Soul4street Review : เจาะลึกก่อนใครที่นี้ที่แรกกับคอลเลคชั่น G-SHOCK 35th ORIGIN GOLD COLLECTION

เราบอกแล้วว่าปีนี้ G-SHOCK เขาเอาจริง !!  ในครั้งนี้เรามีทีเด็ดอีกหนึ่งคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ G-SHOCK 35th ORIGIN GOLD COLLECTION ที่ต้องบอกเลยว่าเด็ดไม่แพ้กัน และที่สำคัญเรายังเป็นที่แรกที่จะมารีวิวให้ดูก่อนใคร  

มาเข้าเรื่องกันดีกว่าสำหรับ G-SHOCK 35th ORIGIN GOLD COLLECTION เป็นคอลเลคชั่นที่ทำออกมาเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี เปิดตัวครั้งแรกในงานนาฬิการะดับโลก Basel World 2018 และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากสื่อมวลชน โดยความน่าสนใจของรุ่นนี้คือการเล่นกับโทนสีอย่างสีดำและสีทอง ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงความเรียบหรู ในคอลเลคชั่นนี้จะมีนาฬิกาทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน มีความน่าสนใจมากๆดีเทลในแต่ละรุ่นนี่เยอะมากจริงๆ ส่วนจะมีรุ่นไหนบ้างนั้นลองไปติดตามกันเลยดีกว่า 

DW-5035D-1B 

มาเริ่มกันที่โมเดลแรกกันเลยดีกว่า เป็นอีกหนึ่งทรงหน้าปัดนาฬิกาที่ให้อารมณ์ของความคลาสสิค เพราะเป็นโมเดลที่ถูกพัฒนามาจาก DW-5000C โดยสีหลักที่ใช้ออกแบบเลยคือสีดำตรงส่วนของตัวกรอบและสาย เพิ่มความน่าสนใจด้วยสีทองให้ตรงกับชื่อคอลเลคชั่นตรงส่วนของปุ่ม บัคเคิล สกรู และตัวสายรัด ถ้าสังเกตกันให้ดีตรงหน้าจอจะเป็นสีเทาและคำว่า G-SHOCK และคำว่า Protection รวมถึงเส้นกรอบตรงหน้าจอจะเป็นสีทองด้วยทั้งหมด อีกหนึ่งทีเด็ดที่ตอกย้ำถึงความเป็นคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ก็คือฝาหลังที่เป็นสีทองพร้อมโลโก้ครบรอบ 35 ปี และกล่องแพ็คเก็จสุดลิมิเต็ด ที่ถูกออกแบบโดย Eric Haze ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังระดับโลก 

DW-5735D-1B 

มาถึงโมเดลที่สองกันแล้วกับโมเดลที่เป็นการนำเอาแรงบันดาลใจจากสองโมเดล DW-5400 และ DW-5700 ผสมผสานและพัฒนาขึ้นมา โดยดีไซน์ของหน้าปัดเรือนนี้จะเป็นแบบวงกลม การใช้โทนสีดำตรงตัวนาฬิกาและสายนาฬิกา ถ้าสังเกตให้ดีสีของหน้าจอจะออกสีเหลืองทอง ตรงตัวหนังสือต่างที่บอกฟังก์ชั่นการใช้งานและคำว่า G-SHOCK จะเป็นสีทองทั้งหมด ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ตรงส่วนของปุ่ม บัคเคิล สกรู และตัวสายรัดจะเป็นสีทองทั้งหมด และสิ่งที่คาดไมได้เลยก็คือฝาหลังที่เป็นสีทองพร้อมโลโก้ครบรอบ 35 ปี และกล่องแพ็คเก็จสุดลิมิเต็ด ที่ถูกออกแบบโดย Eric Haze ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังระดับโลก 

GF-8235D-1B 

มาถึงโมเดลสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งทีเด็ด หรือชื่อที่นักสะสม G-SHOCK เขาเรียกกันก็คือรุ่น FROGMAN ซึ่งเจ้าโมเดลนี้ถูกพัฒนามาจาก DW-8200 ซึ่งจุดเด่นที่ทุกคนต่างพูดถึงก็คือสามารถดำน้ำได้ลึกสูงสุดถึง 200 เมตร (ได้รับมาตฐาน ISO 6425) เป็นโมเดลที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับคนชอบกีฬาทางน้ำ เพราะทั้งการออกแบบรูปทรงที่ช่วยให้เราเคลื่อนไหวใต้น้ำได้อย่างอิสระ รวมถึงมีระบบ Tough Solar หรือการชาร์จกระแสไฟไฟฟ้าแสงอาทิตย์ มีกราฟโชว์บอกข้างขึ้นข้างแรม  

นาฬิกามาพร้อมแพ็คเก็จฉลองครบรอบ 35 ปี ส่วนเรื่องของดีไซน์จะถูกออกแบบมาหน้าปัดทรงกลม ตัวเรือนและสายเรซิ่นจะใช้สีดำเป็นหลักในการออกแบบและถูกตกแต่งด้วยสีทองตรงส่วนของปุ่ม บัคเคิล สกรู และตัวสายรัด เราชอบตรงคำว่า FROGMAN ที่ครั้งนี้ถูกออกแบบให้ใช้สีทองซึ่งเวลาใส่แล้วจะดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก เข้ากับหน้าปัดที่สีออกเหลืองทอง และตรงฝาหลังของนาฬิกาก็ยังออกแบบเป็นสีทอง พร้อมโลโก้ครบรอบ 35 ปี ที่ออกแบบโดยกราฟฟิตี้ชื่อดังระดับโลก Eric Haze

ก็จบไปแล้วสำหรับรีวิวตัวคอลเลคชั่น G-SHOCK 35th ORIGIN GOLD COLLECTION ใครชอบโมเดลไหนในคอลเลคชั่นนี้ ก็ขอบอกเลยว่าซื้อเถอะครับ เพราะถ้าคิดนานบางทีจะขายหมด Sold Out แบบไม่รู้ตัว (ฮ่าๆ) ส่วนใครที่กลัวว่าซื้อไปแล้วจะแต่งตัวในสไตล์แบบไหนดี ขอบอกเลยว่าไม่ต้องคิดมากครับ จะสายสตรีท จะสายเนี๊ยบ ก็สามารถใส่ได้ เพราะนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทุกสไตล์จริงๆ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.facebook.com/CASIO.THAILAND หรือเวบไซต์ของ CMG อย่างเป็นทางการ  www.casio-cmg.com

 

Editor

skull_skull ( 2978 posts )
-

RELATE BLOG