Soul4Street Interview : Alex Face (Graffiti Artist)

ทสัมภาษณ์ครั้งนี้เราจะพาเพื่อนๆ Soul4street ไปรู้จักกับศิลปินGraffitiซึ่งเป็นศิลปะชนิดนึงที่ใช้การบอกเล่าเรื่องราวผ่านสีสเปรย์ ซึ่งเพื่อนๆอาจจะเคยเห็น หรือเดินผ่านผลงานของศิลปินท่านนี้ตามกำแพง บนตึก หรืออยู่ในที่ที่เราไม่คาดคิด ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์บวกกับไอเดียที่สร้างสรรค์ Characterที่ชัดเจน ในภาพเด็กน้อยหน้าบึ้งในชุดกระต่าย ซึ่งถ้าใครได้พบเห็นก็คงอดไม่ได้ที่จะยืนดู หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพร้อมกับคิดในใจว่า ใครกันที่เป็นคนทำผลงานชิ้นนี้

S4S : สวัสดีครับแนะนำตัวกันสักหน่อย

Alex : สวัสดีครับAlex Face ครับ

S4S : จุดเริ่มต้นที่ทำให้มาสนใจพ่นGraffiti มันเริ่มจากอะไรครับ

Alex : จุดเริ่มต้นเลยคือเราก็เรียนเกี่ยวกับศิลปะอยู่แล้ว ตอนสมัยที่เรียนมีเพื่อนที่เล่นSkate ด้วย กัน แล้วคือพอมันมาทางนี้ชอบHiphop ชอบเล่นSkate อยู่แล้วก็เหมือนกับมัน ซึมซับเรื่อยมาจนได้มาเห็น Graffiti จากแมกกาซีนเมืองนอก พอได้ดูแล้วรู้สึก เฮ้ย…มัน เจ๋งหว่ะ มันมีแบบนี้ด้วยหรอ มันไม่เหมือนกับที่เราเรียนมาเลย รู้สึกมันน่าลอง ก็ไม่คิดอะไร มากลองออกไปพ่นเลย ตอนนั้นไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าเราจะต้องดัง หรือจะต้องเป็นGraffiti Writer ชื่อTagตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ เราก็พ่นใช้ชื่อเรา Alex ไปเพราะ เป็นชื่อที่เค้าเรียกกันตอนเรียนอยู่ ครั้งแรกจำได้พ่นเสร็จแล้วก็รู็สึกสนุกหว่ะ มันส์ดี แต่ก็ยัง ไม่คิดอะไรแล้วก็ลองพ่นอีกในหอพัก พ่นในหมู่บ้าน พ่นไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าตอนนั้นออก ไปพ่นเหมือนเป็นการไปเจอเพื่อนมากกว่าออกไปพ่นสีกัน ตอนนั้นก็เริ่มพ่นกันเยอะอยู่หลาย คนเหมือนกัน ก็เริ่มออกไปBombงาน พกปากกาเมจิกเดินเขียน Tag ไปเรื่อยรู้สึกสนุกมาก

S4S : คนส่วนมากจะเห็นผลงานพี่จากรูปเด็กน้อยหน้าบึ้งในชุดกระต่าย อะไรคือแรงบันดาลใจ ของ Character ตัวนี้ครับ

Alex : สมัยก่อนเราเขียนรูปหน้าคนครึ่งนึงก่อน แล้วรู้สึกเบื่อเลยอยากจะลองหาอะไรทำใหม่ๆ พอดีช่วงนั้นเรามีลูก ได้เห็นหน้าลูกเรารู้สึกว่าทำไมหน้าลูกเรามันดูบึ้งตึง ทำให้เราคิดว่าใน อนาคตลูกของเรามันจะเป็นยังไงบ้าง สังคมมันจะเป็นไปทางไหน ก็เลยได้ไอเดียตรงนั้นมา ก็พยามสื่อออกไปว่าสังคมในปัจจุบันทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาเกี่ยวกับเด็กไม่จบสิ้น แล้วทำไม ถึงต้องเป็นกระต่าย จริงๆเราก็ลองวาดมาหลายอย่าง แต่รู้สึกกระต่ายมันน่ารัก มันมีนัยยะ เยอะดี องค์ประกอบมันลงตัวแล้วมันก็สามารถสื่อสารได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องเพศเรื่อง ของการตกเป็นเหยื่อ 

S4S : พี่ได้มีโอกาสไปแสดงผลงานที่ต่างประเทศ ไม่ทราบว่าได้ไปแสดงงานที่ประเทศไหนบ้าง

Alex : ได้ไปแสดงงานที่แรกเลยคือเกาหลี หลังจากนั้นพอกลับมาก็วางแผนไปอังกฤษต่อ เพราะ ตอนนั้นมันกำลังจะมี Art Fair เกี่ยวกับ Street Artพอดี แต่ตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่า จะไปได้หรือเปล่าเพราะต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าซึ่งมันก็ค่อนข้างขอยากนิดนึง แต่ก็โชคดีได้วีซ่ามาก็เลยได้มีโอกาสไปพ่น คือจุดประสงค์หลักเลยอยากเอางานของเราไปทิ้งไว้ในกำแพงLondonซะหน่อย (ฮ่า…) พอได้ไปก็เหมือนเปิดโลกเลย ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น จาก ที่เคยดูแต่ในหนังสือพอได้เห็นที่จริงเราก็เลย อ๋อ…งานที่เราดูๆมาที่แท้มันมารวมกันใน ย่านเดียวกัน มีตั้งแต่งานเท่ากำแพงตึก หรืองานแบบเล็กจนถ้าไม่สังเกตุจะไม่เห็นเลย ที่นั่น เค้าจะอินกันถึงขนาดมีทัวร์ Graffiti ตระเวนดูไปเรื่อย ตอนไปพ่นก็มีฝรั่งเข้ามาถามบ้าง ว่า “ยูมาจากไหน? ประเทศอะไร? พอบอกเป็นคนไทย ทุกคนก็ร้องอ๋อ…. เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ส่วนอีกประเทศก็ไต้หวันได้ไปเห็นเค้าพ่นตัวหนังสือภาษาจีน พ่น งานCharacterจีนๆหน่อยก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกัน

S4S : จากที่ได้เดินทางไปต่างประเทศมาแล้วกลับมามองในบ้านเราเกี่ยวกับ Graffiti พี่มองว่าเป็นยังไงบ้าง

Alex : บ้านเรามันก็มีของเราอยู่แล้วและมันก็เหมือนเป็นCulture ที่มีอยู่ทุกๆประเทศ ส่วนมากคนจะชอบถามว่าวงการGraffiti ของเราพัฒนาไหม? คิดว่าเป็นยังไง? เราว่ามันเป็นเรื่อง ธรรมดามากเลย ในเมื่อครั้งนึงมีเด็กที่ชอบพ่นสี แล้ววันนึงเด็กพวกนั้นมันโตขึ้นมา แล้วทุกๆ คนที่อยู่รุ่นนั้นมันโตขึ้นมาหมดมันก็ต้องพัฒนาขึ้นสิ แล้วไอสิ่งพวกนี้มันก็เหมือนCulture ติดตัวมาจากเจเนเรชั่นสู่เจเนเรชั่น จากเมื่อก่อนอาจจะพ่นแย่ พ่นเละ จนพ่นมาเป็นสิบปีมันก็ต้องเกิดการพัฒนาอย่างแน่นอน 

S4S : พี่คิดว่าเดี๋ยวนี้สังคมให้การยอมรับGraffiti มากขึ้นกว่าเดิมไหม

Alex : มากกว่าสมัยก่อนเยอะมาก สมัยก่อนอาจจะมองว่าเป็นการทำลายมากกว่า เป็นสิ่งไม่ดีที่ไปพ่นสีพ่นกำแพงเลอะเทอะ ไม่สร้างสรรค์ จนบางครั้งเวลาไปพ่นก็ถูกไล่บ้าง โดนด่าบ้าง พอสังคมได้เห็นงานที่สร้างสรรค์มากขึ้น ได้รับรู้ในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อไปจริงๆมากขึ้น รู้ว่ามันคือศิลปะในทางสร้างสรรค์มากกว่าทำลาย เข้าใจว่าพวกเราต้องการทำอะไร จนบางครั้ง มีคนจะให้ไปพ่นที่กำแพงบ้าน กำแพงห้องเลยก็มี

S4S : มี Character ของศิลปินคนไหนชอบเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ

Alex : ไม่มีชอบเป็นพิเศษนะ เพราะจริงๆแล้วศิลปินแต่ละคนก็มีสไตล์และจุดเด่นแตกต่างกันออกไป 

S4S : พี่คิดว่างาน Street Art กับ Street Fashion มันสามารถควบคู่ไปด้วยกันหรือ เอางานสองอย่างมารวมกันได้ไหมในความคิดของพี่

Alex : จริงๆแล้วทุกวันนี้ทั้งสองอย่่างมันก็ควบคู่กันไปอยู่แล้ว อย่างบางคนทำงาน Street Art ก็เอางานจากตรงนั้นแหละมาลงทำเป็นเสื้อผ้า ถ้าคนมันอยู่ในCulture นี้มันก็จะรวมๆ กันหมดแหละ เพราะเห็นจากหลายๆแบรนด์อย่างเช่นเพื่อนเรามันก็พ่น Graffiti ไปเรื่อยแล้วก็ทำแบรนด์เสื้อผ้าไปด้วยทำมาเป็นสิบปีแล้ว อีกอย่างจริงๆแฟชั่นมันก็เหมือน กับศิลปะนั้นหล่ะ การแต่งตัวก็คือการเลือกเสื้อผ้า หมวก รองเท้า ให้มันเหมาะสม ก็เปรียบ เหมือนกับการลงสีสันในศิลปะแค่เปลี่ยนจากเลือกสีเป็นการเลือกเสื้อผ้าแทน

S4S : ปกติชอบแต่งตัวยังไงแล้วมีแบรนด์อะไรที่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า

Alex : ไม่ได้ชอบแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ ปกติเราไม่ค่อยได้ซื้อเสื้อผ้าด้วยซ้ำใส่อะไรก็ได้ จนแฟน บอกให้แต่งตัวดีๆหน่อย ซึ่งจริงๆแล้วมันก็จำเป็นนะ เวลาจะไปออกงานอะไรที่เป็นทางการ ที ก็วิ่งหาเสื้อผ้าวุ่นอยู่เหมือนกัน ส่วนตัวชอบสะสมรองเท้ามากกว่า

S4S : แล้วรองเท้าแบบไหนที่สะสมครับ

Alex : เราชอบพวกรองเท้าผ้าใบSneaker อย่างPuma แต่ต้องเป็นรุ่น Suede เท่านั้น แล้วก็ Nike Air max , Vans , Ipath แล้วก็พวกรองเท้า Skate บวมๆแบบสมัยก่อน ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เค้าฮิตรองเท้าแบบเรียบๆคู่เล็กๆกัน 

S4S : แล้วในอนาคตมีแผนหรือโปรเจคงานอะไรบ้างครับ

Alex : ก็ที่คิดๆไว้ถ้ามีโอกาศจะไปทัวร์แถวSouth East Asia ก่อนเพราะค่าใช้จ่ายยังไม่สูง มากแล้วก็ยังพอมีเพื่อนๆที่รู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ พอที่จะพาเราไปพ่นที่นั่นที่นี่ได้เวลาไป ทัวร์ ส่วนโปรเจคงานที่คิดไว้ก็น่าจะอาจจะต้องกลับอังกฤษอีกรอบนึงเพราะเคยไปคุยโปร เจคกับแกลลอรี่ที่นู้นไว้ แล้วก็อยู่ระหว่างคุยกับเพื่อนที่นอร์เวย์กับเยอรมัน เพราะเค้ากำลังจะมีอีเว้นท์เกี่ยวกับศิลปะแต่ยังไม่แน่นอน ส่วนในไทยก็จะมีโปรเจคกลุ่มร่วมกับเพื่อน โชว์งาน ในแกลลอรี่น่าจะประมาณกลางๆปี ส่วนโชว์เดี่ยวก็ยังไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกันเพราะโชว์เดี่ยว มันต้องพร้อมทุกอย่าง ทั้งไอเดีย ความคิด เงินทุนต้องเตรียมงานเยอะมากๆ

S4S : มีโอกาศที่จะได้เห็นพี่ทำแบรนด์เสื้อผ้าในอนาคตหรือเปล่าครับ

Alex : คิดเอาไว้เหมือนกันคิดมาสักพักแล้วว่าอยากทำแบรนด์และมีร้านเป็นของตัวเองสักร้านนึง จริงๆสมัยก่อนก็เคยลองทำเสื้อเองไปขายตามงาน ก็เลยรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยในขั้นตอนการผลิตไหนจะเรื่องทรงเสื้อ เลือกผ้าดีๆหาร้านขึ้นแพทเทิร์นกว่าจะเสร็จออกมาเป็นเสื้อตัวนึงให้ได้สวมใส่กัน

S4S : สุดท้ายนี้มีอะไรจะฝากถึงน้องๆหรือคนที่กำลังสนใจอยากจะพ่นบ้างครับ

Alex : ถ้าชอบถ้าสนใจก็ลงมือทำเลยทำด้วยความสุข ตั้งใจ ทำไปเรื่อยๆสักวันก็จะเป็นวันของเราเองแล้วอีกอย่างที่อยากฝากไว้คือบางทีเราทำงานแบบนี้เราต้องเข้าใจถึงความเป็นธรรมชาติของถนน ความเป็นStreet Art คืองานของเรามันไม่สามารถอยู่ถาวรตลอดไปได้ มันอาจจะมีคนมาพ่นทับ มีการเปลี่ยนแปลงได้ก็อยากให้เข้าใจตรงนั้นด้วย

                                     จากความชอบในวัยเด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำในสิ่งที่แปลกในสายตาของคนทั่วไป จนกลายมาเป็นศิลปะผลงานที่ใครๆ ก็ยอมรับในทุกวันนี้ มันมิใช่การสรรสร้างในช่วงข้ามคืน เพียงแต่ต้องทำซ้ำๆ พัฒนาขึ้นในทุกวัน และเชื่อมั่นในความฝันของตนเอง ผมหวังว่าเพื่อนๆ คงจะค้นพบตัวตนของตนเองได้ในซักวันหนึ่ง ดังเช่น Alex Face คนนี้ครับ

 

Interview By : Skull_Skull & Gonzarez

Photographer : Ysk

Editor : Skull_Skull 

Editor

skull_skull ( 3065 posts )
-

RELATE BLOG