ตำนานสตรีทแวร์และสตรีทไอคอนผู้ยิ่งใหญ่: A Bathing Ape และ Nigo

ตลอดปี 2017 ทีผ่านมา BAPE ถิอเป็นแบรนด์ที่สร้างกระแสในวงการสตรีทและเป็นหนึ่งในแบรนด์เรียกที่เรียกได้ว่าโคตร “Hype” ไม่แพ้แบรนด์อื่นเลย พูดได้เลยว่าหลายๆคนที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมสตรีทจะต้องรู้จัก Nigo และแบรนด์ของเขา “A Bathing Ape” อย่างแน่นอน และสำหรับปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่น่าสนใจสำหรับ Streetwear เพราะเหมือนว่าตอนนี้กำลังจะกลายเป็นกระแสหลักไปทั่วโลก

ในยุคที่เพลงและแทบทุกอย่างสามารถหาได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วคลิ๊ก วัยรุ่นส่วนใหญ่ก็เริ่มที่จะสนใจและเอาเงินไปลงกับแฟชั่นและเสื้อผ้ามากขึ้นเพื่อที่จะแสดงตัวตนของตัวเอง เราจะได้เห็นเด็กวัยรุ่นใส่เสื้อ Bogo ได้ทั่วไปในเมืองใหญ่ๆ หรือเด็กหกขวบไปจนถึงคุณลุงที่กำลังมองหา Yeezy ซักคู่ หรือแม้กระทั่ง Palace ที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของเด็กแก๊งยุคใหม่ไปซะแล้ว

หลายๆอย่างไม่ได้เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรก เมื่อหลายปีก่อนการซื้อ Supreme ในลอนดอนนั้นอาจจะมีแค่กลุ่มคนประมาณ 20 คนแข่งกันเข้าไปจับจองหมวกซักใบ ต่างจากทุกๆวันนี้ที่ช๊อป Supreme นั้นเต็มไปด้วยคนเข้ามาแคมป์ให้เห็นทุกๆวัน และในยุคที่ความ Hype นั้นร้อนแรงกว่าทุกที ดูเหมือนว่าคนจะหลงลืมเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสไตล์ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 25 ปี และแบรนด์ที่สามารถอธิบายเรื่องราวที่ว่าได้ก็คือ “A Bathing Ape”

BAPE ได้กลายเป็นแบรนด์ที่เข้าสู่แฟชั่นและเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคกระแสหลัก เสื้อลาย Camo ประดับด้วยตรา BAPE ดูเหมือนจะเป็นของที่ต้องมีสำหรับวัยรุ่นในยุคนี้ สิ่งที่ทำให้ BAPE เป็นมากกว่าแบรนด์กระแสคือประวัติและอิทธิพลของตัวแบรนด์และ Nigo ผู้ก่อตั้ง จริงอยู่ที่ Supreme นั้นเป็นเหมือนสุดยอดเครื่องจักรแห่งความ Hype แต่ว่า A Bathing Ape ต่างหากคือแบรนด์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเป็นที่เป็น “Lifestyle Brand” อย่างแท้จริง

 

จุดเริ่มต้น BAPE

A Bathing Ape มีจุดเริ่มต้นใน Ura-Harajuku ช่วงต้นปี 90 เหมือนกับ Streetwear ไอคอน อื่นๆ เช่น Neighborhood ของ Shin Takazawa, WTaps ของ Tetsu Nishiyama, Sk8thing, Hiroshi Fujiwara และอีกหลายๆแบรนด์ จริงๆแล้วคนพวกนี้เป็นเพื่อนกันมาก่อนซึ่งต่างคนก็ไปทำกิจการของตัวเองและคอยช่วยเหลือกัน

หลังจากทำงานเป็น Stylist และ Editor ให้กับนิตยสาร Popeye Nigo เปิดร้านเป็นของตัวเองชื่อว่า “Nowhere” โดยทำร่วมกับ Jun Takahashi ที่เป็นเจ้าของ Undercover และหลังจากทำงานกับ Sk8thing แบรนด์ A Bathing Ape หรือ BAPE ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้น

Nigo เป็นแฟนตัวยงของ Pop culture ในช่วงศตวรรษที่ 20 ซึ่งชื่อของแบรนด์นั้นก็มีที่มาจากหนังเรื่อง Planet of Apes และสำนวนญี่ปุ่น “A bathing ape in lukewarm water” พูดถึงความขี้เกียจของคนญี่ปุ่นที่นั่งแช่น้ำร้อนแบบเรื่อยเปื่อยจนน้ำเย็นลง Nigo เลือกใช้ชื่อนี้เพราะเหมือนว่าเขาพยายามที่จะจิกกัดความขี้เกียจและบริโภคอย่างไม่ลืมหูลืมตาของวัยรุ่นญี่ปุ่น

 

ความยิ่งใหญ่ของ BAPE ในญี่ปุ่น

ร้าน Nowhere ภายใต้การนำของ Nigo กลายเป็นรากฐานของกระแสใน Ura-harajuku เพราะกลิ่นอายการผสมผสานระหว่างแบรนด์สตรีทอเมริกันและความเป็นสปอร์ตแวร์ A Bathing Ape ได้สร้างนิยามที่เรียกว่า “Urahara style” หรือ Underground Harajuku ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์และเสื้อผ้าจากฝั่งอเมริกัน ควบคู่ไปกับแบรนด์ใหญ่เช่น Neighborhood หรือ Hysteric Glamour

หลังจากได้รับความช่วยเหลือจาก Stüssy และ James Lavell แห่ง UNKLE & Mo’Wax records, BAPE พัฒนาตัวเองกลายเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นใน Tokyo และเป็นเหมือนช๊อปลับสำหรับชาวต่างชาติ การแพร่กระจายของ BAPE เกิดขึ้นจากการเล่าปากต่อปากของคนมีโอกาสไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วได้เสื้อผ้าหรือแมกกาซีน BAPE ติดไม้ติดมือมาด้วย

 

พลังความ Exclusive ของ BAPE

BAPE นั้นเป็นที่รู้กันถึงเรื่องจำนวนสินค้า ที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัด ทำให้ BAPE เป็นไอเทมล้ำค่าที่ไม่สามารถหามาใส่กันได้ง่ายๆ และความที่มันหายากนี่แหละทำให้ตัวสินค้ามีความพิเศษ เดิมทีตอนที่ Nigo เริ่มกิจการใหม่ๆ เขาไม่ได้มีงบในการลงทุนมากนัก ทำให้เขาสามารถสั่งผลิตเสื้อเชิร์ตได้แค่ราวๆ 50 ตัวต่อสัปดาห์ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ชอบไอเดียที่ทุกคนแต่งตัวเหมือนๆกันหมด

ในปี 1998 มีประมาณ 40 ร้านในญี่ปุ่นที่มีสินค้าของ BAPE แต่ว่า Nigo ก็ตัดสินใจยกเลิกการขายส่งแล้วก็มาโฟกัสที่สาขาหลักในโตเกียวอย่างเดียว ด้วยการตัดสินใจอันเฉียบขาดของ Nigo ยอดขายของแบรนด์ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถือว่าเป็นจุดแรกเริ่มของความ Hype ที่ทุกคนเริ่มออกล่าสินค้าที่มีจำนวนจำกัดจนกลายเป็นวัฒนธรรมการต่อคิวที่เราเห็นๆกันอยู่ทุกวันนี้

 

ปีของ Pharrell

ในช่วงปลายปี 90 จนถึงต้นปี 2000 เป็นปีทองของ BAPE ซึ่งทำยอดขายได้อย่างยอดเยี่ยมในญี่ปุ่น แถมตัวพ่อแห่งวงการแร๊ปอย่าง Notorious B.I.G ก็ให้ความสนใจและนำ BAPE เข้าสู่กระแสวัฒนธรรม Hip-hop และหลังจากนั้น Nigo ก็ได้พบกับ Pharrell Williams

BAPE กับ Pharrell ดูเหมือนจะเป็นการผสมผสานที่ลงตัว เนื่องด้วยความที่ BAPE เป็นแบรนด์ค่อนข้างฉูดฉาดในเรื่องสไตล์บวกกับ Pharrell ที่เป็นเหมือนไอค่อนของวัยรุ่น ถึงแม้ว่าสินค้าจะยิ่งหายากขึ้นไป แต่ว่าก็ไม่สามารถหยุดกระแสความนิยมที่มีต่อแบรนด์ได้

หลังจากที่ BAPE ทำการคอลแลปกับ Billionaire Boys Club และ Ice Cream ของ Pharell เสื้อ Oversized ลวดลายสีสันฉูดฉาดก็ได้ขยับขึ้นเป็นเทรนด์ของ Hip-hop แฟชั่นรุ่นใหม่ และในปี 2005 และ 2006, BAPE ได้เปิดสาขาหลักนอกประเทศครั้งแรกที่ New York กับ Los Angeles และในเวลาใกล้เคียงกันก็ได้ Kanye West มาออกแบบรองเท้าให้อีกด้วย

จุดเปลี่ยนอีกอย่างคือช่วงปี 2007 ในเอ็มวีเพลง Crank Dat ของ Soulja Boy เสื้อผ้าคอลเล็กชั่นของ BAPE พร้อมกับท่อนแร๊ปที่ว่า “I got me some Bathin’ Ape” ทำให้ BAPE กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม Hip-hop อย่างเต็มตัวและถูกสถาปนาให้หนึ่งในไอเทม Streetwear สุดเจ๋งที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

 

ความเสื่อมถอยของแบรนด์และการลาออกของ Nigo

ถึงแม้ว่า BAPE จะเปิดตัวและประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในอเมริกา BAPE ก็ต้องประสบปัญหาหลายๆอย่างตามมา ด้วยความหายากและราคาที่แพงสุดๆ ทำให้เกิดวัฒนธรรมการซื้อของปลอมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆซึ่งส่งผลกระทบค่อนข้างมากกับตัวแบรนด์ BAPE กลายเป็นแบรนด์กระแสที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในอเมริกา ไม่เหมือนกับตอนที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น ในปี 2010 A Bathing Ape กลายเป็นแบรนด์ตกกระแสและมีข่าวออกมาว่าบริษัทเป็นหนี้ถึง 22.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ Nigo ก็ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO และในปี 2011 BAPE ได้ถูกขายให้กับ I.T กลุ่มบริษัทแฟชั่นในฮ่องกงในราคาแค่ 2.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในสองปีถัดมา Nigo ก็ยังอยู่กับบริษัทเพื่อช่วยในเรื่องที่บริษัทกำลังเปลี่ยนมือ และในเวลาเดียวกันก็ได้ออกคอลเลคชั่นในฐานะ Creative Director ให้กับ Uniqlo

 

BAPE ในทุกวันนี้

หลังจากการเปลี่ยนมือผู้บริหาร BAPE ได้เปลี่ยนไปจากแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เรื่องความหายากและเซอร์ไพรส์ที่มีให้ผู้บริโภค กลายเป็นแบรนด์ Streetwear ร่วมสมัยที่เหมือนจะทำมาเอาใจผู้บริโภคกระแสหลักไปซะมากกว่า แจ๊คเก็ตลายฉลามที่เคยเป็นแรร์ไอเทมได้กลายเป็นสินค้าปล่อยออกมาแทบจะทุกๆซีซั่นและลายพรางอันขึ้นชื่อของ BAPE ก็ได้เป็นหนึ่งในลายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในสไตล์ Streetwear ร่วมสมัย ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน BAPE อาจจะไม่ได้มีความใกล้เคียงกับที่มันเคยเป็นเลย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ยังเป็นแบรนด์ที่เป็นนิยามของความ Hype และผู้บริโภคก็ยังกระหายที่จะซื้อไม่ว่าจะออกสินค้าอะไรมา

 

ซื้อ BAPE ออนไลน์

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการหาซื้อ BAPE ในสมัยก่อนก็คือการหาร้านขายปลีกที่เชื่อถือได้ในอินเตอร์เน็ต ทำให้คนซื้อต้องไปคอยวัดดวงเอาใน eBay หรือว่าในฟอรั่มออนไลน์ ทว่าในทุกๆวันนี้เรื่องที่ว่าก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นประเด็นเท่าไหร่แล้ว เพราะว่าตัว BAPE เองก็มีเว็ปไซต์เป็นของตัวเอง บวกกับเว็ปไซต์ Retailer ที่เชื่อถือได้หลายๆเว็ปเช่น END, Selfridges และ Undefeated และเว็ปไซต์อื่น ทำให้การล่า BAPE ทั้งคอลเล็กชั่นเก่าๆและใหม่กลายเป็นเรื่องที่สะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่คนซื้อจะได้ของปลอมไปก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหน แต่ว่าในสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะ Legit check หรือตรวจสอบว่าสินค้าว่าเป็นของแท้หรือไม่โดยเราสามารถหาวิธีพวกนั้นได้ง่ายๆจากใน Google

 

BAPE จากช๊อป

ตั้งแต่มีการเปลี่ยนผู้บริหาร BAPE ดูเหมือนจะเข้าถึงคนซื้อได้มากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านทางออนไลน์ที่ว่าทางช๊อปที่คนซื้อสามารถลองใส่ก่อนที่จะซื้อจริงได้ด้วย BAPE มีช๊อปทางการอยู่ใน London รวมถึงช๊อปของ END ที่ตั้งอยู่ใน Newcastle และ Glasgow ส่วนในอเมริกาที่เดิมทีมีช๊อปทางการอยู่ที่ New York อยู่แล้ว ก็ยังมีช๊อป Retailer อยู่ตามทีต่างๆเรียกได้ว่าครอบคลุมทั่วทั้งประเทศเลยทีเดียว ในส่วนฝั่ง Asia ถ้าไม่นับญี่ปุ่น ก็มีหลายๆประเทศที่มีช๊อป BAPE ตั้งอยู่ เช่น จีน, ฮ่องกง, สิงค์โปร์, เกาหลี, ไทเป และรวมถึงประเทศไทยด้วย

 

ทำไม BAPE ถึงมีราคาแพง

มีการตั้งคำถามอย่างหลากหลายว่าทำไม A Bathing Ape มันถึงได้แพงนัก? มีการพูดถึงหลายๆปัจจัยที่ไม่ใช่แค่ปัจจัยทางแฟชั่นแต่อาจะรวมถึงปัจจัยทางการผลิตและมุมมองต่อสินค้าของคนญี่ปุ่นด้วย แต่ความเป็นจริงก็คือเรื่องพวกนั้นเหมือนจะไม่ใช่ปัจจัยหลักซะทีเดียว สินค้าส่วนใหญ่ของ BAPE ถูกผลิตในจีนและตัวคุณภาพสินค้าก็อยู่ในระดับดีแต่ก็ไม่ถึงกับดีมาก และในญี่ปุ่นเอง ตัวแบรนด์ก็ไม่ใช่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมแบบโอเว่อร์ ที่จริงคือค่อนไปทางเฉยๆซะด้วยซ้ำ

แต่ถ้าลองคิดดูดีๆและนึกย้อนไปถึงประวัติและสไตล์ของแบรนด์แล้ว ที่ BAPE นั้นแพงก็เป็นเพราะว่าความ “Hype” ที่มีอยู่ในตัวแบรนด์นั่นเอง ซึ่งความ Hype ว่าก็เกิดจากผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นเงินเหลือๆที่ไม่รู้จะหาอะไรเท่ๆใส่ และตัวแบรนด์เองก็ตอบสนองค่านิยมความขี้เกียจของวัยรุ่นพวกนั้นซึ่งเห็นได้จากที่มาของชื่อ A Bathing Ape นั่นเอง

 

เบื้องหลังแจ๊คเก็ตฉลามในตำนาน (BAPE Shark Hoodie)

BAPE มีสินค้าที่เป็นที่รู้จักมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือแจ๊คเก็ตฉลามที่ถือได้ว่าเป็นไอเทมตำนานของ BAPE เลยทีเดียว มันถูกปล่อยออกมาครั้งแรกในปี 2004 ด้วยสไตล์ที่ถือว่าค่อนข้างแปลกบวกกับรายละเอียดที่โดดเด่นรวมถึงความหายากทำให้คนใส่รู้สึกโดดเด่นและพิเศษกว่าคนอื่น ส่วนลายฉลามนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากลายฉลามที่มักติดตามหัวเครื่องบินหรือเรือรบผสมกับลาย Camo และซิปที่คลุมทั้งหัวก็ทำให้คนใส่สามารถถ่ายรูปเท่ๆฉีกไปจากแจ๊คเก็ตทั่วๆไป

แม้ว่าแจ๊คเก็ตฉลามจะสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้นในทุกวันนี้ มันก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในไอเทมตำนานที่ชาว Street ทุกคนหวังจะครอบครองให้ได้อยู่ดีเพราะว่าความโดดเด่นของมัน และในราคา Retail ที่สูงถึง 300 ดอลล่าร์สหรัฐทำให้ทุกคนที่เห็นอดที่จะเหลียวมองไม่ได้ ทำให้คนใส่รู้สึกเท่โคตรๆและแถมได้กึ่งอวดรวยไปในตัวด้วย

 

เบื้องหลังลาย Camo

ลาย Camo ของ BAPE เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์มาตลอดสองทศวรรษ ที่มาของมันก็มาจากการทำเลียนแบบลายทหารของเสื้อผ้าทหารซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้วไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นแต่รวมถึงทั้งโลก แต่ความโดดเด่นของ BAPE Camo คือความสร้างสรรค์ในการผสมลายพรางสำหรับล่าเป็ดกับลายการ์ตูนเข้าด้วยกัน ซึ่งญี่ปุ่นเองก็เป็นที่รู้จักในเรื่องความมุ้งมิ้งและตัวการ์ตูนเช่น Hello Kitty ที่มีต้นกำเนิดอยู่ใน Tokyo ด้วย ทำให้เสื้อผ้าลายพรางที่อาจจะดูแก่หรือจริงจัง กลายเป็นอะไรที่มีความแนวและเป็นวัยรุ่นมากขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่เชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ Nigo ก็คือ Andy Warhol บิดาแห่ง Pop art ความเหมือนของทั้งสองคนนี้คือการพยายามทำให้สิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันกลายเป็นศิลปะ สร้างสรรค์การผสมผสานระหว่าง High และ Low culture ทำให้เกิดลาย Camo ที่ไม่ใช่แค่สีเขียวแต่มีสีอื่นเช่น แดง, ชมพู, น้ำเงิน ด้วย

หลายๆปีที่ผ่านมาที่ A Bathing Ape ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาเช่น อุปกรณ์ตกปลา ตุ๊กตา ถุงยาง หรือแม้กระทั่งม้วนกระดาษทิชชู่ ที่ดูเหมือนจะเป็นของใช้ทั่วไปแต่ทันทีที่มันถูกประดับด้วยลาย Camo มันก็ไม่ใช่ของทั่วไป ด้วยพลังแห่ง “BAPE” ทำให้กระดาษทิชชู่กลายเป็นงานศิลปะที่มีค่ามากกว่าคุณค่าแต่เดิมของตัวมันเอง

 

A Bathing Ape X Adidas Originals

BAPE กลับมาเขย่าวงการสตรีทอีกครั้งไม่นานมานี้ด้วยการปล่อยงานคอลแลปกับรองเท้าสุด Hype อย่าง Adidas NMD ซึ่งขายหมดแทบจะในพริบตา ไอเดียของการร่วมมือกันของสองฝั่งเริ่มต้นในช่วงต้นปี 2000 ตอนที่ Nigo ได้รู้จักกับ Gary Aspden ที่ปรึกษา Adidas และผู้ก่อตั้ง Adidas Spezial ซึ่งทำให้เกิดรองเท้ารุ่น Super Ape Star ที่เป็นการผสมกันของ BAPE และรองเท้ารุ่นยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Adidas Superstar และก็รุ่น Super Ape Skate

ในสมัยก่อนการเอาเสื้อผ้ากีฬามาคอลแลปกับแบรนด์อื่นที่ไม่ใช่แบรนด์กีฬายังไม่ถือว่าเป็นที่นิยมในฝั่งตะวันตก และก็เป็น Adidas กับ BAPE ที่ฉีกกฎที่ว่าการคอลแลปจะเกิดขึ้นไดจากแบรนด์ที่อยู่ในวงการเดียวกันเท่านั้น ซึ่งการเดินหมากของทั้งสองฝั่งก็ถือได้ว่าเฉียบเลยทีเดียว

จาก BAPE มาถึงแบรนด์ Human Made

หลังจากที่ Nigo ขาย BAPE ไปในปี 2011 เขาก็ไม่ได้หยุดที่จะสร้างผลงานด้านแฟชั่น ขณะที่เขาทำงานเป็น Creative Director ให้กับ BAPE เขาก็ได้ออกแบรนด์ใหม่ที่มีชื่อว่า Human Made ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Workwear ของชาวอเมริกันกับสไตล์ Vintage Human Made นั้นเหมือนจะเป็นด้านตรงข้ามของ BAPE ที่มีสไตล์สดใสและค่อนข้างล้ำยุคแต่ว่ากลิ่นอายของ Nigo และ BAPE ก็ยังคงมีให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นโลโก้รูปหน้าลิงรวมถึงวลีจากหนังเรื่อง Planet of the Apes และก็ราคาที่แพงโคตรๆเหมือนเดิม

 

จาก BAPE มาถึงแบรนด์ AAPE by A Bathing Ape

หลังจากที่ Nigo ลาออกจาก BAPE ก็มีข่าวลือหลายๆอย่างออกมาเกี่ยวกับสาเหตุการลาออกซึ่งอันที่น่าเชื่อถือที่สุดก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ว่าสภาพการเงินของบริษัทเริ่มตกต่ำลงและสาเหตุก็มาจากพฤติกรรมการใช้เงินอย่างมือเติบของตัว Nigo เอง

ไม่ว่าข่าวลือจะจริงหรือไม่ สิ่งแรกที่ BAPE ทำหลังจากเปลี่ยนทีมบริหารก็คือพยายามสร้างโมเดลธุรกิจที่มั่นคงและทำเงิน ทำให้สิ่งค้ามีความ Mass มากขึ้น รวมถึงการคอลแลปที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในการเคลื่อนไหวที่ว่าคือการออกแบรนด์ย่อยทีชื่อว่า “AAPE by A Bathing Ape” ที่มีราคาที่ค่อนข้างถูกกว่า BAPE ดั้งเดิมพร้อมกับดีไซน์ที่ต่างออกไปจากเดิมนิดหน่อย นอกจากผู้บริโภคกระแสหลักแล้ว AAPE เหมือนจะถูกทำมาเจาะตลาด Asia ในจีนและฮ่องกงเป็นหลักและมันก็ค่อนข้างทำผลงานได้ดี วัยรุ่นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจกว่ามันจะต่างจาก A Bathing Ape ดั้งเดิมด้วยความที่ว่าว่า AAPE นั้นไม่ได้ต่างจาก BAPE เท่าไหร่แต่กลับกันมีราคาที่ถูกกว่า แต่ว่ามันก็แตกต่างกันในระดับที่สามารถแยกออกจากกันได้ในมุมมองของสาวก BAPE ตัวจริง อีกหนึ่งในการปรับตัวเข้าสู่กระแสหลักของ BAPE ทางแบรนด์ยังได้ออกไลน์เสื้อผ้าเด็กมาอีกตอนหลังด้วย

 

ต่อยอดจาก BAPE มาเป็น A Bathing Ape Black

ย้อนกลับไปในช่วงที่ Raf Simons หรือ Rick Owens กำลังพีคอยู่ในวงการแฟชั่น ทุกๆอย่างก็เหมือนจะวิ่งไปในทางเดียวกันเช่นสีและลายกราฟฟิคที่มีความมินิมอล BAPE ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตามกระแสด้วยการออกคอลเล็กชั่น A Bathing Ape Black ไลน์เสื้อผ้าสีดำทองที่มีจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพและความหรูหราและการเลือก Chris Brown และ Travis Scott มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพิ่มความ High-end ให้กับตัวสินค้ารวมไปถึงราคาด้วย

 

จาก BAPE สู่ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ Uniqlo UT

หลังจากผ่านทั้งขาขึ้นและขาลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2013 Nigo มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงได้มากที่สุดอย่าง Uniqlo และผลงานของเขาก็ได้เชื่อมต่อศิลปินสตรีทรุ่นใหญ่หลายๆคนกับแบรนด์ผ่านทางการคอลแลปเช่น Kaws, Futura, Coca-Cola และก็ Line การเคลื่อนไหวของ Nigo ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมสตรีทแวร์ ทำให้วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มกลายเป็นอะไรที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในกลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น 

 

Reference: Highsnobiety

Editor

akajrkpor ( 656 posts )
the hype is strong with this one

RELATE BLOG