ความเป็นมาของแบรนด์และโลโก้ Streetwear !!!

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11

ความเป็นมาของแบรนด์และโลโก้ Streetwear !!!


ย่อมมีคนสงสัยและอยากรู้กันอยู่ในใจกันบ้างล่ะว่าชื่อแบรนด์แต่ละแบรนด์รวมถึงโลโก้ของแบรนด์นั้นมีความหมายในตัวของมันเองว่าอย่างไร และอะไรที่ทำให้ตั้งชื่อแบรนด์นั้นๆออกมา บางแบรนด์ดังบ้างดับบ้าง ชื่อของแบรนด์และคอนเซ็ปของแบรนด์นั้นเป็นสิ่งสำคับรวมทั้งเป้นตัวชี้วัดว่าผลตอบรับจากผุ้ซื้อนั้นจะเป็นไปในทิศทางใดนอกเหนือไปจากการนำเสนอผ่าน lookbook หรือรูปแบบของสินค้า เราขอยกเอาที่มาที่ไปของชื่อแบรนด์ streetwear แบรนด์ดังในยุคปัจจุบันมาให้ได้ทราบกันว่าแต่ละแบรนด์มีความหมายเป็นอย่างไร

10.Deep


เช้าวันหนึ่งในปี 1995 Scott Sasso ผู้ก่อตั้งได้เขียนคำว่า "10.Deep" ลงบนกระดาษแผ่นหนึ่งที่แปะอยู่บนฝ่าผนังของห้องเขาที่มหาวิทยาลัย Vassar College ที่  Poughkeepsie, New York ชื่อนี้ Scott ได้เขียนมันออกมาจากความคิดแปลกๆแต่ที่เข้าเลือกชื่อนี้ก็เพราะว่ามันฟังดูแล้วเท่ดีเท่านั้นเอง

 

 

A Bathing Ape


Nigo เจ้าของแบรนด์ยอดนิยมอย่าง Bape ได้รับแรงบัลดาลใจในการคิดชื่อนี้มาจากภาพยนต์เรื่อง Planet of the Apes ในปี 1968 แล้วเขาได้พูดไว้ว่าชื่อนี้เขาตั้งใจจะตั้งให้เป็นแนวประชดประชัน และชื่อ " A Bathing Ape' เป็นประโยคที่หมายถึง เด็กยุคใหม่ที่โดน spoil แต่ยังไงก็ตามก็เป็นเด็กรุ่นใหม่อยู่ดีที่สนใจและชื่นชอบสิ้นค้าของเขา

 

 

 

ALIFE


Rob Jest บอกว่า ใน 1999 ที่ New York City เขาและเพื่อนอีก 3 คน นั่งทำงานอยู่ที่ office ที่เกี่ยวกับ fashion และกำลังพูดถึงงานและแบรนด์ที่พวกเค้าคิดและที่จะนำออกจำหน่ายก็คือ ALIFE เขาบอกว่ากว่าจะได้ชื่อนี้ใช่เวลาคิดเป็นอาทิต และเขาก็ได้ชื่อ “Artificial Life” ที่มีความหมายและความต้องการของเขาก็คือ ต้องการที่จะนำสิ่งที่ไม่มีชิวิดนั้นมาทำให้มีชิวิดขึ้นมา

เขาได้ชื่อ Artificial Life มาจากอัลบั้มเก่าๆของ Lenny Kravitz แต่ถึงยังไงชื่อนี้ก็ยังยาวเกินไปและได้เปลี่ยนเป็น ALIFE ให้เหมาะสมกับความต้องการและให้ความหมายได้หลายอย่างเช่น สิ่งของที่ดี คนที่ดี หรือ โปรเจ็คดีๆนั้นเอง

 

 

 

Band of Outsiders


Scott Steinberg ผู้ก่อตั้งและ designer บอกว่าเขาเกลียดการตั้งชื่อมากที่สุด และการคิดชื่อ  ‘Band of Outsiders’ นั้นทรมานสุดๆ ในสองปีแรกเขาบอกว่าเขาไม่ชอบชื่อนี้เอาซะเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปชื่อนี้ก็กลายเป็นสี่งที่คุ้นหูและส่งผลให้งานของเขานั้นมีหัวข้อที่ชัดเจน ซึ่งความหมายของมันก็ได้มาจากภาพยนต์เรื่อง Bande à Part 

 

 

 

Black Scale


เจ้าของ Black Scale Mega ได้อธิบายคำว่า "black" ก็คือสีดำ และ "scale" คือความสมดุลของชิวิต สำหรับเขาการที่เลือก "black" เพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องใส่สีลงไปในชิวิตประจำวันพร้อมทั้งยังบอกอีกว่าเขาไม่นับถือศาสนาหรือพระเจ้า แต่เมื่อเขาใช้สมาธิหรือคิดอะไรอยู่นั้นสิ่งที่เขาเห็นในหัวนั้นก็คือสีดำลึกลงไปและก็ให้มันนำพาเขาไป ผู้ก่อตั้งคือ Rob Garcia ที่พูดไว้ว่า ชื่อนั้นนั้นเหมาะสมในหลายๆทางสำหรับเขาเองและทีมของเขาก็ชื่นชอบชื่อนี้มากที่สุดไม่ว่าจะลองคิดชื่อที่ดีกว่าแล้วก็ตาม

 

 

 

Hood By Air


Shayne Oliver ได้ก่อตั้ง Hood By Air ขึ้นใน 2006 ได้กล่าวไว้ใน The New York Times  ว่าชื่อนี้นั้นเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขานั้นนั่งรถไฟเพื่อที่จะไปหาเพื่อนๆที่เล่นสเก็ตบอร์ดด้วยกันและเพื่อนศิลปินที่ทำงานด้วยกันกับ และคลับปาร์ตี้้ใต้ดินที่เขานั้น rap อยู่จนในคืนหนึงก็มีอะไรบางอย่างสกิดใจเขาและมันก็ติดใจเขาเกี่ยวกับการใช่ชิวิตอย่างศิลปิน ทำให้โลกได้เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำนั้นให้ความสำคัญและสิ่งที่เค้าทำ 

 

 

 

NEIGHBORHOOD


Shinsuke Takizawa ได้กล่าวไว้ว่าชื่อของ NEIGHBORHOOD นั้นได้แรงบัลดาลใจมาจากทุกๆคนและเพื่อนที่อยู่ด้วยกันที่ Harajuku อย่างเช่น Bathing Ape พวกเขามีแนวคิดเดียวกันและการอยู่ด้วยกันในเวลาและที่เดียวกันนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึงของสังคมนั้นและทำให้เขาได้ใช้ชื่อแบรนด์ว่า NEIGHBORHOOD ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

 

Stussy


ในปี 1979 Shawn Stussy ผู้ก่อตั้งแบรนด์ซึ่งในขณะนั้นเค้าอายุเพียง 24 ปี และได้เริ่มทำธุระกิจเล็กๆเป็นของตัวเองโดยการเปิดแบรนด์ Surfboard ที่ Laguna Beach พร้อมทั้งได้เขียนลายเซ็นต์ที่เป็นนามสกุลของเค้าลงบนแผ่น Surfboard เป็นผลิตภัณท์ชิ้นแรกของแบรนด์ก่อนที่จะมีเสื้อผ้าอื่นๆตามมาและลายเซ็นต์ของเค้าก็กลายเป็นโลโก้ของแบรนด์ไปโดยปรียาย 

 

 

Supreme


ย้อนกลับไปในปี 2009 James Jebbia ผู้ก่อตั้งแบรนด์ดังอย่าง Supreme ได้กล่าวถึงชื่อของแบรนด์เค้าว่า ชื่อ Supreme ไม่ได้สื่อถึงแบรนด์ของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่มันเป็นชื่อที่เมื่อฟังดูแล้วเค้ารู้สึกชอบและมันก็เป็นชื่อที่เจ๋ง ฟังแล้วเข้าใจและจำได้ง่ายแค่นั้นเอง 

 

 

 

Visvim


Hiroki Nakamura ได้กล่าวไว้ในนิตยสาร 01 Magazine ในปี 2010 ว่าเขาต้องการตั้งชื่อแบรนด์ของเขาโดยไม่สนใจว่าคำนั้นจะต้องมีความหมาย เขาเริ่มต้นด้วยการคิดหาคำจนสุดท้ายเขาสนใจในภาษาลาตินและได้เริ่มค้นหาคำจากดิกชันนารีภาษาลาติน โดยเริ่มจากตัว "V" ที่เป็นตัวอักษรที่เค้าชอบเป็นพิเศษจนได้พบคำว่า "Vis" ที่แปลว่า "กลุ่ม" และคำว่า "Vim" ที่แปลว่า "กำลัง" เค้าจึงนำเค้าสองคำมารวมเข้าไว้ด้วยกัน

 

 

 

WTAPS


Tetsu Nishiyama ผู้ก่อตั้งได้กล่าวว่า คำว่า "WTAPS"  นั้นเป็นชื่อเฉพาะสำหรับทหารที่ใช้เรียกการยิงเป้าหมายสองเป้าในระยะใกล้ ซึ่งเป้าหมายนั้นมาจากคนละทิศทางกัน จึงต้องยิงเป้าหมายในระยะใกล้เคียงกันโดยใช้กระสุนเพียงสองนัด ซึ่งชื่อเฉพาะนี้เริ่มใช้ในปี 1920 หรือ 1930 ซึ่งชื่อ "WTAPS" ไม่ได้สื่อความหมายถึงแบรนด์แต่อย่างได

 

 

 

Editor

Gonzarez11 ( 2265 posts )
-

RELATE BLOG