• Rich Chigga ม้ามืดแห่งวงการฮิปฮอป!! เขาเป็นใคร ทำอะไร มาจากไหน? เราสรุปมาให้อ่านแล้ว

    เอาตามตรงถ้าไม่รู้จักเจ้าหนูนี่มาก่อน แล้วแค่จากรูป คงไม่มีทางดูออกเลยว่าเจ้าหนูคนนี้คือแร็ปเปอร์ที่บอกได้เลยว่า ตอนนี้กำลังโด่งดังอยู่ด้วยสไตล์ที่ฉีก แหวก และไม่เหมือนใคร และด้วยร่วมงานกับศิลปินฮิปฮอปและโปรดิวเซอร์ชั้นนำของโลก โดยทั้งหมดนี่เกิดขึ้นตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น!! Credit: Pinterest แรกเริ่มเดิมที Rich Chigga เขาเป็น Comedian ตัวน้อยที่มีชื่อเสียงจากการทำรูป, คลิปตลก ลงใน YouTube และ Vine ก่อนที่จู่ๆจะมาประสบความสำเร็จในการทำเพลงแร็ป แบบที่เรียกได้ว่าโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ วิดิโอของเขาได้รับการพูดถึงและเป็นที่สนใจในวงกว้าง จนถึงขนาดไปเข้าตาศิลปินตัวเปรี้ยงอย่าง Post Malone ด้วย การมาของเจ้า Rich Chigga นี้ จะบอกว่ามาแบบ "ม้ามืดเรียกพ่อ" ก็คงจะไม่ผิดสักเท่าไหร่ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปดูว่าเส้นทางสู่วงการ, ชื่อเสียง, ความสำเร็จ ของเจ้าหนูมหัศจรรย์นี้เกิดขึ้น และมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง Rich Chigga มีชื่อจริงว่า Brian Imanuel เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 1999 เด็กหนุ่มเชื้อสายอินโดนีเซียโตมาพร้อมกับพี่น้องอีก 4 คน Brian ได้รับการ Homeschooling หรือเรียนจากที่บ้าน เลยทำให้เขาไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเหมือนคนส่วนใหญ่ และเชื่อหรือไม่ว่าเขาเริ่มต้นเข้าสู่วงการโซเชียลตอนอายุแค่ 11 ขวบ Brian สร้างแอคเค้าท์ Twitter เป็นของตัวเองเพื่อโพสต์รูปภาพตัดต่อตลกๆที่จัดว่าแสบเอาเรื่อง แสบขนาดไหนก็ลองดูรูปภาพข้างล่างดู Credit: Imgur เจ้า Brian มีจุดยืนในการทำตลกทั้งแสบและร้าย สไตล์ตลกอเมริกัน เขาเริ่มเรียนภาษาอังกฤษจากการดูวิดิโอทาง YouTube และระหว่างนั้นในปี 2012 เขาก็ได้เริ่มรู้จักดนตรีแร็ปเพราะว่าเพื่อนชาวอเมริกันเอามิวสิคเพลง “Thrift Shop” ของ Macklemore มาให้ดูและก็ได้เปิดโลกฮิปฮอปให้กับ Brian เขาเริ่มชอบและเสพผลงานจากศิลปินอบ่าง Childish Gambino, 2 Chainz, Tyler The Creator, Drake, Kanye West และ Logic และหลังจากการตัดต่อรูปเอาฮา Brian ก็เริ่มขยับไปทำวิดิโอ ในปี 2013 เขาเริ่มทำคลิป Vine และในอีกไม่นานก็เริ่มไปทำคลิปลง YouTube หนึ่งในวิดิโอล่าสุดของเขาก็คือ “Suicide Hotline” ซึ่งเป็นเหมือนหนังสั้นที่เจ้าตัวเล่นเป็นชายหนุ่มมีครอบครัว ที่มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย จุดเปลี่ยนของ Brian สู่ Rich Chigga เริ่มต้นในปี 2014 เมื่อเขาเริ่มหัดแร็ปแบบจริงๆจังๆ เขาเริ่มต้นด้วยการแร็ปกับบีทของ MF Doom แล้วในปี 2015 ก็ปล่อยเพลง “Living the Dream” ผ่านทาง YouTube ชื่อในวงการแร็ปของ Brian นั้น อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของเจ้าตัวจาก The FADER, เพื่อนของ Brian เสนอว่าให้เลือกชื่อที่ “ล่อเป้า” ที่สุด ชื่อ Rich Chigga เลยถือกำเนิดขึ้น ซิงเกิ้ลแรกอย่างเป็นทางการ “Dat $tick” ถูกปล่อยออกมาในปีถัดไปพร้อมกับมิวสิควิดิโอ และก็เป็นซิงเกิ้ลนี้แหละที่ทำให้ Rich Chigga แจ้งเกิดในวงการแร็ปอย่างเต็มตัว และพอวิดิโอนี้ไปเข้าตาพวก 21 Savage, Tory, Lanez, MadeinTYO, Desiigner รวมถึง Ghostface Killah ที่ชอบมากถึงขนาดเอาเพลงมา Remix เลย พอประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักในวงการ Rich Chigga ก็ปล่อยซิงเกิ้ลออกมาเรื่อยๆ เช่น “Who That Be” และ “Seventeen” ที่ยอดวิวใน YouTube ก็พุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว ความเฉิดฉายของ Rich Chigga มาถึงจุดพีคในปี 2017 เขาได้ออกซิงเกิ้ลกับแก็งหน้าใหม่ตัวแรงอย่าง XXXTentacion และ Keith Ape ในชื่อ “Gospel” และตอนช่วงสิ้นปี เขาก็ประกาศทัวร์อเมริกาภายใต้ชื่อ “Come To My Party” ที่ยิงยาวเข้าสู่หลายๆเมืองทั่วอเมริกาตั้งแต่เตือนกันยายน ถึงเดือนพฤศจิกายน แล้วขณะเดียวกันก็ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “Glow Like Dat” ในช่วงเดียวกัน ตัว Rich Chigga เองก็ออกมาบอกแล้วว่าเขาตั้งใจที่เข้าวงการแร็ปอย่างจริงจัง เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ XXL นิตยสารฮิพฮอพชื่อดังว่า ตอนนี้เขาก็กำลังซุ่มทำอัลบั้มเปิดตัวอยู่ที่ Los Angeles เส้นทางของแร็ปเปอร์ตัวน้อยอาจจะมีที่มาไม่เหมือนแร็ปเปอร์ส่วนใหญ่ แต่ว่าจุดที่เหมือนกับแร็ปเปอร์คนอื่นๆก็คือเขาพยายามอย่างมุ่งมั่นในการหาจุดยืน และสร้างตัวตนให้เป็นที่ยอมรับในวงการด้วยความสามารถของเขาเอง แถมยังเป็นเพียงเอเชียนไม่กี่คนที่ได้รับการยอมรับทั้งในเรื่องเพลงและเรื่องสไตล์ และในภายภาคหน้า เราอาจจะได้เห็นชื่อ Rich Chigga เป็นอีกหนึ่งชื่อของแร็ปเปอร์ยุคใหม่ที่คอยรันวงการต่อไปก็ได้             Credit: Kupanlagi Credit: Pinterest Source: Highsnobiety

  • Soul4street Review : พกรองเท้าคู่โปรดของท่านไปทุกที่ กับกระเป๋ารองเท้าชั้นดี Hex Sneaker Pack

    หลังจากที่คราวที่แล้ว ทาง Soul4street ได้แนะนำกระเป๋าคอลเล็คชั่นพิเศษ อย่าง HEX x Guy Mariano Skatepack ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย มาในคราวนี้ ทางเราก็ขอนำเสนอไอเท็มออริจินัล ที่ถือได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของตัวแบรนด์กันบ้าง ยิ่งเข้าใกล้วันสิ้นปีไปเสียทุกที หลายท่านก็เริ่มมีโปรแกรมไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ กันแล้ว ซึ่งทางเรามั่นใจว่า ท่านผู้อ่านหลายท่านน่าจะเคยประสบพบเจอเหตุการณ์ “เลือกรองเท้าไปเที่ยวไม่ถูก” กันมาบ้างอย่างแน่นอน เพราะบางครั้ง พวกเขาก็จะมีปัญหาในเรื่องความจุของสัมภาระ และฟังก์ชั่นของกระเป๋าที่ไม่ตอบโจทย์การพกพารองเท้าเสียเท่าไหร่ และสิ่งที่น่าจะสามารถแก้ปัญหาของเหล่าชาวสนีกเกอร์เฮด ผู้รักการท่องเที่ยวนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้ากระเป๋า Sneaker Duffel และ Sneaker Backpack ของแบรนด์ HEX ใบนี้ ที่จะมาตอบโจทย์การท่องเที่ยวของชาวสนีกเกอร์เฮดทุกท่าน ให้การพกพารองเท้าเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ตัว Sneaker Duffel จะมีช่องใส่รองเท้าถึงสองช่องด้วยกัน ซึ่งก็จะแบ่งฝั่งออกมาเป็น ซ้าย - ขวา อย่างชัดเจน ซึ่งความจุที่มากขนาดนี้ ทำให้กระเป๋าใบนี้ เหมาะแก่การเดินทางไปต่างจังหวัด ในขณะที่ทางฝั่ง Sneaker Backpack จะมีอยู่เพียงช่องเดียว บริเวณตรงกลางกระเป๋า ซึ่งเหมาะกับการพกพาในเมืองมากกว่าตัว Duffel กระเป๋าทั้งสองใบมีช่อง Padded storage สำหรับใส่ laptop ขนาด13" - 17" นิ้วไว้ให้ บวกกับช่องใส่ไอเท็มน้อยใหญ่ ที่ทางกระเป๋าก็เพิ่มใส่ไว้ให้อย่างจุใจ ก็น่าจะทำให้การทำงานนอกสถานที่ในวันพักร้อนของท่าน ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่ท่านคิด ในขณะเดียวกัน ในส่วนของช่องกระเป๋า Main storage ก็สามารถแบ่งเป็นสองช่องได้หลัก ๆ คือช่องใส่ไอเท็มชนิดบอบบาง ซึ่งจะเป็นช่องกระเป๋าที่บุตัวกันกระแทกแบบหนานุ่มเอาไว้ เหมาะสำหรับใส่คอมพิวเตอร์ laptop หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในขณะที่อีกช่องจะบุผ้าไนลอนอีกชั้นหนึ่งเอาไว้เพื่อฟังก์ชั่นอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถใส่เสื้อผ้า หรือว่าไอเท็มจิปาถะได้แทบทุกชนิด ตัวกระเป๋ามีตัวเลือกให้ได้เลือกสรรกันทั้งหมดสองสี อันได้แก่สีดำล้วนสุดคลาสสิค และสีคาโมสุดเท่ ซึ่งก็เป็นคู่สีที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะด้วยคุณภาพวัสดุที่ทนทาน ซึ่งสามารถกันน้ำได้ ตอบโจทย์ช่วงฤดูมรสุมในตอนนี้ อีกทั้งในเรื่องของรูปทรงความสวยงาม ที่กระเป๋าเป็นทรงเหลี่ยมมนดูโมเดิร์น ก็ทำให้ความเท่ในการสะพายของท่าน เพิ่มขึ้นทะลุขีดจำกัดไปได้อย่างไม่ยากเย็น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : SEEK Thailand Instagram : @seekofficialth

  • Soul4street Review : adidas Ultraboost ATR สุดยอดรองเท้าสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกสุดเท่ห์

    ถ้าจะให้พูดถึงโมเดลสายรันเนอร์ของค่ายแบรนด์สามแถบที่ดีที่สุดในขณะนี้แล้วละก็ เห็นทีจะหนีไม่พ้นชื่อของซีรี่ย์ Ultraboost อย่างแน่นอน  ซึ่งล่าสุดทาง adidas ก็ได้พัฒนารองเท้ารุ่นนี้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และงานดีไซน์ที่พัฒนายิ่งขึ้น จนกลายมาเป็นซีรี่ย์ adidas Ultraboost ATR และ adidas Ultraboost X ATR สองสุดยอดรองเท้าสำหรับคุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ที่ใส่วิ่งก็ได้ใส่เดินก็ดีนั่นเอง ... คำว่า ATR ที่ห้อยท้ายชื่อของรองเท้าสองรุ่นนี้ มาจากคำว่า “All Terrain Shoes” (สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก) ซึ่งแค่ชื่อ ท่านผู้อ่านก็คงพอจะรู้ได้ในทันทีว่า ชื่อนี้ไม่ตั้งขึ้นมาเอาเท่ห์เฉย ๆ อย่างแน่นอน เพราะว่าโมเดลเหล่านี้ถูกคิดค้นพัฒนาขึ้นมา เพื่อฟังก์ชั่นการใช้งานที่อเนกประสงค์ ครอบคลุมการเดินและวิ่งในทุกสภาพพื้นผิวโลก ! เริ่มต้นจากตัว Upper กันก่อนเลย ในส่วนของวัสดุที่ใช้ ทาง adidas ก็ได้เลือกใช้ผ้า Primeknit ทั้งสองรุ่น ซึ่งก็เป็นเทคโนโลยีตัวชูโรงของทางแบรนด์ ที่ทำให้ทาง adidas สามารถประสบความสำเร็จมาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนอกจากความเบาสบายของตัววัสดุแล้วนั้น แบรนด์สามแถบก็ได้ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพื่อทำให้รองเท้าคู่นี้ยังสามารถใช้งานได้ในทุกสภาพอากาศตามชื่อรุ่น ซึ่งอัปเปอร์กันชื้นตัวนี้ ก็สามารถลดความเปียกชื้นภายในส่วน Inner Sole เพราะตัวอัปเปอร์สามารถกันน้ำได้แบบใบบัว ทำให้ท่านสามารถยังคงวิ่งหรือเดินได้อย่างสบายเท้า ไม่รู้สึกแย่ในยามที่ท่านจำเป็นต้องลุยน้ำกลางฝน ทางฝั่งของ adidas Ultraboost ATR ตัวอัปเปอร์จะเป็นผ้า Primeknit ชนิดหนาที่ประกอบกับตัว Sock - lining ชนิดหุ้มข้อซึ่งทำขึ้นมาจากผ้า Mesh เพื่อการระบายอากาศที่ดียิ่งขึ้น ทั้งยังปกป้องเท้าและให้ความอบอุ่นในสภาพอากาศหนาว และยังเป็นทรงรองเท้าที่ทันสมัยในเทรนด์ปัจจุบันนี้ ในขณะที่ adidas Ultraboost X ATR สำรับคุณผู้หญิง ถึงแม้ว่ารายละเอียดอาจจะน้อยกว่าโมเดลตัวของคุณผู้ชาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าทาง adidas ลำเอียงไปทางฝั่งหนุ่ม ๆ เสียทีเดียว เพราะว่าการที่ทางแบรนด์สามแถบเลือกใช้การเย็บัปเปอร์แบบ 2/3 โดยเว้นการเย็บเข้ากับตัว Midsole เอาไว้บริเวณกลางเท้า เพื่อความยืดหยุ่นที่สมบูรณ์แบบนั้น ก็สามารถตอบโจทย์รองรับแรงกระแทกของคุณผู้หญิงในทุกย่างก้าวได้อย่างดีเยี่ยม ตัว Heel Tab ของทั้งสองคู่ ได้มีแถบสะท้อนแสง 3M Reflective ใส่เอาไว้ด้วย เพื่อการใช้งานในยามค่ำคืน ในขณะที่ตัว Cage บริเวณส้น ทั้งสองรุ่นได้ใช้วัสดุที่แตกต่างกัน รุ่นของผู้ชายได้ใช้ Cage ที่น่าจะทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกันกับเคฟล่าร์ ในขณะที่ทางฝั่งของรุ่นสำหรับคุณผู้หญิง ยังคงใช้วัสดุที่เป็น TPU อีกเช่นเคย ทางด้านของตัว Midsole ทาง adidas ยังคงเลือกใช้เทคโนโลยี BOOST แบบเพียว ๆ อีกเช่นเคย ซึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์การสวมใส่ที่นุ่มสบายเท้า รองเท้าตระกูล BOOST ของทาง adidas ก็น่าจะยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ตัว Outsole ของรองเท้าซีรี่ย์นี้ ทางแบรนด์ได้เลือกใช้พื้นยาง Continental พื้นยางคุณภาพพรีเมี่ยม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเหนียวหนึบเกาะติดพื้นแน่น และความทนทาน ตัวดีเทลของพื้นถูกเปลี่ยนรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจากที่เคยเป็นวงกลม เพื่อเพิ่มในเรื่องของสมรถภาพการ Traction (เกาะติดพื้น) ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมและได้มีการทำเครื่องหมาย (+) , ( - ) เอาไว้ ซึ่งน่าจะสื่อถึงความเหนียวแน่นในการเกาพื้นดุจประจุแม่เหล็กนั่นเอง เห็นรายละเอียด และความพรีเมี่ยมในงานวัสุของรองเท้าคู่นี้แล้ว ราคาป้ายของรองเท้าทั้งสองรุ่นนี้คือ 7,990  บาทเท่านั้น ซึ่งก็ถือได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอยู่พอสมควร พร้อมด้วยตัวเลือกสีม่วงและสีดำ โดยท่านสามารถเลือกซื้อกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : SEEK Thailand Instagram : @seekofficialth

  • อะไร ... อะไรก็เงิน !? เมื่อ Supreme หมกหมุ่นกับลายดอลล่าร์มากกว่าที่คุณเห็น

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทางแบรนด์ Supreme ได้ปล่อยภาพของ Supreme’s Dollar Bill trucker jacket  เสื้อแจ็คเก็ตลายธนบัตรดอลล่าร์ ที่กำลังเป็น ธีมงานออกแบบเสื้อผ้าอันล่าสุดของทางแบรนด์ ที่สามารถจับต้องได้ และเห็นได้ชัดเป็นรูปธรรมของงานจาก Supreme ในช่วงระยะหลังมานี้ แน่นอนว่าทุกคนรักเงิน และสกุลเงินดอลล่าร์ สกุลเงินบ้านเกิดของแบรนด์ Supreme เองก็เป็นพระเอกของงานออกแบบพวกนี้ เริ่มจากการมาถึงของเสื้อแจ็คเก็ตในคอลเล็คชั่น FW 2013 ซึ่งเป็นลายโอเวอร์ปรินท์ทั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้นทาง Supreme ก็เลือกที่จะใช้ชื่อเสื้อผ้าตัวนั้นว่า "Franklin" แทน ซึ่งไอเท็มที่ออกมาในธีมธนบัตรเหล่านี้ก็มีเสื้อเชิร์ท , Pull-Over Coat และ หมวกแก๊ป ซึ่งธีมความหมกมุ่นในตัวเงินของแบรนด์ ยังไม่ชัดเจนเท่าคอลเล็คชั่นหลัง ๆ เพราะนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถัดมาในคอลเล็คชั่น SS2017 เมื่อช่วงต้นปี ที่ทางแบรนด์ได้ทำการเปิดตัวไอเท็มสุดไฮป์ จนเป็นไวรัลไปทั่วโลกอย่าง "Supreme Cash Cannon" ซึ่งทางแบรนด์ได้ปล่อยมันได้ออกมาถูกที่ถูกเวลาเสียเหลือเกิน ทำให้ในวัฒนธรรมป็อปหลาย ๆ แขนง (เช่น มิวสิควีดีโอฮิปฮอป ) เลือกที่จะใช้มันเป็น Props ประกอบฉาก เพื่อสร้างสีสันความ "Rich" ความร่ำรวยของโลกทุนนิยมในปัจจุบัน ที่เม็ดเงินถูกยกมาให้เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต และในคอลเล็คชั่น FW 2017 คอลเล็คชั่นล่าสุด ก็มีหลากหลายไอเท็ม ที่ทางแบรนด์ได้ออกแบบมาภายใต้ธีมเงินตราดอลล่าร์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นซองใส่เอกสารอเนกประสงค์ Rifkin Safety Sac ที่มีตราปักคำว่า "Money Is Always Most Important" เสื้อยืดแบงค์ดอลล่าร์ที่มีชื่อว่า “Altered States of America One Zillion Dollar” tee เสื้อยืดที่ตราธนบัตรรูป Abraham Lincoln ต้องกุมขมับ ทำหน้าเคร่งเครียด และ เสื้อเชิร์ทโอเวอร์ปรินท์ลายธนบัตรกองเกลือนกลาด Supreme Dollars Overprint นั่นเอง ย้อนไปดูที่ทางฝั่งพหุวัฒนธรรมเพื่อนบ้านอย่างเพลงฮิปฮอป เหล่าแรปเปอร์มักจะขมักเขม้นง่วนอยู่กับการโชว์ความร่ำรวยฟู่ฟ่าอยู่เสมอ นับตั้งแต่ในปี 1998 ที่บทเพลงของ The Lox ที่มีชื่อว่า “Money, Power, Respect” ได้พูดถึงความร่ำรวย หรือถ้าจะให้พูดถึงสมัยใหม่ขึ้นมาหน่อย ฮิปฮอปสมัยนี้ก็ล้วนแต่หมกมุ่นอยู่กับสตางค์ด้วยกันทั้งนั้น ผ่านบทเพลงและการแสดงออกผ่านไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ถ้าเช่นนั้นแล้วหมายความว่า Supreme ตามกระแสความรวยเหล่านี้งั้นเหรอ ... ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไม่ซะทีเดียว ถึงแม้ว่าในตลาดรีเซลราคาของสินค้าแบรนด์นี้จะพุ่งสูง จนเทียบเคียงเท่ากับแบรนด์ระดับไฮเอนด์หลาย ๆ แบรนด์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ...  แน่นอนว่าบริบทของการแสดงออกในเรื่องเงินเหล่านี้ ได้ถูกพยายามให้บิดเบือนจากแบรนด์ Supreme เพราะที่แน่ ๆ พวกเราทราบกันดีว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันอย่าง โดนัลด์ ทรัมพ์ นั้นเดินทางมาถึงจุดที่ได้รับตำแหน่ง โดยมีแบ็คกราวด์ที่ "ไม่ใสสะอาด" ซักเท่าไหร่นัก จากการที่เขาเคยเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์มาก่อน และแน่นอนว่า Supreme ก็ประกาศถึงจุดยืนที่เขา "ไม่ชอบ" ประธานาธิบดีคนนี้อย่างชัดเจน ลวดลาย 1 Zillion Dollar ของทางแบรนด์  โดนัลด์ ทรัมพ์ มักคุยโอ้อวดถึงสรรพคุณความร่ำรวยของตัวเองอยู่เสมอ นับจากการลงทุนที่ดินในนิวยอร์คที่ทำให้เขาเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาได้ในปี 1980 ซึ่งนับไปสู่เส้นทางสาย"คนรวยออกสื่อ" ที่เขามักจะทำตัวน่าหมั่นไส้อยู่เสมอมา หรือแม้กระทั่งว่าวันที่เขาได้มอบโอวาทแก่ประชาชนในวันที่เขาได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี ( presidential announcement speech ) เขาก็ยังโอ้อวดว่าเขา "รวยจริง ๆ นะ" (I'm Really Rich) ในการให้โอวาทครั้งนั้น ซึ่งนั่นทำให้ Supreme หมั่นไส้จนถึงขนาดออกวางจำหน่ายเสื้อยืด "Fuck The President" ไปตั้งแต่ช่วงคอลเล็คชั่น SS2017 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกัน Supreme กลับแสดงจุดยืนที่เด่นชัดในการสนับสนุน อดีตประธานาธิบดีคนล่าสุดอย่าง บารัค โอบามา เพราะพวกเขาเคยออกเสื้อยืด Overprint ที่มีลวดลายใบหน้าของเขา ซึ่งนั่นทำให้เราสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นนัยว่า แบรนด์ Supreme มีจุดยืนทางการเมืองอยู่ตรงไหน Supreme Overprint Coat "Obama" หนึ่งในไอเท็มเมื่อคอลเล็คชั่น SS 2016 ซึ่งนั่นทำให้การแสดงออกถึงความ "โคตรรวย" เหล่านี้ มีน้ำเสียงไปในทิศทาง "กระแนะกระแหน" มากกว่า "ชื่นชม" อยู่พอสมควร ... เพราะสุดท้าย Supreme ก็ไม่เคยขายสินค้าราคาป้าย ให้โอเวอร์เลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นคือจุดยืนที่เขายังแสดงออกอยู่อย่างมั่นคง ...

  • Soul4street Review : Nike Dunk Low Flyknit ก้าวใหม่ของโมเดลสุดไฮป์ในโลกอดีต

    ถ้าจะให้ยกตัวอย่างโมเดลสนีกเกอร์ที่คลาสสิคที่สุดสำหรับชาวสนีกเกอร์เฮด แน่นอนว่าชื่อของโมเดลตระกูล Nike Dunk จะต้องเป็นชื่อที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของคนรักรองเท้าอย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติที่ถูกออกแบบมาเพื่อกีฬาบาสเก็ตบอล เผยโฉมครั้งแรกในปี 1985 ซึ่งถือเป็นยุคที่บาสเก็ตบอลได้มีปรากฏการณ์ของรุกกี้หน้าใหม่ฝีมือร้ายกาจอย่าง Michael Jordan นั่นจึงทำให้โมเดลตัวนี้ กลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของนักบาสเก็ตบอลทั้งใน NBA และนอก NBA ของยุคนั้น Michael Jordan และ Patrick Ewing สุดยอด Draft Class ของปี 1985 ผู้เป็นแรงบันดาลใจในกีฬายัดห่วงของคนยุคนั้น อีกทั้ง ณ ขณะนั้นถือได้ว่า กีฬาบาสเก็ตบอล เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากวัฒนธรรมบันเทิงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงฮิปฮอป , แฟชั่น หรือแม้กระทั่งเรื่องราวของตัวลีกเอง ที่มีความเป็น Rivalry (คู่อริ) กันอยู่สูงกว่าสมัยนี้นัก ทำให้ลีกบาสเก็ตบอลในยุคนั้นถือว่าโหดเถื่อนดิบกว่าสมัยนี้อยู่หลายขุมนัก (ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกเรตติ้งทางโทรทัศน์ได้เป็นอย่างดี) Nike Dunk "Be True to Your School" เหล่าคู่สีสุดคลาสสิคจากสีของ 12 สุดยอดทีมคอลเลจในสมัยนั้น จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ในยุคนั้น ถ้าใครไม่มี Nike Dunk ในครอบครองถือว่า “เชย” แตกยับเยินเลยทีเดียว ! แรกเริ่มเดิมที โมเดล Nike Dunk ออกแบบโดยอีกหนึ่งสุดยอดดีไซน์เนอร์ของ Nike อย่าง Peter Moore ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวแม่แบบอย่าง Nike Air Force 1 ซึ่งผลจากการออกแบบในครั้งนั้น ก็ทำให้ตัวโมเดลของ Nike Dunk กลายเป็นหนึ่งในโมเดลขึ้นหิ้งของชาวสตรีทแฟชั่น มาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับท่านที่เคยเป็นสาวกตระกูล Dunk ในอดีตมา ก็ต้องบอกเลยว่าอาจจะไม่ชินกับน้ำหนักที่เบาลงมากจากรุ่นเก่า (ที่ยังเป็นอัปเปอร์หนังธรรมดา) เพราะตัววัสดุก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็น Flyknit แพทเทิร์นของตัวด้ายที่สลับสีขาวดำ ตัดกันมาได้อย่างลงตัว บวกกับคุณสมบัติของตัววัสดุที่ทำให้ตัวรองเท้าสวมใส่ได้สบายขึ้นมาก เหมาะกับการแต่งตัวสไตล์มินิมอล ที่เป็นกระแสหลักของผู้ที่นิยมชมชอบการแต่งตัวแบบ Casual ในทศวรรษนี้ พื้นรองเท้า ยังคงฟอร์มของตัว Nike Dunk ดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างที่ แต่อุตส่าห์เดินทางมาถึงยุคนี้ ถ้าไม่อัพเกรดอะไรสักหน่อย ก็คงจะไม่ใช่สิ่งที่ Nike ชอบใจนัก ตัวพื้นในรุ่นนี้จึงถูกตีซี่ แบ่งให้เป็นรอยหยักที่มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเพิ่มความเหนียวแน่นในการเกาะพื้น (Traction)ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ดีไซน์แพทเทิร์นของพื้น Outsole ก็ถูกปรับให้ดูโมเดิร์นขึ้นด้วยเช่นกัน และตัว Midsole ของรองเท้า ยังคงใช้วัสดุยางรับเบอร์แบบเดิม อย่างที่ตัวโมเดลเคยทำกันมา งานดีเทลของรองเท้ารุ่นนี้ ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คงเป็นตัวของแถบ Swoosh เอกลักษณ์ ที่ตัวแบรนด์เลือกหนังคุณภาพดี มาเย็บประกบไว้เป็นแถบ Swoosh ใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ของรองเท้ารุ่นนี้ ตัวลิ้นรองเท้าก็ไม่หนามากนัก (แต่งต่างจากสมัยก่อน เพราะพยายามปรับให้เข้ากับเนื้อผ้า Flyknit) และพื้น Insole ข้างในที่สลักลายโลโก้ Nike ไว้เท่านั้น ก็ทำให้รายละเอียดของรองเท้าคู่นี้ดูแน่นขึ้นเยอะ ในเรื่องของไซส์ แนะนำให้เพิ่มไซส์เผื่อให้อีกสัก 0.5 เพราะว่ารูปทรงของรองเท้าคู่นี้ค่อนข้างที่จะเรียวแหลม ทำให้เวลาใส่จริง ค่อนข้างที่จะบีบข้างเท้าอยู่พอสมควร มีมาให้เลือกกันทั้งหมดสองสี ได้แก่สี Oreo คู่สีขาว - ดำสุดคลาสสิคตลอดกาล และสี Multicolor Chlorine Blue อีกหนึ่งโทนสีมาดเข้ม เหมาะสำหรับการแต่งตัวสไตล์เรียบง่าย พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ! อย่างนั้นแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไม ... และถ้าหากเหล่าผู้หลงใหลในสนีกเกอร์ยุคใหม่ มองว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นโมเดล “เคยฮิต” ที่ตกรุ่นไปแล้วเราก็ขอบอกเต็มปากเลยว่าขอให้มองเสียใหม่ เพราะ ณ จุดนี้ รองเท้ารุ่นนี้ พร้อมสานต่อตำนานเดินทางเข้าสู่ยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ... สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : SEEK Thailand Instagram : @seekofficialth

  • Soul4street Review : Nike LAB AAE 1.0 ดีไซน์ผนวกกับนวัตกรรมเพื่อชีวิตชาวกรุง !?

    ในวันที่ความยุ่งเหยิงของชีวิตคนเมือง ได้ทำให้ความสะดวกสบายและเวลา กลายเป็นสิ่งของมีค่ามากยิ่งกว่าเงินทอง ก็ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีความก้าวหน้าของมนุษย์ ก็เริ่มต้นที่จะทำการอย่างหนักหน่วง ในการผลิต “เสื้อผ้า” ที่จะทำให้สิ่งของล้ำค่าที่หายไปเหล่านั้น กลับมาอยู่ในชีวิตมนุษย์ในเมืองใหญ่อย่างที่เคยเป็น แต่แล้วในวันที่ปัญญาประดิษฐ์มีความเฉลียวฉลาดและว่องไวพอพอกับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ก็ทำให้ไอเดียเหล่านั้น สามารถแปรเปลี่ยนไปในรูปแบบข้อมูล ที่สั่งให้เครื่องจักรอันชาญฉลาดสามารถทำงานหลายอย่างได้ในพร้อมกัน (Multi-tasking) โดยไม่จำเป็นต้องง้องานแรงฝีมือของมนุษย์ที่สามารถมีข้อผิดพลาดได้อีกต่อไป และสำหรับ Nike AAE 1.0 ( NIKE ADVANCED APPAREL EXPLORATION 1.0) ตัวนี้ นี่คือนวัตกรรมการผลิตเสื้ออีกก้าวหนึ่งของมนุษย์อย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจในการออกแบบตั้งแต่ตะเข็บและรอยเย็บ ไปจนถึงทรงเสื้อผ้า ซึ่งรวบรวมเอาองค์ความจากศาสตร์อันหลากหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกันอย่างปราณีต ตัวเสื้อยืดได้ใช้การออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อนำชุดผังร่างกายส่วนต่างๆ มาผสมผสานกัน แล้วสร้างรูปแบบของการถักที่อิงลักษณะการเคลื่อนไหวเป็นสำคัญ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเปลี่ยนกระบวนการเดิมๆ ที่ใช้ในการผลิตเสื้อยืดโดยทั่วไปอย่างถึงแก่น   เริ่มต้นที่เสื้อยืดที่โอบรับตามสรีระของมนุษย์ พร้อมการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ Nike AAE 1.0 ดีไซน์ขึ้นจากการวิจัยจาก Nike เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและผังความร้อนของร่างกาย เพื่อเน้นสไตล์ล้ำสมัยให้เครื่องแต่งกาย โดยผสานดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นจากข้อมูลเข้ากับประโยชน์ใช้สอยแบบคนเมืองและการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ตัวเนื้อผ้าของเสื้อตัวนี้ คือการผสมผสาน Wool และ Polyeter ในอัตราส่วน 70/30 เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นสูตรพิเศษของทางเสื้อยืด Nike อยู่แล้ว ทำให้การสวมใส่เสื้อยืดตัวนี้มีน้ำหนักที่พอดีมาก สามารถทนทานได้ทุกสภาพอากาศร้อนหรือหนาว มาดูทางฝั่งเสื้อแขนยาวสุดพิเศษตัวนี้กันบ้าง โดดเด่นในเรื่องความยาวของเสื้อที่ทาง NikeLAB ตั้งใจออกแบบไว้อย่างพอดีตัวสุภาพบุรุษทุกท่าน และการลงฝีตะเข็บตามหลักสรีรศาสตร์ ซัพพอร์ททุกความเคลื่อนไหวของคุณ ก็เป็นการผสมผสานดีไซน์และฟังก์ชั่นไว้ได้อย่างงดงามลงตัว ในขณะที่กิมมิคอันโดดเด่นของเสื้อตัวกลมตัวนี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น “รูนิ้วโป้ง” ที่ทางแบรนด์ได้ตั้งใจออกแบบตามหลักกายวิภาคศาสตร์ ว่าถ้าหากเราวางจุดสอดนิ้วโป้งดังกล่าวนี้ในจุดที่พอเหมาะ ก็จะช่วยถ่วงการเคลื่อนไหวของร่างกายให้สะดวกสบายและอิสระยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าสำหรับฟังก์ชั่นเรือธงอย่างกระเป๋าหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถุงหน้าท้องของจิงโจ้ ก็ทำให้เราเล็งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาได้ใ้ศาสตร์หลากหลายแขนงมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าชิ้นนี้จริง ๆ ตัวกระเป๋าตัดเย็บด้วยผ้าไนล่อนคุณภาพเยี่ยม ตัดแบ่งออกเป็นหนึ่งกะเป๋าใหญ่ สองกระเป๋าเล็ก และยังมีกระเป๋าสไตล์ Zipper ที่สามารถรูดปิดได้จากทั้งสองทาง เพื่อซุกมือในยามอากาศหนาว หรือเก็บสัมภาระเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วย ในขณะที่ทางฝั่งของกางเกงขาสามส่วน Nike AAE 1.0 3/4 ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แน่นอนว่าในเรื่องของนวัตกรรมและฟังก์ชั่นนั้น ไอเท็มตัวนี้กินขาด ด้วยงานดีไซน์แบบดิจิทัลจากข้อมูลวิจัยเพื่อโครงสร้างผสมแบบทอ แถบด้วยซิปแบบปรับได้อย่างอิสระ และด้วยการผสมผสานงานออกแบบสไตล์ Cargo Pant เข้าไว้ด้วย ทำให้กางเกงตัวนี้ สามารถบรรจุสัมภาระไว้ได้อย่างเหลือเฟือ ถ้าวันไหนคุณขี้เกียจสะพายกระเป๋าขึ้นมา อีกทั้งยังชัวร์ว่า ตัวกางเกงจะระบายอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยคุณสมบัติของผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% ซึ่งท่านสามารถปรับขนาดใ้พอดีกับตัวท่านได้ ด้วยเชือกเอวความยืดหยุ่นสูง สุดท้ายนี้ ทาง Soul4street มั่นใจว่าไอเท็มทั้งสองชิ้นนี้ สามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ยุ่งเหยิง (Urban Lifestyle) ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะนอกจากความสวยงามดูดีในเรื่องของงานดีไซน์แล้วนั้น เรื่องของฟังก์ชั่นที่อเนกประสงค์ขนาดนี้ คงหาไม่ได้ที่ไหนนอกจากเสื้อผ้าของทาง NikeLAB เท่านั้น ... สามารถติดตามรายละเอียดของคอลเล็คชั่น เพิ่มเติมได้ที่ Nike LAB เท่านั้น

  • "เมื่อความลับ ไม่ใช่เรื่องลับอีกต่อไป" ทำไมการเปิดเผยข้อมูลรองเท้าก่อนขายถึงน่าเบื่อ !?

    นับตั้งแต่การเปิดเผยรายละเอียดของสื่อใน "คดี Watergate" ที่ประธานาธิบดี Nixon ถูกแฉในเรื่องกลโกงการเลือกตั้งประธานาธิบดี บริบทของคำว่า "leak" ก็เริ่มถูกบิดเบือนไป และยิ่งนับจากปรากฏการณ์การแฉครั้งใหญ่ของเว็บไซท์ Wikileaks บริบทของคำที่ว่านี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง Edward Snowden คือบุคคลสำคัญที่ทำให้บริบทของคำว่า "Leak" เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เชื่อมั่นว่าสำหรับท่านที่เคยอ่านข่าวสารเกี่ยวกับรองเท้าในต่างประเทศ ท่านย่อมเคยพบเจอหรือสัมผัสกับคำว่า "sneakers leak" มาแล้วบ้างอย่างแน่นอน ซึ่งการเปิดเผยเหล่านี้ได้เกิดขึ้นชนิดที่ว่า ข่าวหลุดทั้งหลายกลายเป็นเรื่องธรรมดา และราวกับว่าชาวสนีกเกอร์เฮดจะล่วงรู้วันวางจำหน่ายล่วงหน้าของรองเท้ารุ่นพิเศษกันเป็นปีปี ซึ่งในทุกวงการ ณ ตอนนี้ ก็ได้รับผลกระทบจากคำว่า "leak" นับตั้งแต่ความลับทางราชการของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงสาวน่ารักวัยมัธยมที่แอบชอบรุ่นพี่ ม.6 รูปหล่ออยู่เลยทีเดียว ... เพราะคำว่า "leak" ในยุคนี้หมายถึง ความลับที่ถูกนำมาเผยแพร่ โดยที่ในทางพฤตินัยอาจยังไม่ได้รับการยอมรับจากตัวเจ้าของลิขสิทธิ์เลยแม้แต่น้อย ... ยกตัวอย่างสถาณการณ์ง่าย ๆ ว่า "น้อง A ชอบรุ่นพี่นักบาสที่ชื่อ B น้อง A จึงเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ C และ D ฟัง ในขณะเดียวกันนั้น D เป็นคนปากมากชอบแฉ วันต่อมา A จึงถูกล้อจากเพื่อนทั้งห้อง เพราะความลับของหล่อนไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าถามว่า เราจะเรียก "A ชอบพี่ B" นั้นว่าอะไร เราก็ยังเรียกมันว่า "ความลับ" อยู่ต่อไป ย้อนกลับมามองที่วงการรองเท้าสนีกเกอร์ ในปัจจุบันนี้ที่อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญ และความนิยมของรองเท้ากลับถูกทำการ "หลอมรวมให้เป็นหนึ่ง" (Globalization) ซึ่งส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกย่อมมีรสนิยมที่คล้ายคลึงกันไปตามระเบียบ ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันไม่ว่าจะที่ไหนในโลกที่มีวัฒนธรรมสนีกเกอร์เฮด ที่นั่นก็จะต้องรู้ว่า กระแสของ adidas YEEZY ตอนนี้มาแรง เป็นต้น และสิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคยังคงหลงใหลอยู่ก็คือ "ข่าวสาร" ซึ่งก็ยังคงเหมือนเดิมในทุกยุคทุกสมัย ว่าถ้าหากพวกเขารู้รายละเอียดการวางจำหน่าย , ได้เห็นภาพหลุดของรองเท้ารุ่นต่อไปของตัวแบรนด์ก่อนใคร พวกเขาจะรู้สึกว่า พวกเขา "เสพย์สม" ในความทันข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง (พฤติกรรมตรงนี้ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการรองเท้าเพียงอย่างเดียว แต่กับทุกวงการ) ถึงที่สุดแล้วนั้น "ความลับทางการค้า" หมายถึง ข้อมูลการค้าที่ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคล ซึ่งโดยปกติแล้วบุคคลที่เข้าถึงได้จะต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ อาจอยู่ในรูปแบบของ สูตร วิธีการ กรรมวิธี การออกแบบ เครื่องมือ แบบแผน หรือการรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ใช้ในการทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบเหนือคู่แข่งหรือกลุ่มลูกค้า แน่นอนว่าเมื่อความลับทางการค้าเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นผลดีกับตัวแบรนด์(ซะทีเดียว)อย่างแน่นอน ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือโมเดล ซีรี่ย์เดอะเท็นของ โปรเจ็คท์ระหว่าง Nike x OFFWHITE ที่ถูกเผยภาพก่อนการวางจำหน่ายจริงเป็นปี หรือแม้กระทั่งกราฟความสนใจที่ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ในการสวมใส่รองเท้าคู่ใหม่ของ Kanye West ที่มักจะเผยภาพรองเท้าในไลน์ของตนเอง ด้วยการสวมใส่ไปนอกสถานที่อยู่บ่อย ๆ ซึ่งผลเสียของการ "leak" ของผู้คนเหล่านี้คือ รองเท้าสนีกเกอร์เหล่านี้ไม่ได้ HYPE ในแบบที่มันควรจะเป็น รองเท้ารุ่นใหม่ของ Kanye West ในตอนนี้ เริ่มเป็นอะไรที่ไม่ร้อนแรงเท่าสมัยที่เขากำลังแจ้งเกิดกับโมเดล adidas YEEZY BOOST V1 เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงสองคนนี้เท่านั้น ที่มีพฤติกรรมในลักษณะนี้ Jerry Lorenzo ก็เปิดเผยรายละเอียดของงาน Collaboration ร่วมกับ Vans ผ่านแอคเคาท์ Instagram ของตัวเขาเอง ในขณะเดียวกัน เจ้าของแบรนด์สตรีทแฟชั่นที่ชอบค้างสต็อคลูกค้าอย่าง Neek Lurk ก็เปิดอีกคนหนึ่ง ที่ชอบอัปโหลดรายละเอียดเกี่ยวกับคอลเล็คชั่นใหม่ของเขาบนโลกออนไลน์อยู่เสมอ นั่นทำให้เหล่ากูรูสนีกเกอร์ หรือกลุ่มข่าวสารรองเท้าออนไลน์ได้ถือกำเนิดขึ้น ชื่อของ Sneaker Prophet, Gucci Paul และ Yeezy Mafia ถูกหยิบยกและพูดถึงขึ้นอยู่เสมอในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถทำงานเหล่านี้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง และสร้างรายได้จากการมียอดฟอลโลเว่อร์ที่มากมาย รวมไปถึงการขายผลิตภัณฑ์อย่างเสื้อและเครื่องประดับ ที่มีชื่อของแอคเคาท์ตนเอง และด้วยกระแสความไฮป์ที่ถูกสั่งสมเอาไว้อยู่นานเป็นปี ก็ย่อมทำให้ "เสน่ห์" ที่เคยมีอยู่ในอดีตของโลกรองเท้าสนีกเกอร์นั้นหมดไป ในสมัยก่อนข่าวสารต่าง ๆ ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาเป็นรายวันเหมือนทุกวันนี้ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะตัวรองเท้าสนีกเกอร์ก็ไม่ได้ผลิตอะไรใหม่ ๆ ออกมาขายเป็นรายสัปดาห์เหมือนทุกวันนี้เช่นกัน ทำให้เราสามารถเห็นได้ชัดว่า "ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ในทางที่เร็วขึ้น" YEEZY Mafia คือกลุ่มผู้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับไลน์สินค้าของ adidas YEEZY จนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการที่ผู้เขียนคร่ำหวอดกับการพยายามหาข้อมูลข่าวสารมาแปลให้ผู้อ่านฟัง ในแวบแรกที่ผู้เขียนก้าวเข้ามาทำอาชีพนี้ ผู้เขียนคิดว่าสิ่งที่ผู้เขียนพยายามทำอยู่คือการสื่อสารโลกของข่าวสารรองเท้ากับผู้อ่านชาวไทยได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อลองมองมาถึงจุดที่ข่าวสารมากมายเกินขึ้นในแต่ละวัน ข้อมูลที่เกิดขึ้นนั้นมีมากมายเหลือเกินจนบางครั้งก็มากเกินกว่าที่จะสามารถถ่ายทอดออกมาได้ทั้งหมด ลองคิดดูว่าถ้าคุณกำลังเสพย์ข่าวสารวงการรองเท้าสนีกเกอร์ว่าคู่ไหนที่กำลังมาแรงที่สุด รองเท้าที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อวานก็จะกลายเป็นของเก่าตกกระป๋องไปโดยทันที ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่โหดร้ายอยู่เหมือนกันของวัฏจักรแฟชั่นในปัจจุบัน และที่สำคัญ มันดีจริง ๆ เหรอกับการล่วงรู้อนาคตล่วงหน้าซะเป็นปีขนาดนี้ ? ดังนั้นสำหรับผู้ที่กำลังสะสมอยู่ ก็อยากให้ลองนึกถึงวลีที่ว่า "การเดินทางไม่สำคัญว่ามันจะสิ้นสุดที่ไหน เรื่องราวระหว่างทางต่างหากที่สำคัญที่สุด" เพราะถึงอย่างไรก็ตามผู้เขียนเชื่อว่า มันจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกนานสำหรับวงการรองเท้า และถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้คุณจะรู้แล้วว่าวันนี้ในปีหน้า รองเท้าคู่ไหนจะถูกวางจำหน่ายออกมา ผมก็เลือกที่จะขอไม่รู้บางข่าวด้วยบ้างจะดีกว่า เพราะผมคิดถึงความรู้สึกแบบสมัยก่อนเสียจริง ...

NEWS & ACTIVITIES

เมื่อสไตล์กับสปีดเคลื่อนที่ไปพร้อมกันกับ “ Honda CB150R Exmotion “ ชัดเจนกับตัวเอง เร้าใจในแบบที่ใครก็ต้องมอง

ปัจจุบันจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์การขี่มอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของคนไทยและทั่วโลกไปแล้ว หลังจากที่เราได้เห็นความคลั่งไคล้จนมีประโยคที่ได้ยินกันคุ้นหูว่า “ วิถีไบค์เกอร์“ ซึ่งความที่เป็นวิถีไบค์เกอร์นี้เองที่ทำให้แบรนด์มอเตอร์ไซค์ต่างๆต้องคิดค้นรถที่ตอบสนองความต้องการในการใช้งานรวมไปถึงการออกแบบที่สะดุดตาและทันสมัย (เรียกง่ายๆว่าออกมาแบบจืดๆมองแล้วไม่มีอะไรเลยนี่จบแน่นอน)…

ไปดูกันว่าที่งาน Tokyo Fashion Week Spring/Summer 2018 เขาแต่งตัวกันได้จี๊ดขนาดไหน !?

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของซีซั่น ณ ขณะนี้ สำหรับงาน  Tokyo Fashion Week Spring/Summer 2018 ที่กำลังจัดขึ้น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นในช่วงนี้ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากเรื่องของข่าวคราวเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่าง ๆ มากมาย อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานก็คงจะหนีไม่พ้น เทรนด์การแต่งตัวของผู้เข้ามาร่วมงาน ที่สามารถชี้ชัดและบ่งบอกแนวทางของเทรนด์ในอนาคตอันใกล้ได้ดีเลยทีเดียว และในวันนี้…

ภาพอย่างเป็นทางการของ Supreme x Nike Air Humara อีกหนึ่งงานคอลแลปส์สุดคลาสสิค

ชอบที่จะเซอร์ไพรซ์เหล่าสาวกอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องของการออกงาน Collaboration ร่วมกับรองเท้า Nike ที่มักจะนำรุ่นเก่า ๆ ที่ถูกหลงลืมไปนาน หรืออะไรก็ตามแต่ที่เหล่าแฟน ๆ คาดไม่ถึง มาให้เซอร์ไพรซ์เสียเงินเล่นกับแบบสายฟ้าแลบอยู่เสมอ ซึ่งล่าสุดนี้ก็เป็นคิวของรองเท้าสนีกเกอร์ที่ถูกหลงลืมไปนานอย่าง Nike Air Humara อีกหนึ่งรองเท้าสนีกเกอร์สายฟังก์ชั่น ที่ตอบโจทย์ฤดูกาล Fall/Winter…

Rich Chigga ม้ามืดแห่งวงการฮิปฮอป!! เขาเป็นใคร ทำอะไร มาจากไหน? เราสรุปมาให้อ่านแล้ว

เอาตามตรงถ้าไม่รู้จักเจ้าหนูนี่มาก่อน แล้วแค่จากรูป คงไม่มีทางดูออกเลยว่าเจ้าหนูคนนี้คือแร็ปเปอร์ที่บอกได้เลยว่า ตอนนี้กำลังโด่งดังอยู่ด้วยสไตล์ที่ฉีก แหวก และไม่เหมือนใคร และด้วยร่วมงานกับศิลปินฮิปฮอปและโปรดิวเซอร์ชั้นนำของโลก โดยทั้งหมดนี่เกิดขึ้นตอนที่เขาอายุเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น!! Credit: Pinterest แรกเริ่มเดิมที Rich Chigga เขาเป็น Comedian ตัวน้อยที่มีชื่อเสียงจากการทำรูป,…

Travis Scott กำลังทำเพลงใหม่กับ Tame Impala !?

หลังจากที่ก่อนหน้านี้หัวเสียไปกับกรณีที่มีโฆษณานมเปรี้ยวของจีน ได้ทำการก็อปปี้เพลง "The Less I Know The Better" ของวง Tame Impala ใส่ไว้ในโฆษณาของตน ล่าสุดก็ดูเหมือนว่า Kevin Parker พอจะสงบจิตสงบใจ และเริ่มงานเพลงใหม่ที่น่าสนใจได้แล้วในวันนี้   โพสต์ที่แชร์โดย Tame Impala (@tame__impala) เมื่อ เม.ย. 27, 2017 เวลา 8:01pm PDT และหลังจากนั้น ก็ได้มีข่าวคราวการร่วมงานระหว่างเขา กับศิลปินระดับพระกาฬมากมายไม่ว่าจะเป็น…

มาดูกันแบบชัดเน้นเต็มตากับ Converse GOLF le FLEUR สามสีใหม่ล่าสุด !

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ได้มีภาพหลุดของ Tyler, The Creator ที่ปรากฏตัวพร้อมกับโมเดลสายเซอร์รุ่นใหม่อย่าง Converse One Star ซึ่งก็เป็นสิ่งที่สั่นคลอนจิตใจแฟนคลับของเขาเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามนั้น ตอนนี้ Tyler, The Creator ก็น่าจะมีความสุขดี กับสัญญาฉบับใหม่ของโมเดลสุดเท่ห์ตัวนี้ โมเดลตัวนี้โดดเด่นด้วยการชูสีเขียวอ่อน พร้อมด้วยงานดีเทลเป็นตัวเย็บบริเวณข้างเท้า…

adidas YEEZY BOOST 350 V2 “Semi Frozen Yellow” จะวางจำหน่ายวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ !

นี่น่าจะเป็นคู่สีใหม่ล่าสุด ที่จะออกมาวางจำหน่ายเป็นตัวถัดไปสำหรับรองเท้าตระกูล adidas YEEZY BOOST 350 V2 ด้วยคู่สีที่มีชื่อว่า "Semi Frozen Yellow" ซึ่งถูกเปิดเผยบนอินสตาแกรมของ Yeezy Mafia เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งโพสท์ดังกล่าวนั้น ก็ได้รับความสนใจจากเหล่าสาวกเป็นอย่างดี โดย adidas YEEZY BOOST 350 V2"Semi Frozen Yellow" คู่นี้ โดดเด่นด้วยอัปเปอร์สีเทาสลับกับสีเหลืองขมิ้น เพิ่มเนื้อดีเทลด้วยตัวอักษร…

OFF-WHITE x Levi's ครับพี่น้อง! เตรียมพบกับคอลเล็กชั่นยีนส์จากสองฝั่งได้เร็วๆนี้

ไม่น่าเชื่อว่าแบรนด์สายวินเทจอย่าง Levi's จะได้มาจับมือกับแบรนด์สุดล้ำอย่าง OFF-WHITE แต่ว่ามันก็เกิดขึ้นแล้ว! ทาง Levi's ได้ปล่อยภาพงานคอลแลปนี้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนแล้ว แต่ว่าพึ่งจะมาบอกกำหนดปล่อยเอาตอนนี้ ซึ่งมีกำหนดอยู่ที่วันที่ 19 ตุลาคม โดยรูปด้านบนนั้นแสดงให้เห็นแจ็คเก็ตยีนส์ ที่ตัดด้วยลายสีส้มตรงแขน โดยแจ็คเก็ตยีนส์สุดล้ำนี่ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่น…

เดี๋ยวนี้ซื้อเกมมีลุ้นได้รองเท้าแล้วนะ!! Ubisoft ใจดีแจก YEEZY ต้อนรับเกม Assasin's Creed Origins

Ubisoft จัดกิจกรรมสุดเจ๋งเพื่อต้อนรับเกม Assasin's Creed Origins ที่จะเปิดตัวในวันที่ 27 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการแจก YEEZY ฟรีพ่วงฝีมือคัสตอมระดับมืออาชีพจาก Dominic Lowman แห่ง Carmeno Custom Kicks ภายใต้แคมเปญชื่อ "ACO Kicks" ลายคัสตอมของ YEEZY คู่นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากฉากต่างๆในเกม ซึ่ง Lowman ก็ได้โอกาสที่จะเข้าไปโลดแล่นในโลกแห่งเกมและสัมผัสฉากต่างๆด้วยตัวเอง โดยลายจะถูกเพ้นท์ลงใน YEEZY Boost V2 สีขาวและสีดำตามภาพที่ปล่อยออกมายั่วแฟนๆ…

กินเหอะพี่ขอ! Leonardo Dicaprio ขอให้เราช่วยโลกด้วยการกินเบอร์เกอร์

นี่อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับ Street Fashion แต่เป็นเรื่องราวที่เราอยากจะเอามาแบ่งปันให้อ่านกัน Leonardo Dicaprio นักแสดงยอดฝีมือและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม และตอนนี้ก็ยังเป็นนักลงทุนอีกด้วย เขาลงทุนกับบริษัท Beyond Meat ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่กำลังพัฒนาเรื่อง "ผลิตเนื้อสัตว์จากพืช(!?)" ในราคาและปัจจัยที่จับต้องได้ และตัวลีโอเองก็จะลงมือช่วงเหลือบริษัท เพื่อทำให้เจ้าเบอร์เกอร์ไร้เนื้อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้…

NikeiD เปิดให้แฟนบาสคัสตอม Nike Air Force 1 ให้เป็นโลโก้ทีมโปรดต้อนรับ NBA ฤดูกาลล่าสุด!!!

NBA ฤดูกาลล่าสุดก็ได้เริ่มต้นขึ้นเรียบร้อยแล้วเช้านี้ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งทาง Nike ก็ได้ออกมาเอาใจแฟนบาสด้วยการเปิดให้แฟนๆเข้ามาคัสตอม Nike Air Force 1 ผ่านทาง NikeiD โดยจะมีทั้งสีและโลโก้ของทั้ง 30 ทีมในลีก ส่วนที่สามารถปรับแต่งได้ก็จะเป็นหนังรองเท้า ที่จะเปลี่ยนสีตามทีมที่เลือก และส่วนพื้นรองเท้าก็จะเลือกได้ว่าจะใช้เป็นสีขาว หรือว่าจะเป็น Gum sole ก็ได้ แฟนบาสสามารถเข้าไปที่…

สงครามสามแถบ! adidas ประกาศฟ้องลีก E-sport จากเยอรมันเรื่องโลโก้

adidas ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อปกป้องเครื่องหมายการค้าของตัวเอง แต่คราวนี้ไม่ใช่ศึกทางแฟชั่น แต่เป็นกลับเป็นทางฝั่ง E-sport โดย adidas ได้ยื่นฟ้อง Turner Sport's ELEAGUE เรื่องโลโก้ 3 แถบที่ adidas เชื่อว่ามีความใกล้เคียงกับโลโก้ 3 แถบสุดคลาสสิค โดยทางฝั่งถูกฟ้องก็ออกมากล่าวว่า โลโก้ 3 แถบนั้นมีที่มาจากตัว "E" นั่นเอง ทำไมถึงต้องมาฟ้องลีกเกมล่ะ? ดูเหมือนว่า adidas จะขี้กังวลไปรึเปล่า?…

"Gucci Mane" จะกลายเป็นสตาร์คนใหม่ของ Reebok !!

หลังจากที่แยกทางกับ Kendrick Lamar ไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้ Reebok ได้ Gucci Mane มาเป็นพาร์ทเนอร์คนใหม่ และเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับรุ่น Reebok Classic Workout Plus EG "มันน่าตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Reebok และมีโอกาสได้ออกแคมเปญเป็นของตัวเอง รุ่น Workout เป็นสไตล์โปรดของผม เพราะรูปลักษณ์และเรื่องราวที่ยาวนาน โดยเฉพาะใน Atlanta และฝั่งทางใต้" เรียกได้ว่ากำลังมาในช่วงนี้เลยสำหรับ Guwop…

Soul4street Review : พกรองเท้าคู่โปรดของท่านไปทุกที่ กับกระเป๋ารองเท้าชั้นดี Hex Sneaker Pack

หลังจากที่คราวที่แล้ว ทาง Soul4street ได้แนะนำกระเป๋าคอลเล็คชั่นพิเศษ อย่าง HEX x Guy Mariano Skatepack ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย มาในคราวนี้ ทางเราก็ขอนำเสนอไอเท็มออริจินัล ที่ถือได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของตัวแบรนด์กันบ้าง ยิ่งเข้าใกล้วันสิ้นปีไปเสียทุกที หลายท่านก็เริ่มมีโปรแกรมไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ กันแล้ว ซึ่งทางเรามั่นใจว่า ท่านผู้อ่านหลายท่านน่าจะเคยประสบพบเจอเหตุการณ์…

ความสำเร็จอีกขั้นของ Supreme รึเปล่า? StockX กำลังจะกลายเป็นช่องทางใหม่ในการจำหน่าย Supreme

StockX เป็นบริษัทประมูลที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำรองเท้ารุ่นหายากออกมาแลกเปลี่ยนซื้อขาย และตอนนี้ทางบริษัทได้ขยับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการประกาศสนับสนุนการซื้อขาย Supreme ในเว็ปไซต์ของบริษัท และก็เป็นเหมือนความสำเร็จอีกก้าวของ Supreme ที่เมื่อไม่นานมานี้ก็พึ่งได้รับการเปลี่ยนมือผู้บริหาร และได้รับการประเมินมูลค่าแบรนด์สูงถึง 1,000,000,000 (พันล้าน) ดอลล่าร์สหรัฐ! โดยทาง StockX…

ดูให้ดี! นี่ไม่ใช่ Nike แต่คือ ANTA แบรนด์สปอร์ตแวร์จากพี่จีน

การเอาแรงบันดาลใจจากแบรนด์คู่แข่ง หรือแบรนด์อื่นๆมาประยุกต์กับแบรนด์นั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาในวงการแฟชั่น แต่บางทีการหยิบแรงบันดาลใจที่ว่า ดูยังไงมันก็คือก๊อปมาทั้งดุ้นชัดๆ และวันนี้เราจะพาไปดูหนึ่งในรองเท้าของแบรนด์ ANTA ซึ่งเป็นแบรนด์สปอร์ตแวร์จากทางฝั่งจีนที่คิดว่า "ได้แรงบันดาลใจ" มาจากรุ่น Air VaporMax ของทาง Nike ถ้าดูจากรูปแล้วก็อาจจะไม่ต้องบรรยายอะไรมาก…

POPULAR NEWS

CONTACT US

Soul4Street
Facebook: Soul4street

Instagram : @soul4street

Twitter: @soul4street

Press Releases and inquiry may be sent to:
s4sbkk@gmail.com

 

Office:
Soul4street
764/10 Sukumvit Rd.
Ph