Casio G-Shock กลับมาสร้างปรากฏการณ์ช็อควงการสตรีทแฟชั่นกันอีกครั้ง ด้วยโปรเจค “The Ultimate Tough Match”

    นับเป็นข่าวดีสำหรับสาวกของ G-SHOCK และผู้หลงใหลในสตรีทแฟชั่นทุกคน กับการร่วมมือกันครั้งใหญ่ ระหว่าง Casio G-SHOCK และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย กับแคมเปญที่มีชื่อว่า “G-SHOCK THE ULTIMATE TOUGH MATCH”

“The Ultimate Tough Match” เป็นการสร้างคำใหม่ที่มีความหมายพิเศษถึง ความแข็งแกร่งที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวของแบรนด์ระดับโลกอย่างคาสิโอ จี ช๊อค และแบรนด์ไทยที่ก้าวไปสู่ระดับโลก ซึ่งมีแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในแบบที่เน้นความเป็นผู้นำ กล้าคิดและกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม ความพิเศษของโปรเจคนี้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างคาสิโอ จี ช็อค และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย ถึง 3 แบรนด์ด้วยกัน

    โดยทั้ง 3 แบรนด์ที่กล่าวมานั้น ต่างก็ใช้เอกลักษณ์อันโดดเด่นของตัวเอง มาเป็นคอนเซปต์ในการออกแบบลวดลายบนนาฬิกาได้อย่างลงตัว แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง (Absolute Toughness) อันเป็นเอกลักษณ์ของจี ช็อค (G SHOCK) ที่มีมาอย่างยาวนาน อันได้แก่ Carnival, Indigoskin และ Rubber Killer

ซึ่งในวันนี้ เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณจ่อย "เสริงรงค์ วงษ์สวรรค์" เจ้าของแบรนด์และดีไซน์เนอร์จาก Rubber Killer , คุณปินท์ “อนุพงศ์ คุตติกุล” เจ้าของแบรนด์ Carnival และ คุณก้อ “ธัชวีร์ สนธิระติ” จากแบรนด์ Indigo Skin จะน่าสนใจขนาดไหน ลองไปติดตามกันได้เลย …

ช่วยเล่าเกี่ยวกับโปรเจ็คท์นี้ให้ฟังหน่อยครับ ?

G Shock DW6900 x Carnival

    คุณปินท์ : แรงบันดาลใจของเรามาจากงาน ออกแบบดีไซน์ที่ย้อนกลับไปในยุค 90 ซึ่งถือเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลง และการถือกำเนิดของสิ่งต่างๆ มากมายที่ต่อยอดมาถึงปัจจุบัน และ 1 ในศิลปะที่โดดเด่นในยุคนั้น ก็คือ Graffiti หรืองาน Street Art ที่ใช้การพ่นสีลงบนกำแพงเพื่อเป็นการแสดงออกของตัวตนไปยังสังคมต่างๆ  ซึ่งลวดลายแบบ Graffiti นั้นก็ได้ถูกนำมาวางลงบนนาฬิกาคาสิโอ จีช็อค รุ่น DW-6900BB-1DR ซึ่งเป็นอีกรุ่นที่มีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และความทนทาน (Toughness) นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน ด้วยลวยลายแบบกราฟิตี้ที่ให้ความรู้สึกที่สนุกสนาน บ่งบอกความเป็นตัวตนได้อย่างชัดเจน และยังมีความร่วมสมัยความยุคต่อยุค

G Shock DW5600 x Rubber Killer

    คุณจ่อย : ด้วยนิยามของการเอาวัสดุเหลือใช้ กลับมาทำให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากว่าเคย (Your Trash is My Treasure) โดยโฟกัสไปที่วัสดุ อย่างยางในของรถยนต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน ทนทาน (Toughness) ซึ่งเปรียบเสมือนกับนิยามของตัวแบรนด์ G-SHOCK อยู่แล้วนั่นเอง
    คอนเซปต์ในการออกแบบนั้นมาจาก ลวดลายของยางรถยนต์ที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ซึ่งได้ถูกนำมาวางบนตัวเรือนของคาสิโอ จีช็อคในรุ่น DW-5600E-1VDF ที่ต้องบอกว่า เป็นรุ่นที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคาสิโอ จีช็อคได้อย่างชัดเจน เพราะถือเป็นรุ่นออริจินัลนั่นเอง

G Shock GA710 x Indigoskin

    คุณก้อ : ด้วยแนวคิดที่ว่าสินค้าไทยมีคุณภาพที่ไม่ได้ด้อยกว่าใครบนโลกนี้ จึงเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์ยีนส์ของไทย รายนี้ก้าวไปทัดเทียมกับแบรนด์ชั้นนำได้อย่างไม่ขัดเขิน และด้วยความที่วัสดุอย่างผ้ายีนส์ เป็นผ้าที่ขึ้นชื่อว่าทนทานที่สุดในโลก จึงเป็นการผสมผสานความแข็งแกร่ง (Toughness) ทั้งในส่วนของ Indigoskin และ Casio G SHOCK ได้อย่างลงตัว
    นอกจากนี้ ยังใส่ความเป็นไทยด้วยลวดลายบ่อบัว ลงบนตัวเรือนนาฬิกาในรุ่น GA-710-1ADR ซึ่งทำให้เราได้เห็นศิลปะร่วมสมัยบนโลกแฟชั่นผ่านคอลเลคชั่นนี้ได้อย่างลงตัว ยามที่ได้สวมใส่จึงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยเอกลักษณ์ของความเป็นไทยยังจะคงอยู่

ความท้าทายของโปรเจ็คท์นี้คืออะไรครับ ?

คุณปินท์ : น่าจะเป็นความคลาสสิคของตัวแบรนด์ G-SHOCK ที่ท้าทายเราที่สุด เพราะ identity ของแบรนด์ G-SHOCK นั้นชัดเจนมากอยู่แล้ว เราจึงต้องคิดที่จะทำยังไงให้เอกลักษณ์ของแบรนด์เรา สามารถไปปรากฏอยู่บนนั้นได้อย่างลงตัว

คุณก้อ : เป็นเรื่องของ การทำยังไงให้เอกลักษณ์ของเรา และของเขา (G-SHOCK) สามารถบาลานซ์กันได้อย่างสมดุลภายใต้รูปทรงของนาฬิกาเพียงเรือนเดียว
คุณจ่อย : คอนเซ็ปท์ของเราและของ G-SHOCK มีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก (แข็งแกร่ง – ทนทาน) ตอนแรกมันถือว่าเป็นความท้าทายในงานดีไซน์เลยนะ แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ง่ายกว่าที่เรากดดันตัวเองในตอนแรกอยู่มากเลย เพราะตัวคอนเซ็ปท์ที่เหมือนกันนี่แหละ สามารถชูโรงความโดดเด่นของงานดีไซน์ตัวนี้ได้เป็นอย่างดี

ความประทับใจของการร่วมงานกับ G-SHOCK ในครั้งนี้คืออะไรครับ ?

คุณจ่อย : ทาง G-SHOCK มีความประณีตในการทำงานเป็นอย่างมาก ในตอนที่เราเตรียมการ Pre – Production อยู่นั้น ทางญี่ปุ่นก็ช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี ให้คำปรึกษาในเรื่องของเทคนิคได้อย่างยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่นในตอนที่เขาส่งตัวแซมเปิลมาให้เราดูแบบหลาย ๆ เฉดสี แล้วให้เราเลือก องค์กรณ์นี้มีความมืออาชีพสูงมาก

ซึ่งจากที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดการดำเนินงานโปรเจ็คท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในครั้งนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า การต่อยอดของโปรเจ็คท์สุดพิเศษนี้ จะมีขึ้นอีกอย่างแน่นอนในอนาคต ซึ่งก็จะมีศิลปินสุดพิเศษมาร่วมแจมกับโปรเจ็คท์นี้อีกเรื่อย ๆ อยากให้เหล่าแฟน ๆ G-SHOCK ได้รอติดตามรายละเอียดกันต่อไปในอนาคต …

กติกาการจัดจำหน่าย
10.00 – 12.00 น.      ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อลุ้นสิทธิ์ในการซื้อสินค้าที่ร้าน G Factory สาขา Central World
13.00 น.            เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับฉลาก และประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์ซื้อสินค้า (สินค้ามีจำนวนจำกัด รุ่นละ 300 เรือน)
                                 **ทางแบรนด์ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อสินค้า สำหรับผู้ที่อยู่ภายในบริเวณงานเท่านั้น**
กำหนดการจัดจำหน่าย
16 กันยายน 2560         G Shock DW6900 x Carnival (5,900 บาท)
23 กันยายน 2560             G Shock DW5600 x Rubber Killer (5,900 บาท)
30 กันยายน 2560         G Shock GA710 x Indigoskin (6,900 บาท)

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :        CASIO Watches Thailand
@CasioThailand #CasioThailand #CasioCMG #GshockThailand

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
♣    คัมภีร์ ลีลาศิลป์ (081 641 0609, kambhee.ll@cmg.co.th) Senior PR, เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป

กติกาการจัดจำหน่าย
10.00 – 12.00 น.      ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อลุ้นสิทธิ์ในการซื้อสินค้าที่ร้าน G Factory สาขา Central World
13.00 น.                   เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับฉลาก และประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์ซื้อสินค้า (สินค้ามีจำนวนจำกัด รุ่นละ 300 เรือน)
                                 **ทางแบรนด์ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อสินค้า สำหรับผู้ที่อยู่ภายในบริเวณงานเท่านั้น**
กำหนดการจัดจำหน่าย
16 กันยายน 2560         G Shock DW6900 x Carnival (5,900 บาท)
23 กันยายน 2560             G Shock DW5600 x Rubber Killer (5,900 บาท)
30 กันยายน 2560         G Shock GA710 x Indigoskin (6,900 บาท)

Editor

Beautibew ( 1748 posts )
ไม่เท่ห์ครับ

RELATE BLOG