ไอเทมชิ้นสำคัญของ Louis Vuitton โดย Virgil Abloh ที่เขย่าวงการ Street Fashion

การเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์สำหรับเสื้อผ้าผู้ชายของ Louis Vuitton ในปี 2018 ของ Virgil Abloh  ต่อจาก Kim Jones ถือเป็นหนึ่งในก้าวย่างสำคัญของวงการแฟชั่นโลกเพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งยิ่งใหญ่สู่วงการสตรีทแฟชั่น เมื่อเขาเข้ามาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมตั้งแต่การจัดแต่งร้านค้า แคมเปญโฆษณา การคัดเลือกนักแสดง และแม้แต่คนมีชื่อเสียงที่เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์

ในส่วนของงานออกแบบเสื้อผ้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเขาก็ทำออกมาได้อย่างโดดเด่นมีหลายไอเทมที่ทำให้ผู้คนในวงการ Street Fashion ตื่นตะลึง และเฝ้ารอวันวางจำหน่ายอย่างใจจดใจจ่อ และนี่คือสุดยอดไอเทม 4 รายการที่ส่งให้ Louis Vuitton โดดเด่นเป็นผู้นำตลอดระยะเวลา 4 ปีภายใต้การดูแลของ Virgil Abloh

Louis Vuitton Bag

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ Virgil Abloh เข้ามารับตำแหน่งก็คือความโดดเด่นจากไลน์กระเป๋าผู้ชายซึ่งถูกพูดถึงทุกครั้งหลังจบโชว์บนรันเวย์ เขาทำการเปลี่ยนแปลงคอนเซ็ปต์ดีไซน์ และวัสดุที่ใช้ในทุกๆคอลเล็คชั่น ภาพจำเดิมๆว่า Louis Vuitton มีแต่กระเป๋าลายโมโนแกรม และ Damier สีน้ำตาลแสนคลาสสิคของผู้คนได้เปลี่ยนไป คนที่ซื้อกระเป๋าทรงเดียวกันในคอลเล็คชั่นก่อนก็ยังกลับมาซื้อกระเป๋าทรงเดียวกันจากคอลเล็คชั่นถัดไปเพราะมันมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจนกลายเป็นเหมือนของสะสม

ทั้งนี้หากพิจารณาให้ละเอียดกระเป๋าทุกรุ่นที่ Virgil Abloh ออกแบบนั้นผ่านกระบวนการคิดที่ละเอียดอ่อน โดยให้ความเคารพต่อมรดก และตัวตนของแบรนด์ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่กลัวที่จะเพิ่มแนวความคิดของตัวเองลงไป สไตล์กระเป๋าที่มาพร้อมสายโซ่คล้องซึ่งเขานำเสนอตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่งนั้นถือเป็นงานดีไซน์ที่ซับซ้อน แต่แฝงไว้ด้วยความสนุก ขี้เล่น สายโซ่สีต่างๆที่เพิ่มเข้ามาช่วยขับเน้นความสนุก และความเยาว์วัยออกมาในขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Louis Vuitton Bag ไว้อย่างเต็มเปี่ยม

กระเป๋าหลากหลายรุ่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็คชั่นเสื้อผ้านั้นถูกออกแบบ และแต่งเติมด้วยจินตนาการของ Virgil Abloh ลงไปอย่างไร้ขีดจำกัด เราได้เห็นกระเป๋าลาย Holographic ที่ดูล้ำสมัย, กระเป๋าที่ใช้วัสดุเหมือนเสื้อถักไหมพรมซึ่งเข้าคู่กับ Jacket ในคอลเล็คชั่น, Paris Bag ที่มีการสกรีนตัวหนังสือลงไปบนกระเป๋าทรงกลมลายโมโนแกรมสุดคลาสสิค, การใช้พินรูปตัวการ์ตูนติดลงไปบนกระเป๋า Backpack

เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Dr. Martin Luther King, Jr.

หลายคนอาจจะทราบกันอยู่แล้วว่าตลอดเส้นทางอาชีพของ Virgil Abloh เขาเลือกที่จะมุ่งเน้นนำประสบการณ์ และวัฒนธรรมของคนผิวสีมาเป็นแรงบันดาลใจในงานออกแบบ เขาเคยออกแบบเสื้อฟุตบอลให้กับทีม Melting Passes ซึ่งเป็นทีมที่ตั้งขึ้นเพื่อให้โอกาสผู้อพยพจากแอฟริกาตะวันตกที่ขาดการสนับสนุนด้านต่างๆในประเทศฝรั่งเศสได้ลงแข่งฟุตบอลในระหว่างที่ยังไม่สามารถเซ็นสัญญากับทีมระดับอาชีพได้ และเขาเป็นหนึ่งในผู้มีชื่อเสียงที่แสดงออกถึงการสนับสนุนการประท้วง Black Lives Matter โดยเขาหวังว่ามันจะยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่น

เมื่อ Louis Vuitton Fall/Winter 2019 ได้ปรากฏออกสู่สายตาชาวโลกก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิด และวิธีการทำงานของ Virgil Abloh เมื่อเขาเลือกหยิบเอาคำพูด และแนวคิดของ Dr. Martin Luther King, Jr. ศาสนาจารย์ และนักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองชาวแอฟริกัน-อเมริกันมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้า  เสื้อผ้าที่โดดเด่นจนได้รับความสนใจเป็นพิเศษก็คงจะเป็นเสื้อ Baseball Jacket ที่มีการนำเอาคำว่า “Dreaming” ที่สื่อถึงความฝันอันยิ่งใหญ่จากสุนทรพจน์แสนทรงพลังของ Dr. Martin Luther King, Jr. ที่ชื่อว่า “I Have a Dream” ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ต่อหน้ามวลชนกว่า 250,000 คน ณ ขั้นบันไดของอนุสาวรีย์ลินคอล์นในวันที่ 28 สิงหาคม 1963 มาใช้ในการออกแบบ Patch บนเสื้อแจ๊คเก็ตตัวนี้ รวมไปถึงเสื้อยืดแขนยาวผ้าขนสัตว์ที่มีลายสกรีนด้านหลังสื่อถึงหนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้เช่นกัน

Louis Vuitton Monogram Embossed Mid-Layer

หนึ่งในไอเทมที่มีความโดดเด่นจากคอลเล็คชั่นแรกที่ Virgil Abloh ร่วมงานกับ Louis Vuitton มันถือเป็นไอเทมที่ล้ำสมัย และแปลกใหม่ในช่วงเวลานั้นเพราะรูปร่างหน้าตาที่มีลักษณะเหมือนเสื้อกั๊กซึ่งไม่มีช่วงลำตัว ดูออกไปทางสายคาดไหล่คล้ายสายสะพายปืนที่ตำรวจในภาพยนตร์อเมริกันสมัยก่อนชอบใส่ ทาง Virgil Abloh นิยามว่ามันคือเสื้อผ้าชั้นกลางที่สามารถนำมาสวมใส่เพื่อเพิ่มเลเยอร์ให้กับการแต่งตัว

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาไอเทมชิ้นยังมีการวางจำหน่ายอย่างต่อเนื่องโดยมีการเปลี่ยนสี และวัสดุ รวมถึงปรับรายละเอียดที่หลากหลายทำให้สามารถนำไปมิกซ์กับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆได้อย่างไร้ขีดจำกัดจนมันกลายเป็นหนึ่งในไอเทมจาก Louis Vuitton ซึ่งออกแบบโดย Virgil Abloh ที่ผู้ชายหลายคนเลือกที่จะมีติดตู้เสื้อผ้าไว้

Louis Vuitton Monogram Embossed Mid-Layer เป็นหนึ่งในไอเทมที่แปลกใหม่ และแสดงให้เห็นแนวคิดที่ก้าวล้ำไปข้างหน้าของ Virgil Abloh ได้อย่างชัดเจน

Pre-Fall 2022 Collection “Daybreak”

“Daybreak” คือคอลเล็คชั่นย่อยก่อนที่จะเข้าสู่ Fall/Winter 2022 ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นสุดท้ายที่ Virgil Abloh ร่วมงานกับทาง Louis Vuitton แม้ว่านี่จะเป็นคอลเล็คชั่นย่อยที่มีจำนวนไอเทมไม่มากแต่กลับมีความน่าสนใจเนื่องจากไอเทมทุกชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสวมใส่ได้ในทุกๆวัน ทาง Virgil Abloh อธิบายเกี่ยวกับคอลเล็คชั่นนี้ไว้ว่าเขามุ่งเน้นไปที่การทำเสื้อผ้าซึ่งสามารถสวมใส่ได้จริง

Virgil Abloh เล่าให้ฟังว่าเขาทำการวิเคราะห์ผู้คนในยุคสมัยนี้ว่าคนเหล่านั้นซื้ออะไร และทำไมถึงสวมใส่สิ่งนั้นๆ แต่เขาก็ยังท้าทายตัวเองด้วยการค้นหาสิ่งที่แตกต่างออกไป และนั่นคืออิสระแห่งการสร้างสรรค์

ไอเทมในคอลเล็คชั่นนี้น่าสนใจมากโดยเฉพาะ Varsity Jacket ที่ตัดเย็บจากผ้าขนสัตว์ และมีช่วงแขนเป็นหนังปั๊มลาย Monogram หรือเสื้อ และกางเกงยีนส์เข้าชุดที่มีการเล่นกับเนื้อผ้าที่ต่างกัน เขาผสมผสานผ้าที่ผ่านการฟอกเข้ากับผ้าเดนิมดิบจนเกิดเป็นความขัดแย้งที่ดึงดูดสายตา ภาพรวมของเสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้นอกจากจะดูใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวันแล้วยังสามารถนำไปมิกซ์กับเสื้อผ้าอื่นๆเพื่อสร้างลุคที่แตกต่างได้ไม่ยากอีกด้วย

Louis Vuitton Men’s collection by Virgil Abloh Fall-Winter 2022

ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆสำหรับคอลเล็คชั่นสุดท้ายของการร่วมงานระหว่าง Virgil Abloh และ Louis Vuitton ด้วยแนวคิด The Louis Dreamhouse™️ ที่ Virgil Abloh ได้วาดฝันขึ้น และเป็นการต่อยอดคอนเซ็ปต์ Boyhood Ideology ที่เป็นการมองโลกผ่านมุมมองสายตาของเด็กที่ไร้อคติ และอยากเห็นบริบทเสื้อผ้าที่มักถูกผู้ติดกับกฏเกณฑ์เดิมๆของสังคม จึงได้มีการคิดใหม่ สร้างใหม่ และตีความขึ้นมาใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่

นอกจากเสื้อผ้าที่ออกแบบผ่านคอนเซ็ปต์ดังกล่าวแล้ว กระเป๋าของคอลเล็คชั่นนี้ก็ใช้แนวคิดเดียวกันทั้งการนำกีฬาปืนผาจำลองมาใช้ในการออกแบบเพื่อสื่อถึงความสนุกสนานอย่างไร้ขีดจำกัดในวัยเด็ก เขานำชิ้นส่วนสำหรับปีนหน้าผาหลากสีมาผสานเข้ากับรูปทรงดอกไม้จากลายแพทเทิร์นโมโนแกรมของ Louis Vuitton เพื่อใช้ในการตกแต่งกระเป๋า

กระเป๋าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังพองๆแต่อ่อนนุ่มบนโซฟา เขานำวัสดุชนิดนี้มาผสานเข้ากับลายตาราง Damier จนได้สัมผัสที่นุ่มแต่ไม่ได้เปราะบาง รอยต่อระหว่างสี่เหลี่ยมแต่ละชิ้นจะมีดอกไม้จากลายแพทเทิร์นโมโนแกรมอยู่รวมถึงตัว หนังสือ “LOUIS VUITTON” ที่มองเห็นได้อยู่บนชิ้นสี่เหลี่ยม

กระเป๋าที่ผสานความเซอร์เรียลเข้ากับลายโมโนแกรมของ Louis Vuitton งานออกแบบนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากความเหนือจริง และอารมณ์ชวนฝันจนเกิดเป็นมุมมองใหม่ขึ้นมา ความพิเศษอยู่ตรงลายโมโนแกรมที่มีความ “เบลอ” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “ทฤษฏี 3%” ของ Virgil Abloh ตัวเลข 3% คือสัดส่วนที่จำเป็นต้องบิดออกจากวัตถุมาตรฐานเพื่อให้มันกลายเป็นบางอย่างที่พิเศษ กระเป๋าใบนี้จึงถูกออกแบบมาโดยเล่นกับผ้าใบอันเป็นที่จดจำของแบรนด์ โดยมีแนวคิดว่า “ต่อให้ลายโมโนแกรมจะเบลอ ลายเซ็นที่แข็งแรงชัดเจนจะทำให้มันถูกจดจำได้ในทันทีเอง

ลายโมโนแกรมตารางหมากรุกที่มองทะลุผ่านได้ ที่ผ่านมา Virgil Abloh มักจะทำการปรับเปลี่ยนลายแพทเทิร์น Damier อยู่บ่อยครั้งทั้งการจับมาขยายขนาด, ใส่ความหลากสีลงไป แต่เชามักจะทำมันด้วยจุดประสงค์เดียวเสมอนั่นคือการปรับปรุงสิ่งที่เป็นเหมือนจดหมายเหตุของ Louis Vuitton ด้วยแนวทางที่ทันสมัย ในคอลเล็คชั่นนี้เขาออกแบบให้ตารางเป็นการสลับช่องทึบกับโปร่งใสจนเกิดเป็นความน่าสนใจ และให้ภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย

กระป๋องสี และช่อดอกไม้ถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าสองรุ่นนี้เพื่อสื่อถึง Spring-Summer 2019 ซึ่งเป็นโชว์แรกของ Virgil Abloh กับ Louis Vuitton ที่มีการออกแบบรันเวย์ให้เป็นสีรุ้ง กระเป๋า LV Paint Can จะมีหน้าตาเหมือนกระป๋องสีที่มีรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับแบรนด์อยู่ด้านข้าง โดยมีด้วยกันทั้งหมด 6 เฉดสี

คอลเล็คชั่นนี้เป็นครั้งแรกที่ Virgil Abloh นำเทคนิคการมัดย้อมมาใช้กับวัสดุหนังจระเข้ ภาพที่ปรากฏออกมาดูเหมือนกับการระบายสีด้วยสีน้ำที่มีความพิเศษคือกระเป๋าแต่ละใบจะแตกต่างกันในเรื่องจุดสี ดังนั้นสามารถพูดได้ว่าแต่ละใบจะมีลวดลายเฉพาะตัว กระเป๋ารุ่นนี้จะมาด้วยกันใน 3 เฉดสีนั่นคือ Fuchsia, Denim และ Deep Lake

ความพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือกรุงเทพฯได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานแฟชั่นโชว์รูปแบบ Spin-Off ของ Louis Vuitton Men’s collection by Virgil Abloh Fall-Winter 2022 โดยถือเป็นครั้งแรกของการจัดงานแฟชั่นโชว์ Spin-Off คอลเล็คชั่นสุภาพบุรุษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นำการบอกเล่าเรื่องราวแรงบันดาลใจของ Virgil Abloh ตลอด 8 ฤดูกาลในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Louis Vuitton

รูปแบบแฟชั่นโชว์ Spin-Off ถูกนำเสนอครั้งแรกเมื่อปี 2020 จากความคิดของ Virgil Abloh ที่ต้องการตอกย้ำรากฐานของ Louis Vuitton ในด้านเรื่องราวการเดินทาง และเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์ และรับประสบการณ์แต่ละคอลเล็คชั่นได้อย่างใกล้ชิดผ่านการนำแฟชั่นโชว์ไปจัดตามเมืองสำคัญ พร้อมตีความใหม่ให้เข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละสถานที่

แฟชั่นโชว์ครั้งนี้มีชื่อว่า “8.2” สะท้อนถึงฤดูกาลที่ 8 ของ Virgil Abloh โดยกรุงเทพฯ จะเป็นจุดหมายแห่งที่สองซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ Men’s collection by Virgil Abloh Fall-Winter 2022 หลังจากจัดโชว์ครั้งแรกไปในช่วงปารีสแฟชั่นวีคตอนต้นเดือนมกราคม 2565

งานจะถูกจัดขึ้นในวันนี้ (1 มิถุนายน 2565) ณ The Pinnacle ชั้น 8 ของ ICONSIAM โดยจะมีการถ่ายทอดสดโชว์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียวของ Louis Vuitton รวมทั้งแพลตฟอร์มสำคัญในประเทศไทยอย่าง LINE Official @LouisVuittonTH และเว็บไซต์ th.louisvuitton.com

มาร่วมเป็นสักขีพยานในโชว์ส่งท้ายให้กับ Virgil Abloh ด้วยการเปิดจอรับชมกันเถอะ เพราะไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนประเทศไทยถึงจะได้รับเกียรติให้จัดงานที่ยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยคุณค่าแบบนี้อีก

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
On Key

Related Posts

Onitsuka Tiger เปิดตัวสนีกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ในคอลเลคชั่น Autumn & Winter 2021

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับการเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากญี่ปุ่นอย่าง Onitsuka Tiger

ทำไมแฟชั่นยุค 90’s ถึงมีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่น : #1 อิทธิพลของเพลงกรันจ์ ไม่สนใจแฟชั่นจนกลายเป็นแฟชั่น

หลังจากการสิ้นสุดลงของยุค 80’s ซึ่งเป็นยุคของการยุติสงครามเย็นและความหวาดกลัวต่อสงครามและยุคฮิปปี้อย่างสมบูรณ์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save