Soul4Street Interview : Preduce’s Simon Pellaux

เมื่อสิบกว่าปีก่อนหากคุณเป็นคนที่สนใจในกีฬาสเกตบอร์ด หรือเล่นสเกตบอร์ดเวลาจะหาอุปกรณ์หรือเสื้อผ้าก็แสนจะยากเย็น แต่ในช่วงหลายปีมานี้สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นสามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น เพราะได้รับความนิยมมากขึ้น และมีตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามลำดับ คนที่สเกตบอร์ดหลายๆ คนในสมัยก่อนก็ได้ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกีฬาสเกตบอร์ดโดยมีแนวทางที่ว่า "โดยนักสเกต เพื่อนักสเกต และอุทิศให้กับวงการสเกตบอร์ดไทย ในครั้งนี้เราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับSimon Pellaux หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Preduce Skateboard

S4S: สวัสดีครับ อยากให้แนะนำตัวกันสักหน่อย

สวัสดีครับ ผมชื่อ Simon Pellaux เป็นชาวสวิสเซอร์แดลนด์ ผมเล่นสเกตบอร์ดมา 22 ปีแล้ว และตอนนี้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของ Preduce Skateboard

S4S: คุณชอบที่ไหนมากกว่ากันระหว่างประเทศไทย กับสวิสเซอร์แลนด์?

ผมชอบทั้งสองที่เพราะสวิสเซอร์แลนด์เป็นบ้านเกิดของผม ผมมาจากเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Vevey (ใกล้ๆ กับ เมือง Lausanne) เป็นเมืองที่สวย และสงบมาก มีประชากรประมาณ 20,000 คน เป็นที่ๆ ผมเล่นสเกตบอร์ดครั้งแรก และเพื่อนๆ ของผมอีกหลายคนก็อยู่ที่นั่น ผมชอบกรุงเทพเหมือนกันนะ ผมอยู่อาศัยในกรุงเทพมา 8 ปีแล้ว ที่นี่เป็นที่ๆ ผมเจอภรรยา และแต่งงานกับเธอ นอกจากนี้ผมยังมีบริษัท Preduce Skateboard และทำงานอยู่ที่กรุงเทพอีกด้วย สองที่นี้เป็นตัวเลือกที่เลือกยากมากจริงๆ ถ้าจะต้องเลือกจริงๆ เลยก็ขอเลือกกรุงเทพเป็นบ้านหลังที่สองนี่ล่ะ

S4S: จุดเริ่มต้นของ Preduce มีที่มาอย่างไร

 ผมไม่ได้เป็นคนริเริ่ม ครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทยคือผมมาท่องเที่ยว และก็เล่นสเกตบอร์ดและได้เป็นเพื่อนกับนักสเกตชาวไทย ทำให้ผมได้พบเต๋า (Tao Kitpullap) เลิศ (Sirilert Saeli) เก่ง (Geng Jakkarin) และพี่หนึ่ง (Rthit Panniku)ซึ่งพี่หนึ่งได้ก่อตั้งร้าน Preduce (การเล่นคำภาษาอังกฤษกับภาษาไทยอย่าง "พริ้วดี") อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ร้านมีทั้งเสื้อ และ Team Riders อยู่แล้ว ผมเล่นสเกตกับพวกเขา เราไปเล่นสเกตกันทั่วประเทศ แล้วก็ถ่ายวิิดิโอกัน ผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักสเกตบอร์ดที่มีฝีมือ และในประเทศไทยก็มีทีมสเกตบอร์ดที่ดีๆ หลายทีมแต่ขาดการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็น Sponsor หรือการทำให้เป็นอาชีพที่มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองถึงแม้ว่าฝีมือเค้าจะดีระดับทัดเทียมกับ Pro จากฝั่งสหรัฐอเมริกา หรือยุโรปผมพยายามที่จะช่วยพี่หนึ่ง และในปี 2003 พี่หนึ่งก็ถามว่ามาเป็นส่วนหนึ่งของPreduce ไหมล่ะ และหลังจากนั้นเราก็ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการมีแผ่นสเกตบอร์ดภายใต้แบรนด์ Preduce ในปี 2005 และอีกจุดที่สำคัญก็คือการเปิดร้านในสยามสแควร์ในปี 2006 และวันที่สำคัญของพวกเราอีกวันก็คือวันฉายวิดิโอสเกตบอร์ดตัวแรกของพวกเรา"Smooth" ในปี 2005 ที่ Bed Supperclub ถือว่าไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลยในเมืองไทย ในวิดิโอได้รวมทั้งหมดที่เราถ่ายกันมา และปาร์ตี้กันต่อ

S4S: พวกคุณใช้เวลากันนานแค่ไหน? กว่าจะทำให้กีฬาสเกตบอร์ดเป็นที่ยอมรับ และสามารถทำให้เป็นอาชีพที่มีรายได้จากความรัก ความชืนชอบของตัวเอง

หลายๆ คนเข้าใจผิดว่าพวก Preduce เล่นสเกตกับชาวต่างชาติ หรือมีชาวต่างชาติที่มีฐานะดีมาสนับสนุนเลยทำให้มีทุกวันนี้ได้ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เลย เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะแยะ ผมกับ Guillaume Wyss มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง ก็ไม่ได้มีเงินอะไรมาก เราเริ่มจากเงินเล็กน้อย ทำแผ่นสเกต และทัวร์ทั่วประเทศ เราทำเสื้อผ้าขายทีละเล็กทีละน้อย และในช่วงปี 2004 เราโชคดีตรงที่เพื่อนของเราในสวิสเซอร์แลนด์ที่พอจะมีฐานะได้ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้านให้ Preduce ทั้งทีมได้พักอาศัยกัน เราก็เริ่มกันจากตรงนั้นมาถึงตอนนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้วที่เราก่อตั้งกันมา ถือได้ว่า Preduce Team ได้ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาด้วยกันมากมาย

S4S: มองจากมุมของลูกค้า พวกเรารู้สึกว่า Preduce โตเร็วมาก มีผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่อง คุณรู้สึกแบบนั้นไหม?

เราโตค่อนข้างเร็ว (ยิ้ม) แต่คนส่วนมากจะไม่ทราบว่าเราก่อตั้งกันในปีไหน เราก่อตั้งในปี 2003 ซึ่งปีนี้ก็ 2014 ประมาณ 11 ปีได้แล้วล่ะ เมื่อตอนเราเปิดร้านที่สยามสแควร์ เราเป็นร้านแรกที่เป็นตัวแทนจำหน่าย Nike SB ในประเทศไทย และยังไม่มีใครทำร้านสเกตแบบที่มีนักสเกตเป็นเจ้าของเอง และทีมสเกตมีโปรสเกตทำวิดิโอออกมาเอง ทุกสิ่งทุกอย่างช่วยผลักดันเรา รวมไปถึง streetwear scene ด้วย

S4S: Preduce มีวันเกิด หรือเดือนเกิดไหม?

ไม่มีนะ เพราะเราจำไม่ได้ (หัวเราะ) แต่เรามีโปรเจคฉลองครบรอบ 10 ปีPreduce สยามสแควร์ในเดือนกรกฎาคม ปี 2016 เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเหมือนกันว่าเราเปิดร้านที่นั่นมาจะ 10 ปีแล้ว

S4S: คุณมีช่วงเวลาสำคัญๆ ของ Preduce ที่สามารถเล่าให้พวกเราฟังได้ไหม?

ก็มีอยู่บ้าง เช่นตอนที่หนึ่งคุยกับผม และเราตัดสินใจว่าจะทำกันอย่างจริงจังตอนเมาๆ เราเขียนโครงงาน แผนงานกันลงไปว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจะให้มันเกิดขึ้นได้ และอีกครั้งที่จำได้แม่นก็คือวันที่เราฉายวิดิโอ Smooth ของเราในเดือนกรกฎาคมในปี 2005 ที่ Bed Supperclub ซึ่งเป็นคลับที่หรูมากในสมัยนั้น คืนนั้นเป็นคืนวันพฤหัสบดี คนมาร่วมงานกันเยอะมากจนแน่นไปหมด พวกเขาชอบวิดิโอของพวกเรา และยิ่งไปกว่านั้นก็คือปาร์ตี้ในค่ำคืนนั้นสนุกมากๆ

หลังจากนั้นเราก็ได้การสนับสนุนจาก Nike SB และเราก็ได้รับโอกาสในการเป็นตัวแทนจำหน่าย Nike SB อย่างเป็นทางการในปี 2006

อีกวันที่เป็นที่น่าจดจำของพวกเราก็คือวันเปิดร้านที่สยามสแควร์นี่ล่ะ ก่อนวันเปิดร้านผู้รับเหมาของเรารับปากว่าร้านจะเสร็จก่อนวันเปิดร้านถึง 2 สัปดาห์ เราจะได้มีเวลาจัดร้าน และก็เป็นเรื่องปกติที่วันเปิดร้านแล้วเรายังจัดของและตกแต่งร้านกันอยู่เลย และก็มีคนมารอตั้งแต่ 11 โมงเช้าทั้งๆ ที่ร้านเราเปิดตอนเที่ยง ข้างในร้านก็ยังตกแต่งกันอยู่ และยังไม่มีของขายเลย เราจัดของในเวลาครึ่งชั่วโมง และเปิดร้านตอนบ่ายสามโมง ฉุกละหุกมากๆ แต่ก็เป็นวันที่น่าจดจำของพวกเราอีกวันหนึ่ง

ก่อนที่เราจะเปิดร้านก็มีหลายๆ คนบอกว่าพวกคุณบ้าไปแล้ว คุณจะเปิดร้านสเกตบอร์ดในสยามสแควร์นี่นะ? ค่าเช่ามันแพงนะ มันไม่ไหวหรอก แต่พวกเราก็บอกว่าเราต้องอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่คือที่ๆ ดีที่สุด เพราะเราจะได้เชื่อมต่อกับลูกค้าหลายๆ กลุ่มเข้าด้วยกัน และทุกๆ ครั้งที่เรามีงานฉายวิดิโอที่ร้าน หรือไม่ว่าจะจัดที่ไหนก็ตาม คนก็จะมากันเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น “Sambai” ที่โรงหนังสกาล่า หรือ “Chaiyo” ที่ Sonic มันเหมือนการฉลองสิ่งที่เราทำกันมาตลอดปีเลยล่ะ ผลงานของพวกเราทั้งหมดอยู่ในนั้น

S4S: คุณให้คำจำกัดความของ Preduce ว่าอย่างไร?

เป็นบริษัทสเกตบอร์ด เราไม่ใช่แบรนด์แฟชั่น เรามาจากสเกตบอร์ด และทุกสิ่งทุกอย่างของเราอุทิศให้สเกตบอร์ดทั้งหมด เราเป็นนักสเกตเราก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเราชอบเสื้อผ้าสวยๆ และรองเท้าสวยๆ คุณภาพดีเช่นกัน คุณลองดูแบรนด์ต่างๆ ที่เรามีอยู่ในร้านเช่น Diamonds Supply หรือ Knowledge ต่างก็มีรากฐานมาจากสเกตบอร์ด และเจ้าของแบรนด์เหล่านั้นก็มาจากนักสเกตเช่นกัน

ทีมสเกตบอร์ดของเราก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะพวกเขาสามารถทำในสิ่งที่ไม่มีคนคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย นั่นก็คือเป็นนักสเกตบอร์ดมืออาชีพที่มีเงินเดือนจริงๆ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย เหมือนกันการเปิดโอกาสให้นักสเกตชาวไทยอีกหลายๆ คนที่คิดจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นอาชีพ และมีผู้สนับสนุนอย่างจริงจัง หรือคนที่อยากจะทำแบรนด์ หรือร้านเสเกตป็นของตัวเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วก็จะส่งผลดีกับวงการสเกตบอร์ดของประเทศไทยโดยที่เขาไม่ต้องห่างจากสิ่งที่เขารักไปไหน มันก็เหมือนกับความฝันที่เกิดขึ้นจริงนั่นล่ะ

S4S: Preduce มีงาน Collaboration ออกมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่น่าสนใจเสมอๆ อะไรเป็นจุดประสงค์หลักในการทำ Collaboration แต่ละครั้ง?

จุดประสงค์หลักคือเราอยากทำงานร่วมกับคนที่เราชื่นชอบในผลงาน และคนที่เราคุ้นเคย เพราะเรามีความสนใจในสิ่งเดียวกันเลยทำให้หลายๆ อย่างไปด้วยกันได้ดี อย่างเช่นเราทำงานกับศิลปินสักคน ก็เพราะเราชอบในงานของเขา และเขาก็คิดว่าการทำงานกับเราเป็นสิ่งที่ท้าทาย และสนุก ถึงแม้ว่าการทำงานกับเราอาจจะไม่ใช่งานใหญ่ และไม่ได้รายได้มากมายอะไรนัก เพราะ Preduce เป็นแบรนด์ที่ทำโดยนักสเกต เพื่อนักสเกต และเพื่อวงการสเกตบอร์ดไทย และเราก็เชื่อว่าทุกๆ คนสามารถสัมผัสได้ในจุดนี้

S4S: คุณคิดว่า Sneaker scene ของประเทศไทยเป็นอย่างไร หลังจาก Preduceเปิดร้าน และอย่างที่เราทราบกันว่ามีการต่อคิวรอซื้อรองเท้าข้ามคืนเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเกิดขึ้นที่นี่
 
ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่มี Community ของคนที่สนใจในสิ่งเดียวกัน และเขาอยู่ด้วยกัน เราโชคดีที่เวลานั้นมีรองเท้าที่อยู่ในความสนใจในขณะนั้นวางจำหน่ายซึ่งผมว่ามันพัฒนาขึ้นมาในเรื่องของคนที่รู้ว่าเขาอยากได้อะไร และ Soul4streetเองก็ช่วยในการส่งเสริม และเป็นศูนย์กลางของ scene แม้ว่ามันจะเนือยๆ ลงบ้างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเพราะกระแสการแต่งตัวแบบ Preppy, Boat shoe แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ที sneakers และ streetwear
 
S4S: เร็วๆ นี้จะมีรองเท้ารุ่นไหนที่น่าสนใจเข้ามาที่ Preduce อีกไหม?
 
เรามี Diamond Dunk Hi หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tiffany, Chinese New Year Dunk, Fragment Koston และ Janoski สีใหม่ และวัสดุใหม่ ซึ่ง Janoski ถือเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในเวลานี้ของ Nike SB และของทางร้านเลยล่ะ ขอบคุณ Janoski จริงๆ

โดยทีได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ Tiffany Dunk Hi โดยเราจะจำหน่ายในเวลาเที่ยงตรงของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งทั่วโลกก็ขายกันในวันนี้ โดยเราขายกันแบบใครมาก่อนได้ก่อน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปกติของเราไปแล้ว ใครอยากได้ก็ต้องออกแรงกันหน่อย และเราขาย 1 คู่/ 1 คนเท่านั้น

S4S: คุณคิดว่าคนจะมากันเยอะขนาด SBTG Dunk ในปี 2006 หรือ ตัวพิเศษๆ ของJanoski ไหม?

พูดยากนะ (ยิ้ม) เพราะบางทีเราก็แปลกใจในบาง release ที่ควรจะมีคิว ก็ไม่มี หรือตัวปกติก็มีคิว

ตอนนี้ Diamond Dunk Low ก็เป็นอีกรุ่นที่หายากที่สุด พอๆ กับ Supreme หรือNike SB รุ่นแรก ๆ ไปแล้ว โดยการกลับมาในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมชอบนะอยากมีไว้เหมือนกัน และก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะขาย เพราะเราก็เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Diamond Supply Co. เช่นกัน

S4S: ย้อนกลับไปในวันที่ ์Nike Dunk SB SBTG ออกขาย และมีการต่อคิวเป็นครั้งแรกของประเทศไทย คุณรุ้สึกอย่างไร?

ผมไม่เชื่อเลยล่ะ โดยส่วนตัวผมชอบ sneakers มาตั้งแต่เริ่มเล่นสเกต รองเท้าสเกตเป็นสิ่งทีสำคัญที่สุดเวลาเล่นนะ ผมเชื่อวาทุกคนที่เล่นสเกตบอร์ด ก็ชอบรองเท้าล่ะ ในสวิสเซอร์แลนด์นี่ถือเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รองเท้าดีๆ สักคู่ ยิ่งเราเห็นรองเท้าอย่าง adidas superstar สีแปลกๆ ในวิดิโอสเกต แล้วรองเท้าอย่าง Nike Air Force 1 นี่คุณลืมไปได้เลย นั่นปี 1994 นะ ก่อนที่จะเกิด Sneaker Culture อีก ผมเห็นรองเท้าพวกนี้ใน Music Video ของ Wu Tang Clan และศิลปินคนอื่นๆ และในช่วงนั้นใครมีโอกาสได้ไปสหรัฐฯ ก็จะมีการฝากซื้อรองเท้าพวกนี้กลับมากันเสมอๆ ถึงกระนั้นก็ตามในสหรัฐฯ เองก็หารองเท้าพวกนี้ยากเช่นกัน เพราะต้องไปหาตามร้านเล็กๆ ที่ยังมีสตอคเหลืออยู่

ผมชอบรองเท้านะ แต่ไม่ได้สะสม ผมชอบเป็นรุ่นๆ ไป ชอบสี, ชอบใส่ และสุดท้ายก็จบลงที่เอาไปใส่เล่นสเกตบอร์ดจนพัง (ยิ้ม)

ตอนปี 2006 เรามีโอกาสได้เจอ Mark Ong (SBTG) ที่สิงคโปร์ก่อนที่ SBTG Dunk จะออกขาย และ Nike ได้ส่งมาให้เราทำ Promo Video เราสเกตกันใน SBTG Dunk นั่นล่ะ ตอนนั้นร้านเรายังไม่เปิดกันเลย เราอยู่กันที่ร้าน Modified ของพี่นัท (สิวากร มุตตามระ) เราเปิดกล่องรองเท้าดูกัน มีคนต่างชาติเดินเข้ามาหาเราพร้อมกับพูดว่า เฮ้! นั่น SBTG Dunk นี่นา ผมขอซื้อได้ไหม? ให้ราคาหลายร้อยดอลล่าร์ และเราก็ปฏิเสธเขาไป

หลังจากนั้นสิงคโปร์ก็วางขายรองเท้าคู่นี้ก่อนไทย 1 สัปดาห์ และสุดสัปดาห์นั้นเราบินไปที่งาน Party เปิดตัวรองเท้าคู่นี้ซึ่ง Nike

Preduce ถือได้ว่าเป็นร้านสเก็ตบอร์ดที่ปลุกกระแสให้กับวัยรุ่นไทยในหลายๆเรื่องด้วยกันทั้งด้านกีฬาและก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นของ Scene Sneakerhead ในเมืองไทย นอกจากนั้นยังเป็นทีมสเก็ตที่เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ๆได้เดินตาม

Interviewed & Photo by @biggieforce1

Editor

Gonzarez11 ( 2142 posts )
-

RELATE BLOG