Jeff Staple กับการที่บอกว่าเกือบจะไม่ได้ทำ “Pigeon”! เพราะอะไรเขาถึงเปลี่ยนใจล่ะ!?

ถ้าคุณกำลังอ่านประโยคนี้ แล้วยังไม่รู้จัก Jeff Staple หรือคุ้นๆกับชื่อ Pigeon มาก่อน ทางเราก็ขอแนะนำคอนเทนท์คุณภาพจาก Soul4Street ที่จะพาคุณไปรู้จักกับสตรีทไอคอน และผลงานของเขา แต่ถ้าคุณอยากรู้เหตุผลแล้ว ว่าทำไม Jeff Staple ถึงตัดสินใจคืนชีพงานคอลแลปของเขากับ Nike ขึ้นมาอีกครั้ง! คำตอบก็อยู่ด้านล่างนี่เอง ⇓

ต้องขอบคุณทางเว็ปไซต์ COMPLEX ด้วยที่ทำรายการดีๆแบบนี้มาให้ดูกัน! (ถ้าใครอ่านแล้วกลัวไม่จุใจ กดชมวิดิโอแบบเต็มๆ ที่นี่ ) บางส่วนจากบทสัมภาษณ์ที่สรุปและเรารวบรวมมานี้ คือบางส่วนจากรายการ FULL SIZE RUN ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจ และเป็นคำถามที่เกี่ยวกับ Staple โดยตรง รวมถึงคำตอบที่ว่า “ทำไมเขาถึงตัดสินใจกลับมาทำ Nike “Pigeon เป็นครั้งที่สอง!?” 

Credit: WWD

“Jeff Staple และทัศนคติเกี่ยวกับวงการ Sneakers”

Q: เมื่อพูดถึงการย้ายตัวของรุกกี้ดาวรุ่งแห่ง NBA อย่าง Giannis แล้ว คุณคิดยังไงกับวัฒนธรรมสนีกเกอร์สมัยนี้ ที่ไม่เหมือน และไม่ค่อยเกี่ยวกับวงการบาสเก็ตบอลเหมือนอย่างสมัยก่อนแล้ว (เช่นวัฒนธรรม Air Jordan) คุณคิดว่าทำไมมันถึงเป็น อย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้?

Staple: ประเด็นเลยคือว่าทุกวันนี้มันไม่เหมือนกันในอดีตแล้ว ทุกวันนี้คนไม่ได้อยากเป็นสุดยอดนักบาสอีกแล้ว ในสมัยผมนั้น ทุกๆคนอยากเกิดเป็น Jordan, Pippen หรือ Rodman แต่ว่าผู้คนสมัยนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว ใครๆก็อยากจะเป็น Yeezy, Virgil หรือว่า Waxler กันหมด วัยรุ่นอาจจะอยากที่จะเป็นเจ้าของภัตตาคาร / ดีไซน์รองเท้า / เขียนหนังสือ พวกเขาชอบไอ้ “/ / / / / /” เนี่ยแหละ เขาอยากจะเป็นตัวตนที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่เหมือนกับในสมัยเรา ที่ผู้คนไขว่ขว้าที่จะเป็นเจ้าของอะไรซักอย่างหนึ่ง

Q: อารมณ์ความคลาสสิคในวงการ Sneakers แบบเมื่อก่อนมันหายไปไหนหมด?

Staple: มันเป็นเรื่องของธุรกิจอ่ะครับ พวกเขารู้วิธีที่จะขายของผ่านร้านของเขาเอง ไม่ต้องผ่านคนกลาง หรือร้าน Retailer ยิ่งสมัยนี้เรายังมีแอพพลิเคชั่นด้วย ทำให้สามารถสร้างกำไร ในเชิงของปริมาณ ได้ง่ายกว่าการขายมูลค่า และเรื่องราวของรองเท้า


Credit: Hypebeast

“Nike Dunk SB “Pigeon” ตัวใหม่กับที่มาและไอเดีย”

Q: พูดถึงการย้อนวันวานหน่อย Nike Dunk “Pigeon” เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ แต่สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือเหตุการณ์จลาจลที่่เคยเกิดขึ้น คุณคิดว่ามันมีความเกี่ยวข้องหรืออาถรรถพ์อะไรมั้ย แล้วคุณกลัวรึเปล่าที่จะกลับมา?

Staple: ไม่กลัวครับ ตอนแรกผมก็เถียงกับตัวเอง เรื่องทำยกสองเนี่ยนะ แต่ผมก็คิดว่า งานนี้มันเหมือนกับ “จอกศักดิ์สิทธิ์” ที่พอผมจับมัน เรื่องไม่ดีก็จะเกิดขึ้น และผมไม่สมควรที่จะจับมันอีก

Q: แล้วอะไรทำให้คุณเปลี่ยนใจล่ะ

Staple: ผมคิดไปคิดมาจู่ๆผมก็คิดว่า “ช่างแม่งเหอะ” มีโอกาสที่จะได้ทำเรื่องยิ่งใหญ่ทั้งที ทำไมจะไม่ทำล่ะ? หลังจากนั้นผมก็ได้เข้าไปทาง Nike และก็ได้พูดคุยกัน ถึงเรื่องโปรเจ็กต์นี้

Q: ทำงานกับ Nike คราวนี้เป็นยังไงบ้าง?

Staple: มันไม่เหมือนกับที่ผมคิดเลยครับ ผมเข้าไปที่ Nike โดยสิ่งแรกที่เขาพูดในงานประชุมเลยว่า “เราอยากจะทำสิ่งใหม่” มันทำให้ผมประหลาดใจที่ว่า ผมนึกไว้ก่อนว่าเราจะเล่นกันที่โมเดลเดิม ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ทาง Nike ก็ยืนยันว่า จะให้ผมพิจารณาทำ Mid หรือว่า Low ก็ได้ แต่ว่าเราอยากได้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งผมก็ชอบแนวทางของเขานะ

ความหมายของ Pigeon กับ Jeff Staple

Q: คุณคิดว่าถ้าคุณจับ Pigeon มาลงสนามอีกครั้ง คุณคิดว่ามันจะไปลดความเฟี้ยว หรือความศักดิ์สิทธิ์ของผลงานของคุณก่อนหน้านี้รึเปล่า?

Staple: มันมีผลกับอันเก่าแน่ แน่นอนว่าผมคิดถึงเรื่องนั้น แต่ว่าแรกเริ่มเดิมที เราไม่ได้คาดหวังว่าไอ้กระแส Hype, การเข้าคิว หรือการจราจลนี่เลย ผมก็เลยคิดอีกอ่ะว่า “ช่างแม่งเรื่องที่ผ่านมาเหอะ “ผมคิดแค่ว่าอยากจะทำรองเท้าที่ผมชอบ, Nike SB ชอบ, Ronnie หรือ Virgil อาจจะอยากได้ ก็แค่นั้นเอง

Credit: Vibe

Q:  คุณมีวิธีการตัดสินใจยังไงในการจะนำ Pigeon ของคุณไปลงในผลงานของคนอื่น

Staple: ผมจะเลือกพาร์ทเนอร์ที่ผมรู้สึกว่า “Iconic” หรือว่าโดดเด่น มีความหมายสำหรับผม มีหลายๆงานที่ผมตัดสินใจปฏิเสธไปเหมือนกัน และก็มีอันที่ผมบอกว่า “ขอโทษด้วย ผมให้ Pigeon ไปอยู่บนนั้นไม่ได้จริงๆ” เพราะว่าผมจะปล่อยนกของผมออกจากกรง ก็ต่อเมื่อต้องเจอกับรุ่นใหญ่เท่านั้น (พูดพร้อมหัวเราะ)

นอกจากนี้พวกเขาก็พูดคุยกันถึงเรื่องราวๆต่างๆที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ในช่วงปัจจุบัน, งานคอลแลปของเขากับวงการอื่นๆ, ทัศนคติเกี่ยวกับงานคอลแลป, เรื่องราวที่เขารู้เกี่ยวกับ Virgil Abloh, และบรรยากาศที่งาน ComplexCon ที่ผ่านมา และอื่นๆซึ่งถ้าให้เขียนมาทั้งหมด ก็อาจจะต้องนั่งอ่านกันจนเบื่อ ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีเวลา เราก็ขอแนะนำให้ไปดูวิดิโอแบบเต็มๆดีกว่า สนุกด้วยนะ!

 

Editor

akajrkpor ( 271 posts )
the hype is strong with this one

RELATE BLOG