คุณลุงที่ใส่เสื้อ Supreme ตัวนี้เป็นใครกันหนอ ?

กระแสของ Supreme x Louis Vuitton กำลังร้อนระอุดุจแม็กม่าชั้นใต้พื้นผิวโลก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับแบรนด์สตรีทสายเลือดบริสุทธิ์อย่าง Supreme ที่สามารถขับเคลื่อนตัวเองให้เดินทางมาถึงจุดที่แทบทุกคนบนโลก ทั้งผู้ที่สนใจสตรีทแฟชั่นอยู่แต่แรก และไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขามาก่อน ต่างต้องการที่จะครอบครองมัน ด้วยมูลค่าทางการตลาด และความสวยงามอย่างเป็นเอกลักษณ์

และเพื่อเป็นการตามกระแสแฟชั่นโลก วันนี้ผู้เขียนก็คงจำเป็นต้องเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ Supreme ซักหน่อย !

เชื่อมั่นว่าหลายท่านอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาบุรุษวัย 60 + ที่ปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อบ็อกซ์โลโก้ , หมวกปีกกว้าง และ สร้อยคอสไตล์โบฮีเมียนผู้นี้กันอยู่ไม่น้อย และทางเรามั่นใจว่า น่าจะมีใครหลาย ๆ คนสงสัยอยู่เหมือนกันว่า คุณลุงท่านนี้เขาเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงใส่เสื้อ Supreme และยังมาปรากฏตัวในรูปแบบของลายเสื้ออีกนะ ?

ชื่อของคุณลุงที่ทุกท่านสงสัยท่านนี้คือ Neil Young ซึ่งหลายท่านก็คงจะร้อง อ๋อออออ ~ กันมายกหนึ่ง (ก่อนที่จะถามอีกครั้งว่า "ใครอะ ? " แต่ถึงกระนั้น เหล่าแฟนเพลงยุค 70s คงจำเขากันได้เป็นอย่างดี )

Neil Young เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงโฟลค์ชาวแคนาเดี้ยน ซึ่งโด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงยุคปี 70s โดยเริ่มจากการที่เขาก่อตั้งวงร็อค Buffalo Springsfield ในลอสแองเจอลิสช่วงปี 60s ซึ่งโด่งดังกับซิงเกิ้ลที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างถึงพริกถึงขิง "For What's Worth" 

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วง Buffalo Springsfield ก็ต้องยุบตัวลง เนื่องด้วยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ยาเสพย์ติดของตัว Neil Young เอง (ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงทางเดินอาชีพของเขา หลังจากแยกตัวออกมาโซโล่เดี่ยวเลยทีเดียว …)

หลังจากนั้น เขาก็ได้เซ็นสัญญากับ Reprise Records ซึ่งนั่นทำให้โปรเจ็คท์อัลบั้มเดี่ยวของเขา ได้เริ่มต้นขึ้น โดยอัลบั้มแรก เขาก็ได้ใช้ชื่อของตัวเขาเอง "Neil Young" ซึ่งก็พอจะมีเพลงฮิตบนคลื่นวิทยุในช่วงนั้นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับบูมอะไร

ถัดมาหลังจากนั้นสองปี เขาก็ได้รวบรวมเหล่าหัวกะทิทางดนตรี ซึ่งประกอบไปด้วย Danny Whitten, Billy Talbot และ Ralph Molina ซึ่งสามคนนี้ได้ใช้ชื่อว่า "Crazy Horse" และร่วมออกอัลบั้มกับ Neil Young ซึ่งเริ่มแรกก็ยังไม่ดังเท่าไหร่นัก แต่จนกระทั่งในปี 1972 เขาก็ได้ออกอัลบั้มที่สี่ที่มีชื่อว่า “Harvest” และสามารถสร้างความคลาสสิคขึ้นหิ้งของบทเพลงตัวเอง ได้จากอัลบั้มดังกล่าวนี้ ด้วยซิงเกิ้ลที่มีชื่อว่า “Old Man” ซึ่งไต่ไปอยู่ลำดับที่ 31 ของ Billboard Hot 100 และเพลงในตำนานอย่าง “Heart of Gold” ซึ่งเป็นเพลงอันดับ 1 ของปีนั้น

จนถึงปัจจุบัน Neil Young ได้ผลิตอัลบั้มผ่านสตูดิโอไปแล้วกว่า 35 อัลบั้ม อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้า Rock and Roll Hall of Fame ทั้งหมดสองครั้งด้วยกัน

ที่อ่านมาทั้งหมดนี้ คงจะสงสัยว่าทำไม Supreme ถึงสนใจที่จะนำตัว Neil Young มาร่วมงาน Collaboration ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือ Neil Young เปรียบเสมือนไอคอนของเหล่าเด็กแนว , เด็กฮิปสเตอร์ในยุคนั้น เช่นเดียวกันกับที่ Supreme เป็นในวงการสเก็ตบอร์ด ก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นมาสู่กระแสหลัก เฉกเช่นในปัจจุบัน

อีกทั้งความเป็นขบถโดยส่วนตัวของ Neil Young เอง ก็ช่างสอดคล้องกับความเป็นแบรนด์สเก็ตบอร์ดนอกคอกอย่าง Supreme เสียนี่กระไร จึงทำให้ Supreme ไม่พลาดที่จะพาเขามาห้องสตูดิโอ และให้ช่างภาพลายเซ็นชัดเจนอย่าง Terry Richardson ชักภาพให้สักรูปหนึ่ง ซึ่งก็กลายเป็นตำนานที่สืบขานมาต่อจวบจนปัจจุบัน

ทุกวันนี้เสื้อยืดลาย Neil Young Collection : Spring/Summer 2015 ของ Supreme นั้น อาจมีมูลค่าสูงถึง 15,000 บาท แต่นั่นก็ไม่ได้ถูกใจสาวก Neil Young ดั้งเดิมเท่าไหร่นัก เพราะพวกเขาเป็นคนรุนเก่าที่ยังมองเห็นการแย่งซื้อเสื้อยืดราคากว่าหมื่นบาทเหล่านี้เป็นเรื่องไร้สาระ …

แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาลืมไปหรือเปล่าว่า Neil Young ก็เป็นที่รู้จักสำหรับเด็กรุ่นใหม่มากขึ้นจากแบรนด์ Supreme ที่พวกเขามองว่าเป็นแบรนด์เสื้อผ้าไร้สาระนะเออ !

 

Source : underlinestreetwear

Editor

Beautibew ( 1748 posts )
ไม่เท่ห์ครับ

RELATE BLOG