“ปราชญ์ โหมดประดิษฐ์”นักสะสม Converse และช่างซ่อมรองเท้าวินเทจ

อีกหนึ่งนักสะสมรองเท้า Converse “ปราชญ์ โหมดประดิษฐ์” ซึ่งเขาบอกกับเราว่าในความรู้สึกของเขา Converse  ไม่ใช่แค่รองเท้าแต่มันคือศิลปะและประวัติศาตร์ที่จับต้องได้ ด้วยเสน่ของ Converse ทำให้เขารู้สึกต้องมนต์ขลังถึงความเท่และเริ่มศึกษาเรื่อยมาจากตัวธรรมดาก็พัฒนาไป หาข้อมูลตัววินเทจและก็เริ่มพัฒนากลายมาเป็นช่างซ่อมรองเท้าวินเทจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคนที่จับตัวหาได้ยากมากๆในเมืองไทย นอกจากรองเท้าแล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Converse เขาก็จะเก็บสะสมไว้หมด ซึ่งในอนาคตนี้เราอาจจะได้เห็นพิพิธภัณฑ์ Converse แห่งแรกในประเทศไทยก็เป็นได้ และในบทสัมภาษณ์นี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น ไปรับรู้ถึงเสน่ห์อะไรใน Converse ที่ทำให้เขาหลงใหล

จุดเริ่มต้นที่เราชอบรองเท้า Converse มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน

มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน
จริงๆผมก็อาจจะเหมือนคนอื่นที่แบบมีไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ แล้วเวลาเขาใส่อะไรก็จะคอยซื้อหรือใส่ตาม อย่างของผมก็จะเป็น “พี่ตูน-Body Slam” อย่างตอนแรกๆผมเห็นเขาใส่ Converse Jackass เราก็แบบรองเท้าอะไรมันเท่ดี ซึ่งในตอนนั้นผมก็ยังไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับรองเท้าก็เลยซื้อตาม ตอนนั้นพี่ตูนเขาก็ใส่หลายแบรนด์ผมก็ซื้อตาม แต่ว่าพอมาถึงจุดนึงผมก็รู้สึกชื่นชอบรองเท้า Converse เป็นพิเศษ จนเราเริ่มศึกษาและรู้สึกอินกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่ตามพี่ตูนก็กลายเป็นว่าตอนนี้เราเริ่มซื้อเพราะว่าตัวเองชอบ และก็ซื้อมาเรื่อยๆตอนนั้นก็ยังไม่ได้รู้ลึกอะไรมากว่ามีของวินเทจหรืออะไรพวกนี้ ผมก็เริ่มจากพวก Music Collection และก็ไปตัวรีโปร ก็ศึกษาเรื่อยมาจนมาเล่นพวกตัว USA และพวกตัววินเทจ

ทำไมถึงหลงใหลและชื่นชอบรองเท้า Converse เสน่ห์ของมันคืออะไร

หลงใหลเพราะว่า Converse น่าจะเป็นแบรนด์นึงที่มีประวัติที่ยาวนานและน่าสนใจมาก เป็นแบรนด์ที่เคยไปยืนในจุดที่สูงที่สุดแล้วก็ลงไปจุดที่ต่ำที่สุด แต่มันก็ยังดำเนินต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้ และอีกอย่างมันไม่ค่อยเหมือนรองเท้าทั่วไป เสน่ห์ของ Converse คือเป็นรองเท้าที่เรียบง่ายไม่ว่าจะแต่งตัวแนวไหนก็ใส่ได้ ไม่ค่อยแคร์กับกระแสอะไรทั้งนั้น

รองเท้า Converse คู่แรกเลยที่คุณได้มาคือรุ่นไหน

คู่แรกที่ได้มาคือคู่ที่พ่อแม่ซื้อให้ เป็น Converse Chuck Taylor สีเขียวธรรมดาจากช็อปไทย ตอนได้มาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากเอาไปใส่เละหมด แต่แม่ก็เคยมาบอกว่าที่ซื้อให้เพราะน้า (น้องแม่) ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว เขาชอบรองเท้า Converse ด้วยความที่เห็นเราก็มีหลายส่วนคล้ายๆน้า แม่ก็เลยอยากซื้อให้ใส่ แต่ก็ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นในการสะสม

แล้วโมเดลไหนใน Converse ที่คุณชอบมากที่สุด

ก็น่าจะเป็น Chuck Taylor ทรง Iconic ที่อยุ่มารุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าแฟชั่นจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ทรงนี้ก็ยังยืนหยัดอยุ่อย่างเดิม ถึงดีไซน์มันจะล้าหลังขนาดไหน มันก็ยังมีคนที่ซื้ออยู่เสมอ ถึงแม้ทางบริษัทจะพยายามเปลียนภาพลักษณ์แล้ว แต่ก็กลับมาเป็นทรงเดิมเป็นทรงที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1917

 Converse คู่ไหนในคอลเล็คชั่นที่ได้มาแพงที่สุดและหายากแบบสุดๆ

สำหรับผมอาจจะไม่ใช่รองเท้า แต่ว่าจะเป็นใบขายหุ้นของจริงในช่วงปี 1917 ที่ก่อตั้ง Converse ซึ่งผมได้มาจาก EBAY ความพิเศษสำหรับผมคือมันมีลายเซนต์ของคนก่อตั้ง Converse และมันเป็นใบขายหุ้นจริงๆในยุคนั้น สำหรับผมมันมีมูลค่าทางใจมากกว่าราคา

ให้เลือก Converse 3 คู่ที่ชอบและประทับใจมากที่สุดมีคู่ไหนบ้างและเพราะอะไร

Converse Chuck Taylor Made in USA 1945

ประทับใจคู่นี้เพราะว่า ตั้งแต่เล่นมาเกือบ10 ปี ไม่เคยแม้แต่เห็นรูปในอินเตอร์เน็ตที่สภาพสมบูรณ์ขนาดนี้ และมันก็ไม่ใช่ง่ายๆเลยที่จะได้ครอบครองเพราะใช่ว่าจะมีเงินอย่างเดียว ดวงต้องดีมากๆด้วยเช่นกัน คนขายบอกว่ารองเท้าถูกเก็บตายในบ้านของตายายคู่นึงมาเกือบ 60 ปี แต่ตอนนี้สภาพก็เริ่มจะไปแล้วเหมือนกัน

Converse Chuck Taylor Made in USA x David Bowie 1989 Signed by David Bowie

คู่นี้ต้องบอกว่าได้มาแบบงง ๆบวกกับดวง จริงๆคู่นี้มันก็หายากอยู่แล้วคนรู้จักน้อยมากด้วย เพราะเป็น Promo Pair สำหรับ Album Fame 90 ผมมีคู่นี้อยุ่แล้วแต่สภาพไม่ได้ดีมาก เลยอยากหาตัวใหม่มาแทน วันนึงไปเจอคนขายคู่นี้อยุ่ที่อเมริกา คนขายก็น่าจะไม่ค่อยรู้อะไรมาก คือตอนลงขายรองเท้ามันอยู่ในกล่องพัสดุของทาง Converse ในยุค1980 ตอนนั้นเลย อยู่ในกล่องรองเท้าปกติของมันก็หายากอยุ่แล้ว นี้อยุ่ในกล่องพัสดุของ Converse อีกที ซึ่งมันเจ๋งมากก็ซื้อมาไม่ได้คิดอะไร จนของมาถึงไทยเปิดเช็คดูปรากฏว่ามีลายเซ็นอยู่ของ David Bowie อยู่หลังลิ้นรองเท้า ผมก็ไม่แน่ใจว่าลายเซ็นของจริงไหม ลายเซ็นไม่มีคนยืนยันได้ แต่ส่วนตัวจากที่ดูแล้วมันใช่ (ฮ่าๆ๗

Converse x Alex Face 2016

เป็นคู่ที่ชอบมากอีกคู่  เป็นรองเท้าที่ร่วมงานกับศิลปินไทยและพิเศษมากตรงที่ รองเท้าได้ทำออกมาเพียงแค่ 20 คู่ แต่ละคู่มีดีไซน์ไม่เหมือนกันและทุกคู่เป็นการเพ้นท์ด้วยมือหมด และจะซื้อได้ต้องเป็นการจับฉลากเท่านั้น ราคารีเทลมันอยู่ที่10,000 บาทต่อคู่ จริงๆตอนนั้นผมได้มา 2 คู่แต่ขายไปแล้วคู่นึง ที่เก็บลายนี้ไว้เพราะว่า ลายนี้เป็นลายที่ดีที่สุดที่เขาทำออกมา และเป็นลายที่ Alex Face ได้โพสรูปใน Instagram

คิดว่ารองเท้ามันสามารถบอกความเป็นตัวตนของคนนั้นๆที่ใส่ได้ไหม

จริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นเป็นยังไงมากกว่า เพราะบางคนก็ใส่รองเท้าเพราะตามคนอื่นหรือซื้อไปเพื่อขาย รองเท้ามันจะบงบอกความเป็นตัวตนมากที่สุดก็คือตอนที่มันไปอยุ่กะคนที่ชอบรองเท้าจริงๆ และอินไปกับมันมากกว่า

แล้วจุดเริ่มต้นที่มาซ่อมรองเท้านั้นคือตอนไหน ทำไมอยู่ดีๆเราถึงมีความรู้สึกอยากจะซ่อมรองเท้า

อย่างที่บอกผมเป็นคนที่เห็นอะไรไม่สมบูรณ์ไม่ค่อยได้ เวลาเห็นรองเท้าแบบเริ่มสึกหรือบางทีมันแหว่ง ผมก็จะมักจะทำให้มันกลับมาใหม่ให้ได้มากที่สุด ก็เหมือนกับว่าก็เริ่มซ่อมของตัวเองก่อนมาเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ แล้วผมก็โพสต์ไอรองเท้าที่ซ่อมเนี่ยลงใน Facebook กับ Instagram เรื่อยๆ แล้วก็เหมือนมีคนติดตามดูผลงานของเราอยู่เรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นช่างซ่อมนะ คราวนี้พอคนติดตามมากขึ้นก็เริ่มมีคนทัก Inbox มาให้ซ่อม คือทักมาเยอะมากจริงๆครับถ้าซ่อมหมดที่ทักมาผมคงทำไม่ไหวจริงๆ

ศึกษาอยู่นานแค่ไหนกว่าที่จะเริ่มรับงานแบบจริงจัง

คือการซ่อมมันเหมือนการทดลองไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่แบบว่าซื้อพวกวัสดุหรืออุปกรณ์มาแล้วมันจะทำได้เลย ผมก็ลองผิดลองถูกมาเยอะมาก ทำเสียก็มีซึ่งก็ทำต้องทำใจ ผมก็เสียพวกค่าใช้ไปกับการลงวัสดุต่างๆเยอะมากครับ หรือการหาพวกยางต่างๆบางทีเราคิดว่ามันติดกับน้ำยาตัวนี้ได้ แต่พอเราสั่งมาปรากฏว่ามันก็ไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคิด จริงๆงานซ่อมมันด้วยกันทั้งหมด 3 อย่างนะครับ อย่างแรกก็จะเป็นพวกงานเขียนงานเพ้นท์ พวกงานที่สองก็จะเป้นพวกงานยาง และก็งานผ้า ส่วนตัวผมจะถนัดงานเขียนงานเพ้นท์มากกว่า แต่ว่าพวกงานยางก็พอทำได้บ้าง

เริ่มซ่อมมานานขนาดไหน

ก็ซ่อมมาประมาณ 7 ปีได้แต่ช่วงแรกๆก็ไม่ได้ซ่อมจริงจังมาก ถ้าเอาแบบจริงจังเลยก็ประมาณ 2-3 ปี

ความท้าทายในการซ่อมมีอะไรบ้าง

มันท้าทายตอนที่มีคนส่งรองเท้าคู่เป็นแสนมาให้ผมซ่อม โดยตัวผมเองยังไม่ไว้ใจตัวเองเลยว่าจะทำได้ไหม (ฮ่าๆ) มีคนนึงเขาส่งมาให้ซ่อม 6 คู่มูลค่าประมาณล้านนึงได้ เหมือนเขาไว้ใจผมมาก ผมใช้เวลาซ่อมทั้งหมดอยุ่เป็นปี สุดท้ายก็ผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดีเขาก็แฮปปี้เลยทีเดียว

เคยแบบรู้สึกท้อบ้างไหมว่าแบบทำไมมันยากขนาดนี้ ทำไม่ไหวแล้ว

ผมท้อประจำเลย แต่ด้วยผมจบทางด้านศิลปะมาคือมันต้องหาทางแก้ไขหรือทำมันให้ได้ ไม่ได้ยังไงก็ต้องหาทาง อย่างเวลาซ่อมตรงไหนที่ผมยังซ่อมไม่ได้ก็จะข้ามไปซ่อมจุดอื่นก่อน แล้วก็ค่อยกลับมาทำต่อ ถึงมันไม่ได้ยังไงต้องทำให้ได้อยู่ดี

วัสดุอะไรที่คุณรู้สึกว่าซ่อมมันยากที่สุด

จริงๆผ้ากับยางมันพอๆกันนะ การซ่อมของผมคือจะซ่อมแต่คงไว้วัสดุแบบเดิมให้ได้มากที่สุด อย่างผ้าการที่หาจะหาวัสมาทดแทนมันเป้นอะไรที่ยากมาก เพราะรองเท้าบางคู่มันเป็นตัววินเทจคือผ้าที่ใช้มันก็จะเป็นในยุคนั้นๆ ได้ผ้ามาก็ใช้ว่าจะเอามาตัดเย็บเนียนๆได้ แต่ว่าพวกยางเนี่ยมันก็ยังพอหายางที่ใกล้เคียงมากที่สุดมาซ่อมได้ แต่ว่ามันก็จะมีอุปสรรคตลอดในการซ่อม

แล้วตอนนี้รับซ่อมจริงจังไหม

จริงๆแล้วผมไม่ได้บอกว่าผมจะรับงานอะไรเลย มีแต่คนทักเข้ามาเพราะคงเห็นผมโพสต์รูป จริงๆถ้าเขาส่งรูปมาให้ผมดูบางคู่ที่ผมอยากทำจริงๆผมก็รับนะ แต่บางคู่ผมรู้สึกว่ามันยากไปผมก็เขาไปตรงๆว่าฝีมือผมยังไม่ถึง เพราะผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วแบบไม่ออกมาดีที่สุดผมก็ไม่อยากจะทำ ไม่อยากปล่อยงานแย่ๆออกไป ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่ามันดีแล้ว แต่ถ้าตัวผมเองรู้สึกว่ามันสามารถดีได้มากกว่านั้นก็ไม่อยากปล่อยออกไป

แล้วในประเทศไทยมีช่างซ่อมแบบนี้เยอะไหม

คือจริงๆก็พอมีอยู่บ้างๆที่ผมเห็น บางคนมีความสามารถแตกต่างกัน บางคนฝีมืออาจจะยังไม่ละเอียดมาก ซึ่งจริงๆมันก็เป็นสิ่งที่ยากด้วยแหละ แต่ในอนาคตผมก็คิดไว้ว่าถ้าพร้อมกว่านี้ เรียนรู้การซ่อมวัสดุต่างๆมากกว่านี้ ก็อาจจะเปิดร้านซ่อมอย่างจริงจัง จ้างคนมาแล้วสอนเขาให้ทำแบบจริงจัง

อยากทราบวิธีดูแลรักษารองเท้า

ก็จะเปิดแอร์ไว้ให้ในห้องที่เก็บพวกรองเท้า ถ้าเป็นพวก Converse ตัวธรรมดาผมจะไม่ค่อยซีเรียสกับมันมาก เพราะผมว่าพวกยางมันยังสามารถอยู่ได้อีกเป็นสิบปี แต่ว่าพวกตัววินเทจตั้งแต่ผมเริ่มเก็บสะสมมา 6-7 ผมสังเกตุยางมันก็เริ่มเสื่อมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมคาดเดาว่าพวก Converse ตัว USA ในประเทศไทยอีกประมาณไม่ถึง 10 ปีข้างหน้ามันจะค่อยๆพังเสียไปเกิน 50% เพราะว่าด้วยอากาศในไทย ต่อให้ผมเก็บดีแค่ไหนด้วยความชื้นความแห้งในประเทศไทยมันจะทำให้ยางมันแห้ง พอยางมันเริ่มแห้งมันก็จะแข็งมันก็จะเริ่มพังไปเรื่อยๆ มันไม่เหมือนต่างประเทศที่อากาศเย็นชุ่มชื้นตลอดเวลา ซึ่งรองเท้าบางคู่ของผมเองก็เริ่มจะเป็น อย่างเมื่อก่อนผมจะเช็ครองเท้าทุก 3 เดือนก็กลายเป็นว่าผมต้องมาค่อยเช็ครองเท้าพวกวินเทจทุกเดือน เพราะบางทียางมันเสื่อมหรือราขึ้นรองเท้า

อยากให้ฝากถึงใครที่กำลังอยากจะเริ่มสะสมมรองเท้า Converse หน่อยครับ

จริงๆก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัว คือใครชอบอะไรก็ไปทางนั้นไม่ว่าจะเป็น Converse ตัวทั่วไปหรือจะเป็นตัวรีโปร ทุกอย่างมันมีเสน่ห์ในตัวของมัน อยากให้ศึกษาหาข้อมูลมันก่อน เวลาเราอินอะไรสักอย่างนึงแล้วมันก็จะค่อยไปเรื่อยๆ เราควรเริ่มจากเล็กๆก่อนแล้วค่อยไปเล่นของที่ยากขึ้น สำหรับผมแล้ว Converse มันไม่ใช่แค่รองเท้าแต่มันคือศิลปะและประวัติศาตร์

Editor

skull_skull ( 3058 posts )
-

RELATE BLOG