[S4S]10 Months with Levi’s® Made & Crafted Pt.4

[S4S]10 Months with Levi’s® Made & Crafted Pt.4

 

 

เมื่อมาถึงตอนที่ 4 ของ 10 Months with Levi's®  Made & Crafted ก็ถือได้ว่าระยะเวลานั้นผ่านมาเกือบถึงครึ่งทางของโปรเจ็คนี้แล้ว หลังจากที่หลายๆตอนก่อนหน้านี้ ผมได้พูดคุยให้ฟังถึงคุณลักษณะของตัวกางเกง Levi's®Made & Crafted “Tack Slim” ไปพอสมควรแล้ว คราวนี้ได้เวลาที่เราจะมาพูดกันถึงเรื่องการเฟดของกางเกงยีนส์กันเสียที

 

 

 แม้ว่าเรื่องของการเฟดของกางเกงยีนส์จะไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการใส่กางเกงยีนส์ แต่เชื่อว่าหลายๆคนที่ชอบใส่กางเกงยีนส์โดยเฉพาะยีนส์ผ้าดิบน่าจะชื่นชอบในการเฟดของกางเกงยีนส์กันพอสมควรเลย สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องการเฟดของกางเกงยีนส์ ผมขอขยายความให้ฟังสั้นๆว่า การเฟดก็คือการที่รอยยับบนตัวกางเกงอันเกิดมาจากการสวมใส่ของเราได้พัฒนาจนกลายเป็นรอยเฟดซึ่งมีสีซีดลงจากสีเดิมของกางเกง อันส่งผลให้กางเกงยีนส์ตัวนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยจากการใช้ชีวิตของเราจริงๆนั่นเอง

การที่กางเกงยีนส์ตัวเก่งของเราจะมีรอยเฟดเกิดขึ้นสวยงามอย่างใจเรานั้น มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยครับ โดยผมจะขอเทียบกับการใส่กางเกง LMC ของผมตัวนี้ด้วยเลย

ก่อนอื่นขอเอารูป Fit Pics ล่าสุดของผมมาลงให้ชมกันก่อนแล้วกันครับ ตอนนี้กางเกงคงไม่ยืดไปจากนี้แล้ว คงเป็นทรงนี้ไปตลอด ถือว่าโอเคเลย ไม่หลวม หรือแน่นจนเกินไปนัก

 

 

 

1.ระยะเวลา ข้อนี้นั้นส่วนตัวผมถือว่าสำคัญมากที่สุดเลย เนื่องจากกางเกงที่จะมีรอยเฟดที่สวยงามจริงๆนั้น นอกจากรอยเฟดตามจุดหลักๆ เช่น หน้าขา หลังเข่า หรือกระเป๋าหลังแล้วนั้น รอยเฟดเล็กๆบริเวณช่วงขา ไม่ว่าจะเป็นด้านล่าง หรือข้างๆก็สำคัญเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ต้องใช้ระยะเวลาในการใส่ต่อวันเป็นหลัก เนื่องจากรอยเหล่านี้จะมาจากหลากหลายรูปแบบกิจกรรมตลอดทั้งวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหลัก อย่างการทำงาน หรือกิจกรรมอื่นเช่นการเดินทาง ดังนั้นการที่เราใส่กางเกงติดตัวไว้ตลอดจะทำให้กางเกงตัวนั้นๆได้ผ่านกิจกรรมหลากหลายในแต่ละวัน ส่วนตัวแล้วผมใช้เวลาในการใส่กางเกงยีนส์เฉลี่ยแล้วประมาณ 14-15 ชม. ต่อวัน  (ถือว่าเยอะพอสมควร อาจจะเพราะด้วยหน้าที่การงานที่ต้องอยู่นอกบ้านตลอดทั้งวันจนถึงช่วงค่ำๆ) โดยเริ่มใส่ตั้งแต่หลังจากตื่นมาอาบน้ำตอนเช้าเพื่อไปทำงาน และถอดอีกทีก็ก่อนอาบน้ำนอนในช่วงค่ำๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากางเกง LMC ตัวนี้จะอยู่กับตัวผมแทบจะทุกกิจกรรมในแต่ละวันเลยทีเดียว

ในส่วนของการนับวันใส่นั้น แต่ละคนมีวิธีการนับวันที่แตกต่างกันออกไปบางคนนับระยะเวลาตั้งแต่วันซื้อกางเกงจนถึงปัจจุบัน แต่วิธีการนับที่ถูกต้องจริงๆก็คือนับเฉพาะวันที่ได้ทำการใส่กางเกงจริง และวันนั้นๆควรจะต้องเป็นวันที่ใส่อย่างน้อย 6 ชม.ขึ้นไปอีกด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วหลายๆคนที่นับวันตั้งแต่วันซื้อ หรือนับวันที่ใส่แค่ 1-2 ชม.ไปด้วยก็จะเกิดคำถามว่าทำไมใส่กางเกงยีนส์มาตั้ง 6 เดือนแล้วทำไมรอยเฟดถึงแทบไม่มี หรือมีน้อยกว่าที่คนอื่นๆเค้าใส่กัน

 

2.กิจกรรมระหว่างการสวมใส่ ปัจจัยนี้ก็เป็นอีกข้อสำคัญที่จะช่วยให้กางเกงของเรานั้นมีร่องรอยการเฟดที่สวยงาม รวมถึงทำให้เราใช้ระยะเวลาในการใส่สั้นลงอีกด้วย สาเหตุที่เรื่องกิจกรรมเป็นสิ่งสำคัญก็เพราะว่ารอยเฟดต่างๆเกิดมาจากการเสียดสีของผ้าตามรอยยับ ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีระหว่างผ้ากับผ้า หรือผ้ากับร่างกาย รวมถึงสิ่งของก็ตาม นอกจากกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวเยอะจะช่วยในการลดระยะเวลาการใส่แล้ว ก็ยังช่วยในเรื่องการเกิดรอยเฟดในบริเวณอื่นๆนอกจากข้อพับ เนื่องจากการทำกิจกรรมต่างๆนั้น มีโอกาสที่กางเกงจะเกิดการเสียดสีกับสิ่งต่างๆรอบๆตัว จนเกิดรอยบริเวณอื่น เช่น น่องช่วงล่าง หรือแม้แต่ข้างๆกางเกง ซึ่งจะส่งผลให้กางเกงตัวนั้นมีรอยเฟดที่สมบูรณ์ครบถ้วนครับ

 

รอยเฟดในบริเวณอื่นๆนอกเหนือไปจากข้อพับ

 

กิจกรรมในแต่ละวันของผมส่วนมากจะเป็นการทำงานในไซต์ก่อสร้างเสียมาก ต้องเดินขึ้นลงอาคารก่อสร้างตลอดทุกวัน  มีการขยับท่าทางที่ทำให้ตัวกางเกงต้องสัมผัสกับสิ่งต่างๆรอบๆตัวโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นหัวเข่าที่อาจจะต้องสัมผัสพื้นในบางครั้ง หรือข้างๆกางเกงที่อาจจะเสียดสีกับตัวนั่งร้าน ล่าสุดตอนนี้กลายเป็นว่ามีสีแดงมาเลอะกางเกงผมค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่ามาจากอะไร แต่เดาว่าน่าจะเป็นสีของนั่งร้าน แต่ส่วนตัวไม่ค่อยซีเรียสเท่าไรครับ เพราะมันก็ถือเป็นร่องรอยอย่างหนึ่งจากการใช้ชีวิต วันนึงข้างหน้าย้อนกลับมาเห็นก็จะจำได้ว่าเราใส่กางเกงตัวนี้ช่วงไหนของชีวิต และช่วงนั้นทำอะไรอยู่บ้าง กางเกงตัวอื่นๆของผมก็มีร่องรอยแนวๆนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรอยเลอะสนิม สี หรือรอยขาด แต่ผมจำได้แทบจะทั้งหมดว่ามาจากอะไร 🙂

 

รอยเลอะสีแดงบริเวณกระเป๋าหลัง

 

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น นอกเหนือไปจากการทำงานในไซต์ก่อสร้างตามปรกติแล้ว ผมก็ยังได้มีโอกาสไปพักผ่อน ที่จังหวัดกระบี่เป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยผมก็ยังคงใส่กางเกงตัวนี้ติดตัวไปตั้งแต่เริ่มเดินทาง รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ แต่ยังไม่ถึงกับใส่ลงเล่นน้ำทะเล เพียงแค่ใส่เดินเล่นริมหาดเท่านั้น เพราะกางเกงตัวนี้ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสมที่จะโดนน้ำครับ

 

พูดคุยเรื่องการเฟดมาพอสมควรแล้ว คราวนี้มาลองชมความเปลี่ยนแปลงบนตัวกางเกงกันบ้าง ซึ่งนอกเหนือไปจากรอยเลอะสีที่กล่าวถึงไปในย่อหน้าก่อนแล้วนั้น ในส่วนของรอยเฟดหลังจากที่ใส่กางเกงตัวนี้มาได้ประมาณ 3 เดือน ก็ยังถือว่ามาน้อย(ค่อนข้างมาก)มีแค่สีที่เริ่มต่างกับสีเดิมของตัวกางเกงนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งเมื่อมาถึงตอนนี้ผมก็ยอมรับแล้วว่ากางเกง Levi's®Made & Crafted “Tack Slim” ตัวนี้นั้นเฟดยากมากพอสมควรเลย น่าจะเพราะคุณลักษณะของผ้าตามที่ผมได้เคยให้รายละเอียดไว้ในตอนก่อนๆ ทำไปทำมาถึงตอนที่ 10 กางเกงตัวนี้อาจจะไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงก็ได้นะ ทำยังไงดีละเนี่ย ฮ่าๆๆ

 

Levi's®Made & Crafted “Tack Slim” อายุ 3 เดือน

 

สิ่งที่อาจจะดูว่ามีพัฒนาการอยู่บ้างก็น่าจะเป็นรอยปีกนกที่กระเป๋าด้านหลัง ตอนนี้เริ่มเฟดขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน

 

รอยเฟดรูปปีกนกบริเวณกระเป๋าด้านหลัง

 

ในตอนนี้เราก็คงได้ทำความเข้าใจเรื่องการเฟดของกางเกงยีนส์ไปพอสมควรแล้ว สำหรับ 10 Months with Levi's®  Made & Crafted ในตอนหน้านั้น เราคงจะมาพูดคุยกันเรื่องการเก็บรักษากางเกงยีนส์กันบ้าง เพราะกว่าจะถึงตอนหน้า กางเกง Levi's®Made & Crafted “Tack Slim” ตัวนี้ของผมก็คงจะมีอายุประมาณเกือบ 4 เดือน น่าจะเริ่มต้องดูแลเรื่องความสะอาดมากขึ้นเป็นพิเศษแล้ว

 

Credit : http://www.handlebarmagazine.com

 

Editor

milanestar ( 52 posts )
-

RELATE BLOG