่อเจ้าโมเดล "ไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น" พร้อมมานำเสนอผลงานวิดีโอผลงานชิ้นพิเศษชื่อว่า “Rare Sculp” (รูปปั้นที่หายาก) โดยมีเมนคอนเซ็ปท์ในการถ่ายทอด ลวดลายหนังช้างและสีฟ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น ผ่านบอดี้เพ้นท์บนตัว นักเต้น โดยวิดีโอนี้ได้ศิลปินเมคอัพอาร์คทิสต์ชื่อดัง อย่าง แพรี่ พาย หรือ อมตา จิตตะเสนีย์ มาเป็นผู้ลงฝีแปรงในการเพนท์ โดยการผสมผสานแฟชั่นและกีฬา ผ่านศิลปะการร่ายรำแบบร่วมสมัย (Contemporary Dance) ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ โอ๋ ทองไทย ยังเผยว่ากำลังเตรียมเปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องประดับสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อฉลองการครบรอบ 30 ปี ของแอร์แม็กซ์ วัน ในงาน Air Max Day ในวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560 เพื่อให้เหล่าสาวกแอร์แม็กซ์ตัวจริงได้ยลโฉมกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยเฉพาะ และแล้วก็เดินทางมาถึงช่วงไฮไลท์ในตอนห้าโมงเย็น เมื่อการลงทะเบียนจับฉลากของรองเท้ารุ่นนี้ มียอดผู้มาร่วมลงทะเบียนตั้งแต่เช้ายันสี่โมงเย็น ซึ่งสามารถนับยอดได้ถึง 2,000 คน ! และนั่นหมายความว่าโอกาสในการครอบครองรองเท้าคู่นี้ของแต่ละคน แทบจะเป็นอัตราส่วน 1/100 หนึ่งคู่ ในหนึ่งร้อยคน เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก ! สิ้นเสียงของพิธีกรกล่าวรหัสของผู้โชคดี แน่นอนว่าผู้โชคดีเหล่านี้ล้วนเก็บอาการแสดงความดีใจเอาไว้แทบจะไม่อยู่ นอกจากจะได้ครอบครองโมเดล "ไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น" แล้ว พวกเขายังเป็นมากกว่าผู้โชคดี เพราะพวกเขาก็ได้รับเกียรติในการถ่ายรูปคู่กับรองเท้าประดุจคนพิเศษ และจะถูกบันทึกไว้ตลอดไปว่า พวกเขาเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์การวางจำหน่าย "ไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น" ในประเทศไทย !  

  • Timberland เปิดตัวแคมเปญ “My Trust My Timberland” ตอกย้ำคำว่า "ลูกค้าคือคนสำคัญ"

    สัมผัสตำนานแห่งบูท ไปสู่การพัฒนาและพลิกโฉมเพื่อตอบโจทย์ทุกความไว้ใจ   กว่า 40 ปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ทิมเบอร์แลนด์”(Timberland) เชื่อว่าใครๆก็ต้องรู้จัก    แบรนด์สัญชาติอเมริกันนี้ได้ครองใจคนทั้งโลกด้วยรองเท้าบูทสีเหลืองที่กลายเป็นคำพูดติดปากว่า “เยลโล่ บูท “(Yellow Boot)      หากนับย้อนไป Timberland เริ่มต้นจากครอบครัวที่เชี่ยวชาญในการทำรองเท้ามาหลายทศวรรษ  จนมาถึงวันนี้ Timberland ได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างพิถีพิถันและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ทุกเพศทุกวัย พร้อมเครื่องแต่งกายหลากหลายให้วงการแฟชั่นได้กล่าวขานอย่างมาก  เป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าทั่วโลกอย่างเหนี่ยวแน่น ทั้งนี้  “ทิมเบอร์แลนด์”(ไทยแลนด์) ได้เห็นถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับแบรนด์ตลอดมา   เกิดความประทับใจจนกลายเป็นแคมเปญ “My Trust   My Timberland”   โดยใช้ 4 สถานะ 4 มุมมอง จากความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับทิมเบอร์แลนด์ตลอดมา -               Like father, Like son. “เพราะลูกไม้มักหล่นไม่ไกลต้น” -               Mom's love is within each of every steps.   “เพราะอยากให้สิ่งที่ดีกับเค้า” -               Friendship begins when you find your twins.    “เพราะเราชอบอะไรเหมือนๆกัน” -               Our journey starts from love and trust.    “เพราะเค้าไว้ใจให้เราดูแล” นายคงภัทร ตันติจิรสกุล กรรมการบริหาร บริษัท พีน่าเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)  “คือเราเห็นว่า Timberland  มีความเชี่ยวชาญในการทำรองเท้า ซึ่งสืบทอดกันมานานกว่า 40 ปี และ Timberland เองก็ยังคงคิดค้น พัฒนาเทคโนโลยี และ นวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวสินค้าต่างๆมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ทั่วโลก แล้วตั้งแต่ที่เรานำเข้าแบรนด์เข้ามา เราก็ได้เห็นพฤติกรรมลูกค้า ที่เข้ามาเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็น ภรรยาเลือกให้สามี แม่ซื้อให้ลูก ลูกซื้อให้พ่อ เพื่อนแนะนำเพื่อน มันทำให้เรารับรู้ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อTimberland จึงได้เกิด “ My Trust My Timberland” ขึ้นมา พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับแคมเปญนี้เพื่อตอบแทนท่านลูกค้าคนสำคัญ” โปรโมชั่นพิเศษสำหรับแคมเปญ “My Trust My Timberland” เพียงคุณโชว์ภาพใน แคมเปญ“My Trust My Timberland” จากสถานะใดก็ได้  รับส่วนลดได้ 10% ได้ที่ เฉพาะร้านทิมเบอร์แลนด์ 4 สาขา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ , ศูนย์การค้าเมกาบางนา, เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, สเปลล์แอทฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ประวัติของ Timberland การก่อตั้งของ Timberland เริ่มขึ้นเมื่อปี 1952 ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาซูเสต ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อนาย Nathan Swartz ได้ลงทุนจำนวนครึ่งหนึ่งในกิจการของบริษัทรองเท้า Abington Shoe Company แต่ในการเริ่มต้นทำธุรกิจรองเท้าของเขาในขณะนั้น ยังเป็นเพียงแค่การรับทำสัญญางานผลิตรองเท้าและส่งต่อไปยังโรงงานผลิตรองเท้าแห่งอื่นเพื่อผลิตรองเท้าให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ต่อมาหลังจากนั้นธุรกิจการผลิตรองเท้ามีการเติบโตเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดและเริ่มนำลูกชายของเขาเข้าสู่กิจการรองเท้าในปี 1955 ภายหลัง 10 ปีต่อมา บริษัท Abington Shoe Company ได้พัฒนาเทคโนโลยีการฉีดขึ้นรูปแบบพิมพ์รองเท้าในผลิตภัณฑ์ของเขา นวัตกรรมนี้ทำให้สินค้าของเขามีลักษณะพิเศษ ในที่สุดเขาได้สร้างรองเท้าบู๊ทกันน้ำที่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอากาศร้อนได้ ในปี 1973 ต่อมาบริษัท Abington Shoe Company ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท Timberland การเปลี่ยนแปลงชื่อของบริษัทมีผลมาจากรองเท้าบู๊ทกันน้ำที่เขาได้คิดค้นขึ้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเป็นที่มาของการออกแบบรองเท้าใส่ลำลองและรองเท้าBoat shoeในปี 1978 และ 1979 ในช่วงปี 80s การเติบโตของบริษัท Timberland ได้เริ่มแผ่ขยายกิจการไปทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและรวมไปถึงทั่วโลกอีกด้วย ตลอดปี 90s บริษัท Timberland เล็งเห็นถึงการขยายธุรกิจให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก จึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าประเภทอื่นๆ ที่นอกเหนืออจากรองเท้าบู๊ท เช่น เสื้อผ้า กระเป๋าสะพายหลัง นาฬิกา และรองเท้าสำหรับเด็กที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ Timberland ไว้ได้อย่างครบถ้วน เกี่ยวกับ Timberland Timberland คือผู้นำการออกแบบรองเท้าชั้นนำ การผลิตและการตลาดรองเท้าเกรดพรีเมี่ยม เสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับผู้หลงใหลในการผจญภัยแบบไร้ขีดจำกัด เปิดตัวให้โลกได้รู้จักในภาพรองเท้าบู๊ทสีเหลืองตั้งแต่ปี 1973 ในวันนี้ Timberland เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์การตัดเย็บสุดประณีตที่ตกทอดมาได้อย่างครบถ้วน ภายใต้แบรนด์ Timberland และบริษัท Timberland Boot และอุตสาหกรรมรองเท้าและชุดทำงาน ภายใต้แบรนด์ The Timberland PRO ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Timberland ได้ออกวางจำหน่ายไปทั่วโลกในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านค้า ร้านขายปลีกสาขาต่างๆ และรวมถึงสินค้าออนไลน์ Timberland ผลิดรองเท้าอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อผลิตสินค้าที่เปี่ยมคุณภาพและสัญญาว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างคุณภาพที่ดีกว่าให้แก่สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเพื่อผู้คนที่รักในกิจกรรมกลางแจ้งและชุมชนทั่วโลก

NEWS & ACTIVITIES

ทำไมถึงกลับมาตอนนี้ ? Nike Air Max 1 “atmos Elephant” ว่าด้วยเรื่องของรองเท้าที่เคยปัง และยังกลับมาอย่างงดงาม

ก็ผ่านพ้นกันไปแล้ว สำหรับการวางจำหน่าย Nike Air Max 1 "atmos Elephant" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งจากรูปภาพบรรยากาศงานที่เราได้โพสท์ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็แสดงให้ทุกคนได้ประจักษ์เห็นเป็นแน่นอนแล้วว่า ตำนานก็คือตำนาน การกลับมาในครั้งนี้หลังจากห่างหายไปกว่าสิบปีของ Nike Air Max 1 "atmos Elephant" ก็ไม่ได้ทำให้โมเดลที่ว่ากันว่า "สวยที่สุด"ตัวหนึ่งของซีรี่ย์นี้จางหายไปแต่อย่างใด…

มาดูกันให้ชัด ๆ กับเวอร์ชั่นล่าสุดของ Air Jordan 1 "Royal" 2017 พร้อมวางขายในวันที่ 1 เมษาฯ นี้

สาวกแอร์จอร์แดนต้องมีเฮกันยกใหญ่ เมื่อในที่สุดการกลับมาของ Air Jordan 1 "Royal" สีน้ำเงินบาดใจ ที่เหล่าสาวกต่างรอคอยกันมาช้านานตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากภาพหลุดอย่างเป็นทางการนี้นั้น ก็มาให้เห็นกันแบบชัดลึกถึงรูขุมขน โดยเราจะเห็นกันได้แบบชัด ๆ เลยว่า วัสดุที่อัพเกรดขึ้นมาตัวนี้มีความคลับคล้ายคลับคลากับเจ้า Air Jordan 1 "Bred" มากพอสมควรเลยนั่นเอง…

ไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น ตำนานที่ไม่เคยจางหายไปแต่อย่างใด !

จบลงไปแล้วสำหรับงานเปิดตัวรองเท้าไนกี้ แอร์แม็กซ์ วัน แอทมอส แอลเลเฟ้น (Nike Air Max 1 Atmos Elephant) ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ Air Max X Carnival Pop Up ณ ลานพาร์ค พารากอน ซึ่งการเปิดตัวในสัปดาห์นี้ ก็เป็นทีของเจ้า "ช้างพ่นน้ำ" ในตำนาน อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่ ผู้ออกแบบนั่งมองช้างพ่นน้ำในสวนสัตว์ ประกอบกับแรงผลักดันจากยุคโมเดิร์นสตรีทแวร์ทำให้เกิดเป็นโมเดลสุดงดงามนี้ขึ้น และการกลับมาในครั้งนี้…

ถอดรหัส Supreme x COMME des GARÇONS งานคอลแลปส์สุดลึกลับ ที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง

  ข่าวคราวชวนปวดหัวล่าสุดสำหรับสาวกสตรีทแวร์ในเที่ยวนี้เห็นทีจะหนีไม่พ้น กระแสของ Supreme x COMME des GARÇONS ที่เกิดขึ้นจากพ่อหนุ่มสาวกสตรีทแวร์ตัวจี๊ดอย่าง MRBLD ซึ่งค่อนข้างโด่งดังในฐานะเซเลปสตรีทแวร์บนโลกทวิตเตอร์อยู่พอสมควร ซึ่งพ่อหนุ่มคนนี้ก็ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานคอลแลปส์ครั้งนี้ได้อย่างเฉียบคมเลยทีเดียว ทั้งสองแบรนด์ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี…

Soul4street Ontour : พาตะลุย Flagship Store แห่งแรกในประเทศไทยของ Herschel Supply Co.

ขอมือแฟนๆของ Herschel Supply Co. หน่อยเร็ว !! ตอนนี้เราได้ข่าวมาว่าทางแบรนด์ได้เปิด Flagship Store แห่งแรกอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สำคัญยังเปิดตรงใจกลางเมืองอย่างห้าง Siam Center (เป็นไงถูกใจป่ะ) และเหมือนอย่างเช่นเคยแบรนด์ดังมาเปิดทั้งทีเราจะพลาดได้ยังไง ต้องพาไปชมร้านใหม่กันเสียหน่อย ถ้าพร้อมแล้ว!! ก็ไปติดตามกันเลยดีกว่ากับ Soul4street Ontour หลังจากเราลงจาก BTS สถานีสยาม เราก็ตรงดิ่งไปที่ Flagship…

SVME † EVM กับคอลเล็คชั่นล่าสุด 2K17 "SVME LOGO" พร้อมวางจำหน่ายออนไลน์ในวันเสาร์นี้ !?

ถ้าจะให้พูดถึงกระแสการทำเสื้อผ้าเป็นแบรนด์ของตัวเอง ก็ต้องบอกว่าสถาณการณ์แฟชั่นบ้านเราในขณะนี้ร้อนแรงเป็นอย่างมาก และนี่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีต่อวงการแฟชั่นของไทย เพราะตราบใดที่ตัวเลือกในการบริโภคของคนมีอยู่เยอะ ก็ย่อมดีต่อตัวผู้เสพย์แฟชั่นในบ้านเราเอง และก่อให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น และในวันนี้ทางเราก็ได้มาพูดคุยกับ "คุณเอฟ" อรรถวุฒิ สุขคง…

Converse Chuck Taylor "GORE-TEX" Hi กับการอัพเกรดวัสดุใหม่ ให้กันน้ำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ !?

แน่นอนว่าในยุคสมัยนี้ นวัตกรรมการกันน้ำก็ดูจะเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือพวกเราได้มากมาย ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งในกรณีที่ฝนตก แล้วเรากลับบ้านด้วยรถไฟฟ้า BTS (แฮ่ !) แต่ว่าในวันนี้แบรนด์รองเท้าขวัญใจเด็กเซอร์ก็มีคำตอบให้ทุกท่านแล้ว เมื่อ Converse ได้นำเอาโมเดล Converse Chuck Taylor ต้นฉบับตั้งแต่ยุค 70s มาปรับปรุงใช้วัสดุ GORE - TEX สุดยอดวัสดุอเนกประสงค์ ที่เบาสบายและทนทานในทุกสภาพอากาศ…

Samsung Galaxy S8 กับการวางจำหน่ายทั้งหมดสามสีสามสไตล์ และจะมีสองรุ่นให้ได้เลือกสรรกันตามใจชอบ

โทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธงตัวล่าสุดที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในสัปดาห์นี้อย่าง Samsung Galaxy S8 หนึ่งในซีรี่ย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากค่าย Samsung ซึ่งล่าสุดผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีอย่าง Evan Blass ก็ได้เปิดเผยรายละเอียดของโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวนี้ขึ้นพี้อมภาพหลุด ซึ่งการวางจำหน่ายเจ้า Samsung Galaxy S8 ตัวนี้ก็จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสามสีสามสไตล์ ได้แก่ Black Sky, Orchid Grey และ Arctic Silver ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสองโมเดลอันได้แก่…

OFF-WHITE x Champion กันเบาะแสงานคอลแลปส์ที่น่าจะเกิดขึ้น !?

ศิลปินสายไกรม์อย่าง Skepta ได้ถูกพบว่า เขากำลังสวมใส่เสื้อสเว็ทเตอร์สีเขียวมีลายแถบม้าลายบริเวณแขน แต่มีโลโก้ Champion อยุ่ตรงบริเวณหน้าอก ซึ่งก็ยังไม่มีเบาะแสใดใดออกมาจาก Virgil Abloh บอสใหญ่ของทาง OFF-WHITE แต่อย่างใด เช่นเดียวกับทาง Champion ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า งาน Collaboration ดังกล่าวนี้จะมีจริงหรือเปล่า ? เพราะว่าเบาะแสที่เราได้รับมาในคราวนี้นั้นก็ไม่สามารถการันตีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์…

มาดูกันให้เต็มตากับ KAWS x Peanuts Uniqlo UT Collection พร้อมด้วยเหล่าเสื้อผ้าสุดน่ารัก !

นอกจากการ Collaboration ร่วมกับ Air Jordan แล้วนั้น ล่าสุดพ่อหนุ่มศิลปินสุดฮอตอย่าง KAWS ก็ได้กลับมาร่วมงานกับทาง Uniqlo อีกครั้งหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ เลยคือ เอกลักษณ์งานของ KAWS อย่างลูกตากากบาทและตัวตลกของเขาจะไม่ได้เป็นพระเอกในงานนี้เพียงคนเดียว เพราะว่าศิลปินในตำนาน PEANUTS เจ้าของตัวละครยอดฮิตอย่าง Snoopy , Charlie Brown ก็จะมาร่วมแจมภายในงาน Collabs ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าจากการอัพเดทผ่านอินสตาแกรมครั้งล่าสุดของ…

ค่อนข้างแน่นอนว่า adidas Originals YEEZY BOOST 350 V2 "Cream" จะวางจำหน่ายในวันที่ 29 เมษายนนี้ !

หลังจากที่เพิ่งมีภาพหลุดของโมเดลรุ่นดังกล่าวไปเมื่อไม่นานมานี้ จากเบาะแสของ กลุ่ม "Sneakerprophets" (นักทำนายสนีกเกอร์) แน่นอนว่าเหล่าสาวกคงต้องขนลุกซู่เมื่อภาพหลุดตัวล่าสุดของรองเท้าสนีกเกอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสุดขีดในแฟชั่นกระแสหลักทุกวันนี้อย่าง adidas Yeezy Boost 350 V2 โมเดลตัวล่าสุดจากทางฝั่งของ YEEZY ได้มีภาพหลุดโมเดลที่มีชื่อว่า adidas Yeezy Boost 350 V2 "Cream" โมเดลสีขาวล้วนที่แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาคือการตัดตัวอักษรคำว่า…

Soul4street Review : เจาะลึกทุกมุม Nike “Referee Pack” คอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ตอนนี้กระแสความร้อนแรงของ Nike เรียกได้เลยว่ามาแบบฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว หลังจากช่วงปีก่อนกระแสอาจจะดรอปลงไปบ้าง แต่ในปี 2017 นี้แค่เพียงไม่กี่เดือนกระแสต่างๆเกี่ยวกับ Nike กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เริ่มที่หมัดเด็ดจัดหนักชุดใหญ่กับแคมเปญอย่าง Air Max Day ที่ปล่อยมาตั้งแต่ต้นปีก็เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าสนีกเกอร์เฮดทั่วโลก และยังไม่หมดเพียงเท่านั้นทาง Nike ก็ได้ส่งอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่ขอบอกเลยว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ…

BAPE x Air Jordan 1 "Royal" อีกหนึ่งงานคุณภาพเยี่ยม ที่ถ้ามีจริงคงต้องร้องว่า "โหดสัส"

ถ้าเกิดว่ารองเท้าสนีกเกอร์คู่นี้มีอยู่จริง ก็คงไม่ต้องพูดถึงความไฮป์และราคาที่จะสูงขึ้นจนแพงหูฉี่อย่างแน่นอน เพราะงาน Collaboration ระหว่าง BAPE x Air Jordan 1 “Royal” น่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คท์ที่ไม่มีใครปฏิเสธอย่างแน่นอน ซึ่งจากภาพหลุดบนแอคเคาท์อินสตาแกรมของ @scoop208 ก็แสดงให้เห็นถึงความงดงามของการร่วมงาน (ในจินตนาการ) ครั้งนี้ และเนื่องจากการอัปโหลดรูปภาพนี้ก็ไม่ได้มีแคปชั่นบอกรายละเอียดใดใด…

adidas Consortium x HAVEN กับโมเดล UltraBOOST Uncaged "Triple-Black" สุดพรีเมียม !

สำหรับเหล่าสาวกแบรนด์สามแถบที่ชื่อชอบสไตล์สีล้วน ในคราวนี้ำวกเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับ โปรเจ็คท์ adidas Consortium x HAVEN ด้วยโมเดล กับโมเดล UltraBOOST Uncaged "Triple-Black" สุดพรีเมียม ! ที่ทรงยังคงเหมือน adidas UltraBOOST ทุกประการ เพียงแต่ถอด Cage ออกเพื่อความยืดหยุ่นเบาสบาย และแพทเทิร์นที่เรียบง่ายดูเรียบหรูและดูแกรนด์ มีราคาแพงไม่แพ้ยี่ห้ออื่นเลยทีเดียว ! และสำหรับวันวางจำหน่าย adidas Consortium x…

KAWS x Uniqlo กับ "Peanuts Collection" เมื่อสนูปปี้มีลูกตา "XX" ในแบบฉบับของ KAWS

นอกจากการ Collaboration ร่วมกับ Air Jordan แล้วนั้น ล่าสุดพ่อหนุ่มศิลปินสุดฮอตอย่าง KAWS ก็ได้กลับมาร่วมงานกับทาง Uniqlo อีกครั้งหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ เลยคือ เอกลักษณ์งานของ KAWS อย่างลูกตากากบาทและตัวตลกของเขาจะไม่ได้เป็นพระเอกในงานนี้เพียงคนเดียว เพราะว่าศิลปินในตำนาน PEANUTS เจ้าของตัวละครยอดฮิตอย่าง Snoopy , Charlie Brown ก็จะมาร่วมแจมภายในงาน Collabs ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าจากการอัพเดทผ่านอินสตาแกรมครั้งล่าสุดของ…

Raised by Wolves กับเหล่ารองเท้าแตะสุดจ๊าบ ที่ไม่ค่อยอยากจะให้ใครมาอยู่ใกล้เท้าซักเท่าไหร่ !?

ไม่ต้องพูดอะไรมาก ... อ่านรองเท้ากูสิ ! น่าจะเป็นอีกการแสดงออกที่น่าสนใจผ่านเครื่องแต่งกาย เมื่อ Raised by Wolves ได้ปล่อยมินิคอลเล็คชั่นใหม่พร้อมกับเหล่ารองเท้าแตะสุดจ๊าบ ไปในทางความหมายที่ไม่ค่อยอยากจะให้ใครมาอยู่ใกล้เท้าซักเท่าไหร่ โดยจะมาด้วยกันทั้งสามสี ได้แก่ แดง ดำ และ ขาวล้วน นั่นเอง นอกจากรองเท้าแตะสุดกวนนี้แล้ว ก็ยังมี แหวน "FUCK OFF" ที่น่าจะเข้ากันได้ดีกับนิ้วกลางจริง…

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph