มากกว่าแค่ Box Logo! รวมทุกงานคอลแลปกับแบรนด์เสื้อผ้าของ Supreme

การ Collaboration หรือการคอลแลป เป็นวัฒนธรรมที่อยู่ในวงการแฟชั่น รวมทั้งวงการสตรีทแวร์มายาวนานแล้ว ซึ่งงานคอลแลปที่มีประสิทธิภาพ จะผสมผสานเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างแยบยลและลงตัว ซึ่งผลดีของการทำงานคอลแลปก็คือ ถ้าหากมันประสบความสำเร็จ มันก็จะสร้างสถานการณ์แบบ win-win ให้กับทุกๆฝ่าย

วัฒนธรรมสตรีทที่เริ่มเติบโตมาตั้งแต่ยุค 80 เหมือนจะกำลังขึ้นช่วงบูมมากขึ้นเรื่อยๆตลอดช่วงปี 2000 หลายๆความสำเร็จของสตรีทแวร์มาจากการที่แบรนด์เล็กๆมาคอลแลปกัน แต่ความสำเร็จก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเพราะการที่วัฒนธรรมสตรีทเริ่มเข้าสู่กระแสหลัก ผ่านการคอลแลปกับหลายแบรนด์ใหญ่ๆ จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ ที่การคอลแลปเรื่องที่ทุกๆคนสนใจ และเหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา Supreme นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่มีการคอลแลปเยอะมาก ถึงแม้ว่าชื่อ Supreme ในจะได้ไปโลดแล่นอยู่แทบจะวงการไม่ว่าจะเป็น แบรนด์สเก็ต, รองเท้า, ศิลปิน, นักดนตรี, ช่าง-ภาพ, แบรนด์เทคโนโลยี, เครื่องกีฬา, บริษัทของเล่น, เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงกระทั่งมอเตอร์ไซค์ แต่หนึ่งในจุดเด่นงานคอลแลปที่ขึ้นชื่อว่ามีเยอะที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นเสื้อผ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักนั่นเอง

1998: Sarcastic

Sarcastic Clothing ถูกก่อตั้งขึ้นใน Los Angeles ในช่วงปี 1996 แต่ได้ประสบความสำเร็จในฝั่งญี่ปุ่น จนได้ไปเปิดช็อปอยู่ที่ Harajuku ในช่วงปี 1999

Supreme กับ Sarcastic ได้คอลแลปกันทำให้เกิด เสื้อยืดที่มีลายธงชาติรัฐเปอโตริโกและโลโก้ของทั้งสองแบรนด์ พร้อมคำโปรยบนเสื้อ “East Meets West” ซึ่งหมายถึงการคอลแลปกันข้ามซีกโลกนั่นเอง

 

1999: GOODENOUGH

GOODENOUGH ถือเป็นแบรนด์สตรีทแรกๆที่ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยสินค้าออกมาจำนวนจำกัด และสร้างแม่แบบให้กับหลายๆแบรนด์ในวงการสตรีทจนทุกวันนี้ GOODENOUGH เป็นแบรนด์ที่ถูกก่อตั้งในปี 1990 โดย Hiroshi Fujiwara ผู้ที่เป็นหนึ่งในตำนานจากฝั่งญี่ปุ่นในเรื่องของแฟชั่น ด้วยผลงานการคอลแลปกับสุดยอดแบรนด์อย่าง LV, Levi’s หรือ Nike เขายังเป็นแรงบันดาลให้กับ Nigo และ Jun Takahashi ในการสร้างแบรนด์ A Bathing Ape และ UNDERCOVER อีกด้วย

ในปี 1999 ได้ปล่อยงานคอลแลปซึ่งเป็นเสื้อยืดแขนสั้น และแขนยาวลาย “Supreme” กับ “GOODENOUGH” ที่เขียนทับกันอยู่ และด้วยจำนวนที่จำกัด ทั้งสองแบรนด์ก็ได้ปล่อยมันอีกครั้งในปี 2001 และ 2007

 

1999: SSUR-Plus

ความสัมพันธ์ของทั้งสองแบรนด์เริ่มต้นมาจากยุคแรกๆ ซึ่ง Russ Karablin เจ้าของแบรนด์ SSUR นั้น เดิมทีเคยทำงานในฐานะ Graphic Designer ให้กับ Supreme ยุคแรกๆมาก่อน ขณะที่เขาอยู่ใน Supreme เขาก็สร้างแบรนด์ย่อยของตัวเองขึ้นมา ชื่อว่า “SSUR” (มาจากคำว่า Russ สะกดกลับหลัง) และในที่สุด Russ ก็ลาออกจาก Supreme ไปทำแบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจัง คอลเล็กชั่นที่ว่านี้ประกอบไปด้วยเสื้อยืดที่ได้ลายมาจากฉากต่างๆในหนังย้อนยุค เช่น White Heat (1949), King Kong (1976) หรือลาย “Kid’s Ain’t Playing Over Here” ที่มีคำว่า “”SSUPREME” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงชื่อของทั้งสองแบรนด์อยู่ด้วย

 

2001: W)TAPS

Supreme เริ่มบูมอย่างมากในญี่ปุ่นตอนปี 2001 ด้วยงานคอลแลป กับ Tetsu Nishiyama แห่ง W)TAPS  งานคอลแลปที่ว่าเป็นการล้อเลียนโลโก้ Superman ด้วยการนำฟ้อนท์มาแล้วเปลี่ยนเป็นคำว่า Supreme แทน และมีโลโก้ W)TAPS อยู่ด้านหลัง

ซึ่งหลังจากการคอลแลปครั้งนั้น ทั้งสองแบรนด์ก็ได้มีงานออกมาอีกในภายหลังเช่น ในปี 2007 ภายใต้ชื่อ “Metal Militia” ที่มาในธีมทหารเป็นหลัก และในปี 2009 ก็ฉีกแนวจากลายทหารดุๆมาเป็นแนววัยรุ่น

 

2002: A Bathing Ape

A Bathing Ape ก็เป็นแบรนด์หนึ่งที่เติบโตอย่างยิ่งใหญ่จากฝั่งญี่ปุ่นไปถึงฝั่งตะวันตก ถึงแม้ในตอนนั้นจุดยืนของทั้งสองแบรนด์จะไม่ได้ไปทางเดียว Supreme จะค่อนข้างชัดเจนไปในทางสเก็ต ส่วน BAPE จะเน้นไปทางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ แต่อย่างไรก็ตามนั้นทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสโคจรมาเจอกัน และด้วยความที่สองแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องความหายากอยู่แล้ว บวกกับสมัยนั้นที่อินเตอร์เน็ตยังไม่เป็นที่กว้างขวาง ทำให้งานคอลแลปนี้เป็นไอเทมที่น่าสนใจมากๆสำหรับใครหลายๆคน

ด้วยการผสมผสานเอกลักษณ์สุดเด่นอย่าง Box Logo กับลายคาโม่ในตำนานของ BAPE ทำให้ Supreme x BAPE ถือเป็นหนึ่งในงานคอลแลปที่เรียกได้ว่า “เรียบง่าย” แต่ว่า “ลงตัว” น่าเสียดายที่ตั้งแต่ตอนนั้นทั้งสองแบรนด์ก็ไม่เคยได้มาทำเสื้อด้วยกันอีก

 

2005: John Smedley

แม้กระทั่งแบรนด์เก่าแก่อายุ 200 จากอังกฤษ Supreme ก็เคยไปคอลแลปมาแล้ว  ซึ่ง Supreme ก็ไม่ได้ทิ้งเอกลักษณ์ไว้มากนั้นยกเว้นฉลาก “John Smedley For Supreme” และก็คงเอกลักษณ์ของแฟชั่นวินเทจอังกฤษไว้เป็นหลัก

 

2006: NEIGHBORHOOD

NEIGHBORHOOD กับ Supreme มีความเหมือนกันที่ทั้งสองบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1994 และทั้งสองแบรนด์ก็เคยมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาก่อนที่จะทำงานคอลแลปกัน ทั้งสองแบรนด์แชร์ตึกเดียวกันใน Harajuku ซึ่งชั้นล่างเป็น NEIGHBORHOOD ส่วนชั้นบนก็เป็นช็อป Supreme

ทั้งสองแบรนด์ใช้เวลา 12 ปีนับตั้งแต่วันก่อสร้าง ถึงได้มาคอลแลปกัน โดยในเดือนธันวาคมปี 2006 สองแบรนด์ได้ออกคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าที่ประกอบไปด้วย เสื้อแจ็คเก็ต, กางเกงยีนส์, หมวก New Era และเสื้อยืด พออะไรๆเหมือนจะลงตัว ในปีต่อๆมา ก็ได้มีการปล่อยคอลเล็กชั่นออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งมาทั้งงานที่เป็นการเฉลิมฉลองให้ทั้ง Supreme และ NEIGHBORHOOD สลับกันไป

 

2006: UNDERCOVER

ดูเหมือนความนิยมของ Supreme ในญี่ปุ่นจะยังพุ่งแรงขึ้นเรื่อยๆในช่วงนี้ นอกจากแบรนด์จากแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง NEIGHBORHOOD หรือ A Bathing Ape ก็มี UNDERCOVER ที่ได้ชื่อ Supreme ไปอยู่บนเสื้อด้วย ในวันที่ 23 ธันวาคม 2006 Supreme ได้ร่วมงานกับ UNDERCOVER และ Silly Thing เพื่อออกงานคอลแลปพิเศษในฮ่องกงภายใต้ชื่อ “Silly Thing: Event Horizon – The Retro Journey of the Spraycan Wizard”

และอีกเกือบสิบปีให้หลัง ในปี 2015 และ ปี 2016 สองแบรนด์ก็ได้มาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานคอลแลประหว่างสองแบรนด์อย่างเต็มตัว โดยมีคอลเล็กชั่นใหญ่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืด, เสื้อแจ็คเก็ต, เสื้อฮูด, กางเกงวอร์ม หรือแม้กระทั้ง Dr. Martens ก็เข้ามาเอี่ยวด้วย

 

2006: aNYthing

aNYthing เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากคนที่ทำงานใน Supreme มาก่อน หลังจาก Aaron Bondaroff ได้ลาออกจาก Supreme เขาก็ได้มาตั้งแบรนด์เองภายใต้ชื่อ aNYthing ที่ย่อมาตั้ง “A New York Thing” ตอนปี 2006 ซึ่งเป็นร้านเล็กๆใน Chinatown, New York ซึ่งก็ได้ความช่วยเหลือจาก Supreme ด้วย ภายใต้งานคอลแลปชื่อ “Licensed to Ill”

และไม่กี่ปีต่อมา Aaron ก็ได้ไปเปิดแบรนด์ใหม่ “Off Bowery” และได้รับความช่วยเหลือจาก Supreme อีกครั้งด้วยการคอลแลปเสื้อยืด “Sex and Violence”

 

2007: FILA

แบรนด์กีฬาดังจากอิตาลี่กับ Supreme ได้ทำการคอลแลปกันเพื่อทำผ้าคาดหัว, และผ้าคาดข้อมือ, เสื้อโปโลและก็แจ็คเก็ต ในชื่อ “World Famous Supreme Team” ซึ่งเป็นการคอลแลปครั้งแรกและครั้งเดียวตั้งแต่สองบริษัทก่อตั้งขึ้นมา

 

2007: Futura Laboratories

ศิลปินกราฟฟิตี้จาก New York อย่าง Futura นั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของ Supreme มานานแล้ว โดยที่มีงานคอลแลปที่เปิดเผยชื่อและไม่เปิดเผยชื่อออกมาเรื่อยๆ งานคอลแลปชิ้นแรกของทั้งสองฝั่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2007 ซึ่งเป็นความร่วมมือของหลายฝ่ายได้แก่ Supreme, FL และ Silly Thing จากฮ่องกง โดยชิ้นที่เป็นเอกลักษณ์ก็จะเป็นเสื้อยืดลาย Supreme ที่เป็นลายมือของ Futura ด้านหน้า และโลโก้ FL กับ Silly Thing ด้านหลัง

 

2007: Nike

Nike กับ Supreme มีงานคอลแลปที่โดดเด่นทั้งเสื้อผ้าและรองเท้า โดยงานคอลแลปที่เป็นกระแสงานแรกที่ออกมาจาก Supreme ก็คือคอลเล็กชั่น Air Trainer 2 SB ที่ประกอบไปด้วยรองเท้าและแจ็คเก็ตเบสบอล Nike SB x Supreme ภายใต้สโลแกน “NYC SUPREME” และหลังจากนั้นก็มีงานออกมาเรื่อยๆ เช่น เสื้อแจ็คเก็ต “World Famous” (2009), รองเท้า Nike Foamposites (2014) และ Air Max 98 คู่กับหมวก Dri-FIT (2016)

 

2007: The North Face

The North Face เดิมทีก็เป็นเสื้อผ้าหน้าหนาวที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว และเมื่อได้คอลแลปกับ Supreme กระแสความนิยมก็ยิ่งบูมเข้าไปใหญ่ เสื้อแจ็คเก็ต The North Face x Supreme ถูกปล่อยออกมาในปีเดือนมีนาคมปี 2007 ซึ่งงานคอลแลปนี้ถือเป็นงานใหญ่พอสมควร เพราะคอลเล็กชั่นนี้ประกอบไปด้วย แจ็คเก็ตหลายๆสไตล์ รวมถึง, กระเป๋าลาก, กระเป๋าเป้, เสื้อยืด, หมวก ไปถึงรองเท้าแตะ, ถุงมือ หรือแม้กระทั่งถุงนอนเลยทีเดียว

 

2008: visvim

Supreme ได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างและบุกเบิก Ura-Harajuku สไตล์ แบรนด์ไฮเอ็นด์จากญี่ปุ่น visvim กับ Supreme ได้ทำงานคอลแลปเล็กๆขึ้นตอนปี 2008 โดยทำแจ็คเก็ต, หมวกแก๊ป, หมวกบีนี่ และก็รองเท้าบูทที่ออกขึ้นมาเฉพาะเพื่อ Supreme

 

2008: OriginalFake

OriginalFake นั้นเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ตั้งขึ้นจากศิลปินสายสตรีทชื่อดังอย่าง Brian Donnelly หรือรู้จักกันในชื่อ “KAWS” นั่นเอง Supreme เคยช่วย KAWS มาก่อนในการออกแบบลายสเก็ตบอร์ดในปี 2001

หลังจากนั้น OriginalFake กับ Supreme ก็กลับมาคอลแลปอีกครั้งในปี 2008 ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ของช็อป Supreme ในญี่ปุ่น โดยการออกแบบเสื้อยืดเวอร์ชั่นพิเศษ โดยลายเสื้อนั้นป็นรูปนางแบบชาวอังกฤษอย่าง Kate Moss พร้อมกับโลโก้ KAWS และ Supreme

หลังจากตอนนั้น ทั้งสองแบรนด์ก็กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งตอนเดือนกรกฎาคม 2011 ก่อนที่ KAWS จะตัดสินใจวางมือในปี 2013

 

2009: Hanes

ไอเดียงานคอลแลประหว่าง Supreme กับ Hanes เริ่มมาจากเสื้อ Ralph Lauren ที่สตาฟฟ์ส่วนใหญ่ใน New York ใส่กัน คอลเล็กชั่นที่ว่าออกมาในรูปเสื้อยืดและเสื้อกล้ามสีขาวต้อนรับซัมเมอร์ปี 2009 และหลังจากนั้นก็มีเสื้อยืดสีดำ, เทา และก็บ็อกเซอร์กับถุงเท้าตามออกมาทีหลัง

 

2009: A.P.C

การคอลแลประหว่าง A.P.C. กับ Supreme เหมือนจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวด้วยความมินิมอลของสองแบรนด์ ในเดือนตุลาคม ทั้งสองแบรนด์ปล่อยกางเกงยีนส์ที่มีโลโก้ “Fuck Em!” ของ Supreme ที่มาแทนที่โลโก้เก่าของ A.P.C. ตรงห่วงเข็มขัด

 

2010: Thom Browne

งานคอลแลปกับแบรนด์ใหญ่อย่าง Thom Browne นั้นเหมือนจะไม่มีรายละเอียดอะไรน่าสนใจซักเท่าไหร่นั้น ถึงแม้จะเป็นงานคอลแลปของสองแบรนด์ แต่ว่าเสื้อเชิร์ตสามสีที่ออกมานั้น เหมือนจะมีรูปแบบที่ไม่หวือหวานัก ตามสไตล์ของ Thom Browne            

 

   

2010: Champion

ในช่วงแรกๆที่แฟชั่นสายสเก็ตยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เสื้อยืดลาย Supreme กับ Champion นั้นเหมือนจะยังไม่แพงและหาได้ง่าย แต่นั่นได้เปลี่ยนไปตอนเดือนมีนาคม 2010 เมื่องานคอลแลปนั้นออกมาอย่างเป็นทางการ Supreme x Champion ประกอบไปด้วยเสื้อแจ็คเก็ตที่มีโลโก้ C เล็กๆตรงข้อมือ และโลโก้ Supreme ด้านหลัง ซึ่งตอนหลังก็มีในเวอร์ชั่นเสื้อฮูดปล่อยออกมาอีกด้วย

 

2010: Stussy

Stussy กับ Supreme นั้นมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยาวนาน ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของ CEO ทั้งสองฝั่งในสมัยก่อน หลายๆแบรนด์สไตล์สเก็ตถูกเลือกมาทำงานคอลแลปเพื่อเป็นเกียรติในงานครบรอบ 30 ปีของ Stussy เช่น Bounty Hunter, NEIGHBORHOOD, Masterpiece, HUF หรือ Undefeated รวมทั้ง Supreme ด้วย

“XXX” เป็นชื่องานคอลแลปเสื้อยืดของทั้งสองแบรนด์ที่ประกอบไปด้วย Box Logo กับลายคลาสสิค “Skate Tough” จากปี 80 ของ Stussy

 

2011: Adam Kimmel

Supreme ได้กระโดดออกจากวงการสตรีทไปสู่วงการเสื้อสูทด้วยการคอลแลปกับ Adam Kimmel ทั้งสองแบรนด์ได้ออกสูทผ้าคอตตอนและผ้าสักหลาดให้กับคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงในปี 2011

 

2011: Levi’s

ดูเหมือนว่าความคล้ายคลึงกันของโลโก้ของทั้งสองแบรนด์นั้น เหมือนจะเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกัน และก็ได้คอลแลปกันในที่สุด งานคอลแลปออกมาในช่วงเดือนกันยายน ประกอบไปด้วยเสื้อกั๊กยีนส์, กางเกงยีนส์, หมวกยีนส์ และเสื้อแจ็คเก็ตทรง Trucker ที่มาในสีดำและเหลือง

 

2011: Liberty of London

Liberty of London เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า และแบรนด์สินค้าไฮเอ็นด์ได้ร่วมงานกับ Supreme ในคอลเล็กชั่น Spring/Summer ปี 2011 งานคอลแลปมีทั้งเสื้อและเครื่องประดับ ส่วนงานที่เหมือนจะโดดเด่นที่สุดก็เหมือนจะเป็นหมวก New Era สีสันสดใสบวกกับโลโก้ Supreme

 

2011: Schott NYC

Supreme ได้ผลิตแจ็ตเก็ตหนังภายใต้ชื่อแบรนด์ตัวเองมาก่อนที่จะมาคอลแลปกับ Schott โดยแจ็คเก็ตหนังที่ว่านั้นได้จับรายละเอียดของ Supreme มาใส่ลงในแจ็คเก็ตหนังทรง Biker และก็ได้ใส่ลายเซ็น “Fuck Em” ที่เคยใส่ไว้ในงานคอลแลปกับ A.P.C. ลงไปด้วย

 

2012: Comme des Garçons SHIRT

ในช่วงปี 2009 Dover Street Market เป็นร้าน retail ของ Comme ที่ถูกเลือกให้เป็นช็อปทางการของ Supreme และในที่สุด ทั้งสองแบรนด์ก็จับมือกับเพื่อออกงานคอลแลป

งานคอลแลปเปิดตัวด้วยหมวก, เสื้อเชิร์ต และสนีกเกอร์ แต่ว่าไอเทมที่น่าสนใจจริงๆเหมือจะเป็นแจ็คเก็ตฮูดและเสื้อเชิร์ตลาย Box Logo และก็ลาย Polka dot ของ Comme ที่กลายเป็นไอเทมสุดคลาสสิคและเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมในตอนหลัง หลังจากปี 2012 ก็มีงานคอลแลปออกมาเรื่อยๆทุกปีจนถึงปี 2015 ซึ่งงานทั้งหมดถูกจำหน่ายทั้งในช็อป Supreme และ Dover Street Market ทั่วโลกรวมถึงทางออนไลน์

 

2014: Brook Brothers

คล้ายๆกับงานคอลแลปกับ Adam Kimmel เมื่อสามปีที่แล้ว Supreme x Brooks Brothers นั้นเป็นเหมือนเซอร์ไพรส์สำหรับแฟนๆทั้งสองแบรนด์ Supreme ได้ปล่อยชุดคอลเล็กชั่นเสื้อสูทควบคู่กับหมวก Bucket hat ลายทางที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชุดสูทเดิมของ Brook Brothers

 

2014: Stone Island

Stone Island ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1982 และถูกนิยามให้เป็น “Luxury Sportwear” ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นสายเถื่อนในอังกฤษ แบรนด์นั้นเป็นที่นิยมในหมู่แฟนบอลหัวรุนแรง, พ่อค้ายาในช่วงปี 80 และ 90 แต่ถึงแม้แบรนด์จะโตมาในกระแสด้านลบ แต่ว่าแบรนด์ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบมาจนถึงทุกวันนี้

งานคอลแลประหว่างสองแบรนด์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Stone Island กำลังกลับมาฮิตพอดี ด้วยการที่แร็ปเปอร์อย่าง Drake เข้ามาให้ความสนใจ ทำให้แบรนด์กลับมาสู่กระแสได้อีกครั้ง ซึ่งทำให้มีงานคอลแลปออกมาต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2014 จนถึง 2016 ที่มีทั้งเสื้อและกางเกง Track, เสื้อแจ็คเก็ตและเสื้อโค้ต

 

2016: Jordan Brand

Supreme ได้มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์กีฬาในตำนานอย่าง Jordan ในการสร้างสรรค์งานคอลแลปที่เป็นการผสมผสานของโลโก้ Jumpman สุดคลาสสิคกับโลโก้ของ Supreme ลงในงานเก่าๆของ Jordan ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด, หมวก Snapback และแจ็คเก็ตแบบต่างๆ ที่ถูกผลิตขึ้นโดย Nike เอง

 

2016: Aquascutum

Aquascutum เป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ ที่เดิมทีเป็นจะเหมือนแบรนด์คู่อริกับ Burberry มาก่อน แต่ว่าก็ได้ล้มละลายไปในปี 2012 และเริ่มจะกลับมาคืนชีพหลังเปลี่ยนผู้บริหารตอนปี 2013

ซึ่งงานคอลแลปของ Supreme กับ Aquascutum นั้นเป็นการนำดีไซน์เดิมของ Aquascutum มาตกแต่งด้วยลากปัก Supreme ซึ่งคอลเล็กชั่นประกอบไปด้วยเสื้อกันฝน, แจ็คเก็ต, เสื้อโปโลแขนยาว, ผ้าพันคอ และเสื้อกั๊ก

 

2017: Lacoste

หลังจากมีข่าวลือมานานหลายปี ในที่สุดก็มีงานคอลแลปจากทั้งสองแบรนด์ก็เกิดขึ้นจนได้ งานคอลแลปนี้เป็นการนำผลงานเก่าๆในช่วง 90 ของ Lacoste เช่น Track suit, เสื้อโปโล และเสื้อแจ็คเก็ตมาตกแต่งด้วยลาย Supreme ตรงแขนเสื้อ   

 

2017: Vanson Leathers

แจ็คเก็ตมอเตอร์ไซค์ที่ดูเหมือนจะธรรมดานี้เป็นงานคอลแลปสุดพิเศษที่มีราคาสูงถึง 1,000 ดอลล่าร์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถูกขายออกแทบจะทันที่ๆปล่อยออกมา และเป็นงานที่ออกแบบอย่างพิเศษมาเพื่อ Supreme โดยเฉพาะ ถือเป็นแรร์ไอเทมชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้สำหรับงานคอลแลปตัวนี้

 

2017: Louis Vuitton

งานคอลแลปตัวล่าสุดของ Supreme กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสอย่าง Louis Vuitton ถือเป็นงานคอลแลปที่ได้รับความสนใจมากๆงานหนึ่งในประวัติศาสตร์แฟชั่น เพราะเป็นการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์สตรีทในตำนานกับตำนานแฟชั่นไฮเอ็นด์ ก่อให้เกิดการเปิดตัวคอลเล็กชั่นสุดพิเศษขึ้นใน Paris Fashion Week เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และถึงแม้จะมีทั้งกระแสทางบวกและทางลบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการคอลแลปชิ้นนี้เป็นเหมือนก้าวที่ยิ่งใหญ่ในวงการแฟชั่น ทั้งฝั่งสตรีท และฝั่งไฮเอ็นด์เลยทีเดียว

 

Reference: Highsnobiety

Editor

akajrkpor ( 656 posts )
the hype is strong with this one

RELATE BLOG