เมื่อยอดขายสนีกเกอร์ที่ทำร่วมกับศิลปินตอนนี้แซงสนีกเกอร์ที่ทำกับนักกีฬาไปเป็นที่เรียบร้อย

ตอนนี้ตลาดของวงการสนีกเกอร์ประเทศเรา เรียกได้ว่าคึกคักสนุกสนานกันเลยทีเดียว รองเท้าตัวลิมิเต็ดหรือคอลแลปต่างๆก็พากันเข้าไทยกันแทบทุกรุ่น หรือว่าจะเป็นร้านรีเซลต่างๆก็มีเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าตอนนี้ประเทศเราสามารถสู้กับต่างประเทศได้เลย

ในช่วงยุคก่อนถ้าสังเกตให้ดีเหล่ารองเท้าที่ทำกับนักกีฬาจะได้รับความนิยม แต่ในปัจจุบันนี้เทรนด์และความนิยมได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เลองดูถึงรองเท้าที่วางขายในร้านรีเซลส่วนมากแล้วตอนนี้จะเป็นรองเท้าที่ทำกับศิลปินนักร้องแทบทั้งนั้น ผิดกับแต่ก่อนที่เหล่าสนีกเกอร์เฮดจะนิยมรองเท้าที่ทำกับนักกีฬาแบบสุดๆ

ย้อนกลับไปในไปในปี 1923 Converse เป็นรองเท้าแบรนด์แรกที่ได้ทำร่วมกับนักกีฬาอย่าง “Chuck Taylor” และบอกเลยว่าเป็นรุ่นที่ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบันจริงๆ และอีกคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของวงการสนีกเกอร์เลย ก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Michael Jordan เชื่อไหมว่าใน 1 ปีเขาสามารถทำเงินกับ Jordan Brand ได้มากกว่าที่เขาได้มาจากการเล่น NBA ทั้งชิวิตรวมกันอีก!!!

ในปี 2003 ก็ได้มีผู้ฉีกทุกกฎเกณฑ์ โดยเรียกว่าเป็นสนีกเกอร์คู่แรกที่ได้ทำการคอลแลปกับศิลปิน และแบรนด์นั้นคือ Reebok ที่ได้ไปจับมือร่วมกับแร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง Jay-Z หลังจากนั้นไม่นาน 3 ปีถัดไป Kanye West ก็ได้มีรองเท้าคู่แรกออกมากับ Nike ในรุ่น Air 180 “College Dropout” แต่ว่าออกมาเป็นเวอร์ชั่น Friends & Family เท่านั้น!! หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าแบรนด์กีฬาต่างๆก็เริ่มหันมาสนใจกับเหล่าศิลปินกับเซเลปบริตี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่บางคนก็ยังเชื่อมั่นว่ายังไงรองเท้าที่ทำกับนักกีฬา ยังไงก็ต้องมีคุณค่ามากกว่าที่ทำกับศิลปิน อาจจะเป็นเพราะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อนๆน่าจะสังเกตเห็นว่าทำไมอยู่ดีๆแบรนด์อย่าง Under Armour ก็ดังแบบที่เรียกได้ว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนใส่จริงๆ นั่นก็เป็นเพราะเขาได้เซ็นสัญญากับนักบาสอย่าง Steph Curry ในปี 2015 นั่นเอง เขาสามารถเพิ่มยอดขายของแบรนด์ Under Armour ได้มากถึง 754% !!

แต่อย่างไรก็ตามในวงการรีเซลรองเท้ากลับได้ตัวเลขที่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ในปี 2015 นั้นตลาดรีเซลรองเท้ามีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และต้องบอกเลยว่ารองเท้าที่ทำกับศิลปินนั้นขายดีกว่ารองเท้านักกีฬาอยู่ดี

ในครั้งนี้เรานำข้อมูลสถิติมาจากร้านรีเซลรองเท้าชื่อดังอย่าง Stadium Goods ที่กรุงนิวยอร์คมาให้ดูกันว่าสถิติเป็นยังไงบ้าง

รองเท้าในตระกูล YEEZY ที่ทำร่วมกับ Kanye West ขายได้ 70.9% มากกว่ารองเท้าของนักบาส NBA MVP, Steph Curry และขายได้ 9.4% มากกว่ารองเท้าของ Lebron James

Pharrell William และรองเท้าของเขาที่ทำกับ adidas นั้นขายได้มากกว่าของ Lebron James ถึง 2 เท่า

Kanye + Pharrell มียอดขายรวมกัน 80% เยอะกว่ายอดขายของ Paul George, Damian Lillard และ Steph Curry รวมกันเสียอีก

มาดูฝั่งนักร้องชื่อดังอย่าง Rihanna + Travis Schott + Drake ที่มียอดขายรวมกัน 3.3% เยอะกว่ายอดขายของ Paul George, Damian Lillard และ Steph Curry รวมกัน

เราคิดว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกหรอกที่รองเท้าของศิลปินจะขายดีกว่าในช่วงยุคนี้ เพราะถ้าดูถึงตัวรองเท้าแล้วเวลาที่ทำกับนักกีฬาอย่าง Lebron James หรือ Steph Curry ต่างก็จะเน้นไปที่ Performance หรือประสิทธิภาพในการสวมใส่มากกว่าความสวยงาม เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่ซื้อรองเท้าพวกนี้จะเป็นคนที่ชอบและเล่นบาสเก็ตบอลจริงๆ หรือไม่ก็ชอบในตัวนักกีฬาคนนั้นมาก

ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับศิลปินแล้วเราว่ากลุ่มคนที่ชอบกีฬานั้นถือว่าน้อยกว่า ซึ่งรองเท้าสนีกเกอร์ที่คอลแลปกับศิลปินนั้นส่วนมากจะเน้นถึงความสวยงาม แปลกใหม่ ทันสมัยเป็นอย่างแรกแน่นอน นั่นคงจะเป็นเหตุผลที่มันสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้มากกว่ารองเท้าของนักกีฬาแน่นอน และก็ปฏิเสฐไม่ได้ว่าทุกคนต้องฟังเพลงอยู่แล้วซึ่งยังไงมันก็ต้องเยอะกว่าคนเล่นบาสอยู่แล้ว และเราเชื่อว่าคงไม่มีใครจะทำได้อย่าง Micheal Jordan ได้แล้วอย่างแน่นอน

Source : Forbes

Editor

ize ( 873 posts )
-

RELATE BLOG