“จั๊ม-Sneaker Mom”บอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวตนและความบ้าที่มีต่อ Converse

จากความสนใจที่แค่อยากจะแต่งตัว จนศึกษาซึมซับและกลายเป็นความหลงใหลในรองเท้าวินเทจ “ชัยพร ฉัตรชัยเดช หรือชื่อที่ทุกคนในวงการรองเท้าต่างรู้จักกันดี “จั๊ม-Sneaker Mom” ซึ่งใครๆก็ต่างยกให้เขาว่าเป็นหนึ่งในกูรูเรื่องรองเท้าวินเทจนักสะสมรองเท้า Converse ตัวยง โดยทาง Soul4street ได้มีไปโอกาสสัมภาษณ์ ถึงเรื่องราวต่างๆจุดเริ่มต้นในความชอบ อะไรคือสาเหตุและเสน่ห์ของมันที่ทำให้เขาหลงใหลจนไม่สามารถถอนตัวได้ และทำคัญเลยกับเรื่องราวของ “Sneaker Mom Museum” ที่เขาได้รวบรวมรองเท้าหายากไว้มากมาย มาจัดแสดงโชว์ให้ดูกันแบบฟรีๆ

จุดเริ่มต้นที่เราชอบรองเท้า Converse มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน

ต้องบอกว่าตอนนี้ผมอายุ 29 ซึ่งตอนเริ่มต้นจริงๆผมไม่ได้ชอบรองเท้า Converse มาตั้งแต่แรก ตอนนั้นอายุน่าจะประมาณ 15-16 ได้ คือในตอนนั้นเนี่ยผมสนใจรองเท้าเพราะว่าก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่อยากแต่งตัว เวลาไปคุยกับเพื่อนๆก็คุยกันถึงแบรนด์ต่างๆ จนเรารู้สึกว่าถ้าเราอยากรู้ลึกรู้จริงก็ต้องศึกษาค้นหา ซึ่งจะบอกว่าจุดเริ่มต้นเลยจริงๆมันคือตอนนั้นเลย ที่นี้พอเราก็เริ่มศึกษาใช่ไหมก็เริ่มงงว่าแบบไหนคืออะไร เขาต้องแต่งกันยังไง เพราะแฟชั่นมันมีหลายแนว แล้วในตอนนั้นผมได้มีโอกาสไปเรียนดีเจ ก็ได้ถามพี่คนที่สอนผมว่า “สไตล์ที่พี่แต่งเนี่ยมันคือการแต่งตัวแนวไหน เพราะผมเห็นแล้วรู้สึกชอบ” ซึ่งพี่เขาก็บอกว่ามันคือแนวสตรีท ตอนนั้นผมก็ไม่รู้มันคือแนวอะไรเพราะผมเด็กมาก

กลับบ้านไปผมก็เสิร์ชหาบนเว็ปเลย “Street Fashion” แล้วก็ได้เจอกับเว็ปบอร์ดต่างๆที่ทำให้ผมรู้จักแนวนี้มากขึ้น และหนึ่งในเว็ปที่ผมใช้ศึกษาหาข้อมูลด้วยในตอนนั้นก็คือ Soul4street นี่แหละ เรียกว่าอ่านมันทุกวัน จนเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผมก็ว่าได้ สมัยก่อนอินเตอร์เน็ตมันก็ไม่ได้ทั่วถึงขนาดนี้ จะเล่นทีก็ต้องไปซื้อมาเติมที การจะหาข้อมูลหรือศึกษาอะไรซักอย่างก็ไม่ได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้ พอเริ่มโตขึ้นช่วงเรียนอยู่มหาลัย ก็มีวิชาเรียนนึงที่ผมลงเรียนแล้วต้องส่งงานอะไรสักอย่างทำให้ได้มีโอกาสไปแถวอรัญ พอไปถึงแล้วได้เดินดูก็ทำให้ได้รู้ว่า ที่นี่มันมีรองเท้าแทบทุกรุ่นวางขายอยู่ ผมก็คิดว่าเราน่าจะสามารถทำอะไรได้จากตรงนี้ ผมจึงเริ่มความคิดที่จะขายรองเท้าและนี่แหละมันก็ยิ่งผลักดันให้ผมศึกษามากขึ้นกว่าเดิมอีก และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมชอบและศึกษา Converse อย่างจริงจัง

ทำไมถึงหลงใหลและชื่นชอบรองเท้า Converse เสน่ห์ของมันคืออะไร

ตอนแรกเลยก็ยังไม่ได้ชอบ Converse มากนัก แต่พอเริ่มศึกษามาเรื่อยๆ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าแบรนด์นี้มันมีประวัติศาสตร์ เริ่มแรกเลยจากที่เราศึกษาแต่พวกตัวคอลแลปที่ทำกับดีไซน์เนอร์ต่างๆ ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมพวกรองเท้าวินเทจลายเรียบๆ ไม่เหมือนกับตัวคอลแลป แต่กลายเป็นว่ามีคนสนใจมันมากขนาดนี้ ทั้งที่ดีไซน์มันแบบดูเรียบ พอเริ่มศึกษาไปเรื่อยๆเพิ่มไปอีกก็รู้ว่า อ๋อมันมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี แล้วยิ่งไอรองเท้า Converse เก่าๆมันก็ดูทนกว่าแบรนด์อื่นๆ มันเลยทำให้ผมศึกษาตรงนี้มากขึ้นจนมันซึมซับไปเอง และเสน่ห์ของมันจริงๆก็คือความคลาสสิคของรูปทรงมัน

รองเท้า Converse คู่แรกเลยที่คุณได้มาคือรุ่นไหน

คิดว่าน่าจะเป็นสีขาว-ดำทั่วไปเลย แต่ถ้าเป็นตัววินเทจคู่แรกเลยจะเป็น Jack ปี 70

แล้วโมเดลไหนใน Converse ที่คุณชอบมากที่สุด

Jack Purcell ครับ เพราะผมรู้สึกว่าเวลาใส่แล้วมันดูไม่เทอะทะ เพราะรูปร่างผมเป็นคนอ้วนและไม่สูงมาก เวลาใส่แล้วรู้สึกมันเข้ากับเราที่สุด

เรียกตัวเองว่าเป็นนักสะสมรองเท้าได้ไหม

ผมว่าแล้วแต่คนจะมองผมเป็นอะไรเลย เพราะแต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เอาเป็นว่าแล้วแต่จะมองผมเลยครับ แต่ส่วนตัวผมแล้ว ผมแค่รู้สึกว่าชอบและรักมันมากกว่าที่จะมองว่าตัวเองเป็นนักสะสม

 อยากให้พูดถึงที่มาที่ไปของ “Sneaker Mom Museum”

สำหรับไอเดียแรกเริ่มเลยจริงๆเนี่ย ขอบอกเรื่องราวตั้งแต่แรกก่อนเลยนะ คือผมเนี่ยเป็นโรคแพ้กลิ่นของมือสอง พี่นึกออกไหมครับ พวกของมือสองมันจะมีกลิ่นเฉพาะของมัน ไม่ว่าจะรองเท้า เสื้อผ้า หรืออะไรที่เป้นของมือสอง แล้วตัวผมจะอยู่กับของพวกนี้ได้น้อยกว่าคนธรรมดาทั่วไป คือมันจะมีอาการแพ้แบบจริงจังเหมือนคนแพ้อากาศประมาณนั้นเลยครับ ซึ่งเราก็คิดว่า เฮ้ยชีวิตคนเรามันก็ไม่แน่ไม่นอน จะตายวันไหนก็ไม่รู้ ผมจึงอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น และคือตอนนี้ยังมีไฟในการทำอยู่ยังรู้สึกว่ากูอยากทำตอนนี้ อยากให้คนทั่วไปหรือจะว่าทั่วโลกก็ได้ ให้มีที่ที่นึงให้เขาได้มาศึกษาหาความรู้ หรือเป็นสถานที่สำหรับใครสักคนที่สนใจในรองเท้าวินเทจหรือพวก Converse วินเทจต่างๆ อยากคนเขารู้ว่า

ที่นี่ไม่ได้มีแค่รองเท้าที่แพง ได้รับความนิยม เป็นกระแสเท่านั้น มีรองเท้าที่บางคู่ที่ผลิตมาแล้วเกือบร้อยปีหรือบางคู่ที่มันหายากมากจริงๆ เรานำมาโชว์นี่จะมีทั้งของแปลกที่ไม่ได้พบเจอง่ายๆ ตัวที่มีประวัติศาสตร์ บางคู่ผมพยายามหาประวัติจากอินเตอร์เน็ตก็ไม่มีเลย แต่เราก็อาศัยสังเกตเอาว่าของในยุคปีไหนจะผลิตประมาณไหน คือรองเท้าพวกนี้มันจะมีจุดของมันอย่างตราไก่ เชือกรองเท้า กล่อง ซึ่งของแบบนี้มันก็จะตายไปพร้อมผม ผมจึงอยากนำเอาความรู้และรองเท้าต่างๆให้คนอื่นได้เห็นได้ศึกษา เรียกว่าเอาความรู้ที่ผมมีไปแบ่งปันสู่คนรุ่นต่อๆไป คือคุณสามารถมาเดินชมรองเท้าพวกนี้ได้ฟรีเลยครับไม่ต้องเสียค่าชมที่ “Sneaker Mom Museum” และผมจะสลับเปลี่ยนหมุนเวียนรองเท้าต่างๆมาโชว์ที่นี่

เคยนับรองเท้าในคอลเล็คชั่นของตัวเองบ้างไหมว่ามีกี่คู่

ไม่เคยนับครับ แต่ถ้าเอาที่ผมสะสมมันจริงๆคิดว่ามีประมาณหนึ่งร้อย แต่ถ้าที่ไม่ใช่คอลเล็คชั่นมีมากกว่านั้น

รองเท้า converse คู่ไหนที่มันมีสตอรี่เรื่องราวกับเรามากที่สุด

สำหรับผมก็คือ Jack คู่แรกตัววินเทจนี่แหละ คือมันเป็นความทรงจำของ เก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นเราก็ไม่ได้มีเงินเยอะอะไรมากมาย ผมไปขอซื้อรองเท้าคู่นี้จากผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือ ทุกวันนี้ก็มีสัญญาใจกันอยู่ว่าถ้าผมจะขาย ต้องขายคืนเขา และมันก็ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้

ถ้ามีคนมาขอซื้อรองเท้าวินเทจให้ราคาแบบดีมากๆจะยอมปล่อยไหม

ตั้งแต่ผมทำธุรกิจนี้มา ก็ยังไม่เคยมีใครมาให้ราคาผมเหมือนกัน แต่ถ้ามีคนมาเสนอราคาดีจริงๆผมก็ขาย แค่บางคู่นะ แต่คนๆนั้นมันต้องมีความรักและชอบ หรือรองเท้าคู่นั้นต้องเหมาะกับเขาจริงๆ ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้เดินมาขอ ที่จริงๆแล้วผมสามารถให้ฟรีเลยยังได้ ถ้าผมรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้มันควรไปอยู่กับเขามากกว่าผม

ให้เลือก Converse 3 คู่ที่ชอบและประทับใจมากที่สุดมีคู่ไหนบ้าง

แน่นอนว่าคู่แรกต้องเป็น Jack 70 คู่แรกของผม ส่วนอีกคู่เป็น Jack ปี 1939 ซึ่งคู่นี้อยู่ในช่วงยุคแรกๆของการผลิต แบบรองเท้าคู่ละหลายแสนผมก็เคยจับหรือผ่านมือผมมาเยอะ แต่สำหรับคู่นี้ผมรู้สึกว่ามันหายากจริงๆในการตามหาและที่ผ่านตามาน้อยมากๆไม่กี่คู่ และคู่สุดท้ายเป็น Chuck Taylor 1940 ซึ่งผมไม่ได้เอามาโชว์ไว้ที่นี้ ผ

คิดว่ารองเท้ามันสามารถบอกความเป็นตัวตนของคนนั้นๆที่ใส่ได้ไหม

ได้นะครับ เพราะรองเท้ารุ่นต่างๆมันก็มีตัวตนของมันอยู่แล้ว มันสามารถบ่งบอกได้เลยว่าคนใส่ชอบอะไร มันแสดงความเป็นตัวตนของคนนั้นๆออกมา

เคยมีคนบอกว่าคุณบ้ามั้งไหมที่เก็บรองเท้าเยอะขนาดนี้

มีทั้งตำหนิและชื่นชม ถ้าแบบตำหนิก็จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ก็จะประมาณว่าทำไปทำไมวะ ผมก็คิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายอะไรกับคนประเภทนี้ ผมก็ได้แต่ตอบว่า ครับ เพราะสนทนาไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ส่วนคนชื่นชมกับสิ่งที่ผมทำก็มีเยอะครับ อย่างตั้งแต่ผมมาเปิด “Sneaker Mom Museum” ก็เคยมีหลายๆคนมากที่เดินเข้ามาหาผมแล้วก็บอกชื่นชมสิ่งที่ผมทำมาก หรืออย่างบางคนเดินเข้ามาแล้วบอก “ขอบคุณมากๆที่ผมได้ทำสิ่งแบบนี้” ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นกับผม

แต่ที่ผมเซอร์ไพส์มากที่สุดก็คือ Milk แมกกาซีนชื่อดังจากฮ่องกงบินมาเพื่อสัมภาษณ์ผม แล้วผมก็ถามเขาว่าจะลงบทสัมภาษณ์เล่มไหน ผมจะได้ไปตามหาไปซื้อมาเก็บไว้ ทางบก.เขาก็บอกว่าสำหรับคุณลงฉบับที่ครบรอบ 13 ปีของเขา แล้วเขาก็บอกว่าจะลงให้เลย 10 กว่าหน้า ผมก็แบบรู้สึกช็อค เพราะปกติอย่างผมที่เคยลงหนังสือในไทย เขาก็ลงให้ประมาณ1-2 หน้า แต่นี่จะให้ผมลงเยอะขนาดนั้น  แล้วเขายังบอกอีกว่า เขาได้ไปเจอนักสะสมรองเท้ามาแล้วแทบจะทั่วโลก แต่เขาบอกว่าเขานับถือผมที่สุดแล้ว เพราะทุกคนที่ผมเจอไม่มีใครสามารถอธิบายประวัติศาสตร์ และดีเทลของรองเท้าได้มากเท่าคุณเลย

อยากทราบวิธีดูแลรักษารองเท้า

พวกรองเท้าใหม่ๆ พอใส่เสร็จก็ควรรีบทำความสะอาด เพราะพวกฝุ่นถ้ามันเข้าไปตามขอบยางรองเท้า มันจะทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นรองเท้าวินเทจ มันไม่สามารถซักได้เลย เพราะถ้าซักสีของรองเท้าจะไปหมดเลย แต่ผมจะใช้วิธีเอาน้ำยาล้างเล็บผู้หญิงมาเช็ดตามขอบยางมันจะสะอาดมาก แต่ถ้าเป็นป้ายตรงส้นไม่สามารถใช้น้ำยาล้างเล็บได้ ต้องใช้เป็นยาสระผมกับแปรงสีฟันถูเอาแทน ส่วนการเก็บรักษาในบ้านเราที่อากาศค่อนข้างชื้น เป็นไปได้ก็ใส่กล่องไว้ที่ๆมีอากาศถ่ายเท ถ้าอยากเก็บรักษากล่องด้วย ก็จับแยกรองเท้าออกมาใส่กล่องพลาสติกและใส่กันชื้นไปด้วย เพราะอากาศมันชื้นราจะขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย และอีกเคล็ดลับของรองเท้าวินเทจคือถ้าเราไม่ค่อยได้ใส่ เราต้องเอาออกมาบิดบ้าง เพื่อไม่ให้พื้นยางและฟองน้ำมันตาย

อยากให้ฝากถึงใครที่กำลังอยากจะเริ่มสะสมมรองเท้า Converse หน่อยครับ

ผมอยากเชิญให้ทุกคนมาที่นี่นะ แวะมาคุยกันเพราะผมยินดีที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำทุกคน แล้วสำหรับใครที่อยากเริ่มเวลาเราจะซื้อเนี่ย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อแต่ตัวที่มีราคาสูงหรืออยู่ในกระแสนิยม เอาที่ความชอบและกำลังซื้อที่เราไหวเป็นหลักก็พอครับ

Editor

skull_skull ( 3058 posts )
-

RELATE BLOG