Air Jordan I “Shadow” การกลับมาของรองเท้าสุดคลาสสิคระดับตำนาน

หลังจากหายหน้าหายตาไปจากเมืองไทยร่วม 2 ปี แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Air Jordan ก็ได้กลับมาสู่บ้านเราอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการวางจำหน่าย Air Jordan XI (11) Low “Easter” ไปเมื่อต้นเดือน เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งกระแสตอบรับก็เรียกได้ว่าล้นหลามและอบอุ่นอยู่พอสมควร (ก็คนมันคิดถึงนี่เนอะ) และล่าสุดแบรนด์ Jumpman ก็ไม่ปล่อยให้สาวกได้เก็บเงินกันซะเลย

เพราะว่าล่าสุด VAC ร้านรีเทลสายบาสที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับแบรนด์ Jordan ในประเทศไทยมายาวนาน ก็เตรียมวางจำหน่าย โมเดลคลาสสิคตลอดการ(1 ในโมเดลโปรดของเราด้วย) อย่าง Air Jordan 1 Retro ในคู่สี OG แบบเดียวกับเมื่อปี 1985 ที่โมเดลนี้ได้วางจำหน่ายเป็นปีแรก นั่นก็คือคู่สี Shadow Grey เทาสลับดำสุดคลาสสิค (ที่เคยถูกนำกลับมาผลิตเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น )ออกมาให้พวกเราได้เสียทรัพย์กันชนิดที่ว่าอาจจะต้องมีการแย่งชิง (เพราะด้วยจำนวนที่เราคาดว่าน่าจะไม่พอต่อความต้องการแน่ๆ)

และวันนี้ทาง Soul4Street ก็จะมารีวิวเจ้า Shadow 1 คู่นี้แบบเจาะลึกกระตุ้นต่อมความอยาก ก่อนวันวางจำหน่ายจริงที่จะมาถึงในวันที่ 21 เมษายนนี้ ว่าแล้วก็ไปชม ของ(ดำ)มันต้องมี คู่นี้กันเลย   ก่อนอื่นเราขอเล่าเรื่องราวของ Air Jordan 1 ก่อนละกันว่าทำไมมันถึงคลาสสิคแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานกว่า 30 ปีรองเท้าคู่นี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมและแน่นอนอยู่ในคอลเลคชั่นและดวงใจของเหล่าสนีกเกอร์เฮดทั่วโลก

แรกเริ่มเดิมทีสมัยที่ Michael Jordan ยังเป็น Rookie ฝีมือฉกาจและยังไม่ได้กลายมาเป็นผู้เล่นบาสเก็ตบอลที่ดีที่สุดในโลกอย่างทุกวันนี้ Nike กลับยื่นข้อเสนอที่ยากที่จะปฏิเสธอย่าง สัญญามูลค่ามหาศาลและรองเท้า Signature ให้กับ Shooting Guard ดีกรีแชมป์ NCAA จากมหาลัย North Carolina และดราฟท์อันดับ 3 ของ Chicago Bulls ผู้นี้ และนับจากเวลานั้น วงการสนีกเกอร์ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดการจากเจ้ารองเท้า Air Jordan 1 คู่นี้ที่ Jordan ไม่ชอบมันด้วยซ้ำเมื่อตอนที่เค้าเห็นมันครั้งแรก (อีกทั้งทุกๆครั้งที่เขาใส่มันลงสนามก็ยังต้องค่าปรับให้กับ NBA เพราะคู่สีแดงดำหรือ Bred สุดเท่ห์นั้นมันขัดกับกฎของทาง NBA) แต่กาลเวลาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า Air Jordan 1 คืออะไรที่คลาสสิคและจะยังคงเป็นตำนานที่ใครหลายๆคนหลงไหลและอยากได้มาครอบครอง

วันนี้คู่สีที่เราเอามาให้ชมกันก็คือ Shadow Grey  เริ่มจาก Upper ที่ยังคงมีรูปทรงคล้ายกับตัว OG เมื่อปี 1985 ได้ถูกตัดเย็บขึ้นมาด้วยหนังคุณภาพสูงสองสี นั่นก็คือเทาและดำ ในส่วนของสีเทาจะอ่อนกว่าตัว 2013 อยู่เล็กน้อย (เราว่าโดยรวมเรื่องคุณภาพของหนังใกล้เคียงกับ Bred ปี 2016 และโลโก้ swoosh ใกล้กับ Shattered Backboard เลยทีเดียว) นอกจากนี้ส่วนตัวเรายังคิดว่าทรงของรองเท้าในเรื่องของสัดส่วนและความสูงทำออกมาได้ดีมากๆ (ทรงดูสูงและเพรียวมากกว่า เวอชั่นปี 2013) ด้านโลโก้Air Jordan ผลงานของ Peter Moore ก็ถูกประทับลงมาอย่างคมชัดโดยการใช้สีดำ (อ่อแล้วก็ป้ายโลโก้ Nike Air สุดคลาสสิคบนลิ้นไนล่อนก็ยังคงอยู่แถมทำได้เนี๊ยบเลยในด้านการตัดเย็บ) เรียกได้ว่าเป็น Air Jordan 1 แบบที่แฟนๆอยากให้เป็น ทุกระเบียบนิ้ว

ถัดมาที่ Midsole วัสดุยางดิบสีขาวที่เราคุ้นเคยก็ยังถูกนำมาใช้พร้อมแทรกไว้ด้วย Lining สีขาวที่ทำออกมาได้เนี๊ยบตามมาตรฐานของค่าย Jumpman ที่หลังๆต้องยอมรับจริงๆว่าเค้าใส่ใจคุณภาพการผลิตขึ้นมาก (ใครทันช่วงที่ Jordan 1 ทำออกมาได้ไม่ประทับใจน่านะนึกภาพออก )

ปิดท้ายด้วย Outsole ยางสีดำที่มาพร้อม Pattern แบบ OG ที่เราคุ้นตาในสีดำ (ที่ตัดกับ Midsole ขาวได้โคตรลงตัว)  และแน่นอนโลโก้ Nike ตรงกลางเท้า ซึ่งก็ย้อนให้เห็น Functionality ที่ยังคงอยู่เสมอในรองเท้าคู่นี้ ที่แม้ว่าจะไม่ได้เน้นการ Performance แต่ก็ไม่ได้ปรับโฉมให้เปลี่ยนไปจนน่าใจหายแบบรองเท้าหลายๆรุ่น

ใครที่สนใจหรืออยากได้มาครอบครองแนะนำให้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆเพราะงานนี้น่าจะแย่งชิงพอสมควร(แต่ส่วนตัวเราว่ามันคุ้มค่าแรงแน่ๆกับรองเท้าสุดอมตะคู่นี้) และคู่สีนี้จะไม่กลับมาอีกในเร็ววันนี้แน่ๆ (ตั้งแต่ปี1985 รอบนี้ก็เป็นเพียงครั้งที่ 4 เท่านั้นเองนะ !) ว่าแล้วก็ขอชี้เป้าและวันวางจำหน่ายกันเลย โดยเจ้า Air Jordan 1 Shadow Grey คู่นี้จะมีวางขายที่

ร้าน VAC Siam Square ซอย 1 (https://www.facebook.com/vacbkkth/?ref=br_tf)         ในวันที่ 21 เมษายนนี้

ในราคาป้าย 5800 บาท (ราคาเดิมเลยสำหรับโมเดลนี้ ที่เรามั่นใจว่าไม่สูงเกินไปแน่ๆ)

 

ปล. ขอให้โชคดีได้มาใส่กันทุกคนนะ และก็อย่าชล่าใจ เพราะตอนนี้ได้ข่าวว่ามีแคมป์แล้ว !

Editor

rhunrun ( 84 posts )
Last time was the last time ;)

RELATE BLOG