นี่คือสาเหตุที่ผู้ต่อต้าน Donald Trump กลัด “Safety Pin” ไว้บนเสื้อผ้าของพวกเขา !?

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา Donald Trump ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาได้เดินทางสู่ประเทศสก็อตแลนด์เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองเปิดรีสอทร์ทแห่งใหม่ของเขา " Trump Turnberry golf resort " ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาท Culzean Castle เพียงไม่กี่ไมล์ ซึ่งการเดินทางในครั้งนั้นมีนัยยะแฝงสำคัญคือเป็นการหาเสียงให้ชาวอังกฤษที่กำลังอยู่ในระหว่างการทำประชามติว่าจะ"อยู่"หรือ"ไป" ในสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่โดนัลด์ทรัมพ์ทำนั้นคือการจี้จุดรักชาติของชาวอังกฤษซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของเขาในการหาเสียง

และในท้ายที่สุดผลการทำประชามติที่ออกมาว่าชาวอังกฤษเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ก็ถือเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการจี้จุด "รักชาติ" ของประชาชนเช่นเดียวกับผลการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่ปรากฏว่า Donald Trump เฉือน Hilary Clinton ไปอย่างฉิวเฉียดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ภายใต้วาทกรรมที่ว่า "Take our country back" (ทวงคืนประเทศของพวกเรา)และ “Make America Great Again” (สร้างอเมริกาให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง)

ทว่าด้วยวาทกรรมเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นเครื่องมือชั้นยอดของการชักจูงผู้คนให้มองเหล่าผู้อพยพและกลุ่มคนผิวสีเหล่านี้กลายเป็นปัญหาของสังคม ทว่าก็ยังมีกลุ่มคนที่เชื่อในความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียม ที่ต่อสู้ด้วยการใช้ "Safety Pin" ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าพวกเราก็เป็นคนเหมือนกัน อย่าทำร้ายกันแบบนี้

และในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นผู้ประท้วง Donald Trump จำนวนมากกลัดเข็มกลัดบนหน้าอกเสื้อ ซึ่งไม่ได้แค่กลัดเข็มกลัดซ่อนปลายเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของ "ความเป็นเพื่อนที่ปลอดภัย" ซึ่งผู้กลัดใช้สื่อความถึง กลุ่มสตรี , LGBT (Lesbian , Gay , Bisexual , Transgender) , กลุ่มผู้อพยพ และกลุ่มชาติพันธ์ุอื่นๆ (ที่กำลังอยู่ในภาวะวิตกกังวลและหวาดกลัวต่อนโยบายเหยียดผิวและท่าทีเหยียดเพศของ Trump ) เพื่อให้คนเหล่านี้รู้ว่าการกลัดเข็มกลัดคือการแสดงออกถึงการยืนหยัดเคียงข้างกลุ่มคนดังกล่าว ไม่มีเหตุใดที่จะต้องเกรงกลัว พวกเราจะอยู่ข้างคุณ

ซึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้บนโลกทวิตเตอร์ด้วยแฮชแท็ก #safetypin, #safetypinusa และ #safetypinamerica เพราะกลุ่มผู้คนดังกล่าวเล็งเห็นว่าทัศนคติและความคิดของ Donald Trump ที่มีอำนาจอยู่ในมืออาจทำให้เกิดการแบ่งแยกทางสีผิวได้อย่างเด่นชัดยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความไม่ยุติธรรมที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ต้องการจะเห็น

แน่นอนว่าการแสดงออกทางเครื่องแต่งกายนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสกรีนหรือปักคำหยาบคายแสดงความต่อต้านของพังค์ในยุค '70s หรือการติดกระดุมเสริมของผู้คนในยุคหนึ่งที่ต้องการแสดงออกถึงความไม่ยุติธรรมในระบบกฏหมาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแฟชั่นของมนุษย์ก็ยังคงสื่อความหมายต่าง ๆ อยู่เสมอ

Editor

Beautibew ( 1748 posts )
ไม่เท่ห์ครับ

RELATE BLOG