Soul4street Interview : คุณแม้ว วราลี แสงสมทรัพย์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้า SSAP NYC

Soul4street Interview ครั้งนี้เราไปสัมภาษณ์คุณแม้ว วราลี แสงสมทรัพย์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง SSAP NYC แบรนด์เสื้อผ้าคนไทยที่ไปโด่งดังไกลที่เมืองนิวยอร์ก บทสัมภาษณ์ที่พาคุณไปเจาะลึกถึงเรื่องราวต่างๆและแรงบันดาลใจในการทำแบรนด์ และเราเชื่อว่าบมสัมภาษณ์นี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลให้ใครหลายๆคน

ชื่อแบรนด์ SSAP มีที่มาหรือได้ไอเดียมาจากอะไรครับ

ชื่อแบรนด์ตอนแรกคิดนานมาก ว่าจะเอาชื่ออะไรดีให้มันเป็นตัวเรา ก็เลยตัดสินใจใช้นามสกุลตัวเอง แสงโสมทรัพย์ ซึ่งพอย่อออกมาแล้วเป็น SSAP

ช่วยเล่าถึงความเป็นมาของแบรนด์ SSAP

แต่ก่อนทำงานเกี่ยวกับโฆษณา แล้วทำไปประมาณสามปีก็เริ่มรู้สึกเบื่อ อยากลองศึกษาและทำอะไรด้านอื่นบ้าง เลยคิดจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก ซึ่งตอนนั้นก็คิดอยู่ว่าจะเรียนอะไรดี ลองทบทวนดูก็คิดว่าโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบและสนใจอะไรที่เกี่ยวกับแฟชั่น เลยตัดสินใจไปเรียนต่อด้านแฟชั่นดีไซน์ที่นิวยอร์ก พอเรียนจบเราเลยลองทำแบรนด์ขึ้น จริงๆแล้วแบรนด์นี้เหมือนเราเริ่มต้นที่นิวยอร์ก จึงเป็นที่มาของคำว่า NYC ต่อจากชื่อแบรนด์

ตอนเริ่มทำแบรนด์ที่นิวยอร์กกลัวหรือกังวลอะไรบ้างไหมครับ

กังวลมากว่าเขาจะเปิดรับเราไหม หรือว่าแบบเฮ้ยเราเป็นคนไทยมันจะโอเคหรือเปล่า แต่เปล่าเลยที่นู้นเขาเปิดโอกาสให้สำหรับดีไซเนอร์หน้าใหม่มากๆ อย่างเช่นตอนที่เริ่มทำคอลเลคชั่นแรกเสร็จต้องหาทางโปรโมท ตอนแรกส่งไปตามเว็ปเยอะๆมาก อย่างตอนนั้นส่งไปให้ Hypebeast, Selectism ส่งไปให้แบบโง่ๆเลย (ฮ่าๆ) เข้าไปดูเขาอีเมลอะไรแล้วลองส่งไป ปรากฏว่าเขาก็ลงให้นะ มันเลยทำให้เรารู้ด้วยว่าเขาไม่ได้สนใจว่าเราจะเป็นใคร ส่วนมากจะโฟกัสที่ผลงานของเรามากกว่า

แล้วปัญหาที่เจอตอนทำแบรนด์แรกๆเลยมีอะไรบ้าง

อย่างแรกเลยค่าใช้จ่ายที่แพงมาก เพราะเราเริ่มต้นทำแบรนด์ที่นิวยอร์ก เราเลยอยากให้เป็น Made in USA ด้วย ทุกอย่างแพงหมดทั้งผ้า การตัดเย็บ พอทำเสร็จเราต้องถ่าย Lookbook เพื่อส่งไปให้ Buyer ร้านต่างๆได้ดู และที่นี้มีการแข่งขันที่สูงมากๆ เพราะนิวยอร์กเป็นเมืองแห่งแฟชั่น มันไม่ใช่แค่เราเท่านั้น แต่ว่ามันมีคนจากทั่วโลกมารวมกันอยู่ที่นี้ ทุกคนมีความฝันอยากทำเสื้อผ้าอยากเป็นดีไซเนอร์

ทำไมถึงตัดสินใจเลือกที่จะทำเสื้อผ้าผู้ชายมากกว่าเสื้อผ้าของผู้หญิง

โดยส่วนตัวเราเป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าของผู้ชายมากกว่าอยู่แล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน (ฮ่าๆ) เลยตัดสินใจทำเสื้อผ้าผู้ชาย

แล้วเป็นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่มาออกแบบเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย มันมีความยากหรือมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้างครับ

จะบอกว่ายากมันก็ยากนะ ด้วยความที่เราเป็นดีไซเนอร์ผู้หญิง มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ข้อเสียคือเหมือนเราไม่ได้เป็นผู้ชายความรู้สึกว่าใส่แล้วจะรู้สึกยังไง สำหรับข้อดีคือเราได้มุมมองของความเป็นผู้หญิง เหมือนกับเวลาเรามองผู้ชายสักคนแต่งตัวเท่ห์ๆ มองว่าถ้าใส่แบบนี้จะดูออกมาโอเค เราก็ดึงจากตรงนั้นมาใช้เป็นส่วนนึงในการออกแบบ

แล้วมีไอเดียหรือหาแรงบันดาลใจจากไหนมาใช้ในการออกแบบ

แรงบันดาลใจส่วนมากมาจากผู้คนและพวก SubCulture ต่างๆ และส่วนตัวก็ชอบทำกิจกรรมอะไรที่แนวๆนี้อยู่แล้ว จะว่าเป็นพวกสตรีทคัลเจอร์ก็ได้เพราะเราก็ชอบแบบนี้มานานแล้ว เรามองว่าคนพวก SubCulture เขาแต่งของเขาแบบนั้นมานานแล้ว มีความเป็นตัวเองสูงไม่ได้ตามใคร ซึ่งตรงนี้เราก็ปรับมาใช้เข้ากับเสื้อผ้าของเรา

คิดว่า SSAP แตกต่างจากเสื้อผ้าแบรนด์อื่นยังไงบ้าง

จริงๆแล้วก็ไม่ได้ถึงกับแตกต่างจากแบรนด์อื่น 100 % นะ ด้วยความที่แบรนด์ของเราเป็นแนวกลางๆ ที่ดูเรียบๆเน้นดีเทล แต่ยังมีกลิ่นอายของความเป็นสตรีท เป็นแบรนด์ที่ออกแนวผู้ชายมากๆ ซึ่งในไทยยังไม่ค่อยมีแบรนด์ที่เป็นสไตล์นี้

ตอนนี้ได้ย้ายแบรนด์มาผลิตที่ประเทศไทยแล้วใช่ไหมครับ

ใช่ค่ะ หลังจากที่ทำแบรนด์ที่นู้นได้ประมาณสองปี ก็ย้ายกลับมาอยู่ที่ไทย เลยต้องย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยด้วย แต่ว่ายังมีส่งเสื้อผ้าไปขายอยู่ที่นู้นเหมือนเดิม

แล้วพอกลับมาทำแบรนด์ที่ไทยต้องปรับตัวหรือเจอปัญหายังไงบ้าง

มีการปรับเปลี่ยนทั้งเรื่องของการผลิต และการปรับตัวในช่วงแรกๆ เพราะเราเรียนจบแฟชั่นจากที่นู้นมา คุ้นเคยกับระบบการทำงานในแบบของที่นิวยอร์ก กลับมายังไม่ค่อยเข้าใจตลาดของที่ไทยหรือการโปรโมท เหมือนกับว่าบางทีต้องเอาเสื้อผ้าให้ดาราหรือคนดังใส่ด้วยหรอ รวมถึงการออกแบบที่บางครั้งสำหรับที่ไทยดูเรียบไป หรือว่ากลุ่มลูกค้าของเราที่นี่จะเป็นแบบไหน ใช้เวลาปรับตัวอยู่สักพักก็เริ่มเข้าที่ และปัญหาที่เจอเลยตอนนี้คือที่ไทยเนี่ย ในการผลิตแต่ละครั้งเป็นจำนวนที่เยอะพอสมควร อย่างที่นิวยอร์กเราสามารถทำแค่ตัว Sample เพื่อไปเสนอตามร้านต่างๆ แต่ที่ไทยเราต้องแบกรับความเสี่ยงเลยเพราะต้องผลิตในทีเดียว และเราต้องคิดอีกด้วยว่าจะผลิตไซส์ไหนเยอะไซส์ไหนน้อย

ในอนาคตเรามีโอกาสที่จะเห็นช็อปแบรนด์ SSAP ในไทยบ้างหรือเปล่า

สำหรับตอนนี้เรามองว่าแบรนด์ยังไม่พร้อมที่จะเปิด อยากให้มีกลุ่มลูกค้าที่เยอะกว่านี้ เพราะว่าการเปิดช็อปเป็นอะไรที่ลงทุนเยอะมาก คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก แต่ในอนาคตถ้าพร้อมทุกอย่าง ก็คิดว่าคงได้เปิดช็อปอย่างเป็นทางการ

Soul4street ต้องขอขอบคุณที่ให้โอกาสเรามาสัมภาษณ์ในครั้งนี้

ขอบคุณมากเช่นกันค่ะ

ติดตามแบรนด์ SSAP ได้ที่

CAZH , Bangkok
Gin&Milk, Bangkok
SSAP Sakol Project Fall/Winter 2016 
stockists
CAZH, Bangkok
Onion Bangkok
Less Taiwan, Taipei
Goose Barnacle, Brooklyn

 

Webshop : www.ssapnyc.com

Facebook : www.facebook.com/SSAPNYC

Photographer :Supasin Daungkrajan

Editor

skull_skull ( 3058 posts )
-

RELATE BLOG