สัมภาษณ์วง Thaitanium ว่าด้วยประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกันอย่างงดงามผ่านโมเดล Nike Air Max 1

สำหรับคนที่อยู่ในวงการเพลงมาเป็น 20 ปี คิดอย่างไรกับวิวัฒนาการของดนตรีฮิปฮอป และคิดว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของ Street Fashion อย่างไร ?

"ตามไทม์ไลน์ในอดีตดนตรีฮิปฮอปและสตรีทแฟชั่นเกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน แต่สำหรับในประเทศไทย ดนตรีฮิปฮอปมันมาพร้อมกับ "การเต้นเบรคแดนซ์" ซึ่งมันควบคู่กันมาเป็นแพ็คเกจกับการแต่งตัวสไตล์ฮิปฮอป เราจะเห็นได้ว่า บนเวทีประกวดแฟชั่นก็มีการนำเพลงฮิปฮอปมาช่วยขับอารมณ์เสริมบรรยากาศ และในขณะเดียวกันบนเวทีฮิปฮอปก็มีเรื่องของสตรีทแฟชั่นเข้ามาเพิ่มสีสันด้วยเช่นกัน ดังนั้นสตรีทแฟชั่นและดนตรีฮิปฮอปมันคือของคู่กันอยู่แล้ว "

ส่วนตัวแล้ว วง Thaitanium มีสไตล์การแต่งตัวเป็นอย่างไร ?

โดยปกติแล้วพวกเราแต่งตัวกันหลากหลายแนว แล้วแต่อารมณ์ในแต่ละวัน แต่ถ้าพูดถึงเรื่องช่วงอายุตอนเด็กเราก็จะแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะตามกระแสกันไป (หัวเราะ) พอตอนโตตัวเลือกเรามีมากขึ้น บวกกับประสบการณ์ที่ถูกหล่อหลอมมา มันทำให้เราเลือกสไตล์ที่เป็นของตัวเอง อย่างพวกผม 3 คนก็แต่งตัวกันคนละแนวนะ อย่างผม (ขัน) ก็จะชอบแนวเรียบง่าย ไม่เยอะไม่น้อยจนเกินไป ไลฟ์สไตล์ผมก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ชอบใส่อะไรที่อยู่ได้นาน ๆ ไม่เอาท์แฟชั่น ซื้อแล้วใส่ได้เรื่อยๆ

รู้สึกอย่างไรกับที่สุดของรองเท้าแอร์แม็กซ์ อย่างรุ่น Air Max 1 Master นี้ และคิดว่ามันเข้ากับวัฒนธรรมหรือดนตรีสไตล์ฮิปฮอปอย่างไร ?

เท่มากครับ ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามันดูโดดเด่นก้าวกระโดดออกมาจากรุ่นอื่น ๆ เลย แต่ก็ยังมีความพอดีในตัวของมัน เพราะความท้าทายคือสีของรองเท้าคู่นี้มันเยอะมาก แต่สามารถเอามาประกอบกันด้วยความพอดี ไม่ใช่ว่าสีเต็มไปหมดทั้งคู่ จนไม่รู้จะเลือกใส่กับอะไรดี ด้วยความที่สีหลักของมันคือสีดำ แล้วมีสีอื่นมาช่วยประกอบ ทำให้เราสามารถใส่เสื้อผ้าให้เข้ากับสีต่าง ๆ เหล่านั้นได้ แต่งตัวได้ง่าย เป็นการผสมผสานได้ดีและเป็นรองเท้าที่สวยมากครับ 

โดยส่วนตัวคุณชอบรองเท้าแอร์แม็กซ์รุ่นไหนมากที่สุด ?

ผมชอบ ไนกี้แอร์แม็กซ์ วัน ที่สุด เห็นรุ่นนี้มาตั้งแต่เด็กตอนที่มันออกมาตอนแรกเลย ตอนนั้นผมก็สงสัยว่าอะไรคือแอร์ อะไรคือยางที่มีลมอยู่ข้างใน พอเรารู้เราก็มีความรู้สึกว่ามันวิเศษมาก มันเป็นเหมือนการปฏิวัติรองเท้าผ้าใบเลย หลังจากนั้นมันก็ติดตาเรามาตลอด จดจำมาตลอดว่านี่คือรองเท้าที่เราอยากได้ ไม่ว่าคู่อื่นจะสวยแค่ไหน แต่คู่แรกสำหรับผมคือ คู่ที่สวยที่สุดครับ ในสมัยนั้นตอนที่มันออกมาแรก ๆ คือมันยังไม่มีรองเท้าไหนที่เด่นสวยออกมาเท่าคู่นี้เลยนะ

คิดอย่างไรกับการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยในวงการฮิปฮอปในปัจจุบัน และพัฒนาการของวงการแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มแฟนเพลงฮิปฮอปในปัจจุบันนี้ว่าแตกต่างจากอดีตอย่างไร

ผมคิดว่าในช่วง 15 – 20 ปีที่ผ่านมา วิวัฒนาการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยไปไกลมาก จากเมื่อก่อนที่แต่งตัวดูเป็นทางการมาก ใส่กางเกงสแล๊ค ใส่เสื้อเชิ๊ต หมดทั้งประเทศ ถ้าผมเป๋ก็เป๋ทั้งประเทศ ตอนนี้คือแต่ละคนมีสไตล์แต่งตัวที่เป็นตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเวลาจะซื้อเสื้อผ้าก็ซื้อได้จำกัด ใครเอาอะไรมาขายก็ซื้อได้แค่นั้นเท่าที่เห็น แต่เดี๋ยวนี้มันก็มีการซื้อของออนไลน์เกิดขึ้น อินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลมากในตอนนี้ มีการรับของมาขายบ้าง เป็นตัวแทนจำหนายบ้าง มันก็เป็นความสนุกที่เห็นคนแต่งตัวตามแฟชั่นที่หลากหลายมากขึ้น หาอะไรแปลกๆมาใส่กัน บ้านเมืองมีสีสันมากขึ้น เรียกว่าตอนนี้อะไรที่ต่างประเทศมี เมืองไทยก็มีเกือบหมดแล้วครับ น้อยมากที่จะไม่มี ต่างจากเมื่อก่อนที่เวลาอยากได้อะไรแปลก ๆ ก็ต้องไปที่ต่างประเทศเท่านั้นถึงจะมี

เห็นว่าทางวงไทยเทเนี่ยมกำลังมีแผนเปิดซิงเกิ้ลใหม่ ตอนนี้คืบหน้าไปถึงไหน พอจะเล่าให้เราฟังได้ไหมว่ามีอะไรพิเศษสำหรับการเปิดซิงเกิ้ลเพลงนี้ และทางวงมีแรงบันดาลใจอย่างไร

ก็ไม่ถึงกับนำเพลงยุค 70s หรือ 80s มาทำเลยซะทีเดียว เราได้เลือกเพลง “สบายดีหรือเปล่า” ของ XYZ มาทำใหม่ โดยเปลี่ยนคอนเซ็ปท์ของเพลง พูดถึงเรื่องราวของเพื่อนที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้วหรือคนที่เรารัก น่าจะเป็นเพลงที่ฟังง่าย โดนใจใครหลาย ๆ คนครับ

อย่างที่ทราบกันดีว่ารองเท้า Nike Air Max 1 ‘Master’ ที่กำลังจะวางขายวันเสาร์นี้คือการนำเอาจุดเด่นของแอร์แม็กซ์รุ่นก่อนหน้ามาผสมผสานกัน ซึ่งไอเดียนี้มีส่วนคล้ายหรือเหมือนการทำเพลงฮิปฮอปอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่น ถ้าพูดถึงดนตรีฮิปฮอปทั่วโลก ผมคิดว่าถ้ายิ่งมีการผสมผสานยิ่งน่าสนใจครับ มันก็เหมือนแอร์แม็กซ์คู่นี้ที่เป็นการทำฟิวชั่น คือ เอาสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละยุคแต่ละดีไซน์มารวมเป็นหนึ่งเดียว เป็นมาสเตอร์ วัน (Master 1) นี่หละครับ อย่างสมัยนี้มูฮัมเหม็ด (Isa Muhammad) ก็ไปทำเพลงกับฮิปฮอป หรือเพลงฮิปฮอปไปทำเพลงกับจอห์น เมเยอร์ (John Mayer) ยิ่งมันข้ามสายกันมากเท่าไหร่มันยิ่งน่าสนใจ เพราะว่าคนทั่วโลกตอนนี้ก็ใช้อินเตอร์เน็ทกันทั่วโลก มันกลายเป็นวันเวิลด์ (one world) ไปแล้ว มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คนแยกจากกัน ตอนนี้มันหลอมรวมกันหมด (Globalization) ผมคิดว่ายิ่งมีการผสมผสาน มันก็ยิ่งน่าสนใจ

หากพูดถึงเพลงฮิปฮอปที่ดีที่สุดหลายคนจะพูดถึงช่วง Golden Era หรือยุค 90s เช่นเดียวกับรองเท้าแอร์แม็กซ์หลายรุ่นที่เกิดขึ้นในยุคนั้น อยากให้ลองพูดถึงความประทับใจเกี่ยวกับดนตรีหรือแฟชั่นในยุคนั้น?

ในช่วงนั้นเพลงฮิปฮอปกำลังดังขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่ดังเท่ายุคนี้  ไม่ได้อยุ่แนวหน้าขนาดนี้ ยังไม่ถึงรางวัลออสการ์ รางวัลแกรมมี่ขนาดนั้น มันเป็นช่วงที่กำลังรอที่จะโตอยู่ ซึ่งก็คือช่วงต้น 90s แต่พอมาช่วงหลังปี 95s – 2000s เป็นช่วงที่ฮิปฮอปโตเร็วมาก เพราฉะนั้นช่วงก่อนปี 95s เนี่ยะเป็นช่วงที่ฮิปฮอปมันบริสุทธิ์ (pure) มากๆ เป็นช่วงของนักร้องฮิปฮอปที่ต้องแสดงฝีมือกันจริงๆ ถ้ามีการเลียนแบบกันนี่เรียกได้ว่าโดนด่าเลย คนจะไม่เอาเลย แต่สมัยนี้ถ้าลองฟังดูมันอาจจะฟังดูเหมือนๆกัน ซึ่งมันก็ไม่ผิดแล้ว แต่สมัยก่อนถ้าร้องใกล้เคียงกันมาก ก็จะเกิดการโดนด่ากันเลย ข้อจำกัดพวกนี้ทำให้การที่จะเกิดเป็นฮิปฮอปตัวจริงในสมัยนั้นเป็นเรื่องยากมากๆกว่าสมัยนี้มาก อันนี้ก็เป็นส่วนของการทำเพลง

ถ้าเรื่องแฟชั่นก็คล้ายๆกันครับ ความเป็นดั้งเดิม (original) สมัยก่อนสำคัญมาก เพราะเวลาคนเห็นนักร้องออกมาร้องเพลงแต่งตัวยังไง ผู้คนก็จะจำภาพลักษณ์แบบนั้นไปตลอด พอเขาเห็นเราแต่งตัวก็จะบอกได้ว่าแต่งตัวเหมือนคนนั้นเลย ซึ่งสมัยนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น ทำให้สมัยก่อนต้องคอยสร้างภาพใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ เพื่อให้ดูโดดเด่น ให้ถูกใจคนดู ให้แตกต่างจากคนอื่น เหมือนแต่งตัวเพื่อให้คนจำเราได้ เป็นยุคที่มีต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ ครับ ทำให้เราเรียกยุคนั้นว่า Golden Era ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลงหรือแฟชั่น มันต้องคิดเยอะ อย่างสมัยนี้บางทีเรายังพูดกันเลยว่า กลับไปทำแบบยุค 70s กลับไปยุค 80s หรือกลับไปยุค 90s มันมีส่วนอ้างอิง (references) ถึงเยอะ ยุคนั้นมันยังใกล้เคียงกัน ไม่เก่าพอที่จะย้อนกลับไป ยุคนั้นเขาจะสร้างอะไรเพื่อให้เดินไปข้างหน้า มากกว่าที่จะมองย้อนกลับไปหานะ

Editor

Beautibew ( 1748 posts )
ไม่เท่ห์ครับ

RELATE BLOG