Soul4Street Review : Nike Air Max 1 Ultra Flyknit

 

 

Soul4Street Review ในครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักรองเท้าที่ถือเป็นหนึ่งใน Highlight ของปีนี้จาก Nike กันแบบเจาะลึกทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังกันเลยทีเดียว

 

ตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โลกได้รู้จักรองเท้า Nike Air Max 1 ตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรองเท้าคู่ที่ได้ชื่อว่าเป็น Iconic คู่หนึ่งของโลกมาหลายครั้ง เพราะทุกๆช่วงเวลาที่ทาง Nike คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อนำมาใช้กับรองเท้าได้สำเร็จนั้นรองเท้า Air Max 1 มักจะเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับการผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านั้นลงไปด้วยเสมอ

 

Nike Air Max 1 OG (1987)

 

ย้อนกลับไปในปี 2012 ในช่วงเวลานั้น Nike ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่ถือว่าเข้ามายกระดับของการผลิตรองเท้ารุ่นต่างของ Nike ไปมาก นั่นคือ Flyknit Technology ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถผลิตรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาขึ้น ระบายอากาศได้ดีขึ้น มีความยืดหยุ่น และลดรอยต่อบนตัวรองเท้า ผลที่เกิดขึ้นนอกจากจะได้รองเท้าที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นแล้ว ยังลดการสิ้นเปลืองวัสดุในการผลิตรองเท้าได้ถึง 60% เมื่อเทียบกับการผลิตรองเท้าด้วยวัสดุ และกรรมวิธีแบบอื่น เนื่องจากเป็นการถักทอขึ้นเป็นชิ้นมาเลยไม่ได้นำวัสดุเป็นชิ้นใหญ่ๆมาตัดแล้วเหลือเป็นเศษ

Flyknit Technology

 

ตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาทาง Nike ได้ผนวกใช้เทคโนโลยี Flyknit นี้กับรองเท้ารุ่นต่างๆมากมาย เริ่มจากโมเดลใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ คือ Flyknit Racer จากนั้นก็ทำการขยับไปใส่กับโมเดลหลักๆที่สำคัญอีกหลายรุ่นแม้แต่ Air Force 1 แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็คงแอบคิดว่าแล้วทำไมทาง Nike ถึงยังไม่นำมาใช้กับโมเดลยอดนิยตลอดกาลอย่าง Air Max 1 เสียที บางทีคำตอบนั้นก็อาจจะอยู่ในตัวคำถามเองอยู่แล้ว เพราะสำหรับ Nike แล้ว Air Max 1 เป็นโมเดลที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญมากๆ ทำให้ถ้าหากจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดใดๆเพิ่มลงไปนั้น มันจะต้องผ่านการคิดค้น และพัฒนาอย่างดีที่สุด จนในวันนี้ทาง Nike พร้อมแล้วที่จะแนะนำเราให้รู้จักกับอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของรองเท้ารุ่นนี้ภายใต้ชื่อ Nike Air Max 1 Ultra Flyknit

Nike Air Max 1 Ultra Flyknit เป็นรองเท้าโมเดล Air Max 1 ที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นใหม่โดย Ben Yun ซึ่งเป็น Senior Designer ของ Nike ผู้ดูแลการพัฒนารองเท้าโมเดลหลักๆหลายรุ่น เช่น Air Max 95 Ultra Jacquard หรือ Air Max 1 Ultra โดยคอนเซ็ปต์ของรองเท้าคู่นี้คือ “The Lighter 1” หรือ “Air Max 1 ที่เบาที่สุด”


Ben Yun

 

ในส่วนของการดีไซน์รองเท้า Air Max 1 รุ่นนี้ตัว Ben Yun เองให้สัมภาษณ์ไว้ว่ารองเท้า Air Max 1 นั้นเป็นรองเท้าที่มีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน โดยรองเท้าในเวอร์ชั่นนี้เค้าเองก็ต้องการคงความเรียบง่ายนั้นไว้ และมีเป้าหมายคือทำให้โครงสร้างของรองเท้านั้นเป็นชิ้นเดียวต่อเนื่องกัน วัสดุ Flyknit ซึ่งเป็นวัสดุหลักของรองเท้าคู่นี้จะมีลักษณะการทอเส้นใย Flyknit ที่แตกต่างกันไปในส่วนต่างๆของรองเท้าตามแต่วัตถุประสงค์ โดยบริเวณส้นเท้า และข้างเท้าจะมีการทอให้แน่นพิเศษ เพื่อลดการยืดขยายทำให้สามารถขึ้นรูปเป็นทรงรองเท้าได้ ในขณะที่บางส่วน เช่น หน้าเท้าก็จะใช้การทอเส้นใยให้หลวมกว่าเพื่อเน้นคุณสมบัติเรื่องของการระบายอากาศ

 

โดยเค้าได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่าในการออกแบบรองเท้าแต่ละรุ่นที่ใช้วัสดุ Flyknit นั้น ปรกติแล้วจำเป็นต้องมีวิศวกรที่ออกแบบการถักทอของเส้นใยโดยเฉพาะเนื่องจากรองเท้าคนละรุ่นกันก็จะมีลักษณะการทอที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการออกแบบรองเท้าคู่นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำวัสดุ Flyknit มาใส่ลงไปเท่านั้น แต่เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว

 

 

 

Sketch ของงานดีไซน์รองเท้า Nike Air Max 1 Ultra Flyknit

 

เมื่อเรามาพิจารณาที่ตัวรองเท้าคู่นี้ก็จะพบว่าวัสดุส่วนที่เป็น Flyknit นั้นถูกถักทอด้วยลวดลายที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละส่วนจึงทำให้เกิดเป็นมิติบนตัวรองเท้าที่แตกต่างออกไปจาก Air Max 1 ดั้งเดิม 


รูปแบบการถักทอที่แตกต่างกันในแต่ละส่วนของรองเท้า

 

บริเวณขอบรองเท้าด้านนอกซึ่งเชื่อมต่อมาจากพื้นรองเท้านั้นถูกเคลือบด้วยวัสดุ Hyperfuse ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอีกตัวของทาง Nike โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการคงรูปของตัวรองเท้ารวมถึงเพิ่มความแข็งแรงกันไม่ให้ Flyknit บริเวณนี้ฉีกขาดเนื่องจากเป็นส่วนที่มีโอกาสสัมผัสกับสิ่งต่างๆขณะทำการเดิน หรือวิ่งได้มากที่สุด อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำได้อีกด้วย


วัสดุ Hyperfuse บนตัวรองเท้า

 

วัสดุ Hyperfuse ตรงส่วนนี้ของรองเท้าบางสี เช่น คู่สีเทาขาว( Reflective Grey/White) นั้นยังสามารถสะท้อนแสง(Reflective) ได้อีกด้วยซึงถือเป็นลูกเล่นเพิ่มเติมของรองเท้าในคู่สีนี้

วัสดุ Hyperfuse แบบ Reflective(สะท้อนแสง)

 

ในส่วนของรูร้อยเชือกนั้นก็ยังใช้เป็นวัสดุ Flywire Cables เช่นเดียวกับรองเท้า Nike Flyknit Air Max ซึ่งมีลักษณะเป็นห่วงยางยืดที่จะช่วยเพิ่มความกระชับให้มากขึ้นแต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความยืดหยุ่นเวลาเคลื่อนไหวอยู่ ในขณะที่ป้ายโลโก้บริเวณลิ้นรองเท้านั้นก็ใช้วัสดุที่ดูสมัยใหม่เข้ากับวัสดุต่างๆบนตัวรองเท้า


รูร้อยเชือกแบบ Flywire Cables

ป้ายโลโก้บริเวณลิ้นรองเท้า

 

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือพื้นของรองเท้าที่ช่วยเสริมให้รองเท้าคู่นี้กลายเป็น Air Max 1 ที่เบาที่สุดได้อย่างเต็มตัว นั่นก็เพราะพื้นรองเท้าได้ถูกปรับเปลี่ยนจากพื้นแบบดั้งเดิมมาเป็นพื้นแบบ Ultramoire ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าปรกติมาก เนื่องจากมีการคว้านส่วนพื้นด้านล่างบางส่วนออกเพื่อลดน้ำหนักรวมถึงปรับโครงสร้างการกระจายน้ำหนักใหม่เพิ่มคุณสมบัติรองรับแรงกระแทกได้มากขึ้น โดยเอกลักษณ์ของ Air Max 1 อย่าง Visible Air-Unit นั้นยังคงอยู่และสามารถมองเห็นได้จากด้านข้าง แต่มีการเพิ่มรายละเอียดเพื่อให้มองเห็นได้จากทางด้านล่างของพื้นอีกด้วย


 

พื้น Ultramoire และส่วนของ Visible Air-Unit

 

พื้นด้านในรองเท้ายังคงความคลาสสิคด้วยการสกรีนคำว่า Nike Air อยู่เช่นเดียวกับรองเท้ารุ่นดั้งเดิม

พื้นรองเท้าด้านใน

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้คงจะได้เห็นกันแล้วว่ารองเท้า Nike Air Max 1 Ultra Flyknit  คู่นี้ถูกออกแบบมาได้อย่างสวยงามลงตัวด้วยรูปลักษณ์ที่คงความเป็น Air Max 1 อย่างเต็มเปี่ยมหากแต่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆหลายรูปแบบจนกลายเป็นหนึ่งในรองเท้าที่น่าจับตามองมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2016 นี้เลยทีเดียว

 

รองท้าในรุ่นนี้จะมีวางจำหน่ายทั้งในไซส์ของผู้ชาย และของผู้หญิง(ไซส์ผู้หญิงจะมีเฉพาะคู่สี White/Grey/Red (OG Color) เท่านั้น) โดยราคาอยู่ที่ 6,400 บาท เริ่มวางจำหน่ายวันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฏาคมนี้ ที่ร้าน Seek Store ทั้งสาขา Central Embassy (โทร 02-160-5689) และ Mega Bangna (โทร 02-105-1835) 

 

Editor

milanestar ( 52 posts )
-

RELATE BLOG