ย้อนไปชมประวัติ atmos ร้านรองเท้าที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดของชั่วโมงนี้

เรียกได้ว่าเป็นเดือนที่ดุเดือดสำหรับเหล่า Sneakerhead อย่างเราๆจริง เริ่มตั้งแต่การวางจำหน่ายรองเท้ารุ่น limited ต่างๆ (ที่มากันเป็นรายสัปดาห์ !) อย่างสุดเดือดแบบที่เราแทบจะไม่ได้เห็นบ่อยๆ ไล่มาจนถึงการเปิดสาขาใหม่ในเมืองไทย ของร้านรีเทลระดับตำนานจากญี่ปุ่นอย่าง atmos ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเตรียมวางจำหน่ายรองเท้า collaboration แห่งปีอย่าง NIKE THE 10 AIR VAPORMAX

แถมยังนำกติกาจากญี่ปุ่นที่โคตรดีและเหมาะสมกับประเทศของเรา อย่างการมี dress code มาใช้ด้วย (บอกตามตรงว่าส่วนตัวถูกใจและสนับสนุนมากๆจริงๆ  ทำแบบนี้ทุกครั้งไปเลยเด้อ !) และวันนี้เราก็จะมาเล่าประวัติร้านที่ฮอตที่สุดใน ชม. นี้ให้ได้ฟังกัน

atmos ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 2000 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยคุณ Hidefumi Hommyo (snekaerhead รุ่นใหญ่ชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของร้านรายแรกๆที่สามารถดีล รองเท้ารุ่นท็อปๆจากหลายๆแบรนด์มาขายในร้านตัวเองได้) โดยเริ่มจากการขายรองเท้าและ streetwear (ที่รวมถึงแบรนด์ของตัวเองด้วย) ในช่วงแรกที่ร้านยังเป็นร้านสเกลเล็กที่ ตั้งอยู่บนถนน Ura-Harajuku ในโตเกียวเท่านั้น ก่อนจะขยายสาขาไปทั่วโตเกียวและโอซาก้า อีกทั้งยังมีร้านลูกอย่าง Kinetics, Sports Lab, Chapter และ Tokyo 23 ตามมาให้เหล่าสาวกได้เสียเงินกันอย่างทั่วถึง (นอกจากนี้ก็มีสาขาที่ Seoul และ New York ด้วยนะ)

นอกจากสาขาที่มากมายแล้วสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น highlight สำคัญของทางร้านเลย ก็คือการ collaboration กับแบรนด์ดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น nike, adidas, Asics, Reebok, Timberland และอีกมากมาย (ที่เราเกริ่นนำไว้ว่าคุณ Hidefumi คือตัวจริงในวงการนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย) ออกรองเท้า limited ตัวเด็ดๆออกมาและก็ได้กระแสตอบรับที่ล้นหลามทุกครั้ง

(ล่าสุดในไทยก็ nike Air Max Animal Pack ที่แคมป์กันเกือบ 5 วันนั่นแหละ อ่อแล้วก็เจ้าช้าง Nike Airmax 1 ที่สุดจะคลาสสิคนั่นด้วย)  เรียกได้ว่าเป็นร้านรุ่นใหญ่แถวหน้าระดับ เอเชียที่แท้จริง 

ถือเป็นโอกาสที่ดีมากของประเทศไทยที่จะมีร้านระดับนี้เข้ามาเปิด (แค่คิดถึงรองเท้ารุ่นเด็ดๆที่จะเข้ามาก็สนุกแล้ว) ใครที่สนใจไปเยี่ยมชม ร้านสวยๆของ atmos ก็เตรียมพร้อมให้บริการในวันที่ 27 เมษายน นี้แล้วที่ Central Word ชั้น 2 (ห้องB05) โซน Beacon บอกเลยว่างานนี้ต้องไม่พลาด !

Editor

rhunrun ( 84 posts )
Last time was the last time ;)

RELATE BLOG