Soul4Street Review : Lee M24 Project คอลเลคชั่นพิเศษที่ออกแบบจากความหลงไหลยีนส์โดย “มาริโอ เมาเร่อ”

[Soul4Street Review] Lee M24 Project

www.leejeansthailand.com

กลับมาพบกับ Soul4Street Review อีกครั้ง หลังจากปีที่แล้วเราเคยได้มีโอกาสนำเสนอโปรเจ็คใหญ่จากทาง Lee ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยในครั้งนั้นเป็นโปรเจ็ค เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีของแบรนด์ สำหรับครั้งนี้ก็ยังเป็นการร่วมงานกับ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Lee ผู้ซึ่งเป็นนักแสดงชื่อดังของประเทศไทย ที่มีความหลงใหลในเรื่องกางเกงยีนส์ อย่าง Mario Maurer เช่นเคย  การร่วมงานในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นโปรเจ็คที่ใหญ่กว่าครั้งก่อนเสียอีกเพราะมีการเพิ่มไลน์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงเข้ามาด้วย

โปรเจ็คใหญ่ของทาง Lee ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Lee M24 โดยที่มาของชื่อนั้นมีดังนี้ ตัว M เป็นตัวแทนของ Mario Maurer และเลข 24 คือคอนเซปต์ของโปรเจ็ค นั่นคือ 24 Hours หรือ ระยะเวลา 24 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันของ Mario ที่ใช้ไปร่วมกับยีนส์ Lee ตัวโปรด สำหรับโปรเจ็คนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ นั่นคือ Limited Edition ที่เน้นใช้วัสดุ Premium นำเข้าจากต่างประเทศ และ Mainline ที่มีเสื้อผ้าหลากหลาย แบ่งย่อยทั้งในส่วนของ ผู้ชาย ผู้หญิง และ Accessories ต่างๆ

ในส่วนของ Limited Edition นั้นจะประกอบไปด้วย กางเกงยีนส์ และ เดนิมแจ๊คเกต ที่ความพิเศษนั้นอยู่ที่เนื้อผ้าซึ่งนำมาตัดเย็บ โดยผ้าของรุ่นนี้คือ Jelt Denim Selvedge14.5 oz. ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Lee 191 จากยุค 90’ ตัวผ้าทอแบบ Left-Hand Twill

สำหรับ Jelt  Denim ถือได้ว่าเป็นผ้า Signature ของทาง Lee ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีความคงทนมากเป็นพิเศษ  กล่าวคือเมื่อเทียบกับผ้าเดนิมปรกติ ในต่อหนึ่งตารางนิ้วแล้ว Jelt Denim จะมีด้าย Yarn ที่มากกว่า ข้อดีที่ตามมาก็คือ จะได้ผ้าเดนิมที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับผ้าเดนิมที่มีน้ำหนักมากกว่า ย้อนกลับไปช่วงปี 1925 ที่ทาง Lee เปิดตัว Jelt Denim นั้น ผ้ารุ่นแรกจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 11.5 oz. แต่คุณสมบัติของตัวผ้าเทียบเท่ากับ 13 oz. นั่นคือได้กางเกงที่ยังคงสวมใส่ได้อย่างเบาสบาย แต่ทนทานมากขึ้น

โฆษณาในหนังสือพิมพ์ สมัยที่ Lee เปิดตัว Jelt Denim 

เสื้อ Jacket มีการวางแพทเทิร์นให้ส่วนของริมผ้าเดินยาวบริเวณสาปเสื้อด้านหน้า และขอบกระเป๋าข้างทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สวยงามมาก ในส่วนของกระดุมนั้นเป็นกระดุม Resin Long-L (ตัวอักษ L จะมีหางยาวกว่าปรกติ) นำเข้าจากประเทศ Italy ซึ่งกระดุมแบบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Lee ยุค 1930 

ผ้าริมบริเวณขอบกระเป๋าข้าง

กระดุม Resin Long-L

สาบเสื้อด้านหน้าเดินด้ายซิกแซก อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lee Denim Jacket ในส่วนของงานเย็บนอกจากจะเดินด้ายสม่ำเสมอสวยงามแล้ว ก็ยังมีการตัดเย็บด้วยการเดินด้ายสามเส้น(Triple Stitch) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเสื้อ

เดินด้ายแบบ Triple Stitch
 

ทรงเสื้อนั้นจะเป็นทรง Regular ซึ่งให้ความรู้สึกคลาสสิค บริเวณด้านในเสื้อมีป้ายบอกชื่อโปรเจ็ค และวันเดือนปีที่ผลิต รวมถึงรายละเอียดของผ้าที่นำมาใช้

ป้ายพิเศษแสดงรายละเอียดที่อยู่ด้านในเสื้อ


ป้ายบอกไซส์บริเวณคอเสื้อ

กางเกงยีนส์ ในไลน์ Limited Edition นอกจากจะใช้ผ้า Jelt Denim Selvedge 14.5 oz. และกระดุม Resin Long-L เช่นเดียวกับ Denim Jacket แล้ว ในส่วนของ Rivet ก็ยังเป็น Long-L เช่นเดียวกัน 

กระดุม Resin Long-L และ Rivet

ในส่วนของงานออกแบบนั้น มีการใช้ริมผ้าเดินบริเวณปากกระเป๋ากางเกง และหูเข็มขัด เช่นเดียวกับ Jacket ซึ่งในส่วนนี้พอกางเกงผ่านการใช้งานไปซักระยะ จะเกิดการขาดรุ่ย รับกับตัวกางเกงที่จะเริ่มเฟดและมีสีที่ซีดลงได้อย่างดี นอกทั้งสองจุดแล้ว ก็ยังมีการใช้ริมผ้ามาตัดเย็บในส่วนของ Coin Pocket (กระเป๋าใส่เหรียญ) ทางด้านหน้าอีกด้วย

ริมผ้าในส่วนของหูเข็มขัด และปากกระเป๋าหลัง

กระเป๋าด้านหลังเป็นทรงโค้ง ปักลาย Lazy S อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lee ในส่วนของงานเย็บมีการเก็บงานที่เรียบร้อยสวยงาม รวมไปถึงการเดินด้ายสามเส้น(Triple Stitch)  ที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม และความแข็งแรงให้กับตัวกางเกง


กระเป๋าหลังปักลาย Lazy S

งานเย็บที่เรียบร้อยสวยงามรวมถึง Triple Stitch

ป้ายบริเวณด้านในกางเกงมีทั้งป้ายหลัก และป้ายที่แสดงรายละเอียดของผ้าที่นำมาใช้ ทรงของกางเกงจะเป็นทรง Regular Straight ที่เอวจะต่ำ และช่วงขาเป็นทรงกระบอก


 

ป้ายบริเวณขอบเอวกางเกงด้านใน

 

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วตอนต้น ว่าโปรเจ็คนี้เป็นโปรเจ็คใหญ่ดังนั้นจึงยังมีเสื้อผ้าในส่วนของ Mainline ที่น่าสนใจอีกหลายชิ้นที่จะมาแนะนำกัน ในส่วนของผู้ชายจะมี กางเกงยีนส์ ที่ตัดเย็บจากผ้าริมแดง 12.5 oz. ซึ่งมีรายละเอียดแบบ Original Vintage และมีให้เลือกถึง 2 ทรง คือ Powell(ทรงกระบอกเล็ก เอวต่ำ) และ Zed(ขากระบอกตรง เอวปรกติ) ซึ่งน่าจะเหมาะกับผู้ที่ชอบกางเกงยีนส์ที่มีรายละเอียดในแบบ Vintage แต่มีทรงกางเกงที่ค่อนข้างสมัยใหม่หน่อยครับ นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมีเดนิมแจ็คเก็ต ที่ใช้ผ้าดิบ 14 oz, ที่มีการนำผ้าลูกฟูก(Corduroy) สีน้ำตาลมาทำเป็นปกคอเสื้ออีกด้วย โดยในส่วนนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Lee Strom Rider Jacket จากปี 1956 กระดุมเสื้อเป็นกระดุมสีทองแดง ตัดกับตัวเสื้อได้อย่างสวยงาม มีการปัก “24 Hrs Story of Mario” ที่ชายเสื้อด้านใน

M24 Men’s Selvedge Raw Denim(ซ้าย)  M24 Women’s Denim Jacket(ขวา)

M24 Men’s Denim Jacket(ขวา)

ในส่วนของผู้หญิง ก็มาครบไม่ต่างกับของผู้ชาย โดยมีทั้ง Denim Jacket ที่ทำจากผ้า Denim 14 oz. แต่ถึงแม้ว่าผ้าจะหนักถึง 14 oz. แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องความสบายในการสวมใส่ เนื่องจากผ้าที่ใช้มีการผสมเส้นใยยืด และยังทำการซักด้วยน้ำเปล่ามาแล้ว(Rinse Wash) ตัวเสื้อจะออกเป็นสีน้ำเงินเข้ม(Dark Indigo) ทรง Regular Fit ที่มีการปักลายเซ็นต์ Mario บริเวณขอบเอวด้านหลัง  

ในขณะที่กางเกงยีนส์นั้น มาในทรงสกินนี่ เอวสูง ผ้า 11 oz. สี Dark Indigo ที่ผสมเส้นใยยืด ดังนั้นนอกจากจะใส่ได้เข้ารูปสวยงาม แล้วก็ยังสวมใส่สบายมากๆ เนื่องจากตัวกางเกงผ่านการซักน้ำเปล่า(Rinse Wash) มาแล้ว มีการปักลายเซ็นต์ของ Mario ที่ขอบเอวด้านใน ความพิเศษของกางเกงตัวนี้คือ จะมีสาย Suspender แถมมาให้ด้วย โดยสายเส้นนี้สามารถถอดออกได้ ดังนั้นจึงสามารถใส่แต่งตัวได้หลายแนว นอกเหนือไปจากกางเกงยีนส์ ก็ยังมี ชุดเอี๊ยมขาสั้น Hickory Stipe Overalls ที่ทำจากผ้า Hickory Stripe Denim หนัก  11 oz. และมีการปักลายเซ็นต์ Mario ที่กระเป๋าด้านหลัง


 

M24 Women’s Hickory Stipe Overalls (ซ้าย)  M24 Women’s High Waisted Jeans(ขวา)

นอกเหนือไปจากเสื้อผ้าทั้งหมดที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว โปรเจ็คนี้ก็ยังมีเสื้อยืดทั้งของผู้ชาย และผู้หญิง ที่มีการสกรีนลวดลายต่างๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมากจาก  Lifestyle ของผู้คนที่ใช่ชีวิตอย่างสนุกสนานในเมือง รวมไปถึงการสกรีนกราฟฟิก “24 Hrs”อันเป็นคอนเซปต์ของโปรเจ็คนี้นั่นเอง

T-Shirt ทั้งของผู้ชาย และผู้หญิง
 

Accessoris ของโปรเจ็คนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ชิ้น นั่นคือ หมวก Pumpkin Reversible Cap ซึ่งตัดเย็บจากผ้า Hickory Stripe สามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน โดยหมวกใบนี้ถือเป็น Signature อีกอย่างหนึ่งของ Lee เนื่องจากเป็นหมวกที่มากับตุ๊กตา Buddy Lee อันโด่งดังนั้นเอง ส่วนอีกชิ้น คือ หมวก Baseball Cap ที่ใช้ผ้า Hickory Stripe ผสมผสานเข้ากับปีกหมวกที่ทำจากหนังกลับ 


 

M24 Baseball Cap (ซ้าย)  Pumpkin Reversible Cap (ขวา)

ทั้งหมดนี้คือเสื้อผ้าในโปรเจ็ค Lee M24 ที่เราอยากจะนำมาแนะนำกันครับ ถือได้ว่าเป็นโปรเจ็คที่น่าสนใจมากๆ ผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ Lee  รวมไปถึงผู้ที่รักในการแต่งตัวสไตล์ Vintage ไม่ควรพลาดเลย

สำหรับเสื้อผ้าทั้งหมดนี้จะเริ่มเปิดขายวันแรกผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ www.leejeansthailand.com ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน โดยผู้ที่ซื้อสินค้าผ่านทางนี้จะได้รับของก่อน และยังได้รับเชิญเป็นแขก VIP ร่วมงาน “Lee M24 Launch Party” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 22 กรกฏาคม นี้ที่ Central World ส่วนสินค้าทั้งหมดจะเริ่มวางจำหน่ายที่ Shop และเคาน์เตอร์ของ Lee ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่  20 กรกฏาคม 2558 เป็นต้นไป 

 

 

 

 

 

 

 

Editor

milanestar ( 53 posts )
-

RELATE BLOG