รวมเรื่องราวความบาดหมางระหว่างสองแรปเปอร์ชื่อดัง Pusha T และ Drake

Drake ก็เหมือนศิลปินแรปหลายๆคนที่ไม่มีใครอยากมีปัญหาด้วย แต่ล่าสุด Pusha T ได้ปล่อยเพลง “The Story of Adidon” ซึ่งทำให้แฟนเพลงหลายๆคนถึงกับงง กับรูปหน้าปกที่เป็น Drake ทาหน้าสีดำและยังเชื่อมโยงไปอีกถึงหลายๆคำถามว่า Pusha T เอารูปนี้มาจากไหน? และที่มาที่ไปของเรื่องนี้คืออะไร

Pusha T ได้ปล่อยเพลง“The Story of Adidon” ลงบน Youtube ที่ทำให้เป็นกระแสจนทำให้มียอดคนดูถึง 2.5 ล้านวิวภายในวันเดียว และแน่นอนว่ารูปหน้าปกเป็นรูป Drake ทาหน้าสีดำ

เนื้อหาเพลงของ Pusha T เต็มไปด้วยข้อความที่โจมตี Drake อย่างเช่น “Let’s have a heart-to-heart about your pride / Even though you’re multi, I see that your soul don’t look alive” (ที่มีความหมายประมาณว่ามา ใช้ใจคุยกันตัวต่อตัวกับศักดิ์ศรีที่มึงนั้นไม่ค่อยมี ถึงมึงจะมีเงินล้านมึงก็ยังดูไม่มีชีวิตชีวาอยู่ดี) และในท่อนอื่นๆของเพลงก็ยังมีการล้อเลียนพ่อของ Drake รวมถึงเรื่องสีผิวของเขา และพูดถึงเรื่องลูกเก็บของเขากับดาราหนัง18+

ถ้าคุณคิดว่าเรื่องนี้เดือดแล้วหล่ะก็ !! ยังมีเรื่องราวที่มากกว่านี้อีกเพราะว่า Drake และ Pusha T นั้นมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้แล้ว และวันนี้เราจะมาเล่าเรื่องคร่าวๆให้ฟังกันเกี่ยวกับเนื้อเพลง Adidon รวมถึงจะลำดับเหตการณ์ตั้งแต่แรกที่ทั้งสองคนนี้มีปัญหากัน

เพลง Adidon ที่ทำให้เป็นประเด็นในเรื่องของความเป็นพ่อและผิวสี

Pusha T ตั้งใจจะสื่อเพลง The Story of Adidon ในสองประเด็นหลักๆนั่นก็คือเรื่องของความสับสนในสัญชาติและผิวสีของ Drake กับเรื่องการปกปิดการเป็นพ่อของ Drake ด้วย Pusha Tกล่าวว่า Drake นั้นพยายามที่จะปกปิดเรื่องที่เขามีลูกแต่ดันเอาพ่อตัวเองมายืนยันเรื่องว่าเขาเป็นคนดำ ทั้งๆที่เขานั้นถูกยอมรับในฐานะคนขาว

Pusha ทำเพลง “The Story of Adidon” โดยใช้ Backing track หรือดนตรีของเพลง The story of oj ของ Jay-Z ในปี2017 และทั้งสองเพลงมีความเกี่ยวคล่องกันในเรื่องของชนชั้นและคนผิวสีในประเทศอเมริกา

อย่างที่เห็นในมิวสิควีดีโอ  Jay-Z  ได้ใช้คาแรคเตอร์การ์ตูนมานำเสนอเพื่อใช้แทนความหมายของการเหยียดสีผิว เพลงนี้ได้ถูกใช้เป็นตัวแทนของคนผิวสีเพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในยุคสมัยนี้

ในเพลงยังมี sample ของเพลง “Four Women” จาก Nina Simone ทีเกี่ยวของกับผลกระทบของการเป็นทาสและสีผิวทีแตกต่างของคนในประเทศอเมริกา ในตอนนั้นผู้หญิงผิวสีจะไม่ได้รับนามสกุลและจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพ่อของพวกเธอคือใคร หลักความคิดนี้รวมถึงเรื่องของการเป็นพ่อคนได้ถูกใส่ลงไปในเพลง “Story of Adidon”

ชื่อ “Adidon” นั้นได้มาจากข่าวลือทีว่า Drake กับ adidas จะรวมมือกันผลิตรองเท้า ซึ่งเราจะได้ยินอยู่ตลอดในเพลง Pusha T ยังบอกออีกว่า Drake ตั้งใจจะตั้งชื่อแบรนด์ใหม่ของเขาว่า “Adidon” ทีมาจากการผสมผสานระหว่าง Adidas และ Adonis ลูกชายวัย 7 เดือน ของ Sophie Brussaux อดีตดาราหนัง AV ทีเป็นข่าวกับเขาเมื่อปี 2017

มีหลายเหตุผลทีทำให้ Pusha คิดว่า Drake เป็นคนเสแส้รง เรามาเริ่มกันด้วยเหตุผลแรกเลย Pusha บอกว่า Drake นั้นเป็นพ่อทีไม่ได้เรื่องยังเล่นเหมือนเด็ก ๆ “Adonis is your son / and he deserves more than an adidas press run, that’s real” ทีมีความหมายว่า Adonis เป็นลูกมึงเขาควรจะได้รับอะไรมากกว่าแค่เป็นชื่อแบรนด์รองเท้า ในส่วนของเรื่อง Adonis หรือลูกทีเป็นข่าวของ Drake ยังไม่ได้มีการยืนยันกับสื่อใด ๆทั้งสิ้น แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงและถ้า Drake วางแผนจะเปิดตัวพร้อมกับแบรนด์รองเท้าคงเป็นโมเม้นที่แปลกมากสำหรับหน้าทีพ่อคคนหนึ่ง

อีกเรื่องทีน่าสนใจในเพลงใหม่ของ Pusha ก็คือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง Drake และพ่อของเขา Dennis Graham ทีได้ทอดทิ้ง Drake และแม่ของเขาไว้ที Toronto ตอนเขาเพิ่งอายุเพียง 5 ขวบ ซึ่ง Drakeได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพ Rapper ในการค้นหาตัวตนของพ่อในเพลงของเขา และเมื่อไม่กี่ปีทีผ่านมาเขาและพ่อได้รวมตัวกันอีกครั้งและ Drake ก็ยังปรากฎตัวอยู่ในรูปอยู่บน Instagram ของพ่ออยู่ตลอด และได้นำรูปพ่อไปใช้เป็นหน้าปก Album “More Life” ในปี 2017 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้คุณพ่อ Graham ได้สักรูปหน้าลูกชายขนาดใหญ่ไว้บนเรือนร่างของเขา

ในเพลง “Adidon” ยังพูดอีกว่า Drake นั้นใช่พ่อตัวเองเพื่อพิสูจน์ความเป็นคนผิวสีของเขา และเขายังมีแม่ที่เป็นคนยิวกับพ่อที่เป็นคนดำแต่นับถือคาทอลิกที่ยังคงพูดถึงความเป็นลูกครึ่งของเขาในทางที่ดีและไม่ดี Drake เคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Village Voice ในปี 2011และทำให้คนแคนนาดางงกับเรื่องสีผิวและความขาวของเขา ที่ปรกติแล้วคนอเมริกามองเขาเป็นคนขาวอยู่แล้ว

Pusha ยังเถียงอีกว่า Drake ไม่มีคอนเนคชั่นที่เกี่ยวข้องกับคนผิวสีเขาจึงต้องเอาพ่อของเขามายืนยันและในเอมวียังแซวอีกว่าเหมือน Steve Harvey ซึ่งแทนการเป็นคนผิวสีซึ่งมาในรูปแบบการ์ตูน

ที่มาของรูปหน้าปก The Story of Adidon

ใน Tweet ของ Pusha T ได้ลงรูปพร้อมข้อความสั้นๆเกี่ยวกับเพลงใหม่ของเขาว่ารูปนี้ไม่ได้แต่งมันคือรูปจริงและมันคือตัวตนของ Drake จริงๆ รูปที่เราเห็นกันอยู่นั้นเป็นรูปภาพที่ถูกถ่ายโดยตากล้องมืออาชีพ David Leyes ที่เป็นไอเดียและโปรเจคของ Drake หลังจากที่เพลงเป็นที่สนใจเป็นอย่างมาก David Leyes ก็ออกมาแก้ตัวให้ Drake ว่าเป็นโปรเจคที่มาจากความตั้งใจของ Drake

David Leyes ออกมายืนยันว่าเป็นคนถ่ายรูปนี้และยังพูดอีกว่าเขานั้นภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนคนผิวสีในอเมริกา

หลังจากนั้นเขาก็ได้ Tweet ไปหาผู้จัดการส่วนตัวของ Pusha T ให้ลบรูปจาก Twitter หลังจากนั้น Pusha T ก็ได้ลงใน Instagram ว่าเขาไม่เคยโดนลบรูปเลยแต่ถึงยังไงรูปนี้ก็ยังมีอยู่บนเว็บไซต์ของ David Leyes พร้อมแคปชั่น     “ Drake us & Them ”

Drake ได้ออกมาตอบโต้ลงบนสตอรี่ Instagram ว่ารูปนี้ได้ถูกถ่ายเมื่อ11ปีที่แล้วในบทบาทของนักแสดงในเรื่อง Degrassi;The Next Generation กับการแสดงเป็นบทคนดำ

ในปีที่รูปนี้ได้ถูกถ่าย Drake นั้นได้ร่วมงานกับบริษัทหนังสั้น Us & Them

สำหรับเสื้อยืดลาย The Jim Crow ที่ Drake ใส่ในรูปเป็นเสื้อผ้าจากร้าน The Black Guys ที Toronto ในคอลแลคชั่น Jim Crow Couture

ทางร้าน Too Black Guys โดยปกติแล้วจะออกแบบลวดลายที่เกี่ยวกับประสบการณ์ของคนผิวสี ที่ถูกเยียดยามอย่างไม่น่าให้อภัยและยังบอกอีกว่าถึงแม้รูปนี้จะไม่ได้มาจากทางร้านแต่ก็ต้องขอบใจเพื่อนเก่าอย่าง Drake ทีนำความคิดและการออกแบบของเราไปเผยแพร่

แต่ถึงยังไง Pusha ก็ยังคงคิดว่าการแสดงออกของ Drake นั้นเป็นการเยียดสีผิวเพราะเป็นตัวอย่างของคนขาวทีพยายามทำเหมือนคนดำเพื่อให้เป็นทียอมรับทั้งๆ ที Drake ได้ถูกยอมรับในสังคมคนขาวอยู่แล้ว

บทความของ Pusha ทีเกี่ยวกับรูปของ Drake ได้ถูกถามในรายการวิทยุ Real 92.3 station และยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่า ไม่เคยเชื่อเลยสักนิดเพราะ Drake ไม่เคยออกมาพูดเรื่อปัญหาเกี่ยวกับผิวสีของเขา

ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะดูซับซ้อนแต่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของเรื่องราวทั้งหมดอย่างเช่น วัตณธรรมที่แตกต่าง,เรื่องที่จุดประเด็นของทั้งหมดและใบอินวอยตัวปัญหา

สิ่งที่ทำให้เกิด Adidon

Adidon เพลงที่ทำขึ้นเพื่อตอบกลับ Dubby Freestyle ของ Drake ที่ทำขึ้นเพื่อโจมตีเพลงของ Pusha T อีกเพลงนึงก็คือ Infared ซึ่งเป็นเพลงที่ตอบกลับเพลงของ Drake ในเพลง “ Two Bird One Stone “ ในปี2017ส่วนเพลงนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ตอบเพลง HGTB ของ Pusha T ในปี2016 อีกทีซึ่งเพลงนี้ก็ได้ตอบกลับ “Tuscan Leather “ ในปี2013และเพลงนี้ก็ตอบกลับเพลง  “ Exodus 23:1 “

ย้อนกลับไปไม่กี่ปีเมื่อ Pusha T กับพี่ชายของเขา No Malice ตั้งวงชื่อ Clipse ในปี1992 เมื่อตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่นอยู่ใน Verginia Beach ถึงแม้ว่าวงของพวกเขาประสบความสำเร็จแต่ก็ต้องแยกวงกันอยู่ดีเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นของค่ายเพลง Jive Record จนทำให้ Pusha T เซ็นสัญญากับ Good music ที่ก่อตั้งขึ้นโดย Kanye West ในปี2004ที่มีเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Big Sean และ Kid Cudi.

ด้วยความบังเอิญกลุ่ม Good Music ยังมีชื่อในวงการที่รู้จักกันดีในชื่อ YMCMB ก็คือศิลปินและแรปเปอร์ที่เกี่ยวข้องกับค่ายของ Lil Wayne (Young Money Entertainment) และค่าย Cash Money Record ของ Bird man (A.k.a Baby)

และในปี 2006 Pusha T ก็ได้มีปัญหากับคนในกลุ่ม YMCMB และได้ทำเพลงออกมาพาดพิง Lil Wayne ในเพลง Mr. Me Too จนทำให้ปัญหาบานปลายและทำให้สมาชิกของทั้งสองค่ายทะเลาะกันอย่างเช่น Lil Wayne กับ Drake และ Kayne กับ JayZ

ถึงแม้ศิลปินเหล่านี้จะเคยร่วมงานกันมาก่อน แต่ก็ไม่ค่อยลงรอยกันในเรื่องเล็กๆอย่างสไตลที่แตกต่าง,การขโมยเนื้อเพลงและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับการทำเพลง

Pusha T เปิดศึกกับ Lil Wayne และ Bird man โดยการทำเพลง “ Re-Up Intro ในปี 2008 และได้เปิดศึกกับ Drake ต่อในปี 2011 ด้วยเพลง “ Don’t Fuck With Me “ โดยที่เขานั้น Freestyle โดยใช้บีท ของเพลง   “ Dream Money Can Buy “ การแสดงของ Pusha ต่อ Drake นั้น ทำให้เห็นว่าเขาคิดว่า Drake นั้นเป็นแค่ไอตุ๊ดที่ชอบขโมยเนื้อเพลงและชอบฉวยโอกาศ

มากไปกว่านั้นเขาได้ปล่อยเพลง Re-up gang เพื่อบ่งบอกความรู้สึกของเขาทีมีให้กับ YMCMB ที่หักหลังเขาและยังตอกย้ำด้วยเพลง Exodus 23:1 ในปี 2012 ในเพลงนี้เขาเขียนเนื้อหาทีโจมตีทางด้านการทำเพลงของ YMCMB และยังพูดถึง Drake และ Lil Wayne ว่าไม่มีความสามารถ คอยแต่รอความช่วยเหลือและใช่ความสามรถของ Birdman

 

Lil Wayne ได้ออกมาตอบโตทาง IG ง่ายๆ สั้นๆ ว่า “Fuck em”

และในปีนี้เรื่องของ Drake และ Pusha ก็กลายเป็นประเด็นหลัก Pusha ได้ออกมาพูดว่า Drake นั้นเป็นคนที่ขโมยไอเดียของคนอื่นจนไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ส่วน Drake นั้นออกมาตอบกลับว่าการที Pusha นั้นมีประสบการณ์ทางด้าน Street มากกว่าเขาก็เพราะ Pusha นั้นเคยขายยามาก่อนเท่านั้นเอง

เรื่องเริ่มรุนแรงมากขึ้นเพราะเพลง “Duppy Freestyle” ที่  Drake ได้เขียนลงไปในเพลงว่า Pusha นั้นติดตังเขาและเพลงทีเขาแต่งจะทำให้ album ใหม่ของ Pusha ดัง ยังไม่จบเพียงเท่านี้ Drake ยังส่งใบอินวอยไปให้พร้อมขอความว่าเป็นค่า โปรโมทและชุบชีวิตศิลปินอย่าง Pusha

https://www.instagram.com/p/BjOL4WcHt-E/?utm_source=ig_embed

และแน่นอนว่า Pusha ได้ตอบโตกลับในเพลง “Story of Adidon”

เรื่องนี้อาจจะดูเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่าง 2 ค่ายเพลง จะว่าแบบนั้นก็ได้แต่มันยังไม่ใช่ประเด็นทั้งหมดที่มี

เราไปดูกันว่าจริงๆทีมาของ “Adidon” มันมีเรื่องราวยังไงกันแน่ (ใบ้ให้ว่าเกี่ยวกับเรื่อง เงิน, สัญญา และ เรื่องทีว่าใครเป็นคนใส่ Bape ก่อนกัน)

ทำไม Pusha ถึงได้เกลียด Lil Wayne มากขนาดนั้น เหตุผลหลักๆ มีอยู่ 2 ประเด็นก็คือในปี 2006 ในยุคที่แบรนด์ Bape นั้นเป็นทีนิยมเป็นอย่างมาก Pusha รู้สึกไม่พอใจที Lil Wayne นั้นไปก็อปการแต่งตัวเเขา ซึ่งในยุคนั้นมี Pharrell และวง Clipse ทีเห็นใส่อยู่บ่อยครั้ง แต่อันที่จริงแล้ว Lil Wayne นั้นใส่ Bape ใน MV เพลง “Hustler Musik” และใส่ Bape ถ่ายนิตยสาร Vibe อีกด้วย

ระหว่างทีเรื่องนี้กำลังดัง ในช่วงเวลานั้นเอง Lil Wayne ก็ได้ให้สัมภาษณ์ให้กับ Complex ในเรื่องทีว่าเขานั้นได้ก๊อป Style ของวง Clipse และ Pharrell William ว่า “ใครคือ Clipse และใครคือ Pharrell วะ…. เอาดีๆๆ คุณกำลังคุยกับคนดังอยู่นะ”

Pusha ออกมาตอบโต้กลับในปี 2007 และแซว Lil Wayne กับข่าวลือทีว่าเขานั้นออกเกย์ ๆ กับ Birdman ทีทั้งคู่มีข่าวว่าจูบกันหลายครั้งและยังบอกอีกว่า Lil Wayne นั้นไม่ใช่คนจริง

คนจริงเขาไม่จูบผู้ชาย ไม่โอนเอนไปมาง่ายๆหรอก เขากล่าวว่ามึงจะไปกัด Style ของคนอื่นไม่ได้ มึงอย่าพยายามแรปเหมือน Jay Z ทั้งๆที่มึงแต่งตัวเหมือน Clipse และกลายเป็นคนขายโคเคน หลังจากทำเพลงมา 5 อัมบั้ม แถมยังแต่งตัวเหมือน Jim Jones อีก มึงไม่สามารถทำทุกอย่างนี้ แล้วบอกว่าตัวเองนั้นเป็นคนจริง คุณต้องเป็นคนนำเทรนด์สิไม่ใช่ตามคนอื่นเขา

ส่วนนึงแน่นอนว่ามาจากเรื่องเสื้อผ้า ส่วนอีกเรื่องเหมือนจะเป็นเรื่องทีว่าใครนั้นเจ๋งกว่ากัน ในเรื่องของการเป็น Rapper รวมถึงผลงานที่ใครทำออมาได้ดีกว่ากัน

แต่มีอยู่เรื่องนึงที่รายการวิทยุ Ebro 97 ได้ออกมาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในปี 2001 เกี่ยวกับเพลง “What Happened to That Boy?” ที Pharrell ได้ทำไว้รวมกับ Birdman และ Clipse

ประเด็นหลักๆก็คือตา Birdman นั้นไปเบี้ยวค่าจ้างของ Pharrell ในการทำเพลงนี้จนทำให้ Pharrell นั้นไม่อยากทำงานหรือรวมงานกับศิลปินในค่ายของ Birdman อีกเลย ส่วน Pusha นั้นทีมีเรื่องบาดมางกับศิลปินในค่าย Cash money อยู่แล้วจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที Pharrell และ Pusha ไม่ทะเลาะกัน

ความเหมาะเจาะของเรื่องนี้ก็คือ Drake นั้นได้ล้อเลียน Pharrell ใน Collection ใหม่ของเขาซึ่งใกล้ๆช่วงที Pusha ได้ออกเพลงพอดี

สุดท้ายแล้วเรื่องทีได้รับความสนใจทีสุดก็คือเรื่องราวของ Drake และ Pusha

คนกำลังให้ความสนใจกับการทำเพลง Diss กัน ทีไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆในยุคนี้ แต่ถ้าอย่างช่วงยุค 90 ที Tupac ได้ออกเพลง “Hit ’Em Up” มาเพื่อโจมตี Biggie Small หรือจะเป็น Jay-z, Nas และ 50 cent ที่เคยมีบทบาทในการทำเพลง Diss มาแล้วทั้งนั้น ถึงเพลงที่พวกเขาทำออกมาจะมีเจตนาทีจะ Diss ฝ่ายตรงข้ามก็ตาม ที่มากไปกว่าการ Diss กัน ก็คือเรื่องของการทำเพลงทีดีไม่ใช่แค่การโตเถียงกันเหมือนเด็กๆ

เรื่องนี้เป็นที่สนใจจนแฟนๆต้องออกมาให้ความคิดเห็นและเตรียมตัวสำหรับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป

เชื่อหรือไม่หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น Drake เคยเป็นแฟนเพลงตัวจริงของ Pusha T

ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไมค์ตัวนี้ยังอยู่ Drake จะเอามันมาใช่ทำอะไร คงจะมีแต่เพลงที่เศร้าและรุนแรง ส่วน Pusha T ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

Editor

Kritter ( 34 posts )
-

RELATE BLOG