วิเวียน เวสต์วูต “คุณแม่สายพังค์” หนึ่งในคุณแม่ตัวอย่างที่ใช้ชีวิตได้สุดในทุกด้าน

ในวงการแฟชั่นจะมีคำสแลง(Slang)ที่นิยมใช้เรียกขานบุคคลซึ่งมีความโดดเด่นเป็นผู้นำ นั่นก็คือคำว่า “ตัวแม่” คำนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายช่วงหลายปีหลัง แต่ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นมีอยู่เพียงไม่กี่คนที่ทั้งโลกให้การยอมรับว่าเป็นตัวจริง เนื่องในโอกาที่วันนี้เป็นวันแม่ เราจึงขอนำเสนอหนึ่งใน “ตัวแม่” ที่ถือเป็นว่าเป็นที่สุดคนนึงในโลก “วิเวียน เวสต์วูด”

วิเวียน เวสต์วูต หรือชื่อเต็มว่า วิเวียน อิซาเบล สไวร์ เป็นชาวอังกฤษที่เกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงาน ด้วยความที่สนใจทางด้านแฟชั่นจึงเลือกเรียนต่อทางด้านแฟชั่นและการทำเครื่องเงินจาก มหาวิทยาลัยศิลปะแฮร์โรว์ แต่เรียนไปได้เพียงเทอมเดียวก็ลาออกมาทำงาน ในตอนนั้นตัวเธอเองรู้สึกว่าวงการแฟชั่นไม่น่าจะมีที่ให้เธอยืนเพราะมันเป็นเหมือนเรื่องราวของชนชั้นสูงเท่านั้น

ด้วยความคิด และความรู้สึกในช่วงนั้นทำให้ความขบถในตัวเธอได้ถูกขับออกมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นแนวคิดการต่อต้านความอยุติธรรมในระบบชนชั้นของเมืองผู้ดี ซึ่งสะท้อนผ่านออกมาทางเสื้อผ้าที่ออกแบบ

วิเวียนได้เรียนรู้เรื่องการเย็บ ปะ ชุน ผ้าด้วยมือตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อครั้งที่เริ่มทำแบรนด์ใหม่ๆก็ยังเย็บเสื้อผ้าด้วยจักรของตัวเอง จุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของ วิเวียน เวสต์วูต เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเริ่มขึ้นมาจากตอนที่เธอ และมัลคอม แมคลาเลน สามีคนที่สองซึ่งกลายมาเป็นทั้งหุ้นส่วน และดีไซเนอร์ร่วมกัน ได้นำเสื้อผ้าไปให้กับวง The Sex Pistols วงดนตรีพังค์(Punk) ชื่อดังในยุคนั้นที่ แมคลาเลน เป็นผู้จัดการวงอยู่ได้สวมใส่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลงานของทั้งคู่กลายเป็นกระแส และถูกใจชาวพังค์ตลอดช่วงยุค 70s เมื่อพูดถึงเรื่องแฟชั่นของชาวพังค์นั้น วิเวียนเคยกล่าวไว้ว่า “ฉันสร้างแฟชั่นพังค์ขึ้นตั้งแต่มันยังไม่ถูกเรียกว่าพังค์ แต่ตลอดช่วงเวลานั้น ฉันไม่เคยมองตัวเองเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์เลย ฉันแค่ใช้แฟชั่นเป็นหนทางแสดงความเป็นขบถต่อต้านสังคม แฟชั่นคือข้อแก้ตัวของฉันเมื่อต้องการพูดเรื่องการเมือง”

วิเวียน เวสต์วูต และมัลคอม แมคลาเลน

 

วง The Sex Pistols

 

เมื่อช่วงเวลาของดนตรีรวมถึงการแต่งกายสไตล์พังค์ได้ผ่านพ้น ความนิยมเริ่มเสื่อมถอยไป ในช่วงต้นยุค 80s ตัวเธอเองก็ไม่ได้หยุดนิ่งกลับค้นหาแนวทางใหม่ๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวกระโดดที่ทำให้ชื่อของ วิเวียน เวสต์วูด ไปไกลกว่าเสื้อผ้าสำหรับคนพังค์ เธอได้นำรองเท้าส้นสูง 6 นิ้วเข้าสู่รันเวย์(ซึ่งได้กลายเป็นภาพจำของผู้คนต่อแบรนด์ของเธอ) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมช่วงขาของผู้สวมใส่ให้ดูเรียวยาวขึ้น ถึงตรงนี้เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นในแนวทางการออกแบบเสื้อผ้าของ วิเวียน เวสต์วูต ที่คำนึงถึงการอำพรางสัดส่วน ส่งเสริมจุดเด่น เพราะเธอเชื่อว่า “เสื้อผ้าคือการปรับเปลี่ยนรูปทรงของร่างกาย” ทุกวันนี้ผู้คนยกย่องให้วิเวียน เป็น “นักคิดทางแฟชั่น” เนื่องจากเทคนิค เพิ่ม ลด ตัดเฉือน เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงทางสรีระผู้สวมใส่ให้ดูดีได้ตามอุดมคติ

ผลงานชิ้นเอกของวิเวียนหลังจากนั้นก็ คือ การนำเอา ชุด”คอร์เส็ต” (Corsets) ซึ่งเป็นชุดชั้นในสาวสังคมชั้นสูงในยุควิกตอเรียนที่รัดให้เอวคอดกิ่วและมีหน้าอกที่ใหญ่นูนขึ้น แต่ได้ถูกยกเลิกไปเพราะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์การกดขี่ทางเพศ  มาปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้ผ้ายืดที่สามารถสวมใส่ได้สบาย เข้ารูป และดัดแปลงให้สามารถสวมใส่เป็นเสื้อผ้าตัวนอกได้ อีกทั้งยังตั้งชื่อคอลเล็คชั่นแบบประชดประชันแนวคิดเฟมินิสต์ว่า “the Statue of Liberty Corset” (เทพีเสรีภาพคอร์เส็ต)

 

 

งานออกแบบอีกชิ้นที่กลายเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของแบรนด์ คือ การนำเอา “คริโนลีน” กระโปรงสุ่มไก่ในแบบชุดราตรี สัญลักษณ์ความงามสง่าของสาวยุควิกตอเรียน แต่ไม่เป็นที่นิยม มาแก้ไขด้วยการตัดให้สั้นลงเป็นชุดลำลองที่สามารถใส่ได้จริงในทุกโอกาส รวมถึงเปลี่ยนโครงเสียใหม่ให้สามารถบิดพับกลับเข้ารูปได้โดยไม่เสียทรง และต่อยอดด้วยการใส่ซับในซ้อนเข้าไป เพื่อเพิ่มความพลิ้วไหวเมื่อย่างเท้าก้าวเดิน

 

 

งานออกแบบทั้งสองชิ้นนั้นสอดรับกับเรื่องเล่าจากปากของเธอว่า “ตอนเริ่มแบรนด์ใหม่ๆ เราเคยเกือบได้เซ็นสัญญากับอาร์มานี่ แต่สุดท้ายโดนยกเลิก เพราะพวกเขาถนัดการเอาผ้าราคาถูกมาทำให้ดูเป็นของแพง ส่วนฉันชอบเอาผ้าราคาแพงมาทำให้ดูเป็นของถูก พวกเขารับไม่ได้ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเป้าหมายของฉันก็คือ การทำให้คนจนดูรวย และทำให้คนรวยดูจน”

อย่างไรก็ดีเสื้อผ้าของวิเวียนหลายชิ้นถูกวิจารณ์ว่า ใส่จริงไม่ได้ ทั้งความแปลกของวัสดุ ลวดลาย สัดส่วนโครงสร้างและแพตเทิร์นการตัดเย็บ แต่เธอก็ยังคงยึดมั่นในแนวทาง และความเชื่อของตัวเอง ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า เสื้อผ้าของฉันอาจดูนอกลู่นอกทาง เพียงเพราะผู้คนไม่ได้คาดคิด แต่สิ่งที่ฉันทำก็เพื่อประณามความจืดชืดและความน่าเบื่อของแฟชั่นธรรมดาเหล่านั้น

 

เมื่อเวลาผ่านมาจนปัจจุบัน วิเวียน เวสต์วูต ในปัจจุบันได้มีแนวคิดหลายอย่างที่เปลี่ยนไป ตามประสบการณ์ที่เธอได้รับมาตลอดหลายสิบปี ปัจจุบันสิ่งที่เธอทำควบคู่ไปกับการเป็นแฟชั่น ดีไซเนอร์ คือ การเป็นนักอนุรักษ์ ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่จริงๆแล้วเธอมีความเป็นนักอนุรักษ์อยู่ในตัวอยู่แล้ว จากการที่เธอเกิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ช่วงเวลาที่เธอได้เห็นความลำบากความแร้นแค้นต่างๆ บวกกับครอบครัวเธอไม่ใช่ครอบครัวคนรวยอ ดังนั้นเธอจึงรู้จักคุณค่าของสิ่งต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ชีวิตดีขึ้น ได้เห็นโลกที่ขาดแคลน ได้เห็นว่ามนุษย์เราควรถนอมโลกนี้ไว้

มีช่วงเวลานึงที่วิเวียนทำการโกนผมตัวเอง และปล่อยให้มันเป็นสีขาวตามธรรมชาติต่างไปจากภาพผู้หญิงผมแดงที่เป็นภาพจำของผู้คน ในตอนนั้นเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในทางหนึ่งเป็นการเคารพวัยที่ตัวเองเป็นอยู่ อยู่กับชีวิตจริงๆของตัวเอง และเพื่อตอบสนองความเชื่อและสิ่งที่ตัวเองเป็นมานานนั่นก็คือ  “การเป็นนักอนุรักษ์” (ไม่ใช้สารเคมีเพิ่มมลพิษในสิ่งแวดล้อม)

 

อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าเราคงจะได้รู้สึกถึงความเป็น “ตัวแม่” ของ วิเวียน เวสต์วูต กันแล้ว เพราะนี่เป็นบุคคลตัวอย่างที่สามารถใช้ชีวิตเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเอง “เชื่อ” แม้ในช่วงเวลานั้นๆจะยังไม่มีคนเข้าใจ เป็นบุคคลที่รับสิ่งต่างๆเข้ามาโดยมองเป็นเรื่องของประสบการณ์ การยอมรับ และพร้อมจะปรับเปลี่ยนเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

ในแง่ของความเป็นแม่นั้นวิเวียนเองก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีกับการเลี้ยงลูกชายทั้งสองคน เบ็น เวสต์วูต ลูกของเธอกับสามีคนแรก และ โจ คอร์เร ลูกชายที่เธอมีร่วมกับ มัลคอม แมคลาเลน โดยเฉพาะ โจ นี่ได้ความเป็นวิเวียนมาเต็มๆ ทั้งแนวคิดขบถ และความพังค์ ตัวเขาเองนั้นได้ทำแบรนด์ชุดชั้นในที่ประสบความสำเร็จมีสาขาถึง 30 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังเคยปฏิเสธการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากราชินีที่จะมอบให้เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่น เหตุผลก็เพื่อต้องการประท้วงนายกรัฐมนตรี โทนี่ แบลร์ ที่ส่งทหารไปรบที่ประเทศอิรัก

วีรกรรมเด็ดๆของเขาอีกอย่าง คือ การนำเรือออกไปกลางแม่น้ำเทมส์เพื่อจัดงานฌาปนกิจพังร็อค โดยมูลค่าที่ถูกเผาไปในวันนั้นสูงถึง 222 ล้านบาท โดยของที่ถูกเผาไปมีทั้ง แถบบันทึกเสียงต้นฉบับของ Sex Pistols, เสื้อผ้าของวิเวียน เวสต์วูสต์ และจอห์นนี่ ร็อตเท็น นอกจากนี้ยังมีตุ๊กตา Sid Vicious ปักโลโก้นาซี รวมถึงยังมีการเผาหุ่นนักการเมือง 3 คน คือ เดวิด คาเมรอน (นายกอังกฤษคนก่อน) เทเรซ่า เมย์ (นายกคนปัจจบัน) และจอร์จ ออสบอร์น (รัฐมนตรีคลัง) ที่เด็ดคือในตอนเผานั้นคุณแม่วิเวียน ซึ่งล่องเรือมาชมด้วยตะโกนเชียร์ลูกอย่างสนุกสนานว่า “เผาแม่งเลย” 

 

โจ คอร์เร ขณะจัดงานฌาปนกิจพังค์ร็อค

 

วิเวียน เวสต์วูต มาร่วมชมงานด้วย

 

โจเปิดเผยว่าสาเหตุที่จัดงานฌาปนกิจในครั้งนี้เพื่อเป็นการประท้วงนิทรรศการ 40 ปีพังค์ “Punk London” ที่ Museum of London ซึ่งจัดโดยสำนักผู้ว่าการลอนดอน หอสมุดแห่งชาติอังกฤษ และ สถาบันภาพยนตร์อังกฤษ เพราะว่าพังค์จริงๆแล้วมีจุดเริ่มต้นจากการต่อต้านรัฐบาลและอภิสิทธิ์ชน แค่มาตอนนี้รัฐบาลดันจะมาจัดงานฉลองพังค์ขึ้นมา ซึ่งเขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่อง 

“ทำอย่างกับว่าพังค์เป็นแบรนด์อย่างแมคโดนัลด์ มีรัฐบาล สถาบันและบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นเจ้าของ” โจบอก “ผมว่าตอนนี้เราพูดกันได้เต็มปากแล้ว ว่า punk is dead เลิกหลอกคนรุ่นใหม่ซักที ว่ามัน [การคิดแบบพังค์ในยุค 70s] สามารถจัดการกับปัญหาที่เขาเจออยู่ตอนนี้ หรือมีทางออกให้เขาได้ เพราะมันไม่มี ได้เวลาคิดหาวิธีใหม่ๆ กันแล้ว ดังนั้นเผาของเก่าทิ้งมันให้หมดแล้วเริ่มต้นใหม่ดีกว่า” 

 

 

เรียกได้ว่าวิเวียน เวสต์วูต นอกจากจะเป็นตัวแม่ในวงการแฟชั่นที่ถ่ายทอดสิ่งต่างๆ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนอีกหลายๆคนแล้ว ก็ยังเป็นแม่ที่ดีของลูกด้วยซึ่งเลี้ยงดูปลูกฝังแนวคิดที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน และนี่คือ “คุณแม่” ตัวอย่างที่เราพามาให้เพื่อนๆได้รู้จักกันเนื่องในโอกาสวันแม่ปีนี้ครับ 

Editor

milanestar ( 53 posts )
-

RELATE BLOG