S4SEATS : พาไปชิมของอร่อยร้าน “ Blue Dye Cafe” บลูดาย คาเฟ่

กลับมาเจอกันอีกแล้วมาพบกับคอนเทนต์ที่พาไปหาของกินอร่อยๆร้านเด็ดดวงที่ไม่ควรพลาดใน S4SEATS ซึ่งในครั้งนี้เราก็ได้ยินมาว่ามีร้านคาเฟ่ที่น่าสนใจบรรยากาศดีซึ่งเปิดมาได้สักระยะกำลังเป็นที่พูดถึงกันอยู่ เราก็ไปตามหากันอยู่ว่าร้านนี้จะเป็นแบบไหนน้าจะสวยขนาดไหน ถึงได้มีคนพูดกันถึงเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ค้นหาพิกัดและชื่อร้านกันอยู่ช่วงนึง ซึ่งพอเราสืบทราบถึงความเป็นมาและคอนเสปของทางร้าน ก็ยิ่งทำให้เราและทีมงานอยากจะไปเยือนไวๆว่าสมคำร่ำลือจริงหรือเปล่า ที่สำคัญไม่ไกลมากจากออฟฟิศพวกเราด้วย ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 36 นั่นเอง นั่นก็คือร้าน Blue Dye Cafe” บลูดาย คาเฟ่ นั่นเอง 

ซึ่งร้าน “ Blue Dye Cafe “ นั้นสามารถเดินจากปากซอยสุขุมวิท 36 เข้ามาได้เลยไม่ไกลมากนัก ทันทีที่เราได้เห็นร้านก็ต้องบอกเลยไม่ผิดหวังจริงๆ ( ถ้าเป็นสาวๆ อาจจะกระซิบบอกเพื่อนๆว่าเฮ้ยแกร้านนี้เก๋อ่า) ทั้งบรรยากาศข้างนอกร้านที่สามารถมานั่งชิลพักผ่อนแบบสบายๆ วันที่เราไปฝนพึ่งหยุดตกอากาศกำลังดีไม่ร้อนจนเกินไป ยิ่งทำให้รู้สึกชอบรรยากาศร้านเข้าไปกันใหญ่ ทันทีที่เราเปิดประตูร้านเข้าไปก็ได้พบกับคุณตั้ม กิตติพงษ์ ไพบูลย์สมบัติ เจ้าของร้านที่ออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มแบบเป็นกันเอง เราก็ไม่รอช้าที่จะขอเดินชมบรรยากาศภายในร้านที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก่อน เราได้ถามคุณตั้มถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากมาเปิดร้านBlue Dye Cafe” คุณตั้มได้บอกกับเราว่าเริ่มแรกเลยอยากเปิดร้านเสื้อผ้าก่อนหน้านี้ แต่ก็อยากได้อะไรที่มันไปด้วยกันได้กับเสื้อผ้า ซึ่งปกติก็ดื่มกาแฟอยู่แล้วและได้ลองคุยและปรึกษาขอคำแนะนำจากเพื่อนๆที่เปิดร้านกาแฟมาก่อน จึงตัดสินใจอยากลองทำอะไรใหม่ๆก็เลยตัดสินใจเปิดร้านนี้ขึ้นมา ส่วนคำว่าBlue Dye นั้นมาจากความชื่นชอบส่วนตัวในสี Indigo ส่วนตัวชอบสะสมผ้าและทำโปรดัคผ้าย้อมสไตล์นี้อยู่แล้ว ชื่นชอบสีน้ำเงินเป็นพิเศษก็เลยรู้สึกว่าคำว่า Blue น่าจะมีความหมายได้กว้างกว่าคำว่า indigo ส่วนคำว่า Dye นั้นแปลว่าย้อมก็เลยนำคำทั้งสองมาผสมกัน 

หลังจากถามความเป็นมาเสร็จเราก็มาเดินสำรวจร้านกันต่อ ซึ่งสไตล์การแต่งร้านให้อารมณ์แบบโฮมคาเฟ่ผสมออกแนวล๊อฟท์หน่อยๆ มีความเป็นปูนและไม้ผสมกันอย่างลงตัว ส่วนเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งก็ผสมทั้งแบบวินเทจและโมเดิร์น สัตว์สตาฟแต่ละชิ้นที่ดูน่าสนใจ และก็คัดแมกกาซีนที่น่าสนใจไว้ให้ลูกค้าอ่านระหว่างจิบกาแฟหรือเม้ามอยกับเพื่อนๆ แถมยังมีมุมเล็กๆไว้ขายเสื้อผ้าซึ่งเร็วๆนี้ก็จะมีแบรนด์เสื้อผ้าของทางร้านมาวางจำหน่ายให้เลือกซื้อกันอีกด้วย มาถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มกันบ้าง ซึ่งมีกาแฟแบบต่างๆทั้งร้อนและเย็นซึ่งต้องบอกว่ากาแฟที่นี้คัดสรรเมล็ดกาแฟคั่วมาอย่างดี หรือใครไม่ทานกาแฟก็ยังมีเครื่องดื่มอย่างช็อคโกแลต น้ำผลไม้ และทีเด็ดสุดเลยกับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ประจำร้านอย่าง “Indian Shake” (95 บาท) ที่นำน้ำมะตูมและน้ำกระเจี๊ยบมาเชคให้เข้ากัน ซึ่งขอบอกว่าอร่อยมากไม่หวานจนเกินไปกำลังดีเลยแหละ ส่วนเมนูอาหารนั้นทางร้านตอนนี้ทางร้านมีด้วยกัน3 เมนู อย่างเช่นแซนด์วิช “Mandarin Sanwich” (140 บาท) มีทั้งชีสและส้มอยู่บนหน้าขนมปังซึ่งตอนแรกเห้นแล้วก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ารสชาติจะเป็นยังไง แต่ทันทีที่ได้เข้าปากเท่านั้นแระ เฮ้ยอร่อยหว่ะ!! แปปเดียวกินเกลี้ยง ส่วนอีกเมนู Chicken Conflake” (150บาท) อันนี้ถูกใจมากเลยขอบอก ไก่เนื้อนุ่มๆที่ทอดกรอบผสมกับคอร์นเฟลก ให้อารมณ์แบบกรอบตอนกัดหลังจากนั้นจะเจอกับไก่เนื้อนุ่มแสนอร่อย มาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน (ขนาดที่กำลังเขียนอยู่นี่ในใจก็ยังอยากกลับไปกินที่ร้านอีกสักจาน) อร่อยจริงไม่อิงนิยาย ส่วนอีกเมนูก็เป็นเฟรนฟรายทอดกรอบกำลังดี ซึ่งตอนนี้เมนูอาจยังมีให้เลือกไม่เยอะแต่ในอนาคตจะมีเมนูใหม่ๆมาให้ชิมเพิ่มอีกแน่นอน กินของคาวมาแล้วมันต้องตบด้วยของหวานเสะ ซึ่งของหวานของทางร้านก็เปนแบบ Home Made มีให้ชิมทั้ง Brownie (100บาท) Red Bull Panna Cotta และ Cream Brulee รสชาไทย (100 บาท) กินคู่กับเครื่องดื่ม “Indian Shake” นั่งเสวนากับเพื่อนหรือคนที่รู้ใจบอกเลยว่านั่งได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

ต้องยอมรับว่ามาแล้วไม่ผิดหวังจริงเลยร้าน Blue Dye Cafe” บลูดาย คาเฟ่ ใครที่กำลังหาแหล่งพักผ่อนกายพักผ่อนใจหนีความวุ่นวาย มาเถอะครับรับลองจะติดใจ ไม่มาแล้วพลาดอย่าโทดกันน้าา ส่วนที่อยู่และเวลาเปิด- ปิด จากปากซอยสุขุมวิท 36 เดินเข้ามาประมาณ 200 เมตร เลี้ยวขวาเข้าซอยนภาศัพท์แยก 1 เดินเข้าไปประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือ จะเห็นชื่อป้ายอันสวยงามตั้งอยู่ เวลาเปิด-ปิด 10.00-21.00 น. ปิดทุกวันจันทร์นะจ๊ะอย่าเผลอไปเชียว

 

Author : Skull_skull

Photographer : Krirakrit.W

 

Author : Skull_skull

Photographer : Krirakrit.W

Editor

skull_skull ( 3044 posts )
-

RELATE BLOG