10 สิ่งที่คนมักจะคิดเกี่ยวกับ streetwear

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

10 สิ่งที่คนมักจะคิดเกี่ยวกับ streetwear


Streetwear ได้กลายเป็นวิถีชิวิตที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการสนทนาของแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมโดยรวม โดยที่ทุกคนนั้นเฝ้ารอการเปิดตัว การร่วมงานกันของแบรนด์ใหญ่ๆรวมทั้งศิลปินต่างๆ  จึงทำให้ในปัจจุบันมีหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่พร้อมจะเปิดตัวอยุ่ตลอดจึงทำให้แทบจะไม่มีเวลาหยุดพักไปคิดถึงเรื่องอื่นเลย ทำให้ Streetwear หรือ street fashion ซึมลึกลงไปอยู่ในวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย แต่คนที่กำลังให้ความสนใจรวมในเรื่องนี้รวมทั้งผู้ที่สนใจอยู่แล้วจะคิดเห็นเกี่ยวกับ Streetwear เช่นไรบ้างนั้นและนี้คือ 10 อย่างที่คนนั้นคิดเกี่ยวกับ streetwear

Credit : complex.com

 

เรื่องของการเมืองและความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นบน streetwear วันนี้


เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่แบรนด์ streetwear จำนวนมากนั้นออกแบบสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองและความคิดเห็นของสังคมที่ทำให้สะท้อนถึงคนใส่ ซึ่งถ้าได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติของ streetwear กับสินค้าส่วนใหญ่จะทำให้เห็นถึงข้อความที่แสดงออกที่เกี่ยวกับการเมืองและสังคมที่แฟนๆ streetwear นั้นต้องเห็นในแต่ละวันทั้งๆที่คนใส่นั้นอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำ หัวข้ออย่างเช่น ความรุนแรงของตำรวจ เกี่ยวกับชนชาติ เศรษฐกิจที่ไม่ดี ซึ่งในยุคปัจจุบันการสะท้อนลวดลายต่างๆแทยไม่มีให้เห็นใน streetwear 

 

 

 

 
 

 

 

จะมีแบรนด์ห่วยๆในตลาดมากขึ้น


มันเป็นเรื่องง่ายมากๆที่จะออกแบบและพิมพ์มันลงบนอะไรสักอย่างและขายมัน online ให้กับคนดูที่อ่อนไหวและแน่นอนนี่เป็นสิ่งที่ต้องการของนักออกแบบและตลาดโดยรวม พรสวรรค์นี้อาจจะยังไม่ได้นำไปใช้ในทางที่ดีในการผลิตโดยการลดอุปสรรคในการเข้าถึง ซึ่งหมายความว่าจะมีสินค้าแย่ๆจำนวนมากที่อาจจะฉุดของดีๆลงก็ได้ การเข้าถึงของพวกนี้อาจจะเป็นเรื่องยากแต่เมื่อมีของดีเข้ามาก็จะได้พบกับแบรนด์เจ๋งที่อยากจะติดตามก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจเหมือนกัน

 

 

 

 
 

 

คนมักจะเชื่อโฆษณามากกว่าสินค้าจริงๆ


เป็นสิ่งที่คนมักจะบ่นอยู่บ่อยๆแต่เมื่อการโฆษณานั้นร้อนแรงกว่าที่เคยมันก็เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเข้าไปเชื่อเพราะความตื่นเต้นในสิ่งของ collaboration แบรนด์ หรือความสวยงาม และมันอาจจะเป็นเรื่องสนุกและตื่นเต้นทำให้ผู้คนนั้นไม่คิดมากในเรื่องของบางอย่างที่พวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการจริงๆ การโฆษณานั้นสามารถทำให้ความพอใจนั้นมีมากและความคลั่งไคล้อาจจะมีมากกว่าจำนวนของสิ่งของนั้นที่จะออกวางจำหน่าย

 

 

 

 
 

 

 

Streetwear วันนี้เป็นเรื่องของการทำให้คนติดตามมากกว่าการแสดงเอกลักษณ์ซึ่งไม่แฟร์กับลูกค้า


เป็นเหมือนเรื่องที่โฆษณานั้นทำให้ควบคุมรสนิยมของคุณ ซึ่งทำให้ลูกค้านั้นอยากที่จะได้สินค้าใหม่ล่าสุด การ collab ล่าสุดและการเปิดตัวในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทำให้ลูกค้านั้นสนใจเกี่ยวกับการติดตามมากกว่าเอกลักษณ์และความสวยงาม ไม่มีเวลาที่จะมาเลือกในเมื่อของใหม่นั้นเป็นประเด็นหลัก นี้เป็นการทำร้ายผู้ซื้อที่ไม่สามารถแยกแยะคุณภาพและความทนทาน ถึงแม้สินค้านั้นจะบอบบางหรือกระจอกสักเท่าไรก็ยังจะมีลูกค้าที่จะจ่ายให้ในที่สุด

 

 

 

 
 

 

 

การร่วมมือกับ celeb ที่ถูกอาจจะมีราคามากกว่าการตลาดและประชาสัมพันธ์


แน่นอนหลายแบรนด์ที่มีการตลาดที่ต้องการที่จะให้สินค้าของเขาไปอยู่กับศิลปินดังๆ เพราะว่า celeb นั้นไม่เคยห่างหายไปไหนและจะมี blog ที่เขียนเกี่ยวกับว่าพวกเขาว่าเขานั้นใช้ของอะไรอยู่ การร่วมมือกับศิลปินดังนั้นจะทำให้สินค้านั้นโด่งดังไปทั่วอย่างรวดเร็วไม่ว่าสินค้านั้นจะมาจากเพื่อนของศิลปินหรือจาก stylist ที่เพิ่มลงไปกับดาราดังซึ่งทำให้สิ้นค้านั้นขายดีแบบสุดๆ

 

 

 

 
 

 

 

 

แบรนด์ street ใหญ่ๆเท่านั้นที่จะสามารถให้ราคาที่เอื้อมถึงได้


ขอบคุณที่ยังมีแบรนด์ที่ดังๆจำนวนหนึ่งที่ยังคงรักษาราคาและคุณภาพที่ทุกคนสามารถจับต้องได้เอาไว้ โดยไม่สนใจในเรื่องของการควบคุมปริมาณในการวางจำหน่ายแบบจำนวนจำกัดเพื่ออัพราคาสินค้าให้สูงขึ้น ซึ่งแบรนด์ที่อยู่คู่กับคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผลในปัจจุบันอย่างเช่น The Hundreds, Diamond Supply, Stussy และอีกมากมาย ที่ทำในอีกวิธีจากพวกที่ร่ำรวยอย่างรวดเร็วที่ไม่มีการขายจำนวนมากเพื่อที่จะลดราคาของสินค้าแต่ก็ยังมีแบรนด์บางส่วนที่จำเป็นต้องขึ้นราคาจากจำนวนสินค้าที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนน้อย

 

 

 

 
 

 

 

ราคาที่สูงไม่ใช่ว่าคุณภาพนั้นจะสูงตาม


การที่จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพนั้นหมายความว่าการลงทุนนั้นจำเป็นต้องสูงขึ้น บางแบรนด์ก็ตั้งราคาที่สมเหตุสมผลกับคุณภาพสินค้าที่ได้ แต่ก็มีหลายๆแบรนด์ที่ขึ้นราคาเพื่อที่จะทำให้คนนั้นเชื่อว่าสินค้าเหล่านั้นดีจริงและถ้าคุณศึกษาสิ่งเล็กเหล่านี้ก็จะทำให้คุณเป็นลูกค้าที่ save ได้เยอะและทำให้การตัดสินใจในการซื้อโดยแยกแยะด้วยประเด็นอื่นที่ไม่ใช่ป้ายราคาที่ราคาโหดร้าย

 

ูลูกค้า streetwear ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเด็กชานเมืองซึ่งจะมีผลกระทบในการใช่ชิวิตที่ไม่เหมือนความเป็นจริง


ไม่ว่าจะเป็นใครไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มีสิทธิ์ที่จะแต่งตัวและทำอย่างใจชอบ ซึ่ง streetwear ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่แถบๆชานเมืองและจะติดตามผ่าน social media และอินเตอร์เน็ตเพราะว่าอาจจะห่างไกลกับที่ๆอาศัยอยู่ จากการพูดคุยส่วนใหญ่แล้ว streetwear แฟนเหล่านี้มีผลต่อการใช่ชิวิตที่ยาก เพราะการแต่งตัวแบบ streetwear นั้นควรจะเหมาะสมกับผู้ที่อยู่ในเมืองหรือเข้ามาทำกิจกรรมในเมืองซะมากกว่า 

 

 

 

 
 

 

Reseller ใจร้าย


คุณจะเป็นคนโง่ถ้าคิดว่าเศษฐกิจนั้นเป็นอะไรที่คงที่ และก็เช่นเดียวกันกับ streetwear ทุกๆการดำเนินการนั้นยังคงไม่ใช่จุดจบแต่ถ้ามันใช่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สีสันของธุรกิจนั้นอาจจะไ่ม่ค่อยแข่งแรงสักเท่าไร ผู้ที่นำของมาขายใหม่นั้นจับสินค้าใหม่ๆทุกโอกาศเพื่อหวังผลกำไร แต่ถ้าขาดพวกเขาไปก็จะทำให้หลายๆคนพลาดในสิ่งที่อยากได้

 

 

 

ในวันที่ Streetwear มารวมกับ Hi-End


เมื่อ Riccardo Tisci ส่งเสื้อกราฟฟิคที่เป็นรูปใบหน้าของสุนัขลอตไวเลอร์บน catwalk และ Shayne Oliver กับเสื้อผ้าจาก Hood By Air เป็นที่น่าสนใจในวงการแฟชั่น ทุกคนจาก Anna Wintour และ Karl Lagerfeld ก็ได้เซ็นต์สัญญาร่วมงานด้วยและสิ่งที่ทำให้ Stussy และ Undefeated พบเจอชุดในเมืองนั้นโชว์กระแสหลักของการที่เคยเป็น underground มาก่อน

Streetwear ได้จัดการกับ high-fashion และกระแสในการทำสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการนำความน่าสนใจของสินค้าที่เกี่ยวกับการสะท้อนวัฒนธรรมย่อย ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจส่วนใหญ่จะมาจาก BBC OGs Toby Feltwell และ Sk8thing's CAV EMPT, Supreme, แม้กระทัง Shawn Stussy Chris Gibbs กำเนิดในช่วงยุคแรกๆของ streetwear และตอนนี้ก็เป็นที่โด่งดังที่ LA ในการนำแบรนด์และเสื้อผ้ามารวมกันจนสุดท้ายแล้วโลกก็ได้รู้จักแบรนด์ streetwear เหล่านี้ และเราก็ยังคงตามล่าสิ่งที่ใหญ่ต่อไปและจะไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

Editor

DTONYOO ( 359 posts )
-

RELATE BLOG