“SoleSavy กลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเอาชนะรีเซลเลอร์และนำสังคมของคนรักรองเท้าผ้าใบกลับคืนมา”

ในรอบสิบปีหลังมานี้วงการรองเท้าผ้าใบเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะมาก รีเซลเลอร์เข้ามามีบทบาทในเรื่องตลาดการซื้อขายรองเท้ามากขึ้นเรื่อยๆจากแค้มป์คิวซื้อรองเท้าก็ขยับไปเป็นการใช้ bot ในการซื้อผ่านทางเว็บไซต์ คนรักรองเท้าผ้าใบหลายคนปรับตัวเข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อรองเท้าในราคารีเซลล์แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมจำนนได้ทำการก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้ซื้อรองเท้าผ้าใบได้ในราคาเดียวกับที่ขายหน้าร้าน หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า“ราคาป้าย” นั่นเอง จุดประสงค์ของผู้ที่ทำการก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อการให้สมาชิกสามารถซื้อรองเท้าได้เท่านั้น จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเขายังอยู่ที่การนำบรรยากาศของความเป็นชุมชนกลับคืนมาอีกด้วย

 

รูปจาก SoleSavy

SoleSavy เป็น Cook Group ในแบบที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อน พวกเขาไม่เหมือนกับกลุ่มรีเซลเลอร์และผู้ใช้ bot เพื่อหลีกเลี่ยงกฏการซื้อรองเท้าโดยพยายามให้ตัวเองได้รองเท้าจำนวนมากที่สุดเข้ามาอยู่ในมือ  SoleSavy นั้นมีการจำกัดการซื้อสำหรับสมาชิกเพียง 1 คนต่อ 1 คู่สำหรับสวมใส่ด้วยตัวเองเท่านั้นและมีข้อห้ามเรื่องการนำไปขายต่ออย่างเข้มงวด

***Cook Group หมายถึงกลุ่มคนที่ทำการติดต่อกันเองเพื่อแบ่งปันข้อมูลที่สะดวกต่อการซื้อหรือสิทธิ์พิเศษต่างๆให้คนที่เป็นสมาชิกได้ทราบ โดยข้อมูลเหล่านั้นจะเกี่ยวข้องกับรองเท้าผ้าใบหรือเสื้อผ้ารุ่น Limited

Dejan Pralica ผู้ก่อตั้งร่วมของ SoleSavy ได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มเพื่อทำการแบ่งปันข้อมูลการวางจำหน่ายรวมถึงเรื่องราวต่างๆในวงการรองเท้าผ้าใบ จากกลุ่มเล็กๆตอนนี้กลายมาเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกหลักพันคนแล้ว

ไม่ใช่ว่าสมาชิกทุกคนจากเกือบๆ 4,000 คน จะได้รองเท้าเมื่อมันออกวางจำหน่ายแต่ถึงพวกเขาจะไม่ได้มันมาพวกเขาก็ยังมีความสุขในส่ิงที่ได้ทำ มันอาจจะฟังดูสวยงามตรงข้ามกับสิ่งที่วงการรองเท้าผ้าใบกำลังมุ่งหน้าไปอยู่ในขณะนี้ SoleSavy ทำให้เกิดสิ่งนี้ได้อย่างไร ลองอ่านบทสัมภาษณ์ของ Pralica ดูครับ

 

คุณทำอะไรและทำไปทำไมครับ?

SoleSavy เป็นหนทางของผมที่จะนำวัฒนธรรมของวงการรองเท้าผ้าใบกลับมาและมอบเครื่องมือรวมถึงทรัพยากรที่จำเป็นให้กับคนรักรองเท้าผ้าใบที่แท้จริงเพื่อซื้อในสิ่งที่พวกเขาต้องการ มันไม่ได้มีไว้สำหรับรีเซลเลอร์ มันมีไว้เพื่อผู้บริโภคที่แท้จริง คนที่ต้องการจะซื้อรองเท้าและสวมใส่มันลงบนเท้าของเขาเพื่อเป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่นของตัวเอง

 

SoleSavy ทำงานอย่างไร?

พวกเรามีสองส่วนที่ทำให้แน่ใจว่าจะสำเร็จ หนึ่งคือข้อมูล คุณจำเป็นต้องรู้ว่าที่ไหน ยังไง เมื่อไร และจะซื้ออะไร เพื่อที่พวกเราจะทำให้แน่ใจได้ว่ายูสเซอร์ของพวกเรามีความรู้และทุกสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องมีมากพอเมื่อถึงเวลาวางจำหน่าย

เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาสามารถใช้เครื่องมือของพวกเราซึ่งเป็น bot จำนวนมาก ผมได้นำส่วนที่ดีที่สุดมาให้และทำให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าถึงมัน นั่นคือความสามารถที่จะเข้าถึงรองเท้าพวกนั้นทันทีที่มันวางจำหน่าย ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องใช้เวลานั่งรออยู่หน้าเว็บไซต์หรือเฝ้าทวิตเตอร์เพื่อจะได้รู้ว่ารองเท้าพวกนั้นจะวางขายตอนไหน นอกจากนั้นมันยังช่วงเร่งกระบวนการชำระเงินให้กับคุณ แทนที่คุณจะเลือกไซส์และกดใส่ตระกร้า เราจะพาคุณไปที่ขั้นตอนจ่ายเงินเลย

 

รูปจาก SoleSavy

 

Cook Group ของคุณแตกต่างจาก Cook Group โดยปรกติอย่างไร?

ง่ายๆเลยคือเป้าหมายของที่นี่มีไว้เพื่อที่คุณจะได้ซื้อรองเท้า 1 คู่สำหรับตัวเอง ไม่ใช่สอง ไม่ใช่หลายคู่ และชัดเจนว่ามันไม่ได้มีไว้สำหรับรีเซลเลอร์ พวกเราคัดกรองรีเซลเลอร์ออก ถ้าพวกเรารู้สึกว่าใครกำลังใช้บริการของเราเพื่อรีเซลล์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรีเซลล์ นั่นก็คือการละเมิดกฏการให้บริการของพวกเราและนั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการเพื่อนำวัฒนธรรมและชุมชนกลับคืนมา ที่อื่นข้างนอกมีอะไรแบบนี้เยอะอยู่แล้วถ้าคุณต้องการรีเซลล์ก็ไปทางนั้นได้แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับทำเช่นนั้น

ทำไมชุมชนถึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณขนาดนั้นและอะไรเป็นส่ิงที่คุณคิดว่าขาดไปจากชุมชนคนรักรองเท้าผ้าใบในปัจจุบัน?

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาวงการรองเท้าผ้าใบเต็มไปด้วยการรีเซลล์ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวของกับวงการนี้เลย ตลาดรีเซลล์มีมูลค่าสูงถึง6 พันล้านเหรียญแต่ใครคือคนที่จ่ายเงิน 6 พันล้านเหรียญจริงๆกันล่ะ? ผู้บริโภคตัวจริงมากกว่าที่เป็นชุมชน

ดังนั้นสำหรับผมการสามารถพูดคุยออนไลน์ แชร์เรื่องตลก อ่านสิ่งต่างๆ มีส่วนร่วมกับผู้คนที่พึ่งได้ของที่เรารักมานั้นคือคุณค่าที่แท้จริงสำหรับผม

คุณคิดว่า SoleSavy ยังสามารถโตไปได้เรื่อยๆ?

ผมอยากที่จะหายูสเซอร์และทำให้พวกเขาสัก 1,000 คนได้รู้จักซึ่งกันและกันเพราะมันช่วยเสริมเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกถึงการเป็นชุมชน เมื่อเสียงของมันดังเกินไป มันก็จะไม่ค่อยสนุกแล้ว รองเท้าผ้าใบมีมูลค่า ทุกคนรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องว่างเปล่าเหมือนกับที่ร้านฝากขายรองเท้าหรือตลาดซื้อขายเป็นอยู่

รูปจาก SoleSavy

กลุ่มของคุณสามารถอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมการรีเซลล์ได้หรือไม่?

ผมไม่สนหรอกว่าพวกรีเซลเลอร์จะทำอะไร ผมแค่ไม่ต้องการให้พวกเขามาอยู่ในชุมชนของผม ถ้าคุณตื่นขึ้นมาในวันวางจำหน่ายจอร์แดนคู่สำคัญหรืออดิดาสก็ตาม และคุณคิดว่า “ฉันจะซื้อสัก 30 คู่” คุณก็ทำสิ่งที่ต้องการไปที่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการแต่ไม่ใช่ที่นี่

 

คุณจะทำการแข่งขันกับพวกรีเซลเลอร์ได้อย่างไร?

มันไม่ใช่วิศวกรรมด้านจรวดนะครับ สิ่งที่พวกเราทำก็คือการผนวกเทคโนโลยีเข้ากับการร้านค้าและเมื่อร้านค้าวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์พวกเราจะแจ้งให้สมาชิกทราบในทันที มันไม่ใช่กลยุทธ์ที่บ้าคลั่งที่จะทำอย่างนี้ ชัดเจนว่า bot ในตอนนี้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นด้วยการหยิบใส่ตระกร้าและพยายามที่จะทำการชำระเงินเพื่อซื้อในจำนวนที่มาก พวกเราแค่ปรับให้มันอยู่ระดับทั่วไปเพื่อช่วยคุณซื้อสินค้าที่ต้องการเท่านั้น คุณแค่ทำธุรกรรมด้านการเงินให้เสร็จ พวกเราพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นกับร้านค้าและข้อกำหนดของพวกเขาในการซื้อสินค้า

รูปจาก SoleSavy

ในประเทศไทยยังไม่ได้มีการตั้ง Cook Group ที่มีจุดประสงค์แบบนี้ขึ้นมาอาจจะเพราะการใช้ Bot ที่ยังไม่แพร่หลาย และวิธีการวางจำหน่ายรองเท้าคู่พิเศษของร้านต่างๆในประเทศไทยนั้นไม่ได้ใช้การวางจำหน่ายโดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ เรื่องราวของ SoleSavy อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้เหล่าคนรักรองเท้าผ้าใบทั่วทุกมุมโลกหันกลับมาหาแนวทางสร้างชุมชนในแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้งก็เป็นได้

อ้างอิงบทสัมภาษณ์จาก www.highsnobiety.com

Editor

milanestar ( 62 posts )
-

RELATE BLOG