หลังจากการสิ้นสุดลงของยุค 80’s ซึ่งเป็นยุคของการยุติสงครามเย็นและความหวาดกลัวต่อสงครามและยุคฮิปปี้อย่างสมบูรณ์ โลกก็ก้าวเข้าสู่การแข่งขันทางเศรษฐกิจและเท็คโนโลยีเข้ามาแทนที่ ในส่วนขอแฟชั่นก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเฉกเช่นเดียวกัน ในยุคเริ่มต้นของ 90’s กระแสของเพลงกรันจ์และเพลงร็อคได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในยุคนั้นพร้อมกับสไตล์ไอคอนคนสำคัญก็ถือกำเนินขึ้นในยุคนี้เช่นกันกับการแต่งตัวที่เน้นง่ายๆ ไม่เป็นทางการแนวทางนี้ก็เริ่มแพร่หลาย เป็นที่ชัดเจนว่าวิธีการแต่งตัวแบบนี้ต้องอยู่ต่อไปเป็นบรรทัดฐาน

ต้นยุค 90’s ปฐมบทของการเริ่มต้น

ในขณะที่ทศวรรษที่ 90’s เริ่มต้นด้วยความนิยมของแฟชั่นและรูปแบบที่มีขนาดใหญ่กว่าของในยุค 80 แฟชั่นได้เปลี่ยนไปสู่การแต่งกายที่มีความเรียบง่ายและไม่เป็นทางการมากขึ้น ชุดกีฬาของยุค 80’s ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงยุคต้นๆ 90’s ด้วยกางเกงขาสั้นสำหรับนักขี่จักรยาน เลกกิ้ง และเสื้อสเวตเตอร์ขนาดใหญ่ที่ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับหญิงสาว ช่วงต้นของทศวรรษยังได้เห็นการฟื้นตัวของสไตล์ในยุค 1960 และ 1970 เช่น มินิสเกิร์ต และสไตล์พังก์

กระแสการแต่งตัวในยุค 90’s ได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากเพลงกรันจ์และร็อคทำให้เกิดความต้องการเสื้อผ้าแนววินเทจกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของร้านเสื้อผ้ามือสองมากขึ้น เป็นรูปลักษณ์ที่แพร่หลายโดยอิงจากเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น กางเกงยีนส์ทรงหลวม กางเกงยีนส์ทรงขาด เสื้อเชิ้ตผ้าสักหลาด รองเท้าผ้าใบเรียบๆและรองเท้าบูท จากความนิยมของแฟชั่นกรันจ์ในยุคต้น 90’s นั้นได้ส่งผลไปถึงแคทวอล์คในคอลเลกชั่นของ Marc Jacobs สำหรับ Perry Ellis

นอกจากความนิยมของกรันจ์แล้ว ยังได้เปลี่ยนจากความนิยมในสมัยก่อนของซูเปอร์โมเดลมาเป็นนางแบบรูปแบบใหม่ที่มีอิทธพลต่อวงการแฟชั่นจนถึงปัจจุบันอย่าง Kate Moss ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักจากการถ่ายภาพที่เธอต้องมีบุหรี่ในมือตลอดเวลา (จน Supreme นำคาแรคเตอร์ของเธอมาทำเป็นเสื้อ Photoprint และราคาขายต่อนั้นสูงมากตัวหนึ่ง) กับการแต่งตัวที่เรียบง่ายแต่มีพลังกับรูปร่างที่เย้ายวน ทำให้กระแสการแต่งตัวกรันจ์ได้รับความนิยมเข้าไปอีกกับลุคกรันจ์แบบสบายๆ

ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 เดรสสลิปเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของลุคมินิมอลในช่วงเวลานี้ ในขณะที่ลุคยอดนิยมในเวลากลางวันคือเดรสทรงสลิปบนเสื้อยืดสีขาว อย่างที่เห็นในในมิวสิกวิดีโอ “…Baby One More Time” ของ Britney Spears ก็ได้รับความนิยมในช่วงกลางทศวรรษ ทีมีเสื้อสเวตเตอร์ตัวเล็กๆ

เช่นเดียวกับเสื้อผ้าสตรี เสื้อผ้าบุรุษในทศวรรษ 1990 ก็กลายเป็นชุดลำลองมากขึ้นเรื่อยๆ กางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตกลายเป็นชุดลำลองทั่วไป เนื่องจากกระแสดนตรีอย่างกรันจ์และบริตป็อป มีอิทธิพลต่อสไตล์ในช่วงต้นยุค

ในช่วงต้นทศวรรษ อิทธิพลของการแต่งตัวผู้ชายของวงดนตรีกรันจ์อย่าง Nirvana และ Pearl Jam ได้แผ่ซ่านไปทั่ว ลุคเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตผ้าแฟลนเนลขนาดใหญ่ บางครั้งก็สวมทับเสื้อยืด และกางเกงยีนส์ สไตล์กรันจ์อื่นๆ ได้แก่ หมวกบีนนี่ เสื้อยืดวงดนตรี เสื้อสเวตเตอร์ถักลายต่างๆ และรองเท้าคอนเวิร์ส ซึ่งทาง Kurt Cobain แห่ง Nirvana เป็นตัวอย่างที่ถือเป็นไอคอนคนสำคัญของยุคด้วยกางเกงยีนส์และเสื้อสเวตเตอร์ถักของเขา รูปลักษณ์โดยรวมที่แลดูไม่เรียบร้อยและสามารถซื้อมือสองได้ในร้านขายของมือสองแต่มันได้กลายเป็นสิ่งที่ผุ้คนในยุคนั้นชื่นชอบ แม้ว่าจะกลายเป็นกระแสแฟชั่น โดยแต่เดิมนั้นมันเกิดจากความปรารถนาที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแฟชั่นเลย

แรกเริ่มเดิมทีนั้นการแต่งตัวในสไตล์กรันจ์นั้นไม่มีชื่อเรียกเป็นการชี้เฉพาะ ด้วยความที่สไตล์ไอคอนในยุคนั้นต่างส่วมใส่เสื้อผ้าที่หาได้ง่ายๆเน้นความสบาย เป็นเสื้อผ้าเก่าที่หาได้ทั่วไปตามร้านมือสอง แต่ด้วยความที่เป้นคนที่มีอิทธิพลต่อทั้งวงการเพลง สังคมและวัยรุ่น ทำให้การแต่งตัวในสไตล์นี้ถูกเรียกว่ากรันจ์และมีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นในยุคต้น 90’s ไปโดยปริยาย

Source: fashionhistory.fitnyc.edu / refinery29.com / elle.com / thetrendspotter.net

(Visited 312 times, 1 visits today)